การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ wellness tourism คืออะไร ทำไมไทยถึงน่าสนใจ

Bruno_fujii

หัดอ่านหัดเขียน (6)
เด็กใหม่ (0)
เด็กใหม่ (0)
POST:5
เมื่อ 26 กันยายน พ.ศ. 2567 18.09 น.

wellness tourism คืออะไร ทำไมไทยถึงน่าสนใจ

การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ "Wellness Tourism" เป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกายและจิตใจในขณะเดินทาง ในบทความนี้เราจะมาดูกันว่า การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพคืออะไร แตกต่างจากการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism คือ) อย่างไร และทำไมประเทศไทยถึงเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

 

การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ wellness tourism คืออะไร 

การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ Wellness Tourism คือการเดินทางที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของตนเอง การเดินทางประเภทนี้ไม่ใช่เพียงแค่การเดินทางไปท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อน แต่รวมถึงการทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ช่วยปรับปรุงสุขภาพ เช่น การฝึกโยคะ การทำสปา การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ การทำสมาธิ และการบำบัดด้วยธรรมชาติ ผู้ที่เข้าร่วมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมักจะต้องการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจให้กลับมาสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และมีความสมดุลในชีวิต

 

wellness tourism ต่างจาก Medical tourism อย่างไร

แม้ว่าการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์จะมีเป้าหมายในการพัฒนาสุขภาพของผู้เข้าร่วม แต่ทั้งสองประเภทนี้มีความแตกต่างกันชัดเจน

 

- Wellness Tourism เน้นการป้องกันและรักษาสุขภาพโดยไม่จำเป็นต้องมีภาวะเจ็บป่วย ผู้คนเลือกเดินทางเพื่อทำกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพทั้งกายและใจ เช่น การออกกำลังกาย การทำสปา หรือการพักผ่อนในรีสอร์ตที่เน้นการบำบัดด้วยธรรมชาติ

- Medical Tourism หรือการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ เน้นการรักษาโรคหรืออาการทางการแพทย์ เช่น โรคโมยาโมย่า  การผ่าตัด  การรักษาทางทันตกรรม หรือการทำศัลยกรรมความงาม ผู้ที่เดินทางเพื่อการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์มักจะมีปัญหาสุขภาพที่ต้องการการรักษาโดยเฉพาะ

 

กล่าวคือ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเป็นการเดินทางเพื่อป้องกันและส่งเสริมสุขภาพ ขณะที่การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์เน้นการรักษาโรคที่มีอยู่

 

ข้อได้เปรียบของไทย ทำไมไทยถึงน่าสนใจ

ประเทศไทยถือเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เนื่องจากมีข้อได้เปรียบหลายประการ ดังนี้

 

1. ทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์

ไทยมีทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย ทั้งชายหาด ภูเขา และป่าไม้ ซึ่งเหมาะสำหรับการฟื้นฟูสุขภาพและการบำบัดด้วยธรรมชาติ

 

2. วัฒนธรรมและภูมิปัญญาดั้งเดิม

การนวดแผนไทยและสมุนไพรไทยเป็นที่รู้จักทั่วโลก การนวดแผนไทยไม่เพียงแต่ช่วยในการผ่อนคลาย แต่ยังช่วยปรับสมดุลของร่างกายตามแนวคิดของการแพทย์แผนโบราณ นอกจากนี้ไทยยังมีภูมิปัญญาด้านอาหารสุขภาพที่ใช้สมุนไพรและวัตถุดิบจากธรรมชาติ

 

3. บริการที่มีคุณภาพสูงและราคาย่อมเยา

แม้ว่าประเทศไทยจะมีบริการสุขภาพที่มีคุณภาพระดับสากล แต่ค่าบริการในด้านสุขภาพยังคงต่ำกว่าประเทศตะวันตกอย่างมาก ทำให้ผู้เข้าร่วมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างง่ายดาย

 

4. สถานที่พักผ่อนและรีสอร์ตที่หลากหลาย

ไทยมีรีสอร์ตและสปาที่เน้นการบำบัดสุขภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรีสอร์ตที่ตั้งอยู่บนชายหาดหรือในป่าเขา ทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกพักผ่อนได้ตามความต้องการและสไตล์ที่ชอบ

 

5. บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ

ไทยมีบุคลากรที่มีความรู้และทักษะในด้านการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะในด้านสปาและการนวดแผนไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก



ด้วยข้อได้เปรียบเหล่านี้ ทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางเพื่อเสริมสร้างสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี การผสมผสานระหว่างวัฒนธรรม สุขภาพ และการพักผ่อนที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของโลก



การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพหรือ Wellness Tourism เป็นการเดินทางที่มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งแตกต่างจากการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่เน้นการรักษาโรค ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบมากมายที่ทำให้เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมในด้านนี้ ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรมดั้งเดิม บริการคุณภาพสูง ราคาย่อมเยา และบุคลากรที่เชี่ยวชาญ ทั้งหมดนี้ทำให้ไทยเป็นประเทศที่น่าสนใจสำหรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างแท้จริง

บลู เมดิแคร์ เจเเปน (Blue Medicare Japan) หรือ BluMed ดำเนินการโดยบริษัท บลู แอสซิสแท็นซ จำกัด ก่อตั้งขึ้นภายใต้แนวคิดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการจัดการท่องเที่ยวเพื่อมุ่งเน้นในการป้องกับการดูแลสุขภาพ ชะลอการเจ็บป่วย รวมไปถึงการรักษาโรคแก่ผู้รับบริการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

 

BluMed ได้ร่วมมือกับคลินิกทางการแพทย์ที่ญี่ปุ่น ในการให้คำปรึกษาและจัดการความเจ็บปวดอย่างเหมาะสม ตามอาการของแต่ละบุคคล รวมถึงโรคโมยาโมย่า สำหรับผู้ที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่



เบอร์โทรศัพท์ : 02-661-7686

Website : blumedth.com

Line official : @blumed



แก้ไขครั้งที่ 3 โดย Bruno_fujii เมื่อ26 กันยายน พ.ศ. 2567 18.10 น.

โพสตอบ

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเโพสตอบได้

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา