กำไรไม่พอ ถ้าเงินสดไม่เหลือ: บทเรียนการบริหาร Cash Flow สำหรับ SME
“ขายดี แต่มือเปล่า” คือประโยคที่เจ้าของกิจการ SME จำนวนไม่น้อยพูดเหมือนกัน ธุรกิจมียอดขายต่อเนื่อง มีลูกค้า แต่กลับเจอปัญหาเงินไม่พอจ่าย ค่าใช้จ่ายไล่ตามไม่ทัน จนต้องหมุนเงินวันต่อวัน
ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากการทำธุรกิจไม่เก่ง แต่เกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนระหว่างคำว่า “กำไร” กับ “กระแสเงินสด” ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการอยู่รอด บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจบทเรียน Cash Flow ที่ SME ควรรู้ ก่อนที่ธุรกิจจะสะดุดโดยไม่จำเป็น

ทำไม SME ถึงเจ๊ง ทั้งที่ธุรกิจมีกำไร
กำไรบนกระดาษ ไม่เท่ากับเงินสดในบัญชี
กำไรคือผลต่างระหว่างรายได้กับค่าใช้จ่ายตามบัญชี แต่เงินสดคือเงินที่มีอยู่จริงและใช้ได้ทันที SME จำนวนมากมีกำไรจากการขาย แต่ยังไม่ได้รับเงินสด เพราะให้เครดิตลูกค้า หรือมีรายได้ที่ยังไม่ถึงรอบชำระ เมื่อถึงเวลาต้องจ่ายค่าเช่า ค่าแรง หรือค่าวัตถุดิบ เงินสดไม่พอ ธุรกิจจึงเริ่มตึง แม้ในงบจะยังดูดีอยู่ก็ตาม
รายจ่ายเกิดก่อน รายได้เข้าทีหลัง
หนึ่งในกับดักของ SME คือจังหวะเวลา รายจ่ายส่วนใหญ่มาเร็วและแน่นอน ขณะที่รายได้มักเข้าช้ากว่า หากไม่มีการวางแผน กระแสเงินสดจะติดลบทันที ธุรกิจที่เติบโตเร็ว แต่ไม่ได้เตรียมเงินสำรอง มักสะดุดในช่วงที่ยอดขายเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ
การบริหารเงินแบบวันต่อวัน
SME ที่ยังบริหารเงินแบบดูยอดวันนี้ มากกว่ามองภาพล่วงหน้า มักไม่เห็นปัญหาจนกว่าจะสายเกินไป การขาดแผน Cash Flow ทำให้ไม่รู้ว่าเดือนไหนเงินจะขาด และควรเตรียมตัวอย่างไร
หลักคิดการบริหาร Cash Flow ที่ SME ควรรู้
แยกให้ออกระหว่าง “กำไร” กับ “เงินสด”
ก้าวแรกของการบริหาร Cash Flow คือการเข้าใจว่า กำไรไม่ได้บอกว่าธุรกิจปลอดภัย แต่เงินสดต่างหากที่ทำให้ธุรกิจเดินต่อได้ SME ควรติดตามทั้งงบกำไรขาดทุนและงบกระแสเงินสดควบคู่กัน เพื่อเห็นภาพจริงของธุรกิจ
บริหารจังหวะรับ–จ่ายให้สมดุล
การเร่งเก็บเงินจากลูกค้า และการบริหารเงื่อนไขการชำระเงินกับคู่ค้า เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ Cash Flow ดีขึ้น แม้ไม่สามารถเก็บเงินสดได้ทันที แต่การกำหนดรอบเวลาที่ชัดเจน จะช่วยให้คาดการณ์เงินสดได้แม่นยำกว่าเดิม
มีเงินสดสำรองสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดคิด
Cash Flow ที่ดีไม่ใช่แค่พอใช้ แต่ต้องมีส่วนเผื่อสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น ยอดขายตก ค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน หรือเศรษฐกิจผันผวน SME ที่มีเงินสำรองจะรับมือกับความไม่แน่นอนได้ดีกว่า และไม่ต้องตัดสินใจเร่งด่วนที่เพิ่มความเสี่ยง
เรียนรู้จากแหล่งความรู้ด้านการเงินที่เข้าใจ SME
ผู้ประกอบการจำนวนมากเริ่มต้นจากการขาดความรู้เรื่อง Cash Flow การเข้าถึงข้อมูลและแนวคิดที่ถูกต้องจึงมีความสำคัญ แพลตฟอร์มอย่าง BBL SME ทำหน้าที่เป็นแหล่งรวมความรู้ด้านการเงินและการบริหารกระแสเงินสดของ SME ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจปัญหาเชิงระบบ ไม่ใช่แก้เฉพาะหน้า
เครื่องมือและพฤติกรรมที่ช่วยให้ SME คุมเงินสดได้จริง
-
แยกบัญชีธุรกิจออกจากบัญชีส่วนตัว
การใช้บัญชีเดียวกันทำให้ไม่เห็นภาพ Cash Flow ที่แท้จริง การแยกบัญชีช่วยให้รู้ว่าเงินของธุรกิจเหลือเท่าไร และใช้ได้แค่ไหน นี่คือพื้นฐานง่าย ๆ ที่ช่วยยกระดับการบริหารเงินทันที
-
วางแผนกระแสเงินสดล่วงหน้า
การทำ Cash Flow Forecast อย่างน้อย 3–6 เดือน ช่วยให้ SME เห็นล่วงหน้าว่าเดือนไหนเงินจะตึง และควรเตรียมเงินหรือปรับแผนตรงจุดใด การวางแผนล่วงหน้าทำให้การตัดสินใจเป็นเชิงรุก ไม่ใช่รอแก้ปัญหา
-
ใช้ข้อมูลแทนความรู้สึก
SME ที่คุม Cash Flow ได้ดี มักใช้ข้อมูลเป็นฐาน ไม่ว่าจะเป็นยอดขายเฉลี่ย ต้นทุนคงที่ หรือรอบเก็บเงิน ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ตัดสินใจได้แม่นยำ และลดความเสี่ยงจากการคาดเดา
-
ปรับพฤติกรรมการใช้เงินให้สอดคล้องกับธุรกิจ
การลงทุนหรือใช้จ่ายควรสอดคล้องกับสถานะ Cash Flow ไม่ใช่เพียงเพราะเห็นโอกาส การชะลอหรือแบ่งการลงทุนเป็นระยะ อาจช่วยให้ธุรกิจปลอดภัยมากขึ้นในช่วงเงินตึง
บทสรุป
สำหรับ SME กำไรอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากเงินสดไม่เหลือ ธุรกิจจะไม่สามารถเดินต่อได้ Cash Flow คือ “ลมหายใจ” ที่หล่อเลี้ยงทุกการดำเนินงาน ตั้งแต่การจ่ายค่าใช้จ่าย ไปจนถึงการคว้าโอกาสใหม่
ผู้ประกอบการที่เข้าใจความแตกต่างระหว่างกำไรกับเงินสด วางแผนกระแสเงินสดอย่างเป็นระบบ และเรียนรู้จากแหล่งความรู้ที่เข้าใจ SME จะมีพื้นฐานที่แข็งแรงกว่า พร้อมรับมือกับความผันผวน และสร้างความมั่นคงให้ธุรกิจในระยะยาว
โพสตอบ
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเโพสตอบได้
