|
ไม้คิ้ว ไม้บัว (Wood Moulding) เปรียบเสมือน "เครื่องประดับ" ของห้องครับ นอกจากจะช่วยปกปิดรอยต่อระหว่างพื้นผิวแล้ว ยังช่วยเพิ่มมิติและเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรม เปลี่ยนห้องธรรมดาให้ดูหรูหราและเรียบร้อยขึ้นมาก
นี่คือสรุปข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับบัวไม้ คิ้วไม้ และการเลือกใช้งานครับ
1. ประเภทพื้นฐาน (จากพื้นสู่เพดาน)
| ประเภท |
ตำแหน่ง |
หน้าที่หลัก |
| บัวพื้น (Baseboard) |
รอยต่อพื้นและผนัง |
ป้องกันผนังจากแรงกระแทกหรือเครื่องดูดฝุ่น และช่วยให้ห้องดูมีขอบเขต |
| ซับวงกบ (Casing) |
รอบประตูและหน้าต่าง |
ปิดช่องว่างระหว่างวงกบกับผนังปูนให้ดูเรียบร้อย |
| บัวฝ้า (Crown) |
รอยต่อผนังและเพดาน |
ดึงสายตาให้ห้องดูสูงขึ้น และเพิ่มความหรูหรา |
| บัวกันกระแทก (Chair Rail) |
กลางผนัง (สูงประมาณ 90 ซม.) |
เดิมใช้ป้องกันพนักเก้าอี้กระแทกผนัง ปัจจุบันใช้เพื่อตัดสลับสีหรือลายวอลเปเปอร์ |
2. การเลือกวัสดุ
ไม้ที่นำมาทำบัวมีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการ "ทาสีทับ" หรือ "โชว์ลายไม้":
-
ไม้ MDF: ราคาประหยัดที่สุด ผิวเรียบเนียน เหมาะกับการ ทาสีทับ แต่ไม่ทนความชื้น (ไม่ควรใช้ในห้องน้ำ)
-
ไม้สนต่อลาย (Finger-Jointed Pine): ไม้จริงที่นำมาต่อกัน ทนทานกว่า MDF แต่ต้องรองพื้นดีๆ ก่อนทาสี
-
ไม้จริง (Solid Hardwood): เช่น ไม้สัก ไม้โอ๊ค หรือไม้มะค่า เป็นเกรดพรีเมียม เหมาะสำหรับ การย้อมสี เพื่อโชว์ความงามของเนื้อไม้
-
WPC / PVC: แม้ไม่ใช่ไม้จริง แต่ทำเลียนแบบไม้ได้ดีมาก ข้อดีคือ กันปลวกและกันน้ำ 100% เหมาะกับพื้นที่ชื้น
3. รูปทรงและสไตล์
"เส้นสาย" ของบัวกำหนดอารมณ์ของบ้านได้ชัดเจน:
เคล็ดลับจากช่างมือโปร
กฎเหล็กเรื่องขนาด: บัวพื้นควรจะ สูงกว่า บัววงกบประตูเสมอ เช่น ถ้าบัวประตูหนา 2 นิ้ว บัวพื้นควรสูงอย่างน้อย 3-5 นิ้ว เพื่อให้สัดส่วนของห้องดูสมดุล
-
การซื้อ: ควรซื้อเผื่อไว้ประมาณ 10-15% จากที่วัดได้จริง สำหรับการตัดเข้ามุมที่อาจผิดพลาด
-
การเก็บงาน: หากทาสี อย่าลืม ยิงซิลิโคนหรือแด๊ป (Caulk) ตามรอยต่อระหว่างบัวกับผนัง จะช่วยให้งานดูเนี๊ยบเหมือนมืออาชีพทำเอง
|