5 ข้อควรรู้ก่อนเลือกทำ ประกันชีวิตออมทรัพย์ 

Unyana

หัตรทองคำ (895)
เด็กใหม่ (3)
เด็กใหม่ (0)
POST:1448
เมื่อ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 10.50 น.

 

หลายคนอาจคงเคยได้ยิน ประกันชีวิตออมทรัพย์ กันมาบ้างแล้ว และก็อีกหลายคนก็คงเป็นลูกค้ามีกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบ ประกันสะสมทรัพย์ กันแล้วเช่นกัน

ส่วนใครที่กำลังคิดอยากออมเงินเพื่อเป็นหลักประกันในอนาคตหรืออยากมีเงินไว้ใช้สักก้อนในอีก 5-10 ปี ข้างหน้า และเลือกที่จะทำประกันชีวิตออมทรัพย์ เรามารู้กันก่อนดีไหมว่า ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ คืออะไร แตกต่างจากการออมทั่วไปอย่างไร มาอ่าน 5 ข้อควรรู้ก่อนเลือกทำ ประกันสะสมทรัพย์ ในบทความนี้กัน

    1. ประกันชีวิตออมทรัพย์ คือ ประกันชีวิตรูปแบบหนึ่งที่ผู้ทำประกันจะได้รับความคุ้มครองในกรณีเสียชีวิตเช่นเดียวกับการประกันชีวิตทั่ว ๆ ไป แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการออมทรัพย์ไปในตัวด้วย โดยมีเงื่อนไขว่าผู้เอาประกันจะต้องส่งเบี้ยประกันครบตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เมื่อครบตามระยะเวลาที่กำหนดประกันจะจ่ายเงินคืนให้แก่ผู้เอาประกัน แต่หากเรามีเหตุจำเป็นต้องใช้เงินก่อนกำหนด เราก็สามารถเวนคืนกรมธรรม์เอาเงินออกมาก่อนได้ แต่ความคุ้มครองต่าง ๆ ก็จะสิ้นสุดลงด้วยเช่นกัน 

 

  • ข้อดีของการประกันแบบสะสมทรัพย์มีอะไรบ้าง

 

  • ไม่มีความเสี่ยง การันตีว่าได้รับผลตอบแทนตามจำนวนเงินที่คำนวณไว้ล่วงหน้าแน่นอน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและเบี้ยประกันที่ส่งจนครบกำหนด 
  • นอกจากเป็นการออมเงินแล้ว ในระหว่างการออมก็ยังได้รับการคุ้มครอง เช่น กรณีเสียชีวิต ผู้รับผลประโยชน์ก็จะได้รับเงินตามที่ได้ระบุไว้ในสัญญากรมธรรม์
  • มีเงินก้อนไว้ใช้ในอนาคต เป็นหลักประกันให้ครอบครัวได้ 
  • ปลอดภาษีเพราะผลตอบแทนของประกันชีวิตได้รับการยกเว้นจากกรมสรรพากร ไม่ต้องเสียภาษีเหมือนดอกเบี้ยบัญชีออมทรัพย์
  • ใช้ลดหย่อนภาษีได้

 

  1. ข้อด้อยของประกันแบบสะสมทรัพย์ เมื่อเปรียบเทียบกับการฝากเงินในบัญชีออมทรัพย์ก็คือ จะขาดสภาพคล่อง เพราะการออมแบบนี้ไม่สามารถฝาก-ถอนได้เหมือนกับการฝากเงินกับธนาคาร ส่วนทุนประกันและผลตอบแทนก็ไม่สูงมากหากเปรียบเทียบกับการ ประกันอุบัติเหตุ ส่วนบุคคล หรือที่รู้จักกันในชื่อภาษาอังกฤษว่า Personal Accident หรือ ประกันPA หรือประกันชีวิตแบบอื่น ๆ 
  2. ตัวเลข 7/10 คืออะไร ตัวเลขหรือรหัส 7/10 มีความหมายดังนี้
  • 7 หมายถึงระยะเวลาหรือจำนวนปีในการส่งเบี้ยประกัน ในที่นี้หมายถึง ส่งเบี้ยประกัน 7 ปี
  • 10 หมายถึงระยะเวลาในการคุ้มครอง นั่นก็หมายความว่า แม้จะส่งเบี้ยประกันครบตามกำหนด 7 ปีแล้วก็ตาม แต่ผู้เอาประกันก็ยังคงได้รับความคุ้มครองต่อ จนครบ 10 ปี. 

ตัวอย่างแบบประกันอื่น ๆ เช่น 5/10 ปี ก็หมายความว่า ส่งเบี้ยประกัน 5 ปี แต่คุ้มครองยาวถึง 10 ปี เป็นต้น

  1. ทำประกันอย่างไรให้คุ้มค่า ก่อนจะเลือกออมแบบไหน ก็ต้องเข้าใจรูปแบบการออมชนิดต่าง ๆ หรืออยากจะรู้เลือกออมกับบริษัทไหนดี ก็ต้องลองคำนวณดูโดยการเอาจำนวนเบี้ยที่ส่งไปทั้งหมดมาบวกกันดูว่าส่งไปทั้งหมดเท่าไหร่แล้วมาหักลบกับเงินที่จะได้รับคืน ลองเปรียบเทียบกันดูหลาย ๆ บริษัท ทั้งนี้อย่าลืมดูทุนประกันและระยะเวลาของการส่งเบี้ยประกันด้วย เพราะแต่ละที่จะไม่เท่ากัน เจ้าไหนตรงใจเราที่สุดหรือทำแล้วคุ้มค่าสุดก็ตัดสินใจได้เลย

ก็พอจะสรุปพอสังเขปได้แล้วว่าการออมแบบทำประกันแบบสะสมทรัพย์นั้น เราจะได้ทั้งออมเงิน ได้การคุ้มครอง มีหลักประกันชีวิตในอนาคต ได้ทั้งลดหย่อนภาษี และค่าตอบแทนก็ไม่ต้องเสียภาษีอีก แม้แต่การ ประกันเด็ก  ประกันชีวิตผู้สูงอายุบบสะสมทรัพย์ก็ได้รับผลประโยชน์และการคุ้มครองเช่นเดียวกัน ตัดสินใจได้เลย รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอน



โพสตอบ

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเโพสตอบได้

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา