อาถรรพ์โรงเรียนพิศวง
เขียนโดย
นิกซ์
วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 เวลา 23.14 น.
แก้ไขเมื่อ เมื่อวาน 16.02 น. โดย เจ้าของเรื่องสั้น
26) วิญญาณอาฆาต 3
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความวันต่อมา
วันนี้เป็นอีกวันที่สองหนุ่มเพื่อนซี้ยูโออิต้องปลอมตัวเข้ามาสืบคดีในโรงเรียนคุโจวะ
ครั้งนี้ยูสังหรณ์ใจว่าพวกเค้าโดนเพ่งเล่งแล้ว ในขณะที่เค้าแสร้งทำเป็นเรียนอยู่นั้นเค้าก็รู้สึกเหมือนว่าโดนจ้องมอง
คาบพัก
ยูจึงละออกไปทานมื้อเที่ยงที่ด่านฟ้าคนเดียว ส่วนโออินั้นก็ตีซี้กับพวกเพื่อนๆในห้องเพื่อที่จะสืบอีกทาง
เด็กหนุ่มเดินมาที่ด่านฟ้า เด็กหนุ่มตัดสินใจเดินตรงไปที่จุดที่มีคนกระโดดตึก ภาพเหตุการณ์ต่างๆก็ผุดขึ้นในหัวทันที ทำให้เค้ารู้ทันทีว่าคนที่กระโดดตึกนั้นไม่ได้กระโดดเองหากแต่เค้าโดนผลักต่างหาก
เด็กหนุ่มจึงกัดกินแซนวิชจนหมดแล้วลงจากด่านฟ้า...ฆาตกรก็อายุเท่าๆกับเรานี่นะ แค่เสียดายไม่เห็นหน้า...
หลังจากเรียนเสร็จ ยูกับโออิกลับมาที่บ้านพักที่พวกเค้าเช่าไว้
โออิจึงถามเพื่อนซี้"วันนี้ยูคุงได้เรื่องอะไรบ้างล่ะ"
"ได้สิ ได้เยอะมาก งานนี้ไม่ใช่การฆ่าตัวตายแต่เป็นการฆาตกรรรม ชั้นไปที่ด่านฟ้าที่มีคนโดดตึก ที่จริงเค้าไม่ได้โดดตึกหรอก แต่โดนผลักลงมาต่างหาก"
"เพราะผีด้วยสินะ"
"ผู้หญิงคนนั้นโดนรังแก ไม่มีใครช่วย ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นกำลังชักใยใครบางคนให้ตามฆ่าพวกที่เคยรังแกเธออยู่แน่"
หนุ่มหน้ามนเอ่ยถามทันทีที่เห็นเพื่อนซี้ของตนทำหน้าเครียด"ยูคุงนายสังหรณ์ใจอะไรรึเปล่า หน้าเครียดเชียว"
"ดูท่ามันจะมาจัดการพวกเราซะแล้ว ข้อหาไปขวางมัน"
"เรื่องแค่นี้นายกลัวเหรอ"
"เปล่า ชั้นแค่กลุ้มน่ะ ไม่รู้ว่าจะให้คนผิดเข้าคุกได้ไง หลักฐานมันไม่มี"
"คนผิด?"
ยูจึงเล่าเรื่องที่เค้าไปเจอกับผีและก็เรื่องที่อาทาเกะ ชิโยโกะโดนรุมโทรม
"เพราะงี้นี่เอง ทำให้เค้าคิดสั้น ถ้าไม่มีหลักฐานเราก็สร้างหลักฐานเอาเองสิ"
"ยังไงโออิ"
"เอียงหูมาเพื่อน"
ยูเอียงหูให้เพื่อนซี้กระซิบแผนการ ที่จะลากคนผิดเข้าคุก"ความคิดดีนี่โออิ แบบนี้ปิดคดีได้แน่"
สองหนุ่มตีมือกันทันที
วันต่อมา…
สองหนุ่มเพื่อนซี้ดำเนินตามแผน งานนี้สองหนุ่มแยกกันเดินทาง หากแต่จุดหมายในวันนี้หาใช่โรงเรียนคุโจวะไม่
อีกด้าน
ร่างสูงของเด็กหนุ่มปริศนาได้เดินตามโออิไป อยู่ห่างๆ หนุ่มหน้ามนนั้นรู้สึกตัวแต่นิ่งเฉยทำตัวตามปกติ เค้าแกล้งเดินไปยังที่ลับตา ที่ลับตานั้นคือเขตก่อสร้างที่ไม่มีผู้คน
หนุ่มหน้ามนคิด…เหมาะเลย 3 2 1…เด็กหนุ่มหันหลังไปกระโดดหลบคมมีดที่จะแทงตนได้ทันแบบฉิวเฉียว
“หลบเก่งนักนะแก!”เด็กหนุ่มรุ่นเดียวกับเข้าเอ่ยขึ้น
โออิพินิจดูเค้าดูเป็นเด็กเรียนมากกว่าเพราะสวมแว่นท่าทางไม่แข็งแรง”ผมไม่เคยไปทำอะไรคุณนะครับ”
เด็กหนุ่มสวมแว่นหนาชี้มีดทำครัวขนาดยาวมาทางหนุ่มหน้ามน”แก…กับเพื่อนของแกมาขวางชั้น”
“คุณคือฆาตกรสินะ”
เด็กหนุ่มสวมแว่นแสยะยิ้ม“หึ…ตายซะเถอะ ใครก็ตามที่มาขวางชั้นกับชิโยโกะมันต้องตาย!”ว่าจบก็พุ่งเข้ามาหมายจะแทงเหยื่อ
หากแต่โออิไวกว่าเบี่ยงตัวหลบได้ทันและคว้าคอเสื้อของหนุ่มแว่นแล้วจับทุ่มลงพื้นทำให้มีดในมือของเด็กหนุ่มหลุดมือ โออิรีบหยิบมีดขึ้นมา หนุ่มสวมแว่นไม่ยอมแพ้พยายามจะสู้ต่อก็โดนหนุ่มหน้ามนสวนกลับโดยการเตะเข้าที่ท้องจนกระเด็นไปกระแทกกำแพงตึกที่อยู่ไม่ไกลจนสลบ
เมื่อแน่ใจว่าคนร้ายสิ้นฤทธิ์แล้วโออิจึงจัดการลากคนร้ายใส่กุจแจมือที่เค้าเคยขอตำรวจยามาโมโต้ไว้ก่อนที่จะช่วยสืบ หนุ่มหน้ามนได้ล็อคคนร้ายติดกับเสา แล้วจัดการโทรบอกยามาโมโต้
สิบนาทีผ่านไป…
ยามาโมโต้และผู้ช่วยตำรวจอีกคนก็ขับรถมา ก่อนหน้านั้นโออิได้ขอไว้ว่าอย่าให้มันเอิกเกริกไป เพราะมันจะทำให้เสียแผนที่เค้าวางไว้
“เก่งมากโออิ จบคดีได้สักทีนะ”ตำรวจหนุ่มเอ่ยชมในขณะที่ผู้ช่วยได้คุมตัวคนร้ายไปที่รถตำรวจแล้ว
“คดียังไม่จบครับ คนผิดยังไม่ได้รับโทษ”
“หมายความว่าไง”
“เดี๋ยวก็รู้ครับ ตอนนี้ยูคุงกำลังจัดการอยู่รับรองวันนี้ทุกอย่างมันต้องจบ แต่ก่อนนั้นช่วยปิดเรื่องที่จับคนร้ายไว้ก่อนนะครับ”
ทางด้านยู
ในตอนนี้เด็กหนุ่มกำลังมุ่งหน้าไปยังบ้านอิคุโจ แผนของโออินั้นก็คือ ทั้งตนและโออิจะแยกกัน คนหนึ่งไปบ้านอิคุโจ อีกคนจัดการกับฆาตกร โดยที่โออินั้นแน่ใจว่าเจ้าฆาตกรต้องมาจัดการกับตนแน่ เพราะลักษณะของยูนั้นดูแข็งแรงเป็นนักกีฬารูปร่างสูงโปร่ง ผิดกับโออิที่ผอมกว่าเตี้ยกว่ายูเล็กน้อยดูไม่เป็นนักกีฬา แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าทั้งยูกับโออินอกจากฝึกเคนโด้แล้ว ทั้งสองยังฝึกศิลปะการป้องกันตัวแบบต่างๆ
ยูเดินทางมาถึงบ้านอิคุโจ บ้านหลังใหญ่สีขาวสมกับเป็นส.ส.ของเมือง…รำรวยจริงๆ…
เด็กหนุ่มจึงกดกริ๊งบ้าน ไม่นาน ก็มีชายวัยกลางคนมาเปิดประตูให้
เด็กหนุ่มจึงเคารพ”สวัสดีครับ”
“สวัสดี มีธุระอะไรรึ”
“พอดีผมเป็นเพื่อนร่วมชั้นของเอริจังครับ เห็นว่าเอริจังป่วยผมเลยมาเยี่ยม”พร้อมยิ้มอย่างเป็นมิตรเป็นใบเบิกทาง
“เพื่อนร่วมชั้นของเอริรึ เข้ามาสิ เอริอยู่ห้องนอนเค้า”
“ครับ”เด็กหนุ่มเดินเข้ามาในบ้าน
“ขอบใจนะที่อุตส่าห์มาเยี่ยมเอริ เดี๋ยวชั้นยกน้ำชาไปให้ ห้องเอริชั้นสองทางขวานะ”
“ขอบคุณครับ”ยูเดินขึ้นไปที่ชั้นสองของบ้านแล้วตรงไปยังห้องทางขวาที่มีป้ายติดว่า เอริ เค้าจึงเคาะประตูเบาๆ”เอริจัง ผมเป็นเพื่อนร่วมชั้นของคุณ ขอเข้าไปนะครับ”พอเด็กหนุ่มบิดประตู ปรากฏว่ามันไม่ได้ล็อคจึงเปิดเข้าไป
พอเข้าไปก็พบว่าเด็กสาวหน้าตาน่ารักคลุมโปงสั่นกลัว ยูไปกระชากผ้าห่มออก”ว้าย! อย่านะ”
“ไม่เป็นไรนะครับ ผมเป็นเพื่อนร่วมชั้นของเอริจังนะ ชื่อ คางามิ ยู”
“คางามิ”เด็กสาวเลิกคิ้วอย่างงุนงงก่อนจะลุกขึ้นนั่งบนเตียง ยูจึงไปนั่งที่เก้าอี้ที่ตั้งอยู่ใกล้โต๊ะเขียนหนังสือแล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง”ว่าแต่เมื่อกี้คุณทำท่าเหมือนกลัวอะไร มีอะไรรึเปล่าครับ”
“ไม่มี”
“ผมไม่เชื่อหรอกนะ”เด็กหนุ่มยิ้มให้อย่างเอ็นดู”ผมขอเดานะช่วงนี้คุณฝันร้ายบ่อยล่ะสิ”
“นะ…นายรู้ได้ยังไง”
“พอดีผมมีซิกเซนต์น่ะครับ คุณโดนผีตามหลอกหลอนอยู่ใช่ไหมล่ะ ผมช่วยได้นะ”
เอริยอมรับ“ชะ..ใช่”
“แต่ก็แปลกนะ ผีจะมาหลอกได้ยังไงถ้าคุณไม่ไปทำอะไรให้ผีเค้าแค้น”
เอริไม่ตอบ…ร่างบอบบางสั่นด้วยความหวาดกลัว…
“เพื่อนๆคุณสามคนก็ถูกฆ่าไปแล้วรายต่อไป…ก็น่าจะเป็นคุณนะเอริจัง”
เด็กสาวมีสีหน้าซีดเผือก”ชั้นควรจะทำยังไงดี…ช่วยชั้นที”
“แหม…ผมไม่รู้นะครับว่าคุณไมทำอะไรผีจนถึงขนาดอยากจะฆ่าคนอย่างนี้ พอจะบอกผมหน่อยได้มั้ย”
เด็กสาวมีอาการลังเลอยู่ ยูจึงแกล้งขู่”ถ้าคุณไม่บอกความจริงผมเองก็ไม่รู้ว่าจะช่วยคุณได้ยังไงนะครับ ไม่แน่นะ วันพรุ่งนี้คุณอาจจะได้ไปอยู่กับแฟนคุณก็ได้”
เอริตัดสินใจเล่าทุกอย่างตั้งแต่ตอนที่ตนกับเพื่อนรุมแกล้ง อาทาเกะ ชิโยโกะ เพราะอิจฉาที่เรียนเก่งกว่า ตลอดจนวางแผนหลอกให้เพื่อนชายสี่ห้าคนหนึ่งในนั้นคือแฟนของเธอไปรุมโทรม “แต่ชั้นไม่ได้ฆ่า ยัยนั่นนะ”
“ผมว่าคุณไปมอบตัวเถอะ”
“ไม่! นายจะเอาชั้นเข้าคุกเหรอ หึ ไม่มีทาง”
ยูชูเครื่องบันทึกเสียงรุ่นใหม่ที่ตนยืมมาจากตำรวจมิยาโมโต้ก่อนจะสืบ”ผมบันทึกเสียงตอนที่เราคุยกันไว้หมดเลยนะ เลือกเอาว่าจะมอบตัวโดยดีหรือหรือว่าจะให้ผมเอาคลิปเสียงนี่ไปส่งตำรวจ ถ้ายอมสารภาพโทษหนักจะได้เบานะครับ”
“ไม่มีทาง คุณพ่อของชั้นต้องไม่ยอมแน่ ท่านเป็นส.ส.เมืองนี้นะ”
‘ปัง!’
ส.ส.อิคุโจเปิดประตูเข้ามาเค้าได้ยินที่สองหนุ่มสาวคุยกันโดยตลอด เค้าแทบไม่เชื่อหูเลยว่าลูกสาวเค้าจะทำเรื่องเลวทรามได้ขนาดนี้
“คุณพ่อ…”
“อย่ามาเรียกชั้นว่าพ่อ!”ถ้วยน้ำชาแตกกระจายพร้อมกับถาด ส.ส.อิคุโจ อิคุจิ ในตอนนี้ทั้งโกรธและเสียใจที่ลูกสาวเป็นแบบนี้ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะเค้าก็ได้”เอริ ลูกไปมอบตัวกับตำรวจซะ”
เอริน้ำตานองหน้าพลางอ้อนวอน”ไม่นะค่ะคุณพ่อ อย่าทำแบบนี้”
“ชั้นผิดเองที่ตามใจแก”
ยูจึงหยิบมือถือออกมา”เดี๋ยวผมจะโทรเรียกตำรวจมานะครับ ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะให้คุณตำรวจมาที่นี่เงียบๆ”
ไม่นานมิยาโมโต้ก็เข้าจับกุม อิคุโจ เอริ ข้อหาทำร้ายร่างกายคนอื่นโดยเจตนา สมรู้ร่วมคิดในแผนอนาจาร โดยงานนี้ยามาโมโต้ได้จับกุมเด็กหนุ่มที่เคยรุมโทรม อาทาเกะ ชิโกโยะอีกด้วย ส่วนเด็กหนุ่มที่เป็นฆาตกรนั้นพวกเค้าได้นำไปฝากขังเรียบร้อยแล้ว
สามวันต่อมา…
ส.ส.อิคุโจ อิคุจิ ก็ลาออกจากตำแหน่งหลังจากนั้น ข่าวของลูกสาวเค้าก็กลายเป็นข่าวใหญ่เพราะมีสายข่าวไปรู้เข้า ข่าวของเอริและเด็กคุโจวะอีกสี่คนที่ตายไปดังเป็นข่าวหน้าหนึ่งอยู่นานและเป็นเวลาเดียวกับที่ ฆาตกรที่ตามฆ่าล้างแค้นให้อาทาเกะ ชิโยโกะ ที่ทราบภายหลังว่าชื่อ อุมิยะ อากิรุ ได้ผูกคอตายคาห้องขังโดยก่อนตายได้กัดนิ้วเขียนข้อความลาตายว่า จะขอไปอยู่กับชิโยโกะ
งานนี้ทั้งยูและโออิไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย…ล่าสุด อิคุโจ เอริ หลังจากที่ศาลตัดสินให้ไปเรียนที่โรงเรียนดัดสันดานเมื่อสองวันก่อนหลังจากที่ไปมอบตัว ก็เกิดอาการเสียสติจนต้องเข้าโรงพยบาลบ้าส่วนพวกที่เหลือก็เข้าไปอยู่โรงเรียนดัดสันดานไปตามระเบียบ
สองหนุ่มหลังจากที่ได้รับค่าจ้างสืบคดีแล้วก็กลับมาเรียนที่เอ-มงตามเดิม โดยที่ยูได้ล้างสีที่ย้อมผมออกจนเป็นสีชมพูตามเดิมเพราะตนใช้ย้อมสีผมสำหรับล้างออกได้
ด่านฟ้าตึกสามโรงเรียนเอ-มง
คุจิยะ ยูมานั่งทานมื้อเที่ยงคนเดียว ภายในใจคิดทบทวนเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น
“ขอนั่งด้วยนะยู”เสียงหวานดังขึ้น เค้าไม่ได้ตอบเพระรู้ว่านี่คือแฟนเค้า
โควมิเข้าไปนั่งข้างๆ”คิดอะไรอยู่เหรอ”
“ชั้นทำถูกแล้วใช่มั้ย”
เด็กสาวบีบมือแฟนหนุ่มเบาๆอย่างให้กำลังใจ”ถูกแล้ว คนผิดก็ต้องให้กฎหมายเข้าจัดการ”
“นั่นก็ใช่ แต่ที่ชั้นไม่สบายใจคือเรื่องข่าวส.ส.อิคุโจต่างหาก เพราะวิญญาณของผู้หญิงคนนั้นทำให้เป็นข่าวใหญ่ ชั้นช่วยอะไรไม่ได้เลย”ยูรู้ทันทีเพราะตอนที่เค้ามาเป็นพยานที่ศาลได้เห็นวิญญาณของ อาทาเกะ ชิโยโกะ อยู่ที่นั่นด้วย
โควมิซบไหล่แฟนแล้วปลอบ“อย่ากังวลเลยยู นายทำดีที่สุดแล้ว ชั้นว่าอับอายชั่วชีวิตก็ยังดีกว่าต้องตายอย่างทรมารนะ อย่างน้อยก็ควรจะมีชีวิตอยู่ต่อไป”
ยูรู้สึกสบายใจจึงยิ้มบางๆ“ขอบใจนะ โควมิ”
ยูได้แต่คิด…เหตุทั้งหมดก็มาจากความอิจฉา ริษยา จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครมีความสุข มันมีแต่ความเจ็บ ความเสียใจ ความอับอายและสุดท้ายก็ความตาย…
ในตอนนี้ยูจึงขอแฟนสาวนอนตักเพื่อคลายความล้าทั้งกายและใจ โควมิลูบผมแฟนหนุ่มอย่างอ่อนโยน”พักเถอะยู ไม่ต้องคิดอะไรแล้วตอนนี้ หลับให้สบาย”
มาอัพแล้วจ้า ขอโทษด้วยนะค่ะพอดีว่าเปิดเทอมแล้ว อะไรๆก็ยังไม่ค่อยเข้าที่ ว่างๆจะทยอยๆอัพนะค่ะ เม้นให้บ้างนะ แล้วก็อย่าลืมติดตามผลงานอื่นของนิกซ์ด้วยล่ะ
รักคนอ่านทุกคน



คำยืนยันของเจ้าของเรื่องสั้น
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ