5 วิธีทำให้บ้านเย็น โดยไม่ต้องเร่งแอร์ อยู่สบายขึ้นพร้อมช่วยประหยัดค่าไฟ

-

เขียนโดย sunswyn

วันที่ วันนี้ เวลา 5 ชม.ที่แล้ว

  1 ตอน
  0 วิจารณ์
  13 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 4 ชม.ที่แล้ว โดย เจ้าของเรื่องเล่า

แชร์เรื่องเล่า Share Share Share

 

1) 5 วิธีทำให้บ้านเย็น โดยไม่ต้องเร่งแอร์ อยู่สบายขึ้นพร้อมช่วยประหยัดค่าไฟ

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

อากาศร้อนเป็นเรื่องที่คนไทยต้องเจอแทบตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงกลางวันที่แสงแดดกระทบหลังคา ผนัง และกระจกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความร้อนสะสมเข้าสู่ตัวบ้าน หลายคนจึงแก้ปัญหาด้วยการเปิดเครื่องปรับอากาศให้เย็นขึ้น หรือปรับอุณหภูมิลงเรื่อย ๆ แต่สิ่งที่ตามมาคือค่าไฟที่เพิ่มขึ้น และบางครั้งแม้เปิดแอร์แล้ว บ้านก็ยังรู้สึกร้อนหรือเย็นช้ากว่าที่ควร

ความจริงแล้ว การทำให้บ้านเย็นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องปรับอากาศเพียงอย่างเดียว หากเราสามารถลดความร้อนตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ตัวบ้าน พร้อมช่วยให้อากาศภายในถ่ายเทได้ดีขึ้น ก็สามารถทำให้บ้านรู้สึกสบายขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเร่งแอร์ตลอดเวลา

มาดูกันว่า 5 วิธีทำให้บ้านเย็น โดยไม่ต้องเร่งแอร์ มีอะไรบ้าง และแต่ละวิธีสามารถนำไปปรับใช้กับบ้านได้อย่างไร

 

ทำไมบ้านถึงร้อน แม้เปิดแอร์แล้ว?

ก่อนแก้ปัญหา เราควรรู้ก่อนว่าความร้อนเข้าสู่บ้านได้จากหลายทาง

หลังคาเป็นพื้นที่หนึ่งที่ได้รับแสงแดดโดยตรงเป็นเวลานาน ขณะที่ผนังด้านที่โดนแดดช่วงบ่ายสามารถสะสมความร้อนเอาไว้แล้วค่อย ๆ ปล่อยเข้าสู่ภายในบ้าน ส่วนหน้าต่างและกระจกก็เป็นอีกช่องทางที่ทำให้พลังงานความร้อนจากแสงแดดเข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัย

นอกจากนี้ เครื่องใช้ไฟฟ้า การทำอาหาร และจำนวนคนภายในห้องก็สามารถเพิ่มความร้อนได้เช่นกัน

ดังนั้น หากตัวบ้านสะสมความร้อนอยู่มาก ต่อให้เปิดแอร์ เครื่องปรับอากาศก็ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อดึงอุณหภูมิลงมา

วิธีที่มีประสิทธิภาพจึงไม่ใช่เพียงการทำให้อากาศภายในเย็นลง แต่ควรเริ่มจาก ลดความร้อนที่จะเข้ามาในบ้านตั้งแต่แรก

 

1. กันแดดก่อนที่ความร้อนจะถึงตัวบ้าน

หนึ่งในวิธีทำให้บ้านเย็นที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุดคือ การป้องกันแสงแดดจากภายนอก

หลายบ้านเลือกใช้ผ้าม่านเพื่อป้องกันแดด แต่เมื่อแสงแดดผ่านกระจกเข้ามาแล้ว พลังงานส่วนหนึ่งก็เข้าสู่พื้นที่ภายในบ้านเรียบร้อย การป้องกันจากด้านนอกจึงช่วยลดความร้อนได้ตั้งแต่ก่อนกระทบตัวอาคาร

ตัวช่วยสามารถเป็นได้ทั้งชายคา ระแนง ฟาซาด กันสาด หรือต้นไม้ที่สร้างร่มเงาให้กับผนังและหน้าต่าง

โดยเฉพาะด้านทิศตะวันตกซึ่งมักได้รับแดดในช่วงบ่าย การเพิ่มอุปกรณ์บังแดดจะช่วยลดปริมาณแสงแดดที่กระทบกระจกและผนังโดยตรง

สำหรับต้นไม้ หากมีพื้นที่รอบบ้าน การเลือกปลูกต้นไม้ในตำแหน่งที่ช่วยสร้างร่มเงาให้กับตัวอาคารก็เป็นอีกวิธีที่น่าสนใจ เพราะนอกจากช่วยบังแดดแล้ว พื้นที่สีเขียวยังช่วยให้บรรยากาศรอบบ้านรู้สึกผ่อนคลายขึ้นด้วย

แนวคิดสำคัญคือ ยิ่งหยุดความร้อนได้ก่อนถึงตัวบ้านมากเท่าไร ภาระในการทำความเย็นภายในก็ยิ่งลดลง

 

2. เปิดบ้านให้ลมไหลผ่านอย่างถูกจังหวะ

บ้านที่มีอากาศถ่ายเทดีมักรู้สึกสบายกว่าบ้านที่อากาศนิ่ง แม้อุณหภูมิจริงอาจไม่ได้แตกต่างกันมากนัก

หลักการหนึ่งที่ใช้ในการออกแบบบ้านคือ Cross Ventilation หรือการระบายอากาศแบบมีช่องเปิดให้อากาศสามารถไหลเข้าและออกจากพื้นที่

ตัวอย่างง่าย ๆ คือ หากห้องมีหน้าต่างเพียงด้านเดียว ลมอาจเข้ามาแต่หมุนเวียนได้ไม่ดีเท่าห้องที่มีช่องเปิดอีกด้านให้อากาศไหลออก

หากสภาพอากาศภายนอกเหมาะสม เช่น ช่วงเช้าหรือช่วงเย็น การเปิดประตูและหน้าต่างคนละด้านของบ้านสามารถช่วยระบายอากาศร้อนที่สะสมอยู่ภายในออกไปได้

แต่การเปิดหน้าต่างไม่ได้ช่วยให้บ้านเย็นเสมอไป

ในช่วงกลางวันที่อากาศภายนอกร้อนจัด การเปิดหน้าต่างกว้างอาจกลายเป็นการนำอากาศร้อนเข้าสู่บ้านแทน ดังนั้นควรเลือกช่วงเวลาให้เหมาะสม โดยใช้ประโยชน์จากอากาศภายนอกเมื่ออุณหภูมิต่ำกว่าหรือใกล้เคียงกับภายในบ้าน

หากกำลังเลือกซื้อ บ้านแฝด โครงการใหม่ การสังเกตตำแหน่งประตู หน้าต่าง และพื้นที่เปิดโล่งรอบตัวบ้านจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะการมีช่องเปิดที่สัมพันธ์กันสามารถช่วยให้อากาศหมุนเวียนภายในพื้นที่อยู่อาศัยได้ดีขึ้น

 

3. ลดความร้อนจากหลังคาและฝ้าเพดาน

ลองนึกภาพหลังคาที่โดนแดดตั้งแต่ช่วงสายไปจนถึงบ่าย พื้นผิวหลังคาสามารถสะสมความร้อนเอาไว้เป็นเวลาหลายชั่วโมง ก่อนที่ความร้อนจะค่อย ๆ ถ่ายเทลงมายังพื้นที่ใต้หลังคาและห้องด้านล่าง

นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ชั้นบนของบ้านมักรู้สึกร้อนกว่าชั้นล่าง โดยเฉพาะในช่วงบ่ายและหัวค่ำ

การติดตั้งฉนวนกันความร้อนบริเวณหลังคาหรือเหนือฝ้าเพดานสามารถช่วยลดการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่พื้นที่ภายในได้

นอกจากนี้ การระบายอากาศบริเวณใต้หลังคาก็มีส่วนช่วยลดการสะสมของอากาศร้อน หากออกแบบอย่างเหมาะสม อากาศร้อนที่ลอยตัวขึ้นสามารถถูกระบายออกแทนที่จะสะสมอยู่ใต้หลังคา

หากกำลังสร้างหรือรีโนเวตบ้าน ควรพิจารณาทั้งประเภทหลังคา สีหลังคา ฉนวน และระบบระบายอากาศร่วมกัน เพราะหลังคาเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ได้รับแสงแดดโดยตรงเกือบตลอดวัน

การลงทุนกับส่วนนี้อาจไม่ได้เห็นเป็นของตกแต่งสวยงามภายในบ้าน แต่สามารถส่งผลต่อความสบายในการอยู่อาศัยในระยะยาวได้

 

4. จัดการกระจกและหน้าต่างให้เหมาะกับทิศแดด

กระจกช่วยให้บ้านได้รับแสงธรรมชาติ ทำให้พื้นที่ดูโปร่งและเชื่อมต่อกับพื้นที่ภายนอก แต่ในขณะเดียวกัน กระจกก็สามารถเป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้ความร้อนจากแสงแดดเข้าสู่บ้านได้

โดยเฉพาะกระจกที่ได้รับแสงแดดโดยตรงในช่วงบ่าย

หากไม่สามารถเปลี่ยนตำแหน่งหน้าต่างได้ วิธีง่ายที่สุดคือการลดปริมาณแสงที่เข้ามา เช่น ใช้ม่านทึบแสง ม่านสองชั้น มู่ลี่ หรืออุปกรณ์บังแดดภายนอก

สำหรับบ้านที่กำลังสร้างใหม่หรือปรับปรุงครั้งใหญ่ อาจพิจารณากระจกที่มีคุณสมบัติช่วยลดความร้อน โดยเลือกให้เหมาะกับงบประมาณและตำแหน่งที่ติดตั้ง

อีกเทคนิคคือการสังเกตว่า กระจกบานไหนได้รับแดดจริง

ไม่จำเป็นต้องแก้ทุกหน้าต่างเหมือนกันทั้งบ้าน เพราะหน้าต่างด้านเหนืออาจได้รับแสงโดยตรงแตกต่างจากหน้าต่างด้านตะวันตก

การแก้ปัญหาเฉพาะจุดจึงอาจช่วยลดงบประมาณได้ และยังสามารถรักษาปริมาณแสงธรรมชาติที่ต้องการไว้ได้ด้วย

เป้าหมายไม่ใช่การทำให้บ้านมืด แต่คือการหา Balance ระหว่าง แสงธรรมชาติและความร้อน ให้เหมาะสม

 

5. ใช้พัดลมร่วมกับแอร์ แทนการลดอุณหภูมิลงเรื่อย ๆ

หลายคนรู้สึกร้อนแล้วแก้ด้วยการลดอุณหภูมิแอร์จาก 26°C ลงเป็น 24°C หรือ 22°C ทันที

แต่บางครั้งสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกร้อนไม่ได้มาจากอุณหภูมิสูงเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากอากาศภายในห้องที่แทบไม่เคลื่อนที่

การใช้พัดลมร่วมกับเครื่องปรับอากาศสามารถช่วยให้อากาศหมุนเวียนทั่วห้องมากขึ้น และการเคลื่อนที่ของอากาศผ่านผิวหนังช่วยให้ร่างกายรู้สึกเย็นขึ้น

ดังนั้น แทนที่จะเร่งแอร์ให้เย็นจัด อาจทดลองตั้งอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่สบาย แล้วเปิดพัดลมเพื่อช่วยกระจายอากาศ

ตำแหน่งพัดลมก็สำคัญเช่นกัน

หากใช้พัดลมตั้งพื้น ควรวางในตำแหน่งที่ช่วยพาอากาศเย็นจากเครื่องปรับอากาศกระจายไปยังบริเวณอื่นของห้อง ไม่ใช่เป่าอากาศร้อนจากบริเวณหน้าต่างเข้ามา

สำหรับห้องขนาดใหญ่ การหมุนเวียนอากาศที่ดีจะช่วยลดปัญหาบางจุดเย็นมาก ขณะที่อีกมุมหนึ่งยังรู้สึกร้อน

 

เทคนิคเพิ่มเติม: ปิดแหล่งกำเนิดความร้อนที่ไม่จำเป็น

นอกจากความร้อนจากภายนอกแล้ว ภายในบ้านก็มีแหล่งกำเนิดความร้อนเช่นกัน

เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดปล่อยความร้อนระหว่างทำงาน เช่น เตาอบ เตาไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางประเภท

หากเป็นไปได้ การทำอาหารที่สร้างความร้อนสูงควรมีระบบระบายอากาศที่เหมาะสม หรือแยกพื้นที่ครัวออกจากพื้นที่พักผ่อน

ขณะเดียวกัน อุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้งานก็ควรปิด เพื่อช่วยลดทั้งความร้อนและการใช้พลังงานโดยไม่จำเป็น

แม้แต่การเลือกใช้หลอดไฟ LED แทนหลอดไฟบางประเภทที่สร้างความร้อนสูง ก็เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่สามารถช่วยลดความร้อนสะสมภายในห้องได้เช่นกัน

 

บ้านเย็น เริ่มตั้งแต่การออกแบบ ไม่ใช่ตอนเปิดแอร์

หากกำลังสร้างบ้านหรือเลือกซื้อบ้านหลังใหม่ การป้องกันความร้อนตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบมักมีประสิทธิภาพกว่าการแก้ปัญหาภายหลัง

สิ่งที่ควรสังเกต ได้แก่ ทิศทางของบ้าน ตำแหน่งห้อง กระจก ช่องเปิด ระยะชายคา วัสดุหลังคา ฉนวน และพื้นที่สีเขียวรอบบ้าน

ตัวอย่างเช่น ห้องที่ใช้งานช่วงเย็นอย่างห้องนั่งเล่นหรือห้องนอน หากได้รับแดดตะวันตกเต็ม ๆ อาจสะสมความร้อนในช่วงเวลาที่สมาชิกในครอบครัวกลับมาใช้งานพอดี

การคิดเรื่องเหล่านี้ตั้งแต่ต้นจึงช่วยให้สถาปัตยกรรมของบ้านทำหน้าที่จัดการความร้อนร่วมกับเครื่องปรับอากาศ แทนที่จะปล่อยให้แอร์เป็นอุปกรณ์เดียวที่ต้องรับภาระทั้งหมด

 

สรุป 5 วิธีทำให้บ้านเย็น โดยไม่ต้องเร่งแอร์

การทำให้บ้านเย็นไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการกดรีโมตแอร์ให้อุณหภูมิต่ำลงเสมอไป เพราะต้นเหตุสำคัญคือปริมาณความร้อนที่เข้าสู่และสะสมอยู่ภายในตัวบ้าน

5 วิธีที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ ได้แก่ ป้องกันแดดก่อนถึงตัวบ้าน เปิดช่องให้อากาศไหลเวียน ลดความร้อนจากหลังคา จัดการกระจกตามทิศทางของแสงแดด และใช้พัดลมช่วยหมุนเวียนอากาศร่วมกับเครื่องปรับอากาศ

บางวิธีสามารถเริ่มทำได้ทันที เช่น ปรับเวลาเปิดหน้าต่าง ใช้ม่าน หรือเพิ่มพัดลม ขณะที่บางวิธีอย่างฉนวน หลังคา หรืออุปกรณ์บังแดด อาจต้องลงทุนเพิ่มเติม แต่สามารถช่วยจัดการต้นเหตุของความร้อนในระยะยาวได้

สุดท้าย บ้านที่อยู่สบายไม่ได้หมายถึงบ้านที่ต้องเปิดแอร์เย็นที่สุด แต่คือบ้านที่ รับความร้อนให้น้อย ระบายความร้อนได้ดี และใช้พลังงานเท่าที่จำเป็น

เพราะหากตัวบ้านสามารถทำงานร่วมกับทิศทางแดด ลม และสภาพแวดล้อมได้ดี เราก็สามารถสร้างความสบายในการอยู่อาศัยได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งการเร่งแอร์ทุกครั้งที่อากาศร้อน

 

คำยืนยันของเจ้าของเรื่องเล่า

✓ เรื่องนี้นำมาจากแหล่งอื่นและได้รับการอนุญาตจากเจ้าของแล้ว

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับเรื่องเล่าเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

อ่านเรื่องเล่าเรื่องอื่น

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา