ฉีดฟิลเลอร์ปาก ทรงไหนเหมาะกับคนไทย ต้องฉีดกี่cc อยู่ได้กี่เดือน?

-

เขียนโดย iamborfor

วันที่ เมื่อวาน เวลา 16.38 น.

  1 ตอน
  0 วิจารณ์
  37 อ่าน

แก้ไขเมื่อ เมื่อวาน 17.05 น. โดย เจ้าของเรื่องเล่า

แชร์เรื่องเล่า Share Share Share

 

1) ฉีดฟิลเลอร์ปาก ทรงไหนเหมาะกับคนไทย ต้องฉีดกี่cc อยู่ได้กี่เดือน?

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

ฉีดฟิลเลอร์ปาก ปรับทรงปากสวย แก้ปัญหาริมฝีปากแห้ง ร่องปากลึก ให้กลับมาชุ่มชื้น อมชมพูมากขึ้น ปากอวบอิ่มเต่งตึง เห็นผลได้ทันทีหลังทำ ไม่ต้องผ่าตัด

ฉีดฟิลเลอร์ปากคืออะไร?

ฉีดฟิลเลอร์ปากคือหัตถการเพื่อปรับรูปทรงและเติมเต็มริมฝีปากให้ดูอวบอิ่ม สวยงาม โดยใช้สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ การฉีดฟิลเลอร์ชนิดนี้ปลอดภัยสูง ไม่ตกค้างในร่างกาย และสามารถเห็นผลลัพธ์ทันทีหลังฉีด ทั้งยังช่วยแก้ปัญหาริมฝีปากแห้งแตก ขาดความชุ่มชื้น หรือปากที่มีร่องลึก ให้กลับมาดูเรียบเนียน เต่งตึง และเพิ่มเสน่ห์ให้ใบหน้าดูสดใสมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น

 

ฉีดฟิลเลอร์ปาก ทรงไหนยอดนิยมที่คนไทยนิยมฉีด

ฉีดฟิลเลอร์ปากได้รับความนิยมสูงคือความสามารถในการปรับทรงริมฝีปากให้สวยได้ตามต้องการ ซึ่งรูปทรงปากที่นิยมมีดังนี้:

  1. ปากกระจับทรงธรรมชาติ
    ทรงนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการริมฝีปากดูอวบอิ่มแต่ยังคงความเป็นธรรมชาติ เน้นเติมเนื้อปากให้สมส่วน โดยริมฝีปากบนมีความบางกว่าริมฝีปากล่างเล็กน้อย ให้ภาพลักษณ์ที่สดใส ไม่ดูหนาเกินไป
  2. ปากกระจับแบบคลาสสิก
    ทรงปากนี้โดดเด่นด้วยการมีรอยหยักที่กลางริมฝีปากบนคล้ายตัวอักษร M และริมฝีปากล่างที่หนาและโค้งมนเล็กน้อย ช่วยให้ใบหน้าดูหวานและละมุน เหมาะกับคนไทยและคนเอเชียโดยเฉพาะ
  3. ปากสายเกาหลี
    ทรงปากนี้มีความคล้ายคลึงกับทรงกระจับ แต่เน้นการยกมุมปากเล็กน้อย เพิ่มความน่ารักสดใส ริมฝีปากอวบอิ่มแบบฉ่ำวาว ช่วยให้ใบหน้าโดยรวมดูเป็นธรรมชาติและมีเสน่ห์
  4. ปากสายฝอ
    สำหรับผู้ที่ต้องการลุคเซ็กซี่เย้ายวน ทรงนี้เน้นขอบปากที่ชัดเจน และเพิ่มวอลลุ่มริมฝีปากทั้งบนและล่างให้หนาเต็มดูอวบอิ่ม ริมฝีปากเจ่อเล็กน้อยช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้ใบหน้า
  5. ปากทรงมาสด้า
    ทรงนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากปากกระจับ แต่จะฉีดเติมบริเวณกลางปากให้ใหญ่ขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทรงปากที่แตกต่างจากธรรมชาติและเน้นความโดดเด่น

 

ฉีดฟิลเลอร์ปาก สัดส่วนที่เหมาะสมคืออะไร?

ฉีดฟิลเลอร์ปาก แพทย์จะประเมินสัดส่วนเพื่อให้ปากดูสวยและรับกับใบหน้ามากที่สุด โดยใช้หลักเกณฑ์ดังนี้:

  • สัดส่วนที่เหมาะสมระหว่างริมฝีปากบนและล่างอยู่ที่ 1:1.6
  • หากลากเส้นจากปลายจมูกถึงคาง ริมฝีปากบนควรอยู่ห่างจากเส้นประมาณ 2 มม. ในขณะที่ริมฝีปากล่างควรแตะเส้นนี้พอดี
  • วอลลุ่มของริมฝีปากล่างไม่ควรหนาเกินไปจนผิดสมดุล
  • มุมปากควรยกขึ้นเพื่อเพิ่มความสดใส และลดความรู้สึกว่าหน้าดูเศร้าหรือโกรธ

 

ฉีดฟิลเลอร์ปาก เหมาะกับใคร?

ฉีดฟิลเลอร์ปากไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่ช่วยเพิ่มความสวยงาม แต่ยังช่วยแก้ปัญหาริมฝีปากได้หลากหลาย โดยกลุ่มคนที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ปาก ได้แก่:

  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปทรงปากให้รับกับใบหน้า
  • ผู้ที่มีริมฝีปากแห้ง แตก หรือมีร่องปากลึก
  • ผู้ที่ริมฝีปากบางและต้องการเพิ่มวอลลุ่ม
  • ผู้ที่มีปากคว่ำและต้องการยกมุมปากเพื่อความสดใส
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูความชุ่มชื้นและความอ่อนเยาว์ให้ริมฝีปาก

 

ฉีดฟิลเลอร์ปาก เจ็บไหม?

ฉีดฟิลเลอร์ปาก แพทย์จะใช้ยาชาทาหรือฉีดยาชาช่วยลดความเจ็บปวด บริเวณริมฝีปากแม้จะบอบบาง แต่ความรู้สึกเจ็บจะไม่รุนแรงจนเกินไป ส่วนใหญ่ผู้ที่ได้รับการฉีดมักจะรู้สึกผ่อนคลายและไม่กังวล

 

ฉีดฟิลเลอร์ปาก ใช้กี่ CC และราคาเท่าไหร่?

ฉีดฟิลเลอร์ปาก ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 1-2 CC ขึ้นอยู่กับปัญหาและผลลัพธ์ที่ต้องการ เช่น ต้องการเพิ่มวอลลุ่มมากน้อยแค่ไหน ทรงปากที่ฉีดเป็นทรงอะไร เป็นต้น ส่วนราคานั้นจะแตกต่างไปตามยี่ห้อของฟิลเลอร์ จำนวน CC ที่ฉีด ทรงปากที่เลือก โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและเลือกใช้ให้เหมาะกับคนไข้แต่ละคนมากที่สุด

 

ฉีดฟิลเลอร์ปาก ยี่ห้อไหนดี?

ฉีดฟิลเลอร์ปาก ยี่ห้อฟิลเลอร์ที่ได้รับความนิยมสำหรับริมฝีปากมีดังนี้

  1. Restylane Kysse – เนื้อเจลละเอียด เติมความอวบอิ่มอย่างเป็นธรรมชาติ
  2. Juvederm Ultra Plus – เพิ่มวอลลุ่มแบบสายฝอ เนื้อนิ่ม ฟูเต็ม
  3. Juvederm Volite – ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก

 

ฉีดฟิลเลอร์ปาก ดูแลตัวเองอย่างไรหลังฉีด?

ฉีดฟิลเลอร์ปาก เพื่อให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานและไม่เกิดปัญหา แนะนำให้ปฏิบัติตามดังนี้

  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารร้อน และการกดบริเวณริมฝีปากในช่วง 48 ชั่วโมงแรก
  • ดื่มน้ำเยอะ ๆ เพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์เซ็ตตัว
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ๆ หรือกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อน

 

ฉีดฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน?

ฉีดฟิลเลอร์ปากจะอยู่ได้นานประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์และการดูแลตัวเองหลังฉีด

 

ฉีดฟิลเลอร์ปาก กับ การผ่าตัดปาก แตกต่างกันอย่างไร?

  • ฉีดฟิลเลอร์ปาก เป็นวิธีที่ไม่ถาวร สามารถปรับเปลี่ยนทรงได้ตามเทรนด์
  • ผ่าตัดปาก เป็นการปรับทรงถาวร แต่แก้ไขยากหากไม่พอใจผลลัพธ์

 

ฉีดฟิลเลอร์ปาก กี่วันหายบวม?

ฉีดฟิลเลอร์ปาก อาการบวมจะเริ่มลดลงภายใน 4-5 วัน และจะเข้าที่ภายใน 1-2 สัปดาห์


ฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นหัตถการที่ช่วยปรับรูปทรงริมฝีปากให้สวยงาม อวบอิ่ม และแก้ไขปัญหาริมฝีปากแห้งแตกหรือร่องปากลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับคนทุกเพศที่ต้องการเพิ่มความมั่นใจและเสน่ห์ให้ใบหน้า ทั้งนี้ ควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและตรงใจมากที่สุด หากใครที่กำลังมองหาคลินิกฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก หรือต้องการฉีดปากให้สวยได้รูปตามต้องการ สามารถเข้ามาปรึกษาทีมแพทย์ของ Vincent Clinic ได้เลย

 

 

อ่านเพิ่มเติมได้ที่  : https://vincentskin.com/lip-filler/
ขอขอบคุณข้อมูล : https://vincentskin.com/

 

คำยืนยันของเจ้าของเรื่องเล่า

✓ เรื่องนี้นำมาจากแหล่งอื่นและได้รับการอนุญาตจากเจ้าของแล้ว

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

อ่านเรื่องเล่าเรื่องอื่น

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา