ค่อย ๆ รัก [Yuri]

-

เขียนโดย นนิรา

วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2562 เวลา 17.33 น.

  8 ตอน
  0 วิจารณ์
  13.84K อ่าน

แก้ไขเมื่อ 22 เมษายน พ.ศ. 2562 17.35 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

3) ค่อย ๆ รัก #3

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

- ตอนที่ 3  -

 

 

 

 

“ดา ยังทำไม่เสร็จอีกเหรอ นี่เลยเวลาเลิกงานจะชั่วโมงแล้วนะ” 

รวีถามเมื่อยังเห็นปรีดากำลังวุ่นกับการแก้งานอยู่ 

 

“เหลืออีกตั้งห้าเล่มแหน่ะวี สงสัยวันนี้ฉันคงต้องได้นอนที่บริษัท​แน่เลยแก ฉันไม่ไหวแล้ว เมื่อยไปหมดทั้งตัว”  

ปรีดาพูดเสียงอ่อย 

 

“ฉันไปคุยให้ดีไหมแก” 

 

“อย่าเลย แกเนี่ยนะจะไปคุยให้ฉัน มีหวังโดนด่าไล่ตะเพิด​ชัวร์” 

 

“ฉันมีวิธีน่า ลองดู ๆ” 

 

ก๊อก ก๊อก 

“ยังไม่กลับอีกเหรอคุณรวี? แล้วมาหาฉันป่านนี้มีอะไรรึเปล่า?” 

 

“คือวีจะขอพูดอะไรหน่อยได้ไหมค่ะคุณนลิน” 

 

นลินพยักหน้า รอฟังสิ่งที่รวีกำลังจะพูด 

 

“เอกสารที่คุณให้ปรีดาแก้อยู่นั่น…” 

 

“คุณจะมาขอเลื่อนการส่งแทนเพื่อนของคุณ?” 

 

“ก็ประมาณนั้นค่ะ” 

 

“ได้สิ คุณได้สิทธิ์​นั้น” 

 

ทำไมมันง่ายอย่างงี้วะ 

 

“คุณรออยู่นี่แหละ ฉันจะไปบอกคุณปรีดาเอง” 

 

เมื่อปรีดาเห็นนลินเดินตรงมาทางที่เธออยู่ก็หวั่นใจ 

 

“คุณปรีดา คุณกลับเถอะ เอกสารพวกนี้ค่อยมาทำในวันรุ่งขึ้นแล้วกัน” 

 

ปรีดาอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมคุณนลินถึงยอม  

 

“นิ่งทำไม หรืออยากทำต่อให้เสร็จ?” 

 

“คะ? ข..ขอบคุณค่ะคุณนลิน” 

ปรีดารีบเก็บข้าวของและไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณนลินอีกรอบก่อนออกจากออฟฟิศ​ 

 

 

 

กริ๊ง กริ๊ง เสียงโทรศัพท์​ของรวีดังขึ้น 

“ว่าไงดา” 

[จะโทรมาขอบใจแกอ่ะ จู่ ๆ คุณนลินเขาก็บอกฉันว่าค่อยมาทำต่อวันพรุ่งนี้ ขอบใจแกมากนะเว้ย] 

“อืม ไม่เป็นไรแก” 

[แกไปคุยอีท่าไหนวะวี? คุณนลินเขาถึงได้ยอม]​ 

“ฉันทันได้บอกอะไรเลย คุณนลินเขาก็… เห้ยแกแค่นี้ก่อนนะ” 

รวีวางสายจากปรีดาเมื่อนลินเดินเข้ามา 

 

“คุณนลินมีอะไรจะคุยกับวีรึเปล่าค่ะ ถึงให้วีรอตรงนี้” 

 

“มีสิ ไม่มีฉันไม่ให้คุณรอหรอก” 

นลินยิ้มมุมปากก่อนจะเอ่ยต่อ 

“ฉันจะให้คุณทำงานที่เหลือแทนปรีดา คุณเอาไปเอาเอกสารกองนั้นมาทำให้นี้นะ จะได้ไม่ต้องเปลืองแอร์หลายตัว.. ไปสิ เร็วเข้า” 

 

“ห.. ห๊ะ?” 

 

“ตกใจอะไร ไปเอามาสิ ไม่เสร็จไม่ต้องกลับนะ ฉันจะคอยดูคุณผ่านกล้องวงจรปิด” 

นลินชี้ไปที่กล้องที่ติดอยู่มุมห้อง 

“คุณเป็นคนมาร้องขอแทนปรีดา ดังนั้นคุณต้องรับผิดชอบในส่วนนี้ด้วย ถึงแม้ว่าเอกสารจะไม่ด่วน แต่ฉันต้องการที่จะส่งพวกนี้ในตอนเช้าของวันพรุ่งนี้ ฉันไม่อยากให้มันค้างคา ฉันจะไปทำงานอื่นต่อโดยที่ไม่ต้องกลับมาพะวงกับมัน” นลินพูดตามความจริงและเธอก็อยากแกล้งรวีด้วย 

เมื่อพูดจบนลินก็เดินออกจากออฟฟิศ​ ก่อนเดินออกก็ทำท่าทางภาษามือสื่อว่า ‘ฉันจับตามองคุณอยู่’ 

 

 

“เฮ้อ ต้องทำจริง ๆ หรอเนี้ย” 

รวีรำพึงรำพันกับตัวเอง สุดท้ายเธอเดินออกไปยกกองเอกสารเข้ามาทำในห้องทำงานของนลิน 

 

สามสิบนาทีผ่านไป รวีเพิ่งเริ่มทำเอกสารเล่มที่สอง นั่งทำไปได้สักพักก็มีเสียงก๊อกแก๊ก​ดังขึ้นเป็นจังหวะ​ 

รวีพนมมือขึ้นหวังพึ่งสิ่งศักสิทธิ์​แต่ทันใดนั้นเองไฟในออฟฟิศก็ติดขึ้นบางดวงและประตูห้องก็ถูกเปิดออก 

“กริ๊ดดดดดด ผ..ผีหลอก”  

รวีหลับตาปี๋เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่ม​ ๆ ที่หน้าประตู 

 

“นี่คุณ คุณ! ฉันเอง ตั้งสติหน่อย ใจเย็น ๆ”  

 

รวีได้ยินเสียงที่คุ้นหูก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมา จากนั้นก็ลืมตาช้า ๆ พอเห็นว่าคนตรงหน้าคือนลิน รวีก็มีสีหน้าโล่งใจทันที 

 

“โธ่ เป็นคุณนี่เอง คุณนลิน วีก็คิดว่า..” 

รวีหยุดพูดประโยคต่อทันที เธอไม่อยากเอ่ยมันขึ้นมา 

 

“ผีน่ะเหรอ” 

 

“ไม่เอา ไม่พูดในเวลานี้สิค่ะ ว่าแต่คุณนลินยังไม่กลับอีกเหรอค่ะ วีคิดว่าคุณกลับไปนานแล้วเสียอีก”  

 

“ยัง ฉันแค่ออกไปซื้อของกิน แล้วก็ว่าจะอยู่เคลียร์​งานต่ออีกนิด” 

 

นลินไม่ได้มีความคิดที่จะทิ้งรวีไว้ที่ออฟฟิศคนเดียว จึงหาข้ออ้างเรื่องงานขึ้นมาแทน อีกอย่างเธออยากหาอะไรทำไปเรื่อย ๆ เพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องที่กลุ้มใจที่โดนบอกเลิก 

 

หลังจากสิ้นบทสนทนา​ทั้งคู่ก็ลงมือทำงานของตนต่อ 

 

โครกคราก เสียงท้องร้องดังขึ้นในห้องที่เงียบสนิท ทำให้เสียงนี้ได้ยินอย่างชัดเจน 

 

“หิวเหรอ?” 

 

นลินถามรวี ขณะที่ถามก็นั่งกินข้าวที่เพิ่งซื้อมาไปด้วย 

 

“เปล่าค่ะ ยังไม่หิว” ใครไม่หิวก็บ้าแล้ว แถมเล่นมากินอ้างหน้ากันอย่างนี้ กลิ่นก็ห๊อมหอม  

 

“อะ ชิมไหม?” 

นลินยื่นช้อนแกว่งไปมาตรงหน้ารวี 

“แน่ใจเหรอว่าไม่หิวน่ะ” 

 

รวีหักห้ามใจไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ขณะที่รวีกำลังจะงับช้อนแต่นลินรีบดึงกลับมาก่อน 

 

“นี่อย่านะ คุณมีเชื้อโรค​หรือเปล่าก็ไม่รู้ ฉันไม่ให้กินช้อนเดียวกันฉันหรอกนะ” 

 

“นี่คุณ! วีไม่ได้สกปรกขนาดนั้นนะ” เหอะ ฉันก็กลัวติดเชื้อโรคจากเธอเหมือนกันนั่นแหละนลิน 

 

นลินยักไหล่สองข้าง แสดงท่าทีว่า ‘ใครจะไปรู้ล่ะ’ ก่อนยื่นข้าวอีกกล่องให้รวี 

 

“รับไปสิ ฉันซื้อมาเผื่อ​คุณด้วย” 

 

“ขอบคุณค่ะ” 

 

รวีเอ่ยขอบคุณก่อนรับมาด้วยความหิวโหย ตักเข้าปากคำแรกก็สัมผัสถึงความนุ่มของข้าวและความละมุ่นของเนื้อหมู อร่อยจนหยุดไม่ได้ 

 

“นี้คุณ ค่อย ๆ ทานสิ เดี๋ยวก็ติดคอตายกันพอดี แล้วมาตายในนี้ไม่ได้ด้วยนะ ห้ามตายในนี้ ฉันไม่อยากทำบุญออฟฟิศ” 

 

“ก็มันอร่อยมาก คุณซื้อที่ไหน? เผื่อวันหลังฉันจะไปซื้อบ้าง” 

 

“ฉันว่าคุณจะไม่ไปซื้อหรอก” 

 

“ทำไมล่ะ ก็บอกชื่อร้านมาก่อนเถอะ” ทำไมฉันจะต้องไม่ไปซื้อด้วย ดูจากลักษณะ​มันก็เป็นข้าวกล่องธรรมดา แค่รสชาติ​อร่อยกว่าทั่วไปก็เท่านั้นเอง 

 

“ร้าน XYZ น่ะ” 

 

 ร้านหรูใจกลางเมืองที่มีเชฟระดับโลกหมุนเวียนกันมาทำอาหารให้เหล่านักธุรกิจหรือคนมีอันจะกินได้มาลิ้มลองรสชาติอันโอชะ​ 

 

“โห ร้านนั้นแพงมาเลยหนิค่ะ เท่าที่วีรู้มาห้าร้อยบาทยังสั่งอาหารในนั้นไม่ได้สักอย่าง” เป็นบุญปากของฉันจริง ๆ ที่ได้ลอง เคยได้ยินแต่คนกล่าวอ้างมานาน วันนี้ได้ลิ้มลองกับตัวแล้ว น้ำตาจะไหล อร่อยสมคำร่ำลือจริง ๆ  

 

“ไม่แพงนะ ฉันรวย” 

 

นลินพูดอย่างหน้าตาเฉย ใช่มันไม่แพงสำหรับเธอเลย แต่สำหรับคนทั่วไป คงไม่มีโอกาศที่จะได้เข้าไปเหยียบที่นั้น แม้แต่จะชายตามองก็หยุดคิดไปได้เลย 

 

“คุณนลิน วีขอถามอะไรหน่อยเถอะค่ะ ไอ้ตำแหน่งผู้จัดการเนี่ย เงินเดือนมันเยอะขนาดถึงเข้าไปกินในร้านนี้ได้เลยเหรอค่ะ วีว่าไหนจะค่ารถ ค่าใช้จ่ายส่วนตัวในแต่ละเดือนก็ไม่น่าจะพอซื้ออาหารในร้านนี้ได้เลยนะคะ” 

 

รวีอดสงสัยไม่ได้ 

 

“ความลับ” 

 

นลินไม่ได้บอกใครว่าเธอมีความเกี่ยวพันอะไรกับบริษัทนี้ เธออยากที่จะเรียนรู้นิสัยของแต่ละคนในที่ทำงาน ถ้าหากเธอบอกว่าเธอคือใคร ทุกคนคงจะเอาใจเธอน่าดู จากตำแหน่งที่เธอได้รับ ณ ตอนนี้ทุกคนในบริษัทก็เกร็งจะแย่แล้ว ตอนแรกนลินก็นึกว่าคุณพ่อของเธอจะส่งให้เธอมาเป็นพนักงานธรรมดา ไม่คิดว่าจะให้มาเป็นถึงผู้จัดการสาขา 

 

“รวี” 

 

“ค่ะ?” 

 

“คุณเหลือเอกสารอีกกี่เล่ม?” 

 

“เหลืออีกสองเล่มก็จะเสร็จแล้วค่ะ คุณนลินจะกลับแล้วเหรอค่ะ อย่าเพิ่งได้ไหม วีไม่อยากอยู่นี่คนเดียว”  

 

“เปล่า เหลือสองเล่มใช่ไหม ฉันจะช่วยคุณทำเล่มหนึ่ง จะได้รีบเสร็จ” 

 

นลินเพิ่งจะสังเกตว่าขณะนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าแล้ว จึงอยากช่วยให้ทำให้เสร็จเพื่อที่รวีจะได้ไม่กลับดึกไปกว่านี้ 

 

เวลาล่วงเลย​ไปจนถึงห้าทุ่ม 

 

“เสร็จซะที คุณนลินเสร็จหรือยังค่ะ” 

 

รวีหันไปถามนลิน 

 

“เสร็จพอดีเลย” 

 

นลินเอาเอกสารใส่แฟ้มเพื่อแสดงให้เห็นว่าตนเพิ่งทำเสร็จ ความจริงเธอทำเสร็จไปชาติหนึ่งแล้ว 

 

“นี่ก็ดึกแล้ว คุณจะกลับยังไงคุณรวี แท็กซี่?” 

 

รวีส่ายหัว  

“คุณไง วีจะกลับกับคุณ” 

 

“เดี๋ยว แท็กซี่ก็มีทำไมไม่เรียก” 

 

“ขืนวีกลับแท็กซี่​ตอนนี้แล้วโดนฉุดไปข่มขืนทำไงล่ะคะ วีว่าวีกลับกับคุณนลินปลอดภัยสุดแล้ว” 

 

“ฉันรับประกันได้ว่าคุณถึงบ้านอย่างปลอดภัยแน่นอน คุณมีหน้าตาเป็นอาวุธจะกลัวอะไร” 

พูดจบนลินก็เดินไปที่ลานจอดรถ 

 

 

“คุณเดินตามฉันมาทำไมคุณรวี” 

 

รวีไม่ตอบคำถามนลิน แต่เมื่อนลินกดเปิดประตูรถ รวีก็เปิดแล้วขึ้นไปนั่งรอทันที 

 

“ลงไปนะ ฉันยังไม่อนุญาตให้คุณขึ้นรถเลย” 

 

รวีนั่งนิ่งทำหูทวนลม 

 

“เดือนนี้คุณไม่อยากได้เงินเดือนใช่ไหม อยากถูกหักอีกรอบหรือไง?” 

 

“ถ้าคุณนลินไม่ให้วีไปด้วย วีจะแฉ!!” 

 

รวีโชว์ภาพและคลิปของนลินที่เมาไร้สตินอนอยู่ข้างป้าย รวมถึงภาพตอนที่เธออาเจียนใส่โซฟาของรวีด้วย 

 

“นี่คุณ! ทำไมถึงได้มีภาพพวกนี้” ถ้าภาพพวกนี้หลุดฉันจะเอาหน้าไว้ที่ไหนเนี่ย  

 

“แหม วีเจออะไรเด็ด ๆ ก็ต้องถ่ายไว้สิคะ เผื่อมันมีประโยชน์กับวีเหมือนเช่นตอนนี้ไงคะ”  

   

นลินตัดสินใจจะแย่งมือถือจากรวี แต่ทว่ารวีรู้ทันนลิน รีบดึงมือออกทันท่วงทีก่อนมือนลินถึง 

 

“นี่ เอามานี่นะ” 

 

“ไม่ค่ะ ขืนวีให้ไปคุณก็ลบหมดสิ” 

 

นลินรอจังหวะที่รวีเผลอก็รีบดึงมือถือออกมาจากมือทันที แต่รวีไม่ยอมรีบแย่งกลับ เมื่อรวีจับมือถือได้แล้ว เธอรีบกระชากกลับทันที จึงทำให้นลินเสียหลักล้มทับรวีและริมฝีปากของทั้งคู่ก็สัมผัสกันโดยบังเอิญ 

 

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

อ่านนิยายเรื่องอื่น

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา