Love Devils
เขียนโดย รีบอร์น
วันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2557 เวลา 12.39 น.
แก้ไขเมื่อ 12 มกราคม พ.ศ. 2557 16.27 น. โดย เจ้าของนิยาย
1) บทเริ่มต้น
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความฉันมักจะฝัน...ฝันถึง สถานที่ๆไม่มีอยู่บนโลกแห่งนี้ สถานที่แห่งนั้นมันสวยงามมากสวยซะจนแม้แต่มนุษย์ก็ไม่อาจจะสร้างสภาพแวดล้อมแบบนี้ได้ สรรพสิ่งที่มีชีวิตนั้นอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข มันช่างเป็นฝันที่ทำให้ฉันไม่อยากตื่นอีกชั่วชีวิตแต่ฝันมักไม่ได้มีแค่เรื่องดีๆฝันดีของฉันมักจะมีเรื่องเลวร้ายตามมาเสมอ...
ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ
"หืม"
"ชิมง ไม่รีบตื่นเดี๋ยวก็สายอีกนะลูก"
"อ๊ะ...กรี๊ด"!!!
เสียงของแม่ทำให้ฉันเด้งตังลุกจากเตียงแสนนุ่มทันที 'ตายแล้วสายแน่ๆเลย' ฉันครุ่นคิดในใจอย่างกระวนกระวาย ขณะที่รีบร้อนแต่งตัวอยู่นั้นภาพตัวฉันที่สะท้อนในกระจกนั้น สิ่งที่สายตาของฉันเห็นนั้นคือปาน ไม่สิมันเหมือนรอยสักเสียมากกว่าเป็นรอยสักรูปร่างดอกซากุระสีดำทมิฬ 'แล้วฉันไปไปสักเอาตอนไหนนะ เราก็ไม่เคยสักอะไรเลยนิน่า' ฉันนิ้วเรียวลูบไปมาที่รอยสักปริศนาบริเวณอกด้านบนข้างซ้ายแต่ก็สลัดหัวไปมาแล้วรีบแต่งตัวทันที รอยสักเนี่ยจะสงสัยตอนไหนก็ได้แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้
"เปิดเรียนวันแรกแท้ๆสายจนได้นะ ชิมง"
"ก็มันง่วงนี้ค่ะพ่อ"
"รีบกินเข้าทั้งสองคน...เดี๋ยวก็สายทั้งคู้หรอก"
"อ๊ะ...หนูคงต้องไปแล้ว"
ฉันเอ่ยก่อนกระดกนมในแก้วรวดเดียวหมดแล้วคาบขนมปังไว้ในปากอย่างรีบร้อนมือก็คว้ากระเป่าอย่างรนรานก่อนวิ่งออกจากบ้านมืออีกมือก็ใส่รองเท้าอย่างวุ่นวาย 'วันแรกของชีวิตม.ปลายฉันก็วุ่นวายขนาดนี้เลยหรือเนี่ย อ๊าย...สายแล้วๆ' ฉันรีบวิ่งอย่างสุดชีวิตจนมาถึงหน้าโรงเรียน หน้าประตูโรงเรียนยังไม่ปิดเด็กนักเรียนยังทยอยเข้ากันอย่างหนาตาพอควร ไม่สายแล้วโว๊ย...
"เกะกะจริงๆยัยผู้หญิงหน้าโง่"
(O)!!!
ฉันหน้าซีดเป็นไก้ต้มอ้าปากค้าง ตัวแข็งทื่อยิ่งกว่าหิน จนมารู้อีกที่ชายคนนั้นก็เดินจากไปแล้ว ฉันกำหมัดแน่นอย่างโกรธเคืองก่อนวิ่งตามเข้าไปแต่ก็ไร้วี่แววของชายคนนั้น ช่างไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเอาซะเลยฉันได้แต่นั่งเจ็บใจอยู่ในห้องเรียนฉันเป็นเด็กม.ปลายปี1เลยยังไม่คุ้นเคยและโรงเรียนนี้ก็เป็นโรงเรียนใหญ่พอดู
'ยินดีที่ได้รู้จัก'
"ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันจ๊ะ"
"...อืม...ว่าแต่เธอรู้ด้วยเหรอว่าเราจะพูดอะไร"
ฉันหัดไปทางสาวแว่นหนาก่อนขมวดคิ้วเข้าหากันเอ๊ะก็เมื่อกี้...ฉันมองหน้าอีกฝ่ายอย่างงๆเหมือนที่อีกฝ่ายมองฉันด้วยสายตางงๆเช่นกัน ถ้าไม่ได้พูดแล้วใครพูดล่ะก็เธอคนนี้พูดนี้น่า สาวแว่นทำหน้าเหวอก่อนเดินจากไป...ไม่นะ เพื่อนใหม่ของฉัน...เดินจากไปแล้ว
"เพื่อนคนแรกก็เดินจากไปซะแล้วหรอก น่าสงสารจะอยากจะซ้ำเติมจริงๆเลยนะ"
"นาย"
"โซล อย่าพูดแบบนั้นสิ"
ฉันมองทั้งสองคนที่เข้ามาซึ่งก็มีอีตาเทพบุตรสุดกวนกับเทพบุตรอีกคนมาด้วย ชายที่ด่าฉันเมื่อเช้ามองดูภายนอกเขาดูดุร้ายอย่างกับสัตว์ป่า นัยต์ตาสีแดงดุจโลหิตและผมสีดำสนิทของเขานั้นดูน่ากลัวเสียจนฉันเองก็แอบยอมแพ้อยู่นิดๆกับชายหนุ่มนัยต์ตาสีน้ำตาลและผมบอนด์ทองของเขาทำให้บุคลิกเขาดูร่าเริงและขี้เล่นเอามากๆ
"แหม...ใครมันจะไปเหมือนนายล่ะ ทำหน้าเป็นหมาร็อกไวเรอร์อยู่ได้กลัวจะมีเพื่อนเหรอ"
ไยังดีกว่ายัยหน้าโง่อย่างเธอล่ะนะ"
เขายักไหล่ชิลๆอย่างผู้มีชัย 'หนอย...รีบๆหายไปจากโลกนี้ที่เถอะ' ฉันที่โกรธเคืองเขาอยู่ได้แต่สาปแช่งเขาอย่างเจ็บใจ ขณะที่หัวเสียอยู่นั้นหัวของฉันก็ปวดแปล๊บขึ้นมากระทันหันอาการปวดไม่มีทีท่าว่าจางหรือทุเลาลงมีแต่จะหนักและทรมลงเรื่อยๆ ขณะที่ตัวฉันยังประคองสติได้ เสียงของเพื่อนในห้องดังระงมแต่ที่น่าแปลกทั้งที่เพื่อนๆไม่มีใครขยับปากพูดเลยแม้แต่น้อยเลยแท้ๆแล้วเสียงเหล่านั้นมาจากไหน ฉันกุมหัวอย่างทรมาน หายใจรัวริกดวงตาค่อยๆพล่านมัวลงก่อนจะดับวูบไป
กรี๊ด!
'ฮึ'
"อืม"
"ฟื้นแล้วล่ะ ฟื้นแล้ว"
ฉันค่อยๆปรือตาขึ้นอย่างยากลำบาก อาการปวดทุเลาลงแต่ก็มีอาการปวดจี๊ดขึ้นมาเป็นระยะๆหน้าคนแรกที่เห็นคือชายหน้าดุดันที่ด่าฉัน...
"สำนึกบุญคุณฉันเสียด้วยล่ะ"
"โซลก็นะ...เป็นไรไม อยู่ๆเธอก็ล้มลงไปเฉยเลย"
"ไม่รู้สิ อยู่ๆมันก็ปวดหัวจี๊ดขึ้นมาแล้วก็ได้ยิน..."
ฉันไม่พูดต่อว่าตัวเองได้ยินเสียงที่ไม่ได้เอ่ยออกจาก "ปาก" ของเพื่อนๆในห้อง มันมีทั้งเสียงบ่น รำคาญ โกรธ ด่าทอกันมันมีเสียงที่มีความรู้สึดต่างๆอัดแน่นอยู่แม้แต่ตอนนี้ตัวฉันเองก็ยังได้ยินเสียงของครูห้องพยายาลที่บ่นเรื่องที่ตัวขึ้นคานมานานสามปีทั้งที่ตัวเองก็สวยเริ่ดออกขนาดนี้แท้ๆมันก็ดูจะเป็นเรื่องที่น่าตกใจและน่าสนุกนะ แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้ฉันวิตกกังวลเลยแม้แต่น้อย แต่ฉันกลับไม่ได้ยินเสียงของทั้งสองที่นั่งข้างเตียงเลยแม่แต่นิดเดียว 'ทำไมกันนะ'
"ได้ยินอะไร"
"เปล่า"
"อย่าพึ่งลุกนะครับ อย่า"!!!!
(0//0)!?!
กรี๊ด!!!!
ฉันแหกปากลั่นห้องก่อนจะกำคอเสื้อของตัวเองแน่น
"พวกนาย"
"ปะ...เปล่านะครับผมไม่ได้ทำนะ"
"แบนแบบนั้นฉันไม่สนใจหรอก แต่ถ้าใส่ให้มันวาบหวิวกว่านี้ก็ไม่แน่นะ"
ฉันรู้ตัวคนร้ายแล้ว ฉันกัดฟันกรอดจนกรามเรียวเล็กของฉันนู้นขึ้นมาแต่เขาหาได้กลัวไม่ กลับยิ้มเยาะอย่างพึงพอใจเสียด้วยซ้ำ ส่วนชายที่นั่งข้างเตียงด้านซ้ายก็ยิ้มแหะๆปกปิดอยู่แน่ๆฉันรีบติดกระดุมเสื้ออย่างอายๆแล้วจ้องหน้าคนที่ทำท่าว่าจะเกลียดฉันเข้าเต็มเป้านั้นอย่างโกรธปนอายเขามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเฉยชาก่อนปลายตามองมาที่ฉัน
"รอยสักนั้น..."
"เอ๊ะ...นี้นายเป็นคนทำแล้วยังไม่ขอโทษ แล้วยังจะมาวิพากวิจารณือะไรอีกฮ่ะ"
"ใจเย็นก่อนนะครับ"(>[]<)!!
"ฉันตั้งใจว่าจะบอก แต่ในเมื่อเธอมาบ่นแบบนี้ก็อย่ารู้เลย"
"โซล..."
"นายรู้เรื่องเกียวกับรอยสักนี้เหรอ บอกหน่อยสิ"
"งั้นก็พูดว่า 'ขอโทษค่ะ' ก่อนสิ"
"โซล..."
"เงียบไปโชยะ นายจะเกรงใจทำไม"
"โทษ"
"หืม"(-_-)!?!
"ขอโทษค่ะ"
ฉันกัดฟันพูดอย่างเจ็บใจก่อนกำหมัดแน่น เสียงหัวเราะเยาะของเขาทำให้ฉันโกรธแค้นไม่น้อยโชยะหนุ่มข้างกายที่พยายามช่วยฉันตลอดเงียบไปแต่เขาก็เจ็บใจไม่น้อยจึงได้แต่นั่งนิ่งไม่พูดอะไร
"ฮึ...ดี"
"รีบๆบอกมาสิเกี่ยวกับรอยสักนี้นะ"
"เรื่องอะไรต้องบอก ก้บอกแล้วว่าเธอมันหน้าโง่"
เขาเดินจากไปอย่างอารมณ์ คำก็หน้าโง่สองคำก็หน้าโง่ หลอกให้ขอโทษแล้วเดิมหนีหน้าตาเฉยทำแบบนี้มันจะมากไปแล้ว ฉันกัดฟันกรอด กำหมัดแน่นอารมณ์ที่เดือดดาลหลังจากสะสมมันมาแต่เช้ามันเดือดดุจน้ำที่เดือดด้วยความร้อนสูง ความรู้สึกของฉัน...
"เลวที่สุด"!!
ตึง! อั่ก!
"แก มันจะมากไปแล้วนะ...อย่ามาล้อเล่นกับความรู้สึกของฉันให้มันมากนักนะ เจ้าคนโสโครก"
"เหวอ...ชิมง"
ฉันมองร่างที่อยู่ๆก็เซ ไม่สิต้องเรียกว่าโดนผลักจนร่างของเขากระแทบเข้ากับผนังอย่างแรง แรงใครทำเขาล่ะ ร่างของเขาทรุมลงทันทีที่ร่างของเขากระแทบอย่างแรงกับผนัง ส่วนโชยะเองก็หน้าเหวอวิ่งเข้าไปดูโซลอย่างลนลานก่อนจะมองฉันด้วยสายตาหวาดระแวง
"ควบคุมพลังบ้างสิ ชิมงจัง"
"???"
ฉันทำหน้าเออก่อนชี้หน้าตัวเองอย่างเลิกลั่ก "พลัง" ทำไมฉันต้องควบคุมในสิ่งที่ฉันไม่มีด้วยล่ะ พูดเป็นเล่นไปฉันเนี่ยนะมีพลัง ฉันก็อยากจะคิดแบบนั้นแต่เมื่อได้มองไปรอบๆกาย กลีบซากุระสีชมพูสวยที่เกลื่อนอยู่รอบตัวนั้นก็ทำให้ฉันอึ้ง ทั้งที่โรงเรียนเราไม่มีซากุระแท้ๆแต่ต่อให้มีมันก็ไม่ใช่ฤดูของซากุระเลย...แล้วมันมาจากไหนกัน มันมาจากไหน???
"ไม่จริงใช่ไม"
"แล้วเธอคิดว่ายังไงล่ะ..."ดอกซากุระที่หลงฤดู"...เธอคิดว่าซากุระพวกนั้นมาจากไหนกันล่ะ"
"!!??"
"รอยสักนั้น เป็นเครื่องหมายที่บ่งบอกว่าคุณคือ เผ่าพันธุ์ที่สาญสูญยังไงล่ะครับ"
"!!!"
ฉันยิ้มอย่างไม่อยากเชื่อ ใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย ไม่เชื่อ ตกตะลึง หวาดระแวงความรู้สึกของฉันมันปนกันไปมาจนมัวซั่ว 'ไม่จริงใช่ไม ฉันมนุษย์นะเป็นสิ่งมีชีวิตแสนจะธรรมดา' ฉันได้แต่คิดอยู่แบบนั้นทั้งที่อีกด้านกำลังยอมรับว่าตัวฉัน ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปและไม่ใช่ตลอดมา...
___________________
โปรดติดตามตอนต่อไป
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้เป็นบทความเก่า ยังไม่ได้ทำการยืนยัน
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ