เรื่องสั้น : มึงมาทำไม

อ่าน 53
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
1 ตอน (จบบริบูรณ์)
แต่งเมื่อ:
วันที่ 4 ก.ย. 2561 22:16 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง nuskung
ขีดเขียนฝึกหัด (63)
เด็กใหม่ (0)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1. มึงมาทำไม

เขียนเมื่อ วันที่ 4 ก.ย. 2561 22:21 น.

( แก้ไขเมื่อ วันที่ 6 ก.ย. 2561 21:29 น. โดย เจ้าของบทความ )

        เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2546 ที่หอพักแถวมหาวิทยาลัยเอกชนย่านบางนา 

แต่เราเรียนที่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม ตอนอยู่มหาวิทยาลัยของตัวเองก็ไม่

เคยเจอเรื่องแปลกๆหรอกนะ มีแต่เรื่องที่เพื่อนๆเจอมา ทั้งๆที่มหาวิทยาลัยของเราขึ้นชื่อติด

อันดับเรื่องผีในประเทศเลยก็ว่าได้  

       เหตุการณ์ที่เจอนี้เกิดจากเราไปนอนที่หอพักของเพื่อน ซึ่งหอนี้มี 2 ส่วน คือส่วนที่มี

ลักษณะคล้ายรีสอร์ทคือเป็นห้องเรียงติดกันยกพื้นขึ้นมานิดหนึ่ง มีบันได 4 -5 ขั้น ด้านหน้ามี

ระเบียงต่อกันจากห้องแรกไปห้องสุดท้าย  มี 7ห้อง และหอพักที่เป็นตึกอพาร์ทเม้นท์ มีที่จอดรถ

ได้นิดหน่อย  มีสนามหญ้าตั้งชิงช้าให้ผู้เช่าได้นั่งเล่น หน้าหอพักมีศาลพระภูมิตั้งเป็นสง่า เพื่อน

เราเช่าอยู่โซนที่เป็นเหมือนรีสอร์ท ครั้งแรกที่เราเข้าไปเราก็ยกมือไหว้ศาลพระภูมิ บอกกล่าว

ท่านนิดหนึ่งว่าขอมานอนนะ พอเราเข้าไปในห้องของเพื่อน ความรู้สึกแรกคือมันวังเวง

แต่เราก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะกลัวว่าเพื่อนจะกลัว เราก็วางเป้ ล้างหน้าล้างตา แล้วออกไปหาข้าว

กิน

       สัก 2 ทุ่ม ก็กลับเข้ามาในหอพัก นอนคุยกันดูทีวีจนกระทั่ง 5 ทุ่มก็ปิดไฟนอนกัน

แล้วเราก็นอนฝัน ฝันเห็นผู้ชาย ผู้หญิงคู่หนึ่งยืนอยู่ตรงบันไดทางขึ้นห้องพัก ยืนเกาะ

ราวบันไดกันอยู่  ผู้หญิงดูมีอายุตัวเล็กๆ ส่วนผู้ชายตัวใหญ่มาก หน้าตาดุดัน ผิวคล้ำ

สักพักผู้ชายก็ชี้นิ้วมาที่เราแล้วพูดว่า

“มึงเข้ามาทำไม มาได้ยังไง กลับไปเลย” ในฝันเราก็นอนมองเค้าอยู่ในห้องของเพื่อนนั่นแหละ

ไม่ได้ตอบอะไรผู้ชายคนนั้นไป สักพักก็ชี้หน้าเราแล้วก็พูดเหมือนเดิม

“มึงเข้ามาทำไม กูบอกให้กลับไปเลยนะ” พอผู้ชายพูดจบ ผู้หญิงก็พูดขึ้นมาว่า

“ใช่ๆ กลับไปเลย” พอผู้หญิงคนนี้พูดจบ เราก็ตกใจตื่น มองไปรอบๆห้องก็ไม่มีอะไร เพื่อนเรา

นอนหลับอยู่ข้างๆไม่รู้สึกตัวว่าเราตื่น เราเลยหยิบโทรศัพท์มาดูเวลา ประมาณ ตี 3 กว่าๆ   เราก็

นั่งตั้งสติอยู่พักหนึ่ง ว่าทำไมฝันแบบนี้ทั้งๆที่ไหว้พระขออนุญาตนอนแล้วแท้ๆ แต่ก็ต้องนอนต่อ

เพราะอีกนานกว่าจะสว่าง

      พอรุ่งเช้าเราก็บอกเล่าเรื่องความฝันให้เพื่อนฟัง เพื่อนก็บอกว่าไม่มีอะไรหรอกนะ

อย่ากลัวไปเลย เราก็บอกว่าไม่ได้กลัวหรอก เพียงแค่ประหลาดใจว่า 2 คนนั้นเป็นใคร ทำไมต้อง

มาดุเราด้วย  เอาจริงๆเราก็กลัวนะ ไปนอนที่แปลกถิ่นแล้วมาฝันแบบนี้ มันก็มีเสียวๆบ้างแหละ

ช่วงบ่ายๆเราก็กลับบ้านมาโดยที่ไม่ได้สนใจอะไร 

        วันเวลาผ่านไปประมาณ 2 สัปดาห์ เราก็ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนเราโทรมาเล่าเรื่อง

ประหลาดในห้องพัก เพื่อนเราเล่าว่ามีอยู่วันหนึ่งในขณะที่มันกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้อง

มันได้ยินเสียงเหมือนมีใครมาเคาะกระจกบานเกร็ดด้านระเบียงหลังห้อง มันเลยเบาเสียงวิทยุ

แล้วตั้งใจฟังชัดๆ ก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนเอาเหรียญมาเคาะแก๊กๆ ตรงกระจกบานเกร็ด

มันเลยยกมือไหว้พระแล้วบอกว่าขอนอนนะ อย่าแกล้งกันเลย เสียงนั้นก็เงียบไป

เพื่อนเราก้เกิดอาการกลัว ก็เลยต้องโทรชวนเพื่อนที่อยู่หอพักใกล้ๆกันมานอนค้างเป็นเพื่อน

เราเลยแนะนำให้มันเอาพระพุทธรูปองค์ใหญ่มาไว้ในห้องบ้างจะได้ป้องกันไว้

       อีกประมาณ 1 สัปดาห์ผ่านไป เพื่อนเราก็โทรมาอีกว่า วันนี้ไปเรียนหนังสือ พอกลับมาที่

ห้อง ปรากฏว่าไฟในห้องเปิดอยู่ ซึ่งเพื่อนเรายืนยันว่า เมื่อเช้าไม่ได้เปิดไว้ เพราะไปเรียนตอน

สายแล้ว ไม่จำเป็นต้องเปิดไฟ เราก็บอกว่าลืมมั้ง ไม่น่าจะมีอะไรหรอก ผีที่ไหนเปิดไฟได้ล่ะ แต่

เพื่อนเรามันกลัวจริงๆ มันเลยขอร้องให้เรามาอยู่เป็นเพื่อนหน่อย เราบอกว่า เราว่างวันรุ่งขึ้นเอา

ไว้วันรุ่งขึ้นเราไปนอนค้างเป็นเพื่อนแล้วกัน

      เช้าวันรุ่งขึ้นเราก็นั่งรถไปหาเพื่อนที่หอพักพอเข้าไปถึงเราเห็นเพื่อนเอาพระเหรียญใส่ถุงซิบ

เล็กๆ ติดสก๊อตเทปแล้วแปะไว้ตามจุดต่างๆของห้องทั่วไปหมด เราเลยขำเพื่อนเราว่ากลัวมาก

ขนาดนั้นเลยหรอ มันบอกว่ากลัวจริงๆ เราก็เลยไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแต่ปลอบใจมันนิดหน่อย

พอตอนกลางคืนก็ปิดไฟนอนกันเหมือนเดิม แล้วก็เกิดเรื่องประหลาดอีก เราฝันเป็นชายหญิงคู่นั้น

เหมือนเดิม ยืนอยู่ที่บันไดที่เดิม แล้วผู้ชายร่างใหญ่นั้นก็ชี้มือมาที่เราแล้วพูดว่า

“มึงมาอีกแล้ว กูบอกแล้วไงว่าไม่ให้มา มึงกลับไปเลย” ผู้หญิงก็พูดต่อว่า

“ใช่ กลับไปเลย”  พอสิ้นเสียงของผู้หญิงคนนั้น เราก็สะดุ้งตื่น ดูนาฬิกา เป็นเวลาประมาณ ตี 2

กว่าๆ ซึ่งเรายอมรับว่าเรากลัว เพราะมันเป็นการฝันถึงคนๆเดิม ฝันเหมือนเดิม เราเลยปลุกเพื่อน

แล้วบอกว่าขอเปิดไฟนอนนะ เพื่อนเราก็ไม่ถามอะไรมากมาย ก็บอกว่าเปิดได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้า

ค่อยคุยกัน

         รุ่งเช้า เพื่อนเราก็ถามว่าเมื่อคืนมีอะไร เราก็เล่าความฝันให้ฟัง ซึ่งเพื่อนเราก็คิดว่ามัน

แปลกจริงๆเพราะฝันเหมือนกันถึง 2 ครั้ง  เรากับเพื่อนเลยนั่งรถไปทำบุญที่วัดใกล้ๆ

มหาวิทยาลัยเพื่อความสบายใจและซื้อพวงมาลัยมาไหว้ศาลพระภูมิที่หอด้วย พอช่วงบ่ายเราเลย

ขอตัวกลับบ้าน เพื่อนเราเองก็เริ่มหวั่นๆกับการที่ต้องอยู่คนเดียว แต่ในเมื่อเช่าไปแล้วก็ต้องยอม

อยู่ต่อไป 

       วันเวลาผ่านไปก็ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับเพื่อนเราอีก จนผ่านไปประมาณ 2 ปี ตอนนั้นเรา

เรียนอยู่ปี 3 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่เราไปนอนหอนั้น และเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เพื่อนเราตัดสินใจ

ย้ายหอ  วันนั้นเป็นวันสอบปลายภาควันสุดท้ายของเรา เพื่อนเราเลยโทรมาชวนให้ไปหาที่หอ

เพราะไม่ได้เจอกันนานพอสมควร เราเลยรับปาก พอเราสอบเสร็จวิชาสุดท้ายเราก็ขี่รถมอเตอร์

ไซด์ออกไปหน้ามหาวิทยาลัย เพื่อจะไปขึ้นรถตู้ บังเอิญว่าตอนที่ขี่รถออกมาจากคณะ รถเราดัน

ไปชนกับรถมอเตอร์ไซด์อีกคัน ทำให้เราเป็นแผลที่ซ้าย (ทุกวันนี้ยังมีรอยแผลเป็นอยู่เลย)

เราก็อดทนเดินเขย่งๆมา เดินทางมาจนถึงหอเพื่อน พอมาถึงเราก็คุยกับเพื่อน ถามสารทุกข์สุข

ดิบ สัก5 ทุ่มเราก็ขอนอนก่อน เพราะปวดแผล ส่วนเพื่อนเรานอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียง

เราหลับไปไม่รู้นานเท่าไร ก็เหมือนว่าจะฝันนะ ในฝันคือเราเห็นผู้ชายตัวใหญ่คนนั้นมาค่อมตัวเรา

อยู่บนเตียงหน้าของผู้ชายคนนั้นมาชนกับหน้าเราเลย สักพักผู้ชายคนนั้นก็หัวเราะ หึหึ

แล้วแสยะยิ้มให้เราจากนั้นเราก็รู้สึกเหมือนว่าตัวเรากระเด้งขึ้นมาจากเตียง  แล้วเราก็สะดุ้งตื่น

เพราะเพื่อนเราตีไหล่ทั้ง 2 ข้างของเราแรงมาก  เราตื่นลืมตาขึ้นมาก็ต้องตกใจเพราะเรานอน

ค่อมตัวเพื่อนของเราที่นอนหงายอยู่     เพื่อนเราเอามือทั้ง 2 ข้างยันบ่าเราไว้ เราเลยพลิกตัวขึ้น

มานั่งแบบงงๆ แล้วถามเพื่อนว่า

“เราเป็นไรอ่ะ ทำไมมานอนทับแกอยู่วะ”

“ก็อยู่ๆแกก็หัวเราะ เสียงเหมือนผู้ชายเลย หัวเราะ หึหึ  แล้วอยู่ๆตัวแกก็ลอยขึ้นมาจากเตียง

พลิกตัวเหมือนปลาเลยแล้วก็มาทับเราเนี่ยแหละ”  เพื่อนเราบอก เราเลยตั้งสติอยู่พักหนึ่ง แล้ว

คุยกับเพื่อนว่า

“คือเราฝันถึงผู้ชายคนเดิม ว่าเค้าเอาหน้ามาชนกับหน้าเราเลยนะ แล้วก็หัวเราะ หึหึ แล้วก็มาตื่น

ตอนแกปลุกน่ะแหละ ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไร แต่แก เราเจ็บขานะ จะเด้งตัวขึ้นมาได้ไง”

“อันนั้นไม่เท่าไหร่ แต่แกเด้งมาสูงมากนะ พลิกตัวอย่างกับปิ้งปลาแล้วพลิกด้านอ่ะ มันจะเป็นไป

ได้ไงวะ คนที่ไหนมันจะลอยตัวขึ้นมาได้” เราก็ฟังที่เพื่อนเราแล้วค่อยๆคิด ว่ามันไม่ปกติแน่ๆ ดู

นาฬิกาเพิ่งตี 1 เอง ยังไงก็ต้องรอถึงเช้าก่อน เราเลยบอกเพื่อนว่า เปิดไฟนอนแล้วกันนะตอน

เช้าค่อยว่ากันว่าจะทำยังไง  พอเช้าเรากับเพื่อนก็นั่งคุยกันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันมากเกินไปแล้ว จะ

อาศัยอยู่ต่อได้ยังไง  เพื่อนเราเลยตัดสินใจย้ายออก แต่ก็ไม่ได้ไปคุยอะไรกับเจ้าของหอนะว่าหอ

นี้มีอะไรยังไง เพื่อนเราก็ปล่อยให้เรื่องนี้รู้กันแค่ 2 คนพอ

 

 

 

บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

0
โหวต 0 /10 คะแนน
จากสมาชิก 0 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

0 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

0 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...