เรื่องสั้น : To Friend who is somewhere

อ่าน 85
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
1 ตอน (จบบริบูรณ์)
แต่งเมื่อ:
วันที่ 21 ก.ค. 2561 23:21 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง Cimixer
เด็กใหม่ (3)
เด็กใหม่ (3)
เด็กใหม่ (1)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1. To Friend who is somewhere

เขียนเมื่อ วันที่ 21 ก.ค. 2561 23:26 น.
             ถ้าหากคำว่า 'เพื่อน' เป็นเพียงแค่คำหลอกลวงสำหรับคนคนหนึ่ง ...
 
           ยังจะมีใครอีกไหม ที่สามารถหาความหมายลึกที่แท้จริงของคำว่า "เพื่อน" เจอ
 
 
    
           ผม เคยนั่งมองออกไปที่ระเบียงของตึกแห่งหนึ่ง ในเมืองแห่งหนึ่ง ในสถานที่แห่งหนึ่ง
สมมุติว่าคุณกำลังนั่งมองใครสักคนจากบนตึกสูงสิบชั้น นั่งมองใครสักคนที่คุณรู้จัก ก็แค่ตอนนั้น
คุณและคนคนนั้นกลายเป็นเพียงแค่คนรู้จัก และเขาหรือเธอกำลังเดินออกไปที่ถนนเพื่อข้าม
ทางม้าลายในเย็นวันนั้น ที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าไปทุกที คุณทำได้เพียงแต่นั่งรับลมเย็นๆ
ที่ปลิวมาจากไหนก็ไม่รู้ข้างนอกระเบียงนั่น มีเพียงแค่เสียงของเมืองใหญ่เท่านั้นที่กลบความทรง
จำร้ายๆของคุณไม่ให้มันผุดขึ้นมา และหวังว่าตัวคุณเองจะตัดใจจากเพื่อนคนนี้ให้ได้สักวัน
 
         คำว่า "เพื่อน" คือคำหลอกลวงที่แท้จริง?
 
 
        
         ผมอยู่ระหว่างกึ่งกลางระหว่างของคำว่า "เพื่อน" ก็คือคนที่คอยช่วยเหลือ และเป็นคนที่อยู่
เคียงบ่าเคียงไหล่กัน และคำว่า "เพื่อน" ที่เป็นคำโกหกหลอกลวง พร้อมที่จะจ้วงแทงข้างหลังเรา
อย่างไม่ใยดีเมื่อมีโอกาส
 
         ผมไม่สามารถให้น้ำหนักกับฝ่ายไหนได้เต็มๆ เพราะสิ่งที่ผมเจอมาตลอด มันบ่งบอกว่าใน
โลกนี้มีคนหลายประเภท หลายนิสัย หลายหน้า หลายเสียง เดินขวักไขว่ผ่านคุณไป ทั้งคนรู้จัก
คนไม่รู้จัก หรืออาจจะมีแม้กระทั่งคนใกล้ตัวของคุณเอง บนโลกนี้มีการฆ่าฟันกันเอง ทะเลาะเบาะ
แว้ง มาตั้งนานนม แต่พวกเขาก็ยังคงเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน 
 
         เพราะมนุษย์นั้นเป็นสัตว์สังคม ไม่สามารถแยกออกจากกันได้...
 
         แต่เมื่อมาถึงจุดนี้ มันทำให้ผมรู้ว่ามันจะมีคนประเภทหนึ่ง ที่ใครๆต่างก็ไม่เข้าใจในความคิด
ของพวกเขาเข้าใจยาก โดดเดี่ยว และพวกเขาสามารถทำอะไรเองได้โดยไม่ต้องขอมือใครให้เข้า
มาช่วย พวกเขาพูดน้อยแต่การกระทำนั้นเด่นชัดว่าพวกเขารู้สึกอย่างไร คุณจะทำอะไรพวกเขาไม่
ได้เลย ถ้าหากพวกเขาถึงจุดขีดสุดคือ ความโกรธ ความเดือดดาลที่ร้อนรุ่มภายในใจของพวกเขา
มันมีมากเกินกว่าคนทั่วไป
 
         อะ...ผมไม่ใช่คนจำพวกนั้นหรอก...
 
 
         
        ผมเป็นเพียงคนที่อยู่คนเดียว แต่ก่อนเคยมีเพื่อนเยอะกว่านี้ ก็แค่ผมไม่ใช่หนึ่งในบุคคลที่
อยู่หน้าบรรยายด้านบนนั้น 
 
         ทำไมผมถึงรู้จักคนแบบนั้นดี?
 
         ผมเคยมีเพื่อนที่เป็นแบบนั้น เขาทั้งโดดเดี่ยว และแทบไม่ต้องให้ผมช่วยอะไรเลย มีเพียง
แค่ผมเท่านั้นที่ขอให้เขาช่วยเสมอ จนตอนนี้ผมก็รู้อะไรมากขึ้นว่าผมทำอะไรไปบ้าง 
 
         แต่ที่แตกต่างนั้น
 
         ไม่ใช่ผมที่เริ่มเรื่องราวร้าวฉานระหว่างเพื่อน
 
         ผมค่อนข้างสับสนว่าทำไม ทำไมเรื่องนั้นถึงเงียบไป และผมก็ไม่โผล่หน้าไปให้เขาเห็นอีก
หายไปนานเกินกว่าที่ควรจะเป็น ผมเพียงแค่อยากให้เวลาตัวเองได้คิดอะไร ดีกว่าการไปเดินแล้ว
รู้สึกเสียใจอีกฟังดูเหมือนไม่ใช่เรื่องร้ายแรง 
 
        แต่คุณรู้อะไรไหม?
        ไม่ว่าเรื่องอะไร จิปาถะ หรือเรื่องงี่เง่าก็ตามที่เพื่อนต่างทะเลาะกัน มันอาจจะถึงขั้นตัดขาด
         กันเป็นปีก็มี
 
        มันเซนส์ซิทีฟขนาดไหน
 
        คงต้องนับจากเวลาและการกระทำของแต่ละฝ่าย
 
        เราสามารถคัดแยก "คนอื่นๆ" ออกจากเฟรนด์โซนได้ โดยให้ย้ายไปอยู่ที่โซนคนรู้จัก ง่ายๆ
เพียงแค่คุณต้องเรียนรู้ที่จะคบเพื่อนหลายๆคน หลายหน้าที่ หลายการงาน และรวมไปถึงนิสัย ที่
บางคนคุณอาจจะไม่ชอบใจนัก แต่การเรียนรู้จะทำให้คุณลบความผิดพลาดซ้ำสองได้ 
 
        โดยที่ผมนั้นถึงขั้นสามารถมองจากการกระทำ และคำพูด การแสดงออก สีหน้า ท่าทาง ผม
ก็รู้แล้วว่าคนคนนั้นเป็นคนแบบใดที่ผมควรจะคบ มันไม่ใช่การเลือกคบ ถ้าใช้คำนั้นคงน่าแขยงไม่
น้อย แต่มันเป็นการตัดสินใจ ที่ว่าคุณจะรับเขาเข้าสู่เฟรนด์โซนดีไหม
 
        มันขึ้นอยู่กับคุณ
 
 
       วันหนึ่งที่คุณนั่งอยู่สักที่ หรือยืนอยู่สักที่ คุณหันมองไปมอง คนคนนั้น เธอหรือเขา กำลังทำ
อะไรสักอย่างในหัวของคุณจะคิดอะไรขึ้นมาล่ะ?
 
       ▶ ขอโทษ เธอ/เขา (หากคุณเป็นฝ่ายผิด)
 
       ▶ ลืมเรื่องของ เธอ/เขา ไปให้หมด และอย่าเจอกันอีกเลย ก่อนที่คุณจะเดินออกมา
         จากตรงนั้น
 
 
        มันคงจะเป็นเรื่องยาก ที่บางครั้งคำพูดนี้จะถูกปลดล็อคจากสมองของคุณ
 
       ▶ อยู่ตรงนั้น
 
        หลายคนมักจะเดินไปทางอื่น อาจจะเจอกันเป็นครั้งคราว มันอาจจะทำให้ทั้งสองฝ่ายรู้สึก
ไม่ดี และคิดว่าเริ่มไม่ดีแล้วแน่ๆถ้าหากยังเจอกันแบบนี้อยู่
 
        ก่อนที่เรื่องราวทั้งหมดจะเริ่มถูกลืมเลือนไป...
 
        มันอาจจะทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตัดสินใจที่จะอยู่คนเดียว โดยที่ไม่คิดจะเจอใครอีกเลย
 
       
        ผมรู้ ว่ามันรู้สึกแย่เพียงใด คุณจะรู้สึกอัดอั้นในใจ อยากให้ทุกอย่างมันสงบลงเสียที คุณ
อยากจะขอโทษแต่คุณจะเลือกว่า คุณจะขอโทษ หรือ จะให้ฝ่ายนั้นมาขอโทษก่อน 
 
        คุณต้องเลือกสักอย่าง หรือเลือกตัวเลือกที่สาม ที่อาจจะทำทรมานคุณไปเสียหน่อย ไม่ว่า
คุณจะพยายามไม่สนใจ ร่าเริง และดำเนินชีวิตต่อไป แต่ความอัดอั้นใจใน ผมเชื่อว่าสักวันถ้าคุณ
เก็บมันไว้นานเข้า
 
        มันจะทำให้คุณหลั่งน้ำตา
 
        คำว่า "เพื่อน" ไม่ใช่คำที่จะเอามาใช้พล่อยๆได้ คุณต้องเรียนรู้เกี่ยวกับคำๆนี้ไปจนกว่าจะ
เข้าใจอย่างแท้จริงเข้าใจ ในที่นี่ หมายถึง มันอาจจะทำให้คุณต้องอยู่คนเดียวไปตลอด หรือ คุณ
เลือกจะปรับตัวเข้าหาคนอื่นๆ เพื่อทำให้ทุกอย่างในหัวใจและความคิดอันอึดอัดของคุณได้คลาย
ความเครียดลงบ้าง
 
        หรือ ถ้าเพื่อนคนนั้นสำคัญกับชีวิตคุณ มีเรื่องราวดีๆด้วยกันเสมอมา คุณก็ควรจะคืนดีกับเขา
 
        มันยาก ผมรู้ แค่คุณต้องวางใจ และใช้ความใส่ใจ ความอ่อนโยน และความสำนึกผิด ใน
การยืนอยู่ตรงหน้าเธอ/เขา เพื่อกล่าวคำว่า "ขอโทษ" ถ้าคุณทำอะไรให้ เธอ/เขา เสียใจหรือไม่
พอใจสุดโต่ง
 
        และจงจดจำความผิดพลาดระหว่างคุณกับ เธอ/เขา เอาไว้ เพื่อจะได้ไม่ก้าวขาแล้วล้มลง
อีกในภายหลัง
 
       
 
         แต่ถ้าคุณเป็นฝ่ายที่ถูกทำให้เสียใจ และรู้ว่าเพื่อนคนนั้นเป็นคนแบบใด
 
 
         คุณต้องควบคุมสติและความโกรธเอาไว้ และถามถึงความจริง ถ้าหากถูกด่าว่ากลับมา
แทนที่จะได้รับคำตอบดีๆ และคำขอโทษ นั่นแหละ...
 
         คุณก็ควรจะจำและเตะเขาไปทิ้งลงถังขยะเฟรนด์โซนซะ
 
         จนกว่าเขาจะมาขอโทษ และสำนึก ตราบใดที่คุณยังคงไม่รู้อะไร คุณก็ควรจะนิ่งเงียบ เพื่อ
บอกให้เขารู้ว่า
 
         ทำไมต้องเป็นคุณที่เจอเรื่องบัดซบจากเขา/เธอคนนี้ด้วย
 
         ในเมื่อการกล่าวถาม ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก คงจะถึงเวลาที่คุณต้องตัดสินใจว่าจะทำ
อย่างไร
 
      
 
 
 
         แต่ถ้าคุณไม่รู้ว่าอะไรที่เป็นที่มาว่าทำไมคุณทั้งคู่ถึงทะเลาะกัน
 
        
        
         ถ้าเรื่องมันดีหน่อย แค่เรื่องเล็กน้อย คุณทั้งคู่ก็ควรจับเข่าคุยกัน ไม่ใช่หันหลังคุยกัน
   เพราะมันคงไม่เข้าใจอะไรกันนอกจากคำพูดที่สะท้อนกลับเข้าสู่ตัวเอง และไม่ไปถึงหูอีกฝ่าย
 
 
        
         แล้วคุณจะทำอย่างไรล่ะ?
        ถ้าตอนนี้คุณกำลังเผชิญเรื่องนี้อยู่ มันก็ขึ้นอยู่กับตัวเลือกของคุณ จากบทความนี่ อาจจะ
ช่วยคุณได้ไม่มากก็น้อย จนน้อยมากๆ หรือช่วยได้มากๆ ก็แล้วแต่สถานะการณ์และการนำไปปรับ
ใช้ เพื่อความเข้าใจมากยิ่งขึ้น
 
 
 
 
 
 
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

0
โหวต 0 /10 คะแนน
จากสมาชิก 0 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

0 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

0 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...