เรื่องสั้น : ชูลับ 18+นิด ๆ

อ่าน 49
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
1 ตอน (จบบริบูรณ์)
แต่งเมื่อ:
วันที่ 14 เม.ย. 2561 15:08 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง PungPron
เด็กใหม่ (1)
เด็กใหม่ (0)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1.

เขียนเมื่อ วันที่ 14 เม.ย. 2561 15:12 น.

ในบ้านสไตล์ยุโรปหลังงาม

“ผัวฉันกลับมาแล้ว!” สุวรรณเอ่ยขึ้น ด้วยความตกใจ กับมานพ ชายหนุ่มที่นอนเปลือยกายล่อนจ้อนอยู่ข้างตัวเธอ 

มานพลุกพรวดจากเตียง “ห๊ะ! ไหน ๆ”

“หน้าบ้านไงเล่า ฉันจำเสียงรถได้” สุวรรณตอบอย่างมั่นใจ เสียงรถของสามีเธอ ไม่เหมือนรถคันอื่น

“เอ้า! ชิบหายละ ปกติไอ้แก่มันกลับช้ากว่านี้ไม่ใช่หรอ” มานพถามเธออย่างลนลาน

“จะไปรู้มันหรอ!” สุวรรณลุกจากเตียง ตรงไปหยิบเสื้อผ้าที่กองอยู่กับพื้นมาสวมใส่อย่างเร่งรีบ “เธอเข้าไปแอบในตู้ก่อน” สุวรรณบอกกับชู้รัก

ชายหนุ่มไม่รอช้า รีบหยิบเอาเสื้อผ้าของตนที่กองอยู่บนพื้น ก่อนจะยัดร่างของตนเข้าไปตู้เสื้อผ้า ในสภาพล่อนจ้อน

“วรรณ! คุณอยู่หรือเปล่า” เสียงตะโกนดังมาจากชายที่อยู่ชั้นล้าง

“ค่า! อยู่ข้างบนค่ะ” เธอตะโกนตอบ พลางใช้มือปรับแต่งทรงผมที่ยุ้งเหยิงอยู่ในขณะนี้

ประตูห้องเปิดอ้าออก ปรากฏร่างอันใหญ่โตของสุชิน ชายผู้เป็นสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของสุวรรณ “ทำไมมานอนข้างบนนี่ล่ะ” ชายร่างใหญ่ถาม

“ฉันเพลียนิดหน่อย นอนโซฟาข้างล่างไม่ค่อยจะถนัด” เธอตอบเสียงอ่อน

สุชินมองดูภรรยาที่นอนห่มผ้าอยู่บนเตียง อย่างแปลกใจ “ดูคุณเหนื่อย ๆ นะ เป็นอะไรหรือเปล่า”

“มีไข้นิดหน่อยค่ะ แต่กินยาไปแล้ว นอนพักคงจะหาย” สุวรรณแสร้งทำสีหน้าเหมือนคนป่วย “แล้วทำไมวันนี้พี่กลับเร็วจัง”

“กลับมาเอากระเป๋าตังน่ะ เดี๋ยวต้องไปประชุมต่อ วันนี้คงกลับดึกหน่อย” สุชินกล่าวอย่างเบื่อหน่าย “ถ้าไม่มีอะไรพี่ไม่รบกวนละนะ” ชายร่างใหญ่กลับออกไป พร้อมปิดประตูเบา ๆ อย่างเกรงใจ

“เฮ้อ!” เสียงถอดหายใจเฮือกใหญ่ดังมาจากในตู้เสื้อผ้า ชายหนุ่มร่างเปลือยที่มองลอดรูระบายอากาศเล็ก ๆ ค่อย ๆ แง้มประตู้เสื้อผ้าออก แต่มานพก็ต้องชะงักเมื่อเห็นสัญญาณมือของสุวรรณ ที่ให้ความหมายประมาณว่า “เดี๋ยว! รอก่อน”

เสียงรถยนต์ดังขึ้นจากหน้าบ้านแล้วค่อย ๆ เงียบหายไป สุวรรณลุกจากเตียง เดินตรงไปมองที่หน้าต่าง เห็นรถของสามีเธอ ขับออกไปไกลลับตา “ออกมาได้แล้ว” เธอหันมาบอกกับมานพที่อยู่ในตู้

“เกือบไปแล้วไหมล่ะ” ชายหนุ่มเดินออกจากตู้เสื้อผ้า พรางบิดซ้ายขวา คลายอาการปวดเมื่อย

“นั่นสิ ถ้าฉันไม่ได้ยินเสียงรถก่อน จะทำยังไงวะเนี่ย” สุวรรณกล่าวอย่างกังวล

“ผมว่าคราวหน้า เราไปทำกันที่อื่นดีไหม เธอบอกไอ้แก่ว่าขอลากลับไปเยี่ยมแม่ซักสองสามวัน” มานพเล่าแผนการที่เพิ่งคิดได้ขณะแอบอยู่ในตู้ “แล้วเราก็มามีความสุขกัน”

“ฉันว่าก็ไม่เลวนะ จะได้ไม่ต้องมาคอยระแวงหลังแบบนี้” เธอเห็นด้วย สุวรรณเบื่อกับการต้องมาคอยหวาดระแวง

“ใช่ ๆ มาคอยระแวงแบบนี้ หมดอารมณ์กันพอดี” ชายหนุ่มว่า

ทั้งสุวรรณและมานพ ต่างเงียบกันไปพักหนึ่ง

หลังจากความตกใจ และความกลัว ค่อย ๆ เลือนหายไป ชู้รักทั้งสองค่อย ๆ มองหน้าเข้าหากัน 

ชายหนุ่มยิ้ม “เมื่อตะกี้ไอ้แก่มันบอกว่า วันนี้จะกลับดึกใช่ไหม”

-----

สุชินขับรถออกจากบ้านมาพักใหญ่ ในตอนแรกเขาได้บอกภรรยาว่าจะไปที่ทำงานต่อ แต่ในขณะนี้เขานำรถมาแวะรับหญิงสาวหน้าตาสละสวยนางหนึ่ง 

“สวัสดีค่ะป๋า” มาลี กล่าวทักทายกับชายที่อายุห่างจากเธอเกือบสิบปี ก่อนจะย้ายร่างเข้าไปนั่งเบาะข้างคนขับ “ทำไมวันนี้ ป๋ามาเร็วจังคะ” เธอถาม

“วันนี้ป๋าเคลียงานเสร็จตั้งแต่บ่าย” สุชินเริ่มเล่า “ความจริงป๋ามาเร็วกว่านี้นะ ถ้าไม่เสียเวลาไปเอากระเป๋าตังที่บ้าน” สุชินบอกกับหญิงสาวพลางค่อย ๆ ขับรถออกไป

“ป๋าขา หนูเบื่อโรงแรมแล้วค่ะ หนูอยากไปที่บ้านป๋าบ้าง” มาลีกล่าวอย่างอ่อนวอน “เห็นบอกว่ามีรูปปั่นราคาแสน กับรูปวาดราคาครึ่งล้าน หนูอยากไปเห็นกับตา”

“คือ...ป๋าก็อยากจะพาไปชมให้เห็นกับตาหรอกนะ” สุชินพูดเสียงเบา “แต่เมียป๋านะสิ มันอยู่เฝ้าบ้านยี่สิบสี่ชั่วโมง กลัวโจรจะเข้ามาขโมยของ” 

“ก็ให้มันไปที่อื่นสิคะ ให้ไปเที่ยว ไปเยี่ยมแม่ หรือไปปฏิบัติธรรมที่วัดก็ได้นี่ ซักสามสี่วัน” มาลีชี้แนะ “เราจะได้ไม่ต้องคอยหลบ ๆ ซ่อน ๆ ตามโรงแรมแบบนี้ไงคะป๋า”

“อืม...ไว้ป๋าจะลองกลับไปคิดดูละกัน” สุชินว่าก่อนจะหันมายิ้มกับหญิงสาว “แต่ตอนนี้เราไปหาสถานที่กุ๊กกิ๊กกันก่อนดีกว่า”

“ป๋าบอกเมียไว้แล้ว ว่าวันนี้จะกลับดึกหน่อย ๆ”

-----

เวลาล้วงเลยไปจนถึงสี่ทุ่มกว่า หลังจากเสร็จกิจลับ ๆ ล่อ ๆ สุชินเพิ่งจะขับรถกลับมาถึงบ้านสไตล์ยุโรปหลังงามของเขา เมื่อเปิดประตูเข้ามาในบ้านก็พบว่า สุวรรณ ผู้ตำรงตำแหน่งภรรยาหลวงโดยไม่รู้ตัว กำลังนั่งดูละครโทรทัศน์ อยู่บนโซฟาหนัง

“ยังไม่นอนอีกหรอ” สุชินเอ่ยถามอย่างแปลกใจ ปกติภรรยาของเขาจะเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ

“นอนไม่หลับ เพิ่งตื่นเมื่อตะกี้” เธอตอบเสียงเหนื่อย ๆ

“อืมดีละ...พี่มีเรื่องสำคัญจะบอกพอดี” 

“เรื่องอะไรหรอพี่” เธอหันมาถามอย่างสงสัย

“คือว่าพี่ว่าจะชวนน้องไปปฏิบัติธรรมที่วัดบนเขานะ” สุชินว่า “ไปสามวันสองคืน พี่จองตั๋วเครื่องบินให้เรียบร้อยละนะ”

“สามวันสองคืน!” สุวรรณลุกพรวดจากโซฟา “ไปกันสองคนหรอ”

สุชินที่เห็นภรรยาลุกขึ้นอย่างกะทันหัน มีอาการตกใจเล็กน้อย “ใช่จ๊ะ สามวันสองคืน” 

เรื่องไปปฏิบัติธรรมบนยอดเขาของสุชิน ที่จริงเป็นแผนขจัดเมียออกจากบ้าน

แผนการสุดล้ำเลิศของสุชินคือ ชวนสุวรรณไปปฏิบัติที่วัดบนยอดเขา เมื่อไปถึงเขาจะแสร้งทำเป็น มีงานเข้ามาด่วนต้องรีบกลับมาบริษัท แล้วปล่อยให้คุณภรรยาหลวง ค้างอยู่ที่วัดคนเดียวสามวันสองคืน ระหว่างนั่นเขาก็จะพา น้องมาลีมาค้างคืนที่บ้าน เสวยสุขระหว่างที่ภรรยาถูกปล่อยทิ้งไว้บนยอดเขา

ช่างเป็นแผนการที่ไร้ช่องโหว่

“เอ่อคือว่า...” สุวรรณเห็นโอกาสงามที่จะได้อยู่กับชู้รัก โดยที่ไม่ต้องคอยระแวงสามีร่างใหญ่ของเธอตั้งสามวันสองคืน เธอจึงรีบคว้าโอกาสนั่นไว้ 

“พรุ่งนี้ฉันต้องไปเยี่ยมแม่ที่บ้านนะคะ ท่านเกิดป่วยกะทันหัน ต้องไปค้างคืนไม่มีกำหนดกลับ” เธอสร้างสถานการณ์อย่างรวดเร็ว “คุณคงต้องไปปฏิบัติธรรมคนเดียว” 

“ห๊ะ!” คำพูดของสุวรรณ ทำเขานิ่งไปชั่วขณะ “เอ่อ...” แต่พอนำมาคิด ๆ ดู

“คุณจะไม่อยู่บ้านแบบไม่มีกำหนดกลับหรอ!” สุชินเอ่ยออกมาเสียงดังอย่างไม่รู้ตัว

“โทษทีนะพี่ มันเหตุสุดวิสัยจริง ๆ” เธอทำสีหน้ารู้สึกผิด

สุชินยิ้มอยู่ในใจ เมื่อรู้ว่าภรรยาของตน จะไปเยี่ยมแม่แบบไม่มีกำหนดกลับ ช่วงระหว่างนั่นเขาคงจะพามาลี เมียน้อยสุดรัก มาเสวยสุขอยู่ที่บ้านอย่างสบายใจ ‘อะไรมันจะช่างโชคดีขนาดนี้

“อ๋อ! งั้นไม่เป็นไร พี่ไปคนเดียวก็ได้ วรรณไปเยี่ยมแม่เถอะ คงจะช่วยให้อาการท่านดีขึ้นเยอะเลย”

“ค่ะ เดี๋ยววรรณกลับมา เราค่อยหาโอกาสไปที่หลังนะ เสียดายจริง ๆ”

สุวรรณก็ดีใจอยู่ไม่น้อย เธอจะได้ใช่ช่วงเวลาระหว่างที่สามีของเธอ ไปปฏิบัติบนยอดเขา ร่วมกับมานพชู้รักของเธอ อย่างไม่ต้องคอยระแวงเหมือนทุกครั้ง ‘อะไรจะเป็นใจขนาดนี้’

หลังจากนั่นทั้งคู่ก็พูดคุยเรื่องการเดินทาง ต่างคนต่างยกเมฆเข้าใส่อีกฝ่าย โดยที่ไม่รู้ว่าเรื่องสุดแสนจะวุ้นวาย ใกล้จะบังเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้

-----

เช้าวันรุ้งขึ้นทั้งสุชิน และสุวรรณ ต่างแสร้งกับเก็บข้าวของ จัดกระเป๋า เตรียมออกเดินทาง โดยสุชินจะขับรถไปส่งภรรยาที่สถานีรถไฟ แล้วขับตรงไปยังสนามบิน

แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินทาง ก็ได้มีเรื่องบางอย่างน่าหนักใจ

“เออพี่ แล้วตอนเราไม่อยู่ บ้านก็จะโล้ง โจรมันจะไม่เข้ามาขโมยของหรอ บ้านใกล้ ๆ เราก็ถูกโจรขึ้นไปหลายหลังแล้วนะ” สุวรรณแสร้งทำเป็นกังวนเพื่อความแนบเนียน เมื่อไม่กี่วันก่อนมีโจรไล่ขึ้นบ้านในละแวกนี่หลายหลัง แต่ยังจับตัวไม่ได้ “แค่ของสะสม พวกรูปปั่นกับภาพเขียนก็ราคาเฉียดล้านแล้วนะ”

“จริงด้วยสิ” สุชินแสร้งทำเป็นกังวลเช่นเดียวกัน “งั้นเดี๋ยวบอกตาบุญมี ไว้ละกัน”

ตาบุญมี ที่สุชินพูดถึง คือชายแก่ใบหน้าเกรียมคนข้างบ้าน ผู้มีนิสัยชอบเก็บตัวอยู่ในบ้านไม่ออกไปไหน 

“เดี๋ยวลุงช่วยดูบ้านของเราหน่อยนะครับ เราว่าจะไปต่างจังหวัดซักสองสามวัน เดี๋ยวนี้ยิ่งมีพวกขโมยกับโจรไล่ขึ้นบ้านคน แถว ๆ หมู่บ้านเราด้วย บ้านผมของมีค่าเยอะด้วยสิ” สุชินบอกกับลุงบุญมี

“อืม ๆ ไม่มีปัญหา ไว้ผมจะคอยแวบ ๆ ออกมาดูให้ละกัน” ชายแก่ใบหน้าเกรียมรับปาก อย่างเต็มใจ

แล้วทั้งคู่ก็ขับรถออกจากบ้าน ต่างคนต่างแอบยิ้มอยู่ข้างใ

-----

หลังจากที่สุชินปล่อยสุวรรณลงที่สถานีรถไฟ เธอก็รีบคว้าโทรศัพท์กดเบอร์มานพ ชู้รักของเธอทันที

“ฮัลโหล รีบมารับฉันด่วนเลย ตามแผนที่บอกไว้เมื่อคืน” สุวรรณว่า เธอบอกแผนการทั้งหมดให้ชู้รักรู้ตั้งแต่เมื่อคืน

“ได้สิจ๊ะที่รัก” ปลายสายว่า

ไม่ถึงสิบนาที ชายหนุ่มชู้รักของเธอก็ขับรถจักรยานยนตร์ตรงมารับเธอถึงที่

“รอนานไหมจะคนสวย” มานพทำปากหวาน

“ไม่นานเลยถ้าเทียบกับที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน” เธอว่า ก่อนจะขึ้นซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของชายหนุ่ม

“ไปละน่า”

เขาขับออกไป จุดหมายคือ บ้านหลังงามสไตล์ยุโรป

-----

ทางอีกด้านหนึ่ง หลังจากส่งภรรยาหลวงที่สถานีรถไฟ สุชินก็รีบวนรถตรงกลับมารับมาลี หญิงสาวผู้เป็นภรรยาน้อย ณ จุดที่นัดกันไว้ตั้งแต่เมื่อคืน

ไม่นานนักรถของเขาก็จอดที่ริมฟุตบาท แล้วปิดประตูรับหญิงสาวเข้ามาในรถ “รอป๋านานไหมจ๊ะ”

“นานแค่ไหนก็รอได้ค่า...” มาลีว่า

“เดี๋ยววันนี้ป๋าจะพาไปเยี่ยมชมบ้านให้สำราญใจ” สุชินว่าพลางเคลื่อนรถเข้าสู่ถนน “เราจะอยู่กันทั้งวัน ไม่ใช่สิอยู่กันทั้งสัปดาห์ไปเลย”

เขาเหยียบคันเร่ง จุดหมายคือ บ้านหลังงามสไตล์ยุโรป

-----

สุวรรณและมานพ มาถึงก่อนเป็นคู่แรก เขาจอดรถจักรยานยนต์แอบในซอยแคบใกล้ ๆ แล้วค่อย ๆ เข้าทางประตูรั่วอย่างระวังเพื่อไม่ให้มีใครเห็น 

เมื่อทั้งคู่เข้ามาถึงในตัวบ้าน ก็ไม่รอช้ารีบตรงขึ้นชั้นสอง สู่ห้องแสนหรูหรา ที่ทั้งคู่ใช้ทำกิจกรรมตัวต่อตัวเสื้อผ้าไม่เกี่ยว กันบ่อย ๆ

สุวรรณเปิดประตูเข้ามา แล้วโยนเป๋สะพายแสนหนัก ลงไว้ข้าง ๆ เตียง ก่อนจะเข้าจูบกับชู้รักของเธออย่างเร้าร้อน 

มานพปลดกระดุมเสื้อตัวหนาของสุวรรณอย่างเร่งรีบ ก่อนที่จะลงไปนัวเนียกันบนเตียงนอน

แต่สุวรรณก็ต้องหยุดชะงัก!

“เดี๋ยว!” เธอลุกพรวดจากเตียง 

“อะไร!” มานพชะงักมือที่กำลังรูปไล่บนร่างของสุวรรณ 

“เสียงรถนั้น” เธอเดินตรงไปยังหน้าต่าง 

“โอ้!...ไม่นะ” เธออุทานออกมา เมื่อเห็นรถของสามี เคลื่อนเข้ามาจอดข้างในตัวบ้าน

“ผ...ผัวฉัน” เธอหันไปทางมานพ ที่อยู่ในอาการมีนงง “มันกลับมาแล้ว”

มานพลุกพรวดจากเตียง “อ้าว!...ไหนคุณบอกว่า...”

“อย่าเพิ่งถาม” เธอรีบเดินกลับมาที่เตียง “หาที่ซ้อนก่อน” เธอกล่าวพลางหันซ้ายหันขวา

เสียงคนเดินบันไดขึ้นดังมาจากนอกห้อง ถ้าสามีของเธอมาเห็นเธอเข้าในสภาพนี้ มีหวังถูกฆ่าตายทั้งคู่ เธอจึงใช่เสี้ยววินาทีสุดท้ายตัดสินใจ 

พาชูรักเข้าแอบที่ใต้เตียง

ความรู้สึกลุ้นระทึก ยิ่งกว่าตอนดูหนังแนวไล่ฆ่า อะดรีนาลีนสูบฉีดไปทั่วร่างกาย หัวใจเต้นแรงได้ยินถึงภายนอ

แต่เมื่อประตูเปิดออก เธอก็ต้องพบกับสิ่งที่ไม่คิดไม่ฝัน

เมื่อได้เห็นจำนวนของเท้า ที่ก้าวเข้ามาในห้อง ไม่ใช้สองข้างอย่างที่เธอคิด 

แต่มันมีถึงสี่! 

แถมเท้าอีกสองข้างยังดูเรียวเล็กเหมือนเท้าของผู้หญิง

หรือว่า…

สุวรรณคลานออกจากเตียงอย่างรวดเร็วด้วยความเกรี้ยวกราด

สุชินกับชู้รัก ที่ได้เห็นภรรยาหลวงปรากฏกายอย่างไม่ทันตั้งตัว ใจหล่นตุ๊บ ลงไปถึงตาตุ่ม เย็บวูบไปทั้งร่าง

“ค...คุณ” สุชินเอ่ยออกมา อย่างกับเห็นยมทูตจะมาเอาวิญญาณ

“อีนี้ใคร!” เธอถามอย่างกินเลือดกินเนื้

“คือว่า...” เขาว่าเสียงค่อย คิดคำพูดอะไรไม่ออก พยามมองไปรอบ ๆ เผื่อจะนึกอะไรออกมาได้

แล้วสายของสุชินก็ใต้มาหยุดที่บริเวณใต้เตียง เขาเห็นขาขาว ๆ ของใครบางคนอยู่ในนั่น

“นั่นใครนะ” เขากล่าวออกมา ท่าทีเปลี่ยนแปลงจากเมื่อตะกี้อย่างเห็นได้ชัด

สุวรรณหน้าซีดลง หันกลับไปมองที่ใต้เตียง

“กูถามว่าใคร” เขาเริ่มขึ้นเสียง “มึงออกมานะ ไม่งั้นกูยิง” สุชินว่าพลางชักปืนที่แนบอยู่ข้างกายออกมา

เขาเป็นสมาชิกของสมาคมคนรักปืนแห่งประเทศ มีนิสัยพกปืนไว้ข้างกายตลอดเวลา

มานพที่หลบอยู่ใต้เตียงคลานออกมาอย่างช้า ๆ

“อ้าววรรณ!” มานพขึ้นเสียง “ไอ้เวรนี่ใคร แล้วทำไมคุณถึงยังอยู่ที่นี่”

“อ...อะไรกัน” เธอกล่าวเสียงสั่น ก่อนจะขึ้นเสียงสู้ “คุณนั่นแหละ มาที่นี้ได้ยังไง แล้วพานังเด็กที่ไหนมาด้วย”

“คุณตอบผมมาก่อนสิ ว่าไอ้เวรนั่นมันใคร” เขาว่าพลางชูปืนขึ้น “ห๊า!”

-----

ขณะที่สถานการณ์กำลังอยู่ในสภาวะตรึงเครียด ทั้งสองฝ่ายต่างยืนหยั่งเชิง ถามกันไปมา ยังไม่มีฝ่ายไหนกล้าที่จะลงมือ

แต่ทั้งสี่ไม่รู้ว่า ยังมีอีกหนึ่งชีวิตที่อยู่ร่วมห้องในขณะนี้

ลุงบุญมี ชายแก่ใบหน้าเกรียมมองลอดออกมาจากช่องระบายอากาศของตู้เสื่อผ้า อย่างระทึกใจ หัวใจสูบฉีดเลือดไหลแรงจนเขารู้สึกได้

‘โอ๊ย!...มึงไปตีกันที่อื่นได้ไหม รู้งี้กูไปปล้นบ้านอื่นก็ได้’

บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

0
โหวต 0 /10 คะแนน
จากสมาชิก 0 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

0 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

0 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...