เรื่องสั้น : สตรีในความทรงจำ

อ่าน 329
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
1 ตอน (จบบริบูรณ์)
แต่งเมื่อ:
วันที่ 12 เม.ย. 2561 00:35 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

เด็กใหม่ (0)
เด็กใหม่ (0)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1. สตรีในความทรงจำ (ตอนเดียวจบ)

เขียนเมื่อ วันที่ 12 เม.ย. 2561 00:37 น.

( แก้ไขเมื่อ วันที่ 12 เม.ย. 2561 00:44 น. โดย เจ้าของบทความ )

                          ในช่วงสมัยที่ผู้หญิงและผู้ชายยังไม่มีความเสมอภาค เพศชายมีอำนาจเหนือผู้หญิง ลูกสาวของทุกบ้านจะถูกปลูกฝังด้วยค่านิยมที่ว่า ผู้หญิงจะต้องไม่มีสิทธิ์ออกเสียงหรือเสนอความเห็นใดๆเทียบเท่าผู้ชาย รวมไปถึงจำต้องแต่งงานออกเรือน มีบุตรธิดาที่น่ารักเพื่อสืบทอดตระกูล และให้ฝ่ายชายเป็นผู้เลี้ยงดู แต่เมดิสัน เด็กสาวในวัย10ขวบ บุตรสาวแห่งตระกูลจินเจอร์ผู้มั่งคั่ง คิดต่างออกไป เธอเห็นถึงความไม่ยุติธรรมของสังคมที่ดำเนินวนไปในทุกวัน ตั้งแต่ที่เธอเริ่มเข้าเรียนในโรงเรียน เธอสังเกตุว่าสิ่งที่ผู้หญิงได้รับจะแย่และด้อยค่ากว่าผู้ชายเสมอต่อให้พวกเธอเก่งมากกว่าผู้ชายแค่ไหนก็ตาม ตัวอย่างเช่น อาหารมื้อกลางวัน  เมื่อเด็กผู้ชายถือถาดไปรับอาหารกลางวัน สิ่งที่พวกเค้าได้คือ ขนมปังอบใหม่ๆหอมกรุ่นชิ้นโตกับเบค่อนที่ทอดสุกกำลังดีกองเท่าฝ่ามือ และนมแก้วใหญ่1แก้ว แต่เมื่อเด็กผู้หญิงทั้งหลายเดินนำถาดไปรับอาหาร กลับได้เพียงขนมปังก้อนเล็กๆที่เหมือนใกล้ขึ้นราเต็มที กลับเบค่อนไหม้ๆ2-3แผ่น เมดิสันรับไม่ได้กับการกระทำแบบนี้ เธอจึงแอบเอาเบค่อนไหม้ๆและขนมปังแข็งๆที่เธอได้เป็นอาหารกลางวันไปใส่ในถาดอาหารของครูใหญ่ ด้วยความฝ้าฟางของดวงตาจากอายุที่ใกล้เลข8ของครูใหญ่ทำให้เขาหยิบขนมปังของเขาเข้าปากโดยไม่ได้มอง “โอ๊ย!!”  เสียงร้องดังลั่น ดังออกมาจากห้องเล็กๆที่อยู่สุดทางเดินของชั้นเรียน  ทันใดนั้นก็มีเสียงโครมครามดังมาตลอดทางเดินจนเสียงมาหยุดอยู่ที่ประตูโรงอาหารแล้วประตูก็ถูกเปิดออกอย่างแรง “ใครกันที่ทำเรื่องโหดร้ายแบบนี้!!” ครูใหญ่ตะโกนออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว เมื่อสุดเสียงของครูใหญ่ โรงอาหารเต็มไปด้วยความเงียบสงัด ไม่มีเด็กคนใดกล้าปริปากพูดออกมา  “ยัง ยังไม่มีใครยอมรับกันใช่ไหม ดี! จะลงโทษให้หมดทุกคนเลย โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง!!”  “ทำไมต้องโดยเฉพาะเด็กผู้หญิงด้วยคะ”   เสียงเล็กๆของเมดิสันลอดออกมาจากกลุ่มเด็กนักเรียนที่ยืนเบียดเสียดกันอยู่หน้าครูใหญ่  “ก็เพราะ ก็เพราะ......” ครูใหญ่ยืนคิดอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าค่อยๆเย็นลง “เพราะมีเด็กผู้หญิงขี้เสนอหน้าอย่างเธอไงล่ะ สาวน้อย” เมื่อพูดจบ เขาก็หัวเราะหึๆมุมปากด้วยเสียงอันแหบแห้ง เขาเดินเข้าไปในกลุ่มเด็กแล้วฉุดกระชากมือเมดิสันออกมา  เขาเดินสับขาฉับๆๆอย่างไวเพื่อไปให้ถึงห้องที่อยู่สุดทางเดินของชั้นเรียน เมื่อถึงห้อง เมดิสันถูกเหวี่ยงให้ไปนั่งบนโต๊ะอย่างแรง “โอ๊ย ! หนูเจ็บนะ!” ครูใหญ่ไม่ได้สนใจที่เธอร้องโอดโอย เขากลับเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเองด้วยใบหน้าเฉยชา จากนั้นก็เริ่มเทศนาให้เธอฟังถึงหน้าที่ของผู้หญิงที่ควรกระทำ เมดิสันนั่งฟังอย่างเซ็งๆ การเทศนาดำเนินไปเป็นเวลา1ชั่วโมงกว่า ถึงแม้จะเป็นเวลาเพียง1ชั่วโมง แต่กลับเนิ่นนานเหมือนเป็นเดือนในความรู้สึกของเธอ เมื่อการเทศนาจบลง ครูใหญ่ค่อยๆเดินมาหาเธอ แล้วเปิดปากพูด “หวังว่าคงเป็นครั้งสุดท้ายนะ ฉันรู้นะว่าแกเป็นคนทำเรื่องนี้ ดูจากพฤติกรรมความเกรียนก่อนหน้าที่ผ่านมา ต้องเป็นแกแน่ๆ คราวหน้าจะไม่ใช่แค่มาฟังการปรับทัศนคติแน่ จำเอาไว้!” เมื่อสุดเสียงของครูใหญ่ เมดิสันถูกกระชากข้อมือแล้วผลักออกจากห้องอย่างแรง เธอเดินออกมาอย่างเงียบๆเข้าไปเรียนตามปกติและฝืนกลั้นน้ำตาเอาไว้ เมื่อถึงเวลาเลิกเรียนเพื่อนๆของเธอวิ่งเข้า

มากอดและปลอบใจเธอ แต่มันก็มิอาจลบความอัดอั้นความเสียใจของเธอได้ เธอยิ้มและขอบคุณทุกคนแล้วเดินปลีกตัวออกมา ไม่นานนัก น้องสาวของเธอแมนดี้ก็วิ่งมาหาเธอพร้อมน้ำตา “อีกแล้วพี่ ทำไมต้องเป็นอย่างนี้อีกแล้ว” เมดิสัน เมื่อเห็นน้องสาวของเธอพูดเช่นนั้นก็รู้ทันทีว่าน้องของเธอถูกเด็กผู้ชายรังแกเช่นทุกวันที่ผ่านมา เธอกอดน้อง นำผ้าเช็ดหน้าที่ปักลายดอกลาเวนเดอร์อย่างสวยงามมาเช็ดน้ำตาให้น้องอย่างเบามือ จากนั้นจึงจูงมือกันกลับบ้าน เธอพาน้องสาวเข้าไปในห้องของเธอแล้วจึงสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนเอ่ยปากพูด “น้องที่น่ารักของพี่ พี่รู้ว่าเธอต้องเจอกับเรื่องแย่ๆมากมาย พี่อยากขอให้เธออดทน ตอนนี้เรายังเป็นเด็ก ไม่อาจมีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องขอความยุติธรรมจากใครได้ แต่เมื่อเราโตขึ้น เราจะสามารถทำได้หลายสิ่ง รวมไปถึงสามารถต่อต้านในสิ่งที่ทุกคนกระทำแย่ๆกับเราได้ โอเคมั้ย”  เมื่อฟังดังนั้น แมนดี้ก็ยิ้มอย่างมีความหวัง “งั้นเรามาทำโรงเรียนของเราดีมั้ยพี่ หนูจะให้พี่เป็นครูใหญ่ แล้วหนูก็จะเป็นครูประจำชั้น แล้วเราก็สอนแต่เด็กผู้หญิง เราจะไม่ให้เด็กผู้ชายมาเรียนเลย”  “ ดีสิ แล้วเราก็จะทำเป็นโรงเรียนใหญ่ๆตั้งกลางเมืองไปเลย แล้วจะสอนทุกอย่างที่ผู้หญิงอยากเรียนด้วย” ทั้งสองคุยกันถึงเรื่องความหวังและความฝันในการสร้างโรงเรียนของตนอย่างสนุกสนานแล้วเกี่ยวก้อยสัญญากันว่าซักวันจะต้องสร้างโรงเรียนขึ้นมาให้ได้  นานวันผ่านไปสิ่งที่ฝันไว้ไม่ได้สานต่อ เมดิสันถูกย้ายออกจากโรงเรียนมาอยู่ที่บ้านเนื่องด้วยวีรกรรมอันแสบสันของเธอ พ่อของเธอจ้างครูมาสอนที่บ้าน เมดิสันถูกอบรมด้วยวิชาว่าด้วยหน้าที่และบทบาทของกุลสตรี จนเมื่อเวลาเนิ่นนานผ่านไป เธอโตมาเป็นสาวสวยสะพรั่งเป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อม พ่อของเธอคิดว่าถึงเวลาแล้วที่หาคู่ครองที่ร่ำรวยและเหมาะสมมาแต่งงานกับเธอ  บุรุษมากมายจากทั้งในเมืองและต่างเมืองหลั่งไหลเดินทางมาที่บ้านตระกูลจินเจอร์เพราะได้ยินถึงความงามอันเลื่องลือของเมดิสัน บุรุษทั้งหลายเมื่อเดินทางมาถึงต่างก็อวดอ้างสรรพคุณของตนเพื่อหวังจะได้แต่งกับเธอ พ่อของเธอค่อยๆเชิญแขกเข้ามาทีละ5-6คนเข้าไปในห้องรับแขกเพื่อยลความงามของลูกสาวเขา เมื่อเข้ามาในห้อง ไม่นานนักเมดิสันที่อยู่ในชุดกระโปรงสุ่มไก่ที่ประดับด้วยผ้าลูกไม้อันงดงามก็เดินทอดน่องถือพัดปิดหน้าออกมา  “โอ้ แม่สาวน้อย ถอนพัดลงให้ฉันได้ยลใบหน้างดงามของเจ้าเถิด” ได้ยินดังนั้น เธอจึงถอนพัดลง เผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยสีแดงฉานดั่งเลือดและหนอนตัวน้อยเกาะอย่างสบายใจอยู่บนใบหน้าเธอ  เมื่อเห็นเช่นนั้นแขกทั้งหลายไม่รอช้า วิ่งแต๋วแตกออกไปทันทีอย่างเสียสติ พร้อมตะโกนออกไปว่า “ ทุกคน หนีไป นางไม่ใช่คน นางเป็นผีดิบนางจะมากินทุกคน หนี หนี!” พอสุดเสียงของคนตะโกน ฝูงชนที่รออยู่หน้าบ้านต่างแตกกรูวิ่งหนีอย่างกลัวตาย   ต่อให้พ่อเธอตะโกนเรียกเพียงใดก็ไม่มีใครฟัง ทำให้เขาโกรธและไม่ปลื้มเมดิสันอย่างมาก เขาเดินเข้าไปหาเธอและกระชากข้อมือพาเธอไปที่ห้องน้ำ “มานี่ นังตัวดี” พ่อสั่งให้เธอล้างหน้าแต่เธอไม่ฟัง เมดิสันชักสีหน้าแล้วเดินออกไปอย่างเกรี้ยวกราด แต่พ่อเธอกระชากเธอกลับเข้ามาอีกครั้งแล้วยื่นคำขาด “นังตัวดี ถ้าแกไม่ยอมทำตัวดีๆแล้วยอมแต่งงานกับคนที่ชั้นเลือกให้ แม่แกไม่ได้ตายตอนแก่แน่ นี่การที่ฉันอบรมแกให้เป็นกุลสตรีอย่างดีมันไม่ได้ทำให้แกสำนึกบ้างเลยใช่มั้ย!”  “ได้ ฉันจะยอมแต่ง แต่บอกไว้ตรงนี้เลยนะว่าการที่พ่อให้ฉันอยู่บ้านทุกวันนั่งเรียนแต่วิชาบ้าๆนั่น มันไม่ได้ทำให้เป็นกุลสตรี แต่มันสอนให้ฉันโง่ต่างหาก” เมื่อสุดเสียงเมดิสัน เธอก็ถูกพ่อเธอตบอย่างแรง เสียงตบดัง เพี๊ยะ!  ดังก้องไปทั่วบ้าน เธอกลั้นน้ำตาไว้แล้วค่อยๆล้างหน้าอย่างเสียมิได้  หลายวันผ่านไปพ่อของเธอพยายามแก้ข่าวเรื่องเมดิสันหน้าผีจนมีบุรุษมากมายยอมมาบ้านจินเจอร์อีกครั้ง  ครั้งนี้เมื่อเมดิสันเดินออกมา ทุกคนต่างตกตะลึงในความงามของเธอและแย่งกันอวดอ้างสรรพคุณความร่ำรวยของพวกเขา ในที่สุดพ่อของเธอก็เลือกโทมัสบุตรชายแห่งตระกูลซินโนนีม ผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในหมู่บุรุษทั้งหมดให้เป็นคู่ครอง หลังจากนั้น1เดือนเมดิสันก็เข้าพิธีวิวาห์กับโทมัส ซินโนนีม  ในคืนวันนั้น เมดิสันแอบพกถุงฝรั่งเน่าเข้าไปในห้องหอ เมื่อสบโอกาสที่สามียังไม่เข้ามาในห้อง เธอก็นำฝรั่งเน่ามาคั้นเอาน้ำออกมาให้ได้มากที่สุดแล้วนำมาทาละเลงจนทั่วทั้งเรือนร่างแล้วนั่งรอเวลาจนสามีเธอกลับเข้าห้อง เมื่อโทมัสเข้ามาให้ห้อง เขาถึงกับต้องทำหน้าเหวอเมื่อเจอกับกลิ่นเน่าสุดสะอิดสะเอียนของฝรั่งเน่า ทุกๆย่างก้าวที่เขาเดินใกล้เข้าไปหาเธอยิ่งทำให้ท้องไส้ปั่นป่วน จนในที่สุดเขาต้องยอมจำนนต่อกลิ่นแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างฉุนเฉียว สิ้นเสียงปิดประตู เมดิสันหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนานปนความสะใจ “ยอมแต่งนะ แต่อย่างหวังว่าจะได้ร่างกายฉัน ฮ่าๆๆๆๆ” หลังจากคืนวันนั้นเธอก็ทำแบบนี้เรื่อยมา จนมาถึงคืนหนึ่ง โทมัสเดินเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้าอันเศร้าสร้อย “ เธอจะไม่ยอมฉันจริงๆใช่มั้ย นี่ก็ผ่านไปเป็นเดือนแล้วนะไม่สงสารกันบ้างหรอ” เขามองจ้องไปที่ดวงตาของเธอด้วยสีหน้าเหมือนลูกหมาหงอย ด้วยสีหน้าแบบนั้นบวกกับความหล่อเหลาดั่งกัปตันอเมริกาทำให้เธอหลวมตัวยอมเขาในคืนนั้น ทุกอย่างดูเหมือนเป็นไปอย่างราบรื่น เมดิสันมีความสุข มีเงินใช้ ถึงแม้จะออกเสียงในหลายๆเรื่องไม่ได้เต็มที่ก็ตาม  ในช่วงฤดูร้อนเป็นช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่จะได้พักผ่อนจากงาน ด้วยเหตุนี้โทมัสจึงชวนเพื่อนๆของเขามาสังสรรค์ที่บ้านในขณะที่เมดิสันเดินเก็บดอกไม้อยู่ในสวน เมื่อเธอเดินออกมาจากสวนก็ได้ยินเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานของพวกผู้ชายที่คุยกันอยู่ที่ห้องอาหาร ด้วยความสงสัยว่าพวกเขาคุยอะไรกัน เธอจึงแอบย่องไปฟังอย่างเงียบๆ  “เออนี่ ฉันได้ยินกิตติศักดิ์อันเลื่องลือเกี่ยวกับความแสบสันของภรรยาท่าน ที่ว่าเจ้าหล่อนไม่ยอมมีอะไรกับท่านในวันวิวาห์ อยากจะรู้จริงๆท่านทำยังไงให้เธอยอมได้”    “โอย ง่ายจะตาย ก่อนอื่นนะท่านก็ต้องรู้จุดอ่อนของผู้หญิงก่อน ผู้หญิงน่ะ มันขี้ใจอ่อน แล้วก็โง่ หลอกล่อนิดหน่อย ก็ได้ละ แล้วแถมข้าก็ดันรูปหล่อซะด้วยสิ บางทีไม่ต้องทำอะไร ผู้หญิงก็ต่างยอมเข้ามาเป็นเมียข้าอย่างเต็มใจ”    “เลว เลว เลววววว” เมดิสันขมุบขมิบปากกัดเขี้ยวกัดฟันพูดด้วยความแค้น เธอเดินออกจากบริเวณนั้นด้วยความเครียดแค้น แต่เธอก็ต้องหยุดชงักเมื่อมีเสียงหนึ่งดังขึ้น “ที่ท่านพูดไม่เกินไปหน่อยหรอ ท่านไม่คิดบ้างหรือว่าสตรีทั้งหลายตามจริงมีความสามารถมากมาย แต่ไม่ได้แสดงออกเลยทำให้ถูกมองว่าโง่ และการที่ท่านเอาชนะเธอได้ ไม่ได้หมายความว่าเธอโง่ เพียงแต่เธอมีความเป็นคนมากว่าท่านเท่านั้นเอง”

ประโยคจากปากของโนเวลเพื่อนของโทมัสทำให้โทมัสฉุนเฉียวแต่กลับทำให้เมดิสันยิ้มอย่างปลื้มปลิ่ม โทมัสชักสีหน้าด้วยความขุ่นเคืองแล้วเปลี่ยนเรื่องคุยทันที เมดิสันยืนฟังอยู่ซักพัก จนเธออดใจไม่ได้ที่จะไปทำความรู้จักกับบุรุษคนนี้ เธอจึงปรับสีหน้าตนเองให้ราบเรียบแล้วเดินทอดน่องเข้าไปในวงสนทนาอย่างช้าๆ  จากนั้นจึงยิ้มอ่อนๆให้ทุกคนในวงสนทนาพร้อมกล่าวแนะนำตัว แขกทุกคนที่กำลังนั่งคุยกันต่างตกตะลึงในความงามของเธอ เธอนั่งลงบนเก้าอี้อย่างสง่างามแล้วใช้คำพูดในการสนทนาอย่างชาญฉลาดปนเสียดสีความใจแคบของพวกผู้ชาย ทำให้โนเวลรู้สึกถูกใจเมดิสันเป็นอย่างมาก เย็นวันนั้นโนเวลและเมดิสันปลีกตัวออกจากทุกคนไปคุยกันในสวนตามลำพังและเล่นถอดรหัสข้อความ ยิ่งทั้งคู่ได้สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันมากเท่านั้น หลังจากนั้นทุกวัน ทั้งคู่ก็นัดไปเจอกันที่ใจกลางเมืองเพื่อสนทนาแลกเปลี่ยนความเห็น นานวันผ่านไปความสนิทเปลี่ยนแปลงเป็นความรักและผูกพัน จนทำให้ทั้งคู่มีความสัมพันธ์กันลึกซึ้ง เวลาผ่านไปโทมัสก็จับได้ว่าทั้งคู่แอบคบหากัน  ด้วยความรู้สึกทั้งรักทั้งแค้น เขาจึงทำร้ายร่างกายเมดิสันแล้วจับเธอขังไว้ในห้องนอน แล้วสั่งคนรับใช้ทุกคนว่าไม่ให้ต้อนรับโนเวลเป็นอันขาด  ทางโนเวล เมื่อทราบข่าวก็เสียใจมากจึงวางแผนพาเมดิสันหนี โดยนำกระดาษม้วนเล็กๆ ผูกติดขานกแก้วแล้วปล่อยให้มันบินไปหาเมดิสัน  ในขณะที่เมดิสันกำลังนอนร้องไห้อยู่นั้น ก็มีเสียงเคาะหน้าต่างดังขึ้น ด้วยความสงสัยเธอจึงค่อยๆแง้มหน้าต่างออก เผยให้เห็นเจ้านกแก้วน่ารักตัวหนึ่งที่มีม้วนกระดาษแผ่นเล็กผูกติดไว้ที่ข้อเท้า เธอคลี่กระดาษออกอย่างเบามือ “ ฉันรู้เธอต้องทุกทรมานแค่ไหน แต่ความทรมานของเธอจะสิ้นสุดลง ฉันสัญญา อีก2วัน ขอให้เธอมาหาฉันที่ท่าเรือแมร์รี่เพื่อยืนยันว่าเธอพร้อมที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน ฉันจะรอเธอ ด้วยรัก โนเวล แอนเดอร์สัน” ข้อความในจดหมายทำให้เธอปลื้มปิติจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เธอจึงวางแผนทำทีว่าป่วยอยากให้น้องสาวมาดูแล เมื่อเห็นเช่นนั้นโทมัสจึงส่งจดหมายไปเรียกน้องสาวของเธอให้มาดูแล เมื่อแมนดี้มาถึง เมดิสันก็แสร้งทำเป็นอาการหนักกว่าเดิม ดั่งกับว่าเธอจะตายวันตายพรุ่ง แล้วเอ่ยปากขอโทมัสให้เธอได้พูดคุยกับน้องสาวเพียงลำพัง ด้วยความเห็นใจและความรักที่ยังหลงเหลืออยู่ภายในจิตใจ เขาจึงไม่ขัดคำขอ หลังจากที่โทมัสเดินออกจากห้อง เมดิสันก็เผยความลับที่เธอแสร้งทำเป็นป่วย และบอกแผนที่วางไว้ให้น้องสาวเธอฟัง รวมถึงขอให้น้องของเธอช่วย  น้องสาวของเธอก็ยินดีช่วยด้วยความเต็มใจ เมื่อเตรียมการกันเสร็จสับ ทั้งคู่พยักหน้าอย่างรู้กัน แล้วแมนดี้ก็เดินออกจากห้องทำทีว่าต้องรีบไปเตรียมตัวมาอยู่ดูแลพี่สาว เช้าวันต่อมา แมนดี้ติดสินบนสาวใช้ของโทมัสให้ลอบพาเมดิสันหนีออกมา หลังจากทุกอย่างเป็นไปตามแผน เมดิสันรีบสับขาฉับๆด้วยความร้อนใจอยากให้ไปถึงท่าเรือเร็วๆ เธอเดินไปถึงท่าเรือและยืนรออย่างจดจ่อ เวลาผ่านไปเนิ่นนานแต่ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของชายคนรัก เธอรอแล้วรอเล่าจนถึงเวลาค่ำก็ยังเหมือนเดิม เธอจึงตัดสินใจจะรอใหม่ในวันถัดไป วันถัดมาก็ยังเหมือนเดิม เธอมายืนรอคนรักอยู่4วัน แต่ก็ไม่มีวี่แววจนเธอยอมตัดใจกลับบ้าน  เมื่อถึงบ้านเธอต้องทนกับคำดูถูกเหยียดหยามมากมายจากโทมัส  ยิ่งได้ยินคำพูดพวกนั้นมากเท่าไหร่ยิ่งทำให้จิตใจบอบช้ำยิ่งกว่าเดิม เมดิสันค่อยๆเดินเข้าไปในห้องด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์และครุ่นคิดว่าทำไม ทำไม

 ทำไม ด้วยความสงสัยและความเสียใจที่มีอย่างล้นเหลือทำให้เมดิสันต้องส่งจดหมายไปบอกให้น้องสาวจ้างนักสืบไปตามหาโนเวล ทางฝ่ายแมนดี้เมื่อได้รับจดหมายจากพี่สาวก็รีบหานักสืบมาตามสืบเรื่องนี้ทันที เธอว่าจ้างเอียนซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของโนเวลเนื่องจากเธอคาดว่าจะจ่ายค่าแรงน้อยกว่านักสืบทั่วไปแต่สิ่งที่ได้กลับดีกว่าที่คาดเขาทำงานให้โดยไม่คิดค่าจ้าง  เมดิสันนัดเอียนไปพบเป็นการส่วนตัวที่นอกเมืองเพราะเกรงจะทำให้โทมัสไม่พอใจ “คุณเมดิสันครับ ช่วยเล่าเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่เพื่อนผมนัดพบคุณได้มั้ย”     “ได้ค่ะ วันนั้นขณะที่อยู่ในห้อง ก็มีเจ้านกแก้วหางสีฟ้าน่ารักที่มีม้วนกระดาษเล็กๆสอดที่ข้อเท้าส่งมาให้ฉัน”    “เดี๋ยวนะ คุณว่าหางสีฟ้าใช่มั้ย”   เมดิสันรีบพยักหน้าตอบรับ เอียนเห็นดังนั้นก็ทำหน้าเครียดและครุ่นคิด    “ ไม่ใช่แล้วล่ะ มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ นกแก้วที่เพื่อนผมส่งไป เป็นนกแก้วพันธ์มาร์คอร์ตัวใหญ่หางสีแดง” ทั้งสองคนมองหน้ากันอย่างสงสัย จากนั้นเอียนจึงให้เมดิสันเล่าต่อ เขานั่งจดรายละเอียดซักพักแล้วขอตัวกลับ หลังจากนั้นทุกๆ2-3วัน เอียนจะแอบนัดเมดิสันไปพบเพื่อบอกความคืบหน้าโดยให้เมดิสันอ้างโทมัสว่าเธอออกไปเดินสูดอากาศที่ชายทะเล มีอยู่ช่วงหนึ่งเอียนก็เงียบหายไปส่งจดหมายมาบอกเมดิสันเพียงว่า “คุณเมดิสันครับ เรื่องตามสืบใกล้จะสำเร็จแล้ว แต่ผมมีธุระบางอย่างต้องสะสางก่อน รบกวนคุณช่วยรออีก1อาทิตย์นะครับ เอียน วารัส” ข้อความในจดหมายทำให้เธอยิ่งใจร้อนรุ่ม ใคร่อยากรู้ความจริงเรื่องชายคนรักยิ่งกว่าเดิม แต่ทำได้เพียงวางท่าทางแสดงให้โทมัสเห็นว่าเธอไม่ได้มีพิรุธอะไร  8วันผ่านไป ในวันรุ่งขึ้นเกิดเสียงคึกโครม อึกทึกดังไปทั่วบ้าน ด้วยความตกใจ เมดิสันวิ่งตามเสียงออกมาก็พบกับเอียนที่ยืนดูตำรวจ5นายกำลังพยามล็อคตัวโทมัสไว้ “เกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมสามีดิฉันถึงถูกจับไปแบบนี้”   เอียนมองมาด้วยสีหน้าที่ดูเครียดๆแล้วจึงเปิดปากพูด “ตอนนี้ผมยังบอกอะไรไม่ได้มาก บอกได้เพียงว่าสามีคุณมีความเกี่ยวข้องกับการหายไปของเพื่อนผม ถ้าคดีเสร็จสิ้นผมจะส่งจดหมายมาบอกครับ” ได้ยินดังนั้น สีหน้าของเมดิสันก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือดทันที เธอได้แต่พยักหน้าว่าเธอเข้าใจ เมื่อตำรวจและนักสืบเดินออกไป เธอได้แต่ทรุดตัวนั่งลง สองมือลูบหน้าขึ้นลงด้วยความเครียดและรออย่างใจจดจ่อ 2สัปดาห์ให้หลังจดหมายจากเอียนก็มาถึง เมดิสันรีบเปิดจดหมายด้วยใจอันร้อนรุ่ม ข้อความในจดหมายบอกไว้ว่า “ ถึงคุณเมดิสัน หลังจากที่ผมได้สืบเรื่องเพื่อนผมมาเรื่อยๆทำให้ยิ่งทราบว่าเพื่อนผมไม่อาจมาหาคุณได้อีกต่อไป วันหนึ่งขณะที่ผมเดินไปตรวจบริเวณที่เพื่อนผมนัดคุณไปหา ผมก็พบว่ามีแหวนวงหนึ่งติดอยู่บนพื้นตรงบริเวณซอกไม้ ผมนำมันขึ้นมาพินิจทำให้ผมแน่ใจว่าสามีคุณต้องเกี่ยวกับคดีนี้เนื่องจากมันเป็นแหวนประจำตระกูลของสามีคุณ ยิ่งสืบได้ความมากเท่าไหร่หลักฐานยิ่งมัดตัว ทำให้ผมต้องเสียมารยาทสืบต่อโดยไม่ได้บอกคุณก่อนเพราะกลัวรูปคดีเสีย หลังจากที่ตำรวจจับสามีคุณมาสอบสวนปนการทรมานไม่นานนักเขาก็ยอมสารภาพ เขาเล่าว่า วันนั้นขณะที่เขาเล่นยิงจานร่อนกับพ่อของคุณ บังเอิญมีนกแก้วตัวหนึ่งบินผ่านมาเขาจึงเปลี่ยนเป้าหมายเล็งไปที่นกแก้วแทน หลังจากที่นกแก้วร่วงสู่พื้น เขาวิ่งไปดูและเห็นม้วนกระดาษที่ข้อเท้านก ข้อความในจดหมายทำให้เขาคุ้มคลั่ง ด้วยความแค้นเขาวางแผนกับพ่อคุณเขียนจดหมายปลอมนัดโนเวลไปที่ท่าเรือก่อน1วัน และนัดคุณไปที่ท่าเรือวันเดิม เขาและพ่อคุณลักพาตัวโนเวลเข้าไปในป่า เอามีดแทงเข้าที่ขั้วหัวใจและนำศพฝังไว้ใต้ต้นไม้ใกล้ต้นลำธาร....”      “ ไม่จริงงงงงงงงง” ยังงไม่ทันอ่านจดหมายจบเธอก็กรีดร้องอย่างสุดเสียงเหมือนคนเสียสติ “ไม่จริงไม่จริงไม่จริงไม่จริง!” เมดิสันพยายามบ่นพึมพำหลอกตัวเอง เธอรีบวิ่งออกจากบ้านไปที่ป่าพร้อมจอบแล้วขุดใต้ต้นไม้ทุกต้นที่ต้นลำธารอย่างบ้าคลั่ง จนมีเสียงกึกๆเหมือนจอบกระทบกับบางสิ่ง เมดิสันวางจอบลงและเอามือคุ้ยดินอย่างบ้าคลั่งจนเผยให้เห็น ใบหน้าซีดๆที่มีหนอนไชอยู่3-4ตัว  “ม่ายยยยยยย”  เธอกรีดร้องจนสุดเสียงพร้อมน้ำตา จากนั้นจึงประคองร่างอันไร้วิญญาณมาไว้ในอ้อมกอดและจุมพิตบนหน้าผากของชายคนรักอย่างแผ่วเบาแล้วฝังร่างนั้นคืนที่เดิม เธอเดินกลับบ้านด้วยใบหน้าที่มองดูเหมือนว่าวิญญาณเธอได้หลุดจากร่างไปแล้ว หลังจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เมดิสันก็เก็บตัวอยู่แต่ในห้องไม่ออกมาพบเจอผู้คน แม้แต่น้องสาวที่เธอรักที่สุด เธอก็ไม่ยอมออกมาพบ แมนดี้ทำได้เพียงแต่มาเยี่ยมที่หน้าห้อง และคอยพูดเล่าเรื่องราวของโลกภายนอกให้เมดิสันฟัง “พี่ รู้มั้ย ช่วงหลังเนี่ย เริ่มมีคนออกมาเป็นกระบอกเสียงเพื่อให้ผู้หญิงได้รับสิทธิเหมือนผู้ชายกันบ้างละน้า เชื่อว่ารุ่นลูกหลานเราผู้หญิงจะต้องไม่ถูกรังแกเหมือนรุ่นเราแน่ๆ พี่น่าจะได้มาเห็นนะ นี่ก็ปีกว่าแล้ว พี่ออกมาบ้างเถอะนะ” น้องสาวพูดด้วยเสียงสั่นเครือพร้อมกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ ความเงียบจากภายในห้องทำให้แมนดี้ท้อใจจนตัดสินใจหันหลังเตรียมกลับบ้าน แต่ทันใดนั้นประตูห้องก็ถูกเปิดออก เมดิสันส่งยิ้มอ่อนๆมาทางแมนดี้ ทั้งสองสวมกอดกัน “พี่ว่าจะไปสูดอากาศข้างนอกหน่อย เธอก็กลับบ้านไปได้แล้ว พี่ไม่เป็นไรแล้วนะจ๊ะ ฝากบอกหลานด้วยว่าพี่คิดถึง” แมนดี้พยักหน้าตอบรับ แล้วเดินออกไป หลังจากนั้นทุกๆวันเวลาตั้งแต่เที่ยงวัน เมดิสันจะสวมเสื้อคลุมและเดินหายเข้าไปในฝูงชนที่ล้นหลามตรงใจกลางเมืองและกลับมาบ้านประมาณ6โมงเย็น โดยที่ทุกคนก็ไม่ทราบว่าเธอกำลังทำอะไรหรือคิดอะไร น้องสาวเธอสงสัยในพฤติกรรมนี้เป็นอย่างมากจึงพยายามตามสืบ แต่ก็ไม่เป็นผล หลายปีผ่านไป เมดิสันเริ่มล้มป่วยด้วยโรคขาดสารอาหาร ในทุกวันน้องสาวเธอจะทำอาหารที่เธอชอบมาให้ทานและพยายามถามถึงเรื่องที่เมดิสันออกจากบ้านไปทุกๆวัน แต่เมดิสันก็ไม่ยอมปริปากพูด    2เดือนผ่านไป เมดิสันก็เสียชีวิต  ทำให้แมนดี้โศกเศร้าเป็นอย่างมาก เธอเดินทางมาที่บ้านโทมัสเพื่อเก็บข้าวของของเมดิสัน เธอค่อยๆเก็บเสื้อผ้าของพี่และสิ่งของต่างๆพร้อมน้ำตา จนมาถึงหีบใบหนึ่ง เธอเปิดหีบออกหวังจะเก็บเสื้อผ้าของพี่สาวแต่หีบกลับว่างเปล่ามีเพียงกระดาษแผ่นเล็กที่ระบุแผนที่ของสถานที่แห่งหนึ่ง กระดาษแผ่นนั้นทำให้เธอยิ่งสงสัยใคร่รู้ แมนดี้ไม่รอช้า เรียกรถม้าให้พาไปตามแผนที่ เมื่อมาถึงเธอก็พบกับอาคารแห่งหนึ่งที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ เธอเดินเข้าไปและพบกับเอียนกำลังยืนคุมงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เมื่อเอียนเห็นแมนดี้ เขาก็เปลี่ยนสีหน้าและยิ้มอย่างใจดีพร้อมกับยื่นจดหมายฉบับหนึ่งมาให้ เธอค่อยๆเปิดซองและคลี่กระดาษออกอย่างเบามือ  “ถึงแมนดี้ น้องสาวที่พี่รักที่สุด พี่เขียนจดหมายไว้เพราะเกรงว่าพี่จะอยู่ไม่ถึงวันที่จะได้บอกเธอว่าพี่ไม่เคยลืมสัญญาที่ให้ไว้ อาคารแห่งนี้มันจะเป็นโรงเรียนในฝันของเธอ โรงเรียนสำหรับสตรีเพศที่จะได้เล่าเรียนวิชาการทุกอย่างที่ตนไฝ่หา ขอให้เธอตั้งชื่อโรงเรียนนี้ดั่งที่ใจเธอจะปรารถนา หากพี่อยู่ไม่ถึงตอนที่อาคารแห่งนี้เสร็จขอให้เธอนำต้นแบบอาคารที่พี่สร้างไว้ มาดูแลและสร้างต่อ หากไม่พอใจแบบที่พี่เขียนไว้ขอให้เธอปรับเสริมให้เป็นแบบที่เธอต้องการ พี่รู้นะ เธอต้องดีใจแน่ๆ ฮั่นแน่อ่านจดหมายแล้วยิ้มอยู่ล่ะซี่ ฮ่าๆๆๆๆ  พี่รักน้องนะ สุดที่รักของพี่ ด้วยรัก เมดิสัน จินเจอร์”  ข้อความในจดหมายทำให้แมนดี้หัวเราะทั้งน้ำตา หลังจากที่เมดิสันเสียชีวิต แมนดี้กับเอียนก็ดูแลการสร้างอาคารจนเสร็จและตั้งชื่อโรงเรียนว่า “เมดิสัน สถาบันเพื่อนสตรี” เพื่ออุทิศแด่เมดิสัน เมืองนี้จึงมีโรงเรียนสำหรับผู้หญิงเป็นแห่งแรก และสตรีทั้งหลายได้เรียนรู้วิชาการมากมาย มีสิทธิ์มีเสียงมากขึ้น และอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งค่านิยมที่ว่าจะต้องออกเรือนให้ผู้ชายหาเงินเลี้ยงดูอีกต่อไป

บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

0
โหวต 0 /10 คะแนน
จากสมาชิก 0 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

0 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

0 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...