เรื่องสั้น : GOD

อ่าน 424
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
1 บท (จบบริบูรณ์)
แต่งเมื่อ:
วันที่ 6 มี.ค. 2561 23:55 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง N[n]N
เด็กใหม่ (1)
เด็กใหม่ (1)
เด็กใหม่ (3)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

บท 1. 1

เขียนเมื่อ วันที่ 6 มี.ค. 2561 23:59 น.

   ด้วยสองมือนี้ ฉันสามารถนำพาจุดจบ ความตาย และความว่างเปล่า ไปสู่ผู้ที่แตะต้องมัน ฉันต้องใช้ชีวิตอย่างอ้างว้างเดียวดายมานานหลายปี นานแสนนาน นานมากจนฉันคิดว่ามันควรถึงเวลาเสียที ที่ฉันต้องยุติความมีอยู่ซึ่งแปลกประหลาด สิ่งที่ทำให้ฉันราวกับตกนรกทั้งเป็น
   ฉันเคยใช้ชีวิตมาแล้วหลายประเทศทั่วโลก เดินทางหนีจากที่เดิมเมื่อมีเรื่องไม่สบายใจ ย้ายออกเมื่อฉันทำผิดพลาด สลับสับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ จนฉันเองก็เริ่มจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองเกิดและเติบโตมาจากที่ไหนกันแน่ ชีวิตในวัยเด็กไม่ได้สวยงาม อบอุ่น เหมือนกับครอบครัวอื่นทั่วไป พวกเขาบอกว่าฉันเป็นแม่มดต้องคำสาป ที่พร้อมจะพรากลมหายใจของ ‘สิ่งมีชีวิต’ ทุกชนิดที่ฉันเผลอไปแตะต้องมันเข้า ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตามที ฉันสูญเสียคุณย่าเพียงเพราะฉันจับมือท่าน พ่อต้องจากโลกนี้ไปตลอดกาลเพราะฉันกอดท่าน ไม่รู้เหมือนกันว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ฉันกลายเป็นแบบนี้ กลายเป็นปีศาจร้ายที่คอยแต่จะสร้างความเจ็บปวดให้กับคนรอบข้าง ฉันเหนื่อยเหลือเกิน...

   และหลายร้อยปีที่ผ่านมา ฉันพยายามฆ่าตัวตายซ้ำ ๆ แต่มันก็ไม่เคยสำเร็จ ไม่ว่าจะตัดนิ้วมือกี่ครั้งมันก็งอกออกมาใหม่ หรือต่อให้ฉันยิงตัวเองมันก็ไม่เป็นผล ฉันตายไม่ได้ ไม่สิ ต้องบอกว่าฉันไม่มีวันตาย แต่เพราะอะไรล่ะฉันถึงต้องมีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ทรมานกับสภาพแบบนี้ แม้แต่ผู้ชายที่ฉันเคยคบ แค่เพียงสัมผัสกันเท่านั้นเขาก็ต้องจากโลกใบนี้ไป มันเป็นความผิดของฉันเต็ม ๆ เลย

   “ผมว่า...บางทีคุณควรจะไปพบแพทย์ดีกว่านะครับ ผมไม่ได้หมายความว่าคุณสติไม่ดี แต่ว่า...คือมันน่าจะช่วยอะไรคุณได้บ้าง”
   ฉันตวัดตามอง ‘เพื่อนใหม่’ ที่เพิ่งเจอกันหลังจากที่ฉันเดินทางมาที่ไทยได้ไม่นาน แค่ฟังก็รู้แล้วว่าเขาคิดว่าฉันเป็นบ้าแน่นอน แต่ก็นั่นแหละ อันที่จริงฉันไม่ควรเล่าเรื่องพวกนี้ให้เขาฟังด้วยซ้ำ ทั้งที่เก็บมันเอาไว้ในใจมานาน เก็บไว้กับตัวเพียงคนเดียว และหวังจะให้มันเป็นความลับติดตัวไปตลอดชีวิต แต่ตอนนี้...ฉันคงเหนื่อยมากเกินไป จนอยากระบายกับใครสักคนเท่านั้นเอง
   “ช่างมันเถอะค่ะ ถือซะว่าเมื่อกี๊คุณก็แค่ฟังนิทานเรื่องหนึ่ง มันไม่ได้สำคัญอะไรหรอก”
   “ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น ผมอยากจะเชื่อคุณนะ แต่ว่า...คุณก็รู้นี่ มนุษย์เรามีอายุขัยแค่ไม่กี่ปี แต่คุณบอกว่าอยู่มาแล้วหลายร้อยปี แล้วดูสิ...คุณยังสาวอยู่เลยนะ”
   ”และฉันควรจะไปหาหมอใช่มั้ย?”
   ฉันยิ้ม ยิ้มออกไปทั้งที่ในใจไม่ได้มีความรู้สึกใด ๆ เลยสักนิด ไม่อยากยิ้ม ไม่อยากหัวเราะ หรือร้องไห้
   “ว่าก็ว่าเถอะ เห็นแบบนี้ผมอ่านหนังสือเป็นงานอดิเรก ผมเคยอ่านเจอเมื่อนานมาแล้วว่ามีคนแบบคุณนี่แหละ แต่มันไม่ร้ายแรงอะไร คุณก็แค่ไปหาหมอ หมอจะช่วยคุณออกจากชีวิตเส็งเคร็งนี้ได้นะ รู้รึเปล่า”
   “ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะคะ”
   “แล้วดูคุณสิ คุณบอกว่าเพิ่งจะมาถึงไทยไม่นาน แต่คุณพูดไทยคล่องขนาดนี้”
   “ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันมาสักหน่อย...ช่างมันเถอะ เรามาทำเป็นลืมเรื่องนี้ไปซะดีกว่า”
   “อ้อ จะบอกว่าเคยมาเมื่อหลายร้อยปีก่อนอีกล่ะสิ”
เขาแสดงออกชัดเจนว่า ‘ฉันเป็นคนบ้า’ ทั้งสีหน้าและน้ำเสียง จะโทษใครได้ล่ะ โทษตัวเองนั่นแหละที่เล่าเรื่องไร้สาระราวกับนิทานหลอกเด็กให้คนอื่นฟังเป็นฉาก ๆ แต่หมอนี่ก็ดูจะไม่ยอมจบเรื่องนี้ง่าย ๆ เพราะไม่ว่าฉันจะพูดว่า ‘ช่างมันเถอะ’ ไปกี่ครั้ง เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยให้เรื่องนี้จบลง
   “แล้วถ้าบอกว่าเคยมาเมื่อหลายร้อยปีจริง ๆ ล่ะ ตอนนั้นประเทศของคุณยังสวยงามอยู่เลย ฉันชอบนะ ชอบมากกว่าตอนนี้เสียอีก”
   “หึ ผมเข้าใจแล้วล่ะ ตอนแรกก็อยากจะสงสารเห็นเป็นคนสติไม่ดีเท่าไหร่ แต่นี่ดูเหมือนคุณตั้งใจจะหลอกผมตลอดเวลา คุณไม่คิดว่าตัวเองป่วยบ้างเหรอ?”
   “คุณควรจะหยุดพูดจาไม่ดีกับฉันสักทีนะ ฉันไม่มีความอดทนมากพอจะรับฟังคำพูดแย่ ๆ ของคุณ ที่จริงต้องบอกว่าฉันไม่เคยมีความอดทนกับเรื่องอะไรก็ตามมานานแล้วด้วยซ้ำ”
เขายกยิ้มมุมปาก ชูขวดเหล้าในมือขึ้นคล้ายกับกำลังหัวเราะฉันอยู่ในใจ
จริงอยู่ที่ฉันรู้สึกผิดมาตลอดที่เป็นสาเหตุให้หลายคนต้องตายไปในอดีต แต่ก็มีไม่น้อยที่ฉันจงใจทำให้เขาตายโดยไม่รู้สึกว่าตัวเองทำผิดแม้แต่น้อย บางครั้งฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าตัวเองช่างร้ายกาจและเลือดเย็น หรือนี่จะเป็นเหตุผลที่ฉันกลายเป็นแบบนี้ เพราะมีจิตใจที่อำมหิตและดำมืดราวกับปีศาจนี้รึเปล่านะ
   “ผมว่าผมขอตัวก่อนดีกว่า คุณเหมือนมิจฉาชีพจนผมกลัว”
ฉันจ้องมองเขาด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง
   “โอ้ ขอโทษนะที่พูดตรงไปหน่อย ผมขอแก้ตัวใหม่ก็แล้วกัน คุยกับคุณแล้วมันเหมือนกำลังฟังผู้หญิงขี้โกหกแต่งเรื่องให้ตัวเองดูวิเศษกว่าคนอื่น คล้ายว่าจะมีอาการทางประสาทยังไงไม่รู้ บอกไม่ถูกเหมือนกัน แต่ผมรังเกียจ”
   เขาลุกขึ้นยืน ส่งรอยยิ้มเย้ยหยันมาให้ก่อนทำท่าจะหมุนตัวเดินออกไป แต่ฉันก็จับแขนของเขาเอาไว้ได้ ก่อนจะพูดประโยคสุดท้ายกับเขา
   “ขอโทษนะที่ฉันดันเล่าเรื่องไม่เป็นเรื่องให้ฟัง แต่คุณผิดเองที่นิสัยเสีย คนดี ๆ ทั่วไปเขาไม่ด่าหรือใช้คำพูดหยาบคายกับคนอื่นแบบนี้หรอกค่ะ ผิดที่คุณนะเรื่องนี้ คุณคนเดียวเลย”
   ชายหนุ่มล้มตัวลงกับพื้นเสียงดังจนคนรอบข้างหันมามอง ฉันย่อตัวลงและเอื้อมมือไปพลิกร่างของเขาให้หงายขึ้น และพบว่าเขาไม่หายใจอีกต่อไปแล้ว
   “ไม่มีอะไรหรอกค่ะทุกคน เขาก็แค่เมาน่ะ เมาแล้วก็ล้มพับลงไปเอง”
   พูดจบก็ส่งยิ้มหวานให้กับคนที่มองมาอย่างให้ความสนใจ ก่อนจะหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นคล้องไหล่ เตรียมตัวเดินทางอีกครั้ง
   คราวนี้จะไปไหนดีนะ...

บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

8
โหวต 8 /10 คะแนน
จากสมาชิก 1 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

8 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

7 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

9 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...