เรื่องสั้น : หญิงอัปลักษณ์กับลูกแก้ววิเศษ ตอนกำเนิดเจติยา

อ่าน 107
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
4 ตอน
แต่งเมื่อ:
วันที่ 3 ก.พ. 2561 10:13 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง Richa
หัดอ่านหัดเขียน (11)
เด็กใหม่ (0)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1.

เขียนเมื่อ วันที่ 3 ก.พ. 2561 10:16 น.
•»

“โอ้ย ... มันออกไปรึยัง” เสียงหญิงท้องแก่ร้องครวญครางอย่างเจ็บปวด

“ยังค่ะ อดทนอีกนิด เบ่งอีก เบ่งอีก” หมอและพยาบาลพยายามจะช่วยหญิงท้องแก่ แต่ยากเหลือเกิน

“เด็กไม่ยอมออก” เสียงของใครคนหนึ่งในห้องคลอดพูดขึ้น

“โอ๊ย!!! ... เอามันออกไปที ฉันทนไม่ไหวแล้ว นังเด็กเปรตนี่ไม่ยอมออกสักที ...”

 

เจติยาคือหญิงสาวที่เกิดมารูปร่างหน้าตาที่อัปลักษณ์เกินกว่าคนทั่วไป ใบหน้าก็บิดเบี้ยว ฟันก็ยื่นเหยิน จมูกงองุ้มเหมือนแม่มด และตาทั้งสองข้างไม่เท่ากัน เธอชินชากับภาพที่ทุกคนจ้องมองเธอด้วยความสงสารและเวทนา บางคนก็ตกใจและเดินถอยห่างอย่างรังเกียจหรือหวาดกลัว มันคือ “ปมด้อย” ในชีวิตของเธอมาโดยตลอด

แม่ของเจติยาคลอดเธอออกมาอย่างยากลำบากและอดทนเลี้ยงดูเธอมาได้เพียงแค่ 3 ปีก็ต้องจากไปด้วยความอ่อนแอของร่างกายจากโรคร้ายรุมเร้า ทอดทิ้งเธอไว้เพียงลำพังกับบิดาและแม่เลี้ยงคนใหม่ ขึ้นชื่อว่าแม่เลี้ยงจะมีสักกี่คนที่โชคดีเจอแม่เลี้ยงที่ไม่ใจร้าย

เจติยาเติบโตมาพร้อมกับน้องสาวคนสวยและน้องชายหน้าตาหล่อเหลาใช้ได้เลยทีเดียว เธอเป็นเพียงคนเดียวในบ้านที่หน้าตาอัปลักษณ์จนไม่มีใครอยากทักทายหรือสนใจ เธอถูกทิ้งให้กินข้าวเพียงลำพังเพราะไม่มีใครอยากร่วมโต๊ะกินข้าวด้วย

“เห็นหน้าแล้วกินไม่ลง เมื่อไหร่แม่จะไล่มันออกจากบ้านเสียที” น้องสาวคนสวยของเจติยาบ่นบนโต๊ะกินข้าว

“นั่นซิ เมื่อไหร่พี่จะไล่มันออกจากบ้านเสียที” แม่เลี้ยงหันไปถามพ่อของเจติยา

“รอให้มันมีผัวเดี๋ยวมันก็ออกไปเองล่ะ” พ่อแท้ ๆ ของเจติยาตอบอย่างลำคาญ

“โอ๊ย งั้นชาตินี้มันคงต้องตายอยู่บ้านหลังนี้ล่ะ” แม่เลี้ยงใจร้ายพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ

“ในฐานะที่ผมเป็นผู้ชายคนหนึ่ง บอกตามตรงนะ หน้าตาอย่างพี่หญิงนี่ ไม่มีผู้ชายคนไหนเอาไม่ทำเมียได้ลงคอหรอก” น้องชายต่างพ่อของเจติยาพูดขึ้นบ้าง

รู้ทั้งรู้ว่าเจ็บปวดแต่เจติยาก็ยังอดที่จะแอบฟังไม่ได้ แม่เลี้ยงโกรธเกลียดยังไม่พอ นี่น้องสาว น้องชาย สายโลหิตเดียวกันยังเกลียดกันได้ลงคออีก พ่อก็อีกคนจะรังเกียจอะไรลูกตัวเองนักหนา

 ในทุกวันเจติยาต้องเดินเท้าจากบ้านไปขึ้นรถเมล์ที่หน้าปากซอยเพื่อไปเรียนหนังสือ ส่วนน้องสาวและน้องชายของเธอนั้นแม่เลี้ยงขับรถไปส่ง และพวกเขาก็ไม่ยอมให้เธอนั่งรถของแม่ไปโรงเรียนด้วย เพราะความอัปลักษณ์นั้นมันน่าอับอาย

 

เช้าแรกของวันเปิดเทอม สวรรค์กลั่นแกล้งเจติยาอีกแล้ว ฝนตกกระหน่ำลงมาอย่างแรง เจติยาเดินกางร่มออกมาจากบ้านเพื่อไปโรงเรียนเหมือนเช่นเคย เธอต้องเดินเท้าจากบ้านไปจนถึงป้ายรถเมล์ นี่คือภาพที่ชินตาของผู้คนที่ผ่านไปมา น้อยคนนักที่จะจ้องมองเธออย่างชื่นชมในความพากเพียรพยายามจะเรียนหนังสือเพราะส่วนใหญ่ผู้คนมักจ้องมองที่ใบหน้าและเวทนาในความอัปลักษณ์ที่ธรรมชาติช่างกลั่นแกล้งเธอ

“น่าสงสารจัง พ่อแม่ พี่น้อง หน้าตาดีกันหมดทั้งบ้าน แต่ละคนอย่างกับคุณหนูลูกผู้ดี พอมาดูหน้ายัยหญิงนี่ เหมือนคนใช้ ยังไงยังงั้นเลย” เสียงซุบซิบนินทาจากชาวบ้าน

บ่อยครั้งที่เจติยาต้องเดินผ่านไปอย่างไม่ใส่ใจ เธอพยายามไม่สนใจทำพูดเหล่านั้น แต่บางทีก็อดน้อยเนื้อต่ำใจไม่ได้ ทำดีเท่าไหร่คนก็มองแค่ภาพลักษณ์ภายนอก

เจติยายังคงกางร่มเดินตากฝนมาอย่างทุลักทุเล บ้านของเจติยานั้นเป็นบ้านจัดสรรขนาดกลางตั้งอยู่หลังแรกของซอยสิบเก้า ซึ่งเป็นซอยเกือบจะสุดท้ายของหมู่บ้าน และหลังท้ายสุดของซอยสิบเก้านั้นคือบ้านหลังใหญ่ที่สุดในหมู่บ้าน ชาวบ้านเขาร่ำลือกันว่าเจ้าของบ้านหลังนี้ซื้อที่ดินและปลูกสร้างเอง ความร่ำรวยของบ้านท้ายซอยเป็นที่จับตามองของคนทั้งหมู่บ้านเพราะบ้านหลังนี้มีรถหรูขับผ่านเข้า-ออกเป็นประจำ

เจติยาก็เป็นคนหนึ่งที่แอบมองบ้านหรูท้ายซอยอยู่เป็นประจำ เจ้าของบ้านเป็นนักธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และมีลูกชายและลูกสาวอย่างละคน ทั้งคู่จัดว่าหน้าตาดีมาก โดยเฉพาะคนน้องที่เป็นผู้ชาย ทั้งหล่อทั้งรวย ขวัญใจสาว ๆ ทั้งโรงเรียน น้องสาวของเจติยาก็เป็นคนหนึ่งที่แอบชื่นชอบลูกชายสุดหล่อของบ้านนั้น

เช้าวันนี้รถบีเอ็มดับบลิวคันหรูก็ขับออกมาจากบ้านท้ายสุดของซอยเหมือนเช่นทุกวัน เพียงแต่หญิงวัยกลางคนที่อยู่หลังพวงมาลัยนั้นไม่ได้ขับเลยผ่านไป แต่จอดสนิทข้าง ๆ เจติยา กระจกด้านข้างถูกเลื่อนลงมาช้า ๆ หญิงสาววัยรุ่นหน้าตาน่ารักสดใสนั่งอยู่เคียงข้างคนขับด้านหน้าชำเลืองมองออกมาอย่างสงสัย

“หนู จะไปโรงเรียนเหรอจ๊ะ” เสียงของหญิงวัยกลางคนรูปร่างหน้าตาดีและแต่งตัวดีมากเอ่ยถาม มือทั้งสองข้างของหญิงวัยกลางคนยังกุมพวงมาลัยไว้แน่น

“ค่ะ” เจติยาตอบ 

“ขึ้นมาซิจ๊ะ เดี่ยวน้าไปส่ง” หญิงวัยกลางคนผู้นั้นเอ่ยเชิญชวน 

เจติยาในสภาพที่เปียกปอนไปครึ่งตัวเดินขึ้นมาบนรถอย่างไม่รีรอ เธอรู้สึกยินดีและปลาบปลื้มใจเป็นที่สุด เธอไม่ค่อยได้รับมิตรภาพหรือการช่วยเหลือจากใครมากนัก บางทีผู้หญิงคนนี้อาจจะเห็นเธอน่าสงสารที่ต้องเดินตากฝนเพื่อไปโรงเรียนก็เป็นได้จึงได้เชิญเธอขึ้นมานั่งบนรถ

“อาร์ท ขยับให้เพื่อนเค้านั่งด้วยซิลูก” หญิงวัยกลางคนคนเดิมหันมามองที่เบาะหลังพลางกล่าวเตือนเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ก่อนแล้วด้วยน้ำเสียงกึ่งดุดัน

เบาะที่นั่งหลังคนขับนั้นมีเด็กหนุ่มหน้าตาดีมากคนหนึ่ง เขาเป็นลูกชายของหญิงวัยกลางคนที่เรียกเจติยาขึ้นมาบนรถ ส่วนที่นั่งด้านหน้าข้างคนขับก็มีเด็กสาวหน้าตาดีคนหนึ่งนั่งอยู่ เธอคือพี่สาวคนคนโตของอาร์ท เด็กสาวผู้นั่งด้านหน้าหันมามองเจติยาพร้อมกับส่งยิ้มมาให้อย่างขยะแขยง ส่วนเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหลังเพียงแค่ชายตามามองพร้อมกับขยับตัวเพื่อแบ่งที่นั่งให้แล้วเมินหน้าหนีไปอย่างรังเกียจเดียดฉันท์

เจติยาจ้องมองใบหน้าขาวเนียนและหล่อเหลานั้นอย่างเสียดาย ถ้าเธอเป็นหญิงสาวที่หน้าตาสวยหมดจดเหมือนเด็กสาวคนที่นั่งอยู่ด้านหน้าข้างคนขับ เด็กหนุ่มคนนี้คงส่งยิ้มมาให้เธอ แต่เพราะเธอคือหญิงอัปลักษณ์ เขาถึงทำได้แค่ชายตามามองแล้วเมินหน้าหนีอย่างไม่มีเยื่อใย

•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

0
โหวต 0 /10 คะแนน
จากสมาชิก 0 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

0 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

0 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...