น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

เรื่องสั้น : บันทึกแห่งความทรงจำ

อ่าน 591
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
1 ตอน (จบบริบูรณ์)
แต่งเมื่อ:
วันที่ 23 เม.ย. 2557 11:31 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง bebee
เด็กใหม่ (2)
เด็กใหม่ (0)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1. ความทรงจำ

เขียนเมื่อ วันที่ 23 เม.ย. 2557 11:38 น.

ช่วงชีวิตของคนเราทุกคนต่างก็ต้องเจอกับเรื่องดีบ้าง ร้ายบ้าง สมหวังบ้าง หรือผิดหวังบ้างเป็นเรื่องปกติ ครั้งหนึ่งในชีวิตที่คงต้องมีเรื่องราวบางเรื่องที่ไม่อาจจะลืมเลือนมันไปได้... เรื่องราวที่เราอยากจะเก็บเอาไว้ในความทรงจำของเราไปตลอดกาล ตัวฉันเองก็เช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะผ่านมานานหลายปีแล้วก็ตาม...

ย้อนกลับไปเมื่อ10 ปีก่อน...

ฉันชื่อ กมลวรรณ” เป็นเด็กสาวแสนจะธรรมดา หน้าตาบ้าน ๆ มองหาได้ทั่วไปตามท้องถนน ฉันโชคดีที่สอบติดมหาวิทยาลัยในกรุงเทพ เป็นครั้งแรกที่ฉันจะต้องจากถิ่นฐานบ้านเกิดและต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียวตามลำพัง...

และเพราะว่าฉันเป็นลูกคนเดียวไม่มีพี่น้อง ฉันจึงรู้สึกใจหายและคิดจะเปลี่ยนใจหลายครั้งเพราะไม่อยากทิ้งพ่อกับแม่ที่อายุก็มากแล้วให้อยู่กันตามลำพัง แต่ท่านก็บอกกับฉันว่าไม่ต้องเป็นห่วง เพื่อความสำเร็จของฉันในอนาคตแล้ว... ท่านทนเหงากันได้

การมาอยู่ตัวคนเดียวในกรุงเทพ สำหรับฉันแล้วมันไม่ง่ายเลย... ฉันต้องทนเหงาผสมกับความกดดันที่ตัวเองสร้างขึ้นมา เพราะฉันเป็นคนค่อนข้างขี้อายและไม่ค่อยกล้าแสดงออก จึงค่อนข้างกังวลว่าจะหาเพื่อนได้ไหม...

ในวันเปิดภาคเรียนวันแรก ที่คณะมีกิจกรรมต่าง ๆ ให้ปฏิบัติมากมาย แม้ว่าฉันอยากจะเข้าไปคุยกับเพื่อนใหม่ในคณะ แต่เพราะความขี้อายบวกกับทุกคนดูเหมือนจะหาเพื่อนกันได้อย่างรวดเร็ว ลำพังตัวฉันคนเดียวจึงไม่กล้าที่จะเข้าไปคุยด้วย ฉันจึงได้แต่ยืนหลบ ๆ อยู่ตามซอกตามมุม

ในวันที่เริ่มมีการเข้าเรียนเป็นครั้งแรก อาจารย์ได้มีการแบ่งกลุ่มให้ทำรายงาน ฉันจึงได้มีโอกาสพูดคุยทำความรู้จักกับเพื่อนในกลุ่ม และโชคดีที่เธอเป็นคนน่ารัก นิสัยดี เธอชื่อ กานดา เพื่อนคนแรกของฉัน...

ฉันและกานดามักจะไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของฉันดำเนินไปอย่างมีความสุข จนวันหนึ่ง... มีจดหมายซองเล็ก ๆ สอดไว้ในล็อคเกอร์เก็บของส่วนตัวของฉันที่คณะ เมื่อฉันเปิดจดหมายอ่าน ข้อความในจดหมายเขียนด้วยลายมืออ่านง่าย

สวัสดีครับ... ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ...

ถึงผมจะบอกว่าคุณไม่จำเป็นต้องรู้หรอก...ว่าผมเป็นใคร แต่คุณก็คงจะสงสัยอยู่ดี

เอาเป็นว่าผมอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัวคุณมากนัก

จริง ๆ ผมอยากจะเข้าไปทักคุณตั้งแต่วันแรก... ผมเห็นคุณมัวแต่หลบอยู่ตามมุมตึก คุณดูน่ารักดีนะ

ได้โปรด..อย่าพึ่งขยำจดหมายทิ้งเลยนะครับมันเป็นการเพิ่มขยะให้โลกนะ... อย่างน้อยเก็บเอาไปทำเป็นกระดาษรีไซเคิลก็ยังดี ยังพอมีประโยชน์บ้าง ตัวผมไม่ใช่คนโรคจิตอะไร แต่เป็นเพียงคนขี้อายคนหนึ่งที่ไม่กล้าเดินเข้าไปทักทาย...

ผมขอส่งจดหมายถึงคุณเป็นระยะ ๆ นะครับ และขอให้รู้ไว้... ถ้าคุณรู้สึกเหงา เศร้า เสียใจ คุณยังมีผมเป็นเพื่อนอยู่อีกคนนะครับ...

เปิดเทอมยังไม่ทันไร... มีคนมาจีบแล้วเหรอเนี่ย... เสน่ห์แรงใช้ได้เหมือนกันนะ

กานดาแซวใหญ่...เมื่อฉันเอาจดหมายไปให้ดู จีบเหรอ? ฉันไม่ได้สนใจประเด็นนั้นหรอก ฉันสนใจว่าใครเป็นคนเอามาใส่ไว้มากกว่า...

จดหมายยังคงถูกส่งมาเป็นระยะ ที่น่าแปลกใจคือ เขา” มักจะส่งมาในเวลาที่ฉันรู้สึกแย่และต้องการใครซักคนมาปลอบใจเสมอ... หลายครั้งที่ฉันรู้สึกกดดันจากการเรียนที่ยากขึ้น หรือบางครั้งก็รู้สึกเหงาและคิดถึงบ้านขึ้นมาจับใจ บ่อยครั้งที่ฉันมักจะแอบไปร้องไห้เงียบ ๆ ไม่ให้ใครเห็น หลังจากนั้นจดหมายก็จะมาปรากฎอยู่ในล็อกเกอร์

เห็นคุณร้องไห้แล้วผมรู้สึกไม่ดีเลย...

ผมอยากเดินเข้าไปปลอบคุณนะ แต่คิดว่าคงจะไม่เหมาะเท่าไหร่

ถ้าคุณได้รับจดหมายฉบับนี้แล้ว ผมอยากให้คุณเดินไปถามหาป้าศรี ป้าที่ขายน้ำอยู่ในโรงอาหาร แล้วบอกชื่อคุณไป แล้วบอกป้าศรีว่า มีคนฝากของให้คุณไว้

พอได้มาแล้วก็รีบกินซะตอนที่ยังเย็นอยู่  ผมอยากให้คุณสดชื่น มีชีวิตชีวานะ

สู้ๆ ผมเชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี... ขอให้จำไว้ว่ายังมีคน ๆ หนึ่งที่คอยห่วงใยคุณอยู่เสมอนะครับ

ฉันเดินไปหาป้าศรีตามที่จดหมายได้บอกไว้... ป้าศรียิ้มและหยิบน้ำผลไม้ให้ฉันกล่องหนึ่ง ฉันพยายามคะยั้นคะยอถามป้าว่าเขาเป็นใคร แต่ป้าก็ไม่ยอมบอก... ป้าบอกแค่ว่าเขาเป็นหนุ่มน้อย น่ารัก นิสัยดี ฉันจึงได้แต่ยังคงสงสัยต่อไป...

เวลาล่วงเลยผ่านไปจนจะครบหนึ่งปีแล้ว... จดหมายยังคงส่งมาหาฉันเสมอ ถึงตอนนี้... ฉันมักจะคาดหวังเสมอว่าเมื่อเปิดล็อคเกอร์ไปแล้วจะเห็นซองจดหมายเล็ก ๆ สอดอยู่ในนั้น... และถึงแม้ว่าฉันจะยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร หน้าตาเป็นอย่างไร แต่... ฉันชอบเขา

เมื่อมีการรอคอยเกิดขึ้น... ก็มักจะมีความผิดหวังตามมาด้วยเสมอ... หลัง ๆ มานี้จดหมายเริ่มขาดระยะไป จากปกติที่อย่างน้อย 1 อาทิตย์จะมีมาซัก 1 ฉบับก็ห่างเป็น 2 อาทิตย์หรือนานกว่านั้น... จนทำให้ฉันเกิดอาการงอนเจ้าของจดหมายที่ไม่เคยมีโอกาสได้เจอกัน หรือแม้กระทั่งเห็นหน้ากันมาก่อน...

ฉันว่าแกเริ่มเป็นเอามากแล้วนะ แค่แกหลงรักใครก็ไม่รู้นี่ก็เยอะแล้ว แถมยังมางอนใส่เขาอีก เจ้าตัวจะรู้หรือเปล่าก็ไม่รู้” กานดาบ่นใหญ่เมื่อฉันพูดระบายให้ฟัง

ว่าแต่... แกจำเพื่อนในคณะเรา ที่ชื่อ อรรถพล ได้หรือเปล่า ตอนนี้เห็นว่าป่วยหนักเลยนะ ก็ว่าอยู่ว่าหลัง ๆ มานี่ขาดเรียนบ่อย ๆ

อรรถพลเหรอผู้ชายตี๋ ๆ สูง ๆ ที่ชอบมายืมเลคเชอร์เราไปลอกอยู่บ่อยๆ ใช่ไหม? เค้าเป็นอะไรเหรอ?”

เห็นว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวระยะสุดท้าย ไม่รู้จะรอดหรือเปล่าเลย

เมื่อฉันกลับมาที่หอ จดหมายฉบับหนึ่งถูกส่งมาให้ฉัน ตอนแรกฉันคิดว่าคงเป็นจดหมายที่พ่อกับแม่มักจะส่งมาตามปกติ แต่หน้าซองกลับไม่มีชื่อผู้ส่ง ฉันสังหรณ์ใจตะหงิด ๆ ว่าคงเป็นคนที่ฉันรออยู่แน่ ๆ ว่าแต่...ทำไมวันนี้ถึงได้ส่งมาที่นี่ล่ะ แล้วรู้ที่อยู่ฉันได้ยังไง...แต่ก็ช่างเถอะ... ฉันรีบเปิดจดหมายออกดูทันที แค่ได้เห็นรายมือก็ทำให้ฉันยิ้มได้แล้ว...

ขอโทษที่ไม่ได้ส่งจดหมายให้นานเลยนะครับ ความจริง...ถึงผมจะอยากส่งจดหมายหาคุณบ่อย ๆ เหมือนเดิม แต่ก็คงจะเป็นไปไม่ได้แล้ว...

 ผมมีเรื่องที่อยากจะขอโทษคุณมากมาย...

ขอโทษที่คงจะไม่ได้อยู่เป็นกำลังใจให้คุณอีกแล้ว...

ขอโทษที่คงจะไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนเวลาคุณเหงาอีกแล้ว...

ขอโทษที่ได้แต่ทำให้คุณสงสัยว่าผมเป็นใคร...

เวลาของผมเหลือน้อยเต็มที...

ผมมีเรื่องที่อยากจะขอบคุณด้วยนะ ขอบคุณสำหรับเลคเชอร์ที่ผมมักจะไปขอยืมคุณอยู่บ่อย ๆ แถมยังถือวิสาสะแอบจดที่อยู่หอของคุณที่คุณคงเผลอลืมจดไว้ในสมุด แต่มันก็ทำให้ผมได้ส่งจดหมายมาหาคุณในตอนนี้ ขอบคุณนะครับ...

ผมมีเรื่องจะบอกคุณเรื่องหนึ่ง...เรื่องที่ผมเก็บไว้มานานแสนนาน ผมคิดเสมอว่าเมื่อถึงเวลาที่เราได้มีโอกาสทำความรู้จักกันอย่างเป็นทางการ เมื่อถึงวันนั้น...ผมจะบอกคุณ.. .แต่คงไม่มีวันนั้นอีกแล้ว...

ผมชอบคุณ

น้ำตาไหลลงมาอาบแก้มโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด... ห้องที่เงียบสงัดได้ยินเพียงเสียงสะอึกสะอื้นด้วยความเสียใจ ถ้าหากฉันจะสนใจสักนิดว่ามีใครคนหนึ่งที่มักจะมายืมเลคเชอร์ไปลอกเสมอโดยให้เหตุผลว่าจดไม่ทัน... ใครคนหนึ่งที่มักจะเลือกที่นั่งกินข้าวข้างหลังที่นั่งฉันเสมอ... ใครคนหนึ่งที่มักจะคอยเดินตามหลังฉันอยู่ห่าง ๆ เวลาฉันแอบเดินไปร้องไห้... ถ้าฉันคิดจะสนใจซักนิด... ฉันคงได้มีโอกาสทำความรู้จักกับเขาก่อนที่จะเกิดเรื่องอะไรแบบนี้...

อรรถพล...” ใบหน้าของเขาผุดขึ้นมาท่ามกลางม่านน้ำตาที่ไหลรินไม่ขาดสาย...

ฉันและกานดามาที่โรงพยาบาลที่อรรถพลนอนรักษาตัวอยู่ กานดาเองก็คงจะห่วงฉันอยู่ไม่น้อยที่ได้ยินเสียงพูดปนสะอื้นตอนที่ฉันโทรไปหา ฉันเล่าให้เธอฟังระหว่างทางเรื่องที่ฉันคิดว่าอรรถพลคือคนที่ส่งจดหมายให้ฉันมาโดยตลอด... แม้ว่ากานดาจะพูดปลอบว่ายังไม่แน่ว่าคนที่ส่งจดหมายให้ฉันจะเป็นอรรถพลจริงซึ่งฉันก็หวังไว้ว่าจะเป็นแบบนั้น แต่ทำไมในใจถึงได้รู้สึกโหวงเหวงซะเหลือเกิน...

ฉันพบคุณลุงคุณป้าคู่หนึ่งนั่งอยู่หน้าห้องพักคนไข้ซึ่งฉันคาดว่าจะเป็นพ่อและแม่ของอรรถพล คุณป้าลุกขึ้นเดินมาหาฉัน แม้ว่าสีหน้าท่านจะดูเหนื่อยล้า แต่ท่านก็ยิ้มอย่างอ่อนโยน...

หนูชื่อ กมลวรรณ ใช่ไหม? แม่เห็นเขาดูรูปหนูในมือถือบ่อย ๆ ตอนนี้หมอกำลังตรวจอยู่ในห้อง รอซักแปปนะหนู

ถึงฉันจะแปลกใจเรื่องรูป แต่ก็ไม่มีกระจิตกระใจจะถามอะไรทั้งนั้น ตอนนี้ใจฉันลอยผ่านเข้าไปหาคนที่อยู่หลังประตูห้องไปแล้ว ซักครู่ใหญ่หมอถึงจะเปิดประตูออกมา สีหน้าไม่สู้ดีนัก...

ตอนนี้ร่างกายคนไข้ไม่ตอบสนองกับยาที่หมอให้เลยครับ หมอคาดว่า... คนไข้คงมีเวลาไม่เกินคืนนี้... หมอขอตัวก่อนนะครับ

ฉันรู้สึกเหมือนถูกจับโยนลงมาจากที่สูง ฉันกระพริบตาถี่ ๆ พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาเมื่อได้เสียงคุณป้าร้องไห้โฮออกมา... ฉันอยากให้เขาได้เห็นใบหน้าที่สดใส ไม่ใช่ใบหน้าที่นองด้วยน้ำตาอย่างนี้

อรรพลนอนใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่บนเตียงคนไข้ สายน้ำเกลือและสายให้ยาต่าง ๆ ถูกเจาะไว้ที่แขนหลายสาย เขานอนสงบนิ่งมีเพียงกราฟชีพจรที่วิ่งขึ้นลงแสดงอยู่บนจออุปกรณ์ที่ยังคงทำให้รู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่

ลูกอรรถ” แม่เรียกชื่อเขาเบา ๆ ที่ข้างหูและเหมือนเขาจะรู้สึกได้ เขาลืมตาช้า ๆ และพยายามยิ้มให้คุณป้า คุณป้าลูบหัวเขาอย่างรักใคร่

อรรถลูกแม่... แม่รักลูกนะ... รักลูกเสมอ...” คุณป้าพูดพลางสะอื้นไห้ คุณลุงจึงเดินไปข้าง ๆ และกอดปลอบคุณป้าไว้ ก่อนที่จะเดินเข้าไปใกล้ ๆ เขา

อรรถ... ลูกจงรู้ไว้ว่าลูกเป็นลูกที่พ่อกับแม่ภูมิใจที่สุด พ่อไม่เคยผิดหวังในตัวลูกเลย พ่อกับแม่รักลูกมาก... ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น ไปให้สบาย พ่อจะอยู่ดูแลแม่เอง” น้ำตาคุณลุงไหลริน เขาพยักหน้านิดหน่อยและยิ้มอย่างอ่อนแรง

ฉันเดินเข้าไปหาเขา เขาพยายามยิ้ม ฉันกุมมือเขาไว้ และพยายามกลั้นน้ำตาอย่างสุดกำลัง

ยินดีที่ได้รู้จักกันจริง ๆ ซักทีนะคะ เธอเป็นเจ้าของจดหมายใช่ไหม?” เขาพยักหน้าเบา ๆ

ขอโทษนะ... ฉันไม่เคยสังเกตมาก่อนเลย ฉันไม่เคยรู้อะไรเลย... ขอโทษจริง ๆน้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้เอ่อล้นไหลรินออกมา เขาบีบมือฉันเบา ๆ

ฉันมีอะไรจะบอกเธอด้วยนะ” ฉันยิ้มพยายามกลั้นสะอื้น และก้มลงกระซิบที่ข้างหูเขาเบา ๆ

ฉันชอบเธอ

เขายิ้มกว้างและกุมมือฉันแน่น ก่อนที่จะคลายมือออก ใบหน้าที่หลับสนิทยังคงมีรอยยิ้มปรากฎอยู่... ความเงียบในห้องได้ยินเพียงเสียงสะอึกสะอื้นร่ำไห้ของคนที่ยังต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป...

...................................

แม่ฮะ!! ดอกไม้จะเอาวางไว้ตรงไหนฮะ” เสียงเด็กชายตัวเล็ก ๆ ถามขึ้นอย่างสงสัย ฉันนั่งยอง ๆ โอบลูกมาไว้ข้างตัวก่อนจะหอมฟอดใหญ่ที่แก้มอย่างเอ็นดู

วางไว้ตรงนี้ก็ได้จ้า... อย่าลืมไหว้คุณน้าด้วยนะ” เด็กน้อยทำตามที่บอกอย่างว่าง่าย เขาก้มลงไหว้ต่ำจนแทบติดพื้นจนฉันอดยิ้มไม่ได้

เอาล่ะ!! เดี๋ยวเราไปกินข้าว แล้วก็ไปเที่ยวสวนสนุกกันต่อ ดีไหม?”

จริงหรอฮะแม่เย้!! อรรถรักแม่ที่สุดเลยเดี๋ยวอรรถไปถามพ่อก่อนนะฮะว่าจะพาไปกินอะไร เขากอดฉันแน่นก่อนที่จะรีบวิ่งไปหาพ่อของเขาที่ยืนรออยู่ที่รถซึ่งจอดอยู่ไม่ไกลนัก

ระวังหกล้มนะลูก ฉันตะโกนตามหลังลูกไป ก่อนที่จะหันกลับมาที่สุสานซึ่งเป็นที่ฝังร่างของอรรถพลไว้ ฉันเอามือลูบไปที่ป้ายสุสานอย่างเบามือ

ลูกชายฉันกำลังดื้อเลยล่ะ ไว้ปีหน้าฉันจะมาหาใหม่นะ ฉันยิ้มลา ก่อนที่จะเดินจากมา

10 ปีที่ผ่านมา มีอะไรเกิดขึ้นมากมาย... เรียนจบ ทำงาน แต่งงาน มีลูก ตอนที่สามีฉันถามว่าจะให้ลูกชื่ออะไร ฉันบอกออกไปแบบไม่ต้องคิด... ชื่อที่ฉันจะไม่มีวันลืม... และไม่คิดจะลืม...

ใครคนหนึ่ง...ที่คอยห่วงใยฉันโดยไม่คิดจะเปิดเผยตัวและไม่เคยเรียกร้องสิ่งใดตอบแทน

ใครคนหนึ่ง...ที่หวังดีและคอยอยู่เคียงข้างฉันเสมอ แม้ว่าฉันจะไม่เคยรู้ตัวเลยก็ตาม

ใครซักคนที่ฉันจะจดจำเอาไว้ตลอดไป... ใครคนนั้น... คือเธอ...

บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

0
โหวต 0 /10 คะแนน
จากสมาชิก 0 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

0 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

0 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...