น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

เรื่องสั้น : เรื่องเล่าจากความมืด

อ่าน 6,605
วิจารณ์ 6
แนว:
จำนวน:
10 ตอน
แต่งเมื่อ:
วันที่ 25 มี.ค. 2557 22:06 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง AraTemp
ขีดเขียนเต็มตัว (144)
เด็กหัดเขียน (25)
เด็กใหม่ (8)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1. ผู้หญิงกับยันต์

เขียนเมื่อ วันที่ 25 มี.ค. 2557 22:11 น.
•»

                 ในเย็นวันนั้น มีชายหนุ่มผู้หนึ่ง ได้ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักแห่งหนึ่ง หลังจากที่เขามาถึงและทำการขนย้ายข้าวของไปไว้ในห้องใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มรู้สึกตัวอีกทีแสงจากพระอาทิตย์ยามเย็นก็หายไปและถูกแทนที่ด้วยความมืดในยามค่ำคืนเสียแล้ว

                “ข้างนอกมืดขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย งั้นวันนี้พอแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน”

                ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนอนบนพื้นของห้อง ก่อนจะค่อยๆ หลับตาลง แต่ยังไม่ทันที่ตาของชายหนุ่มจะหลับลงได้สนิท สายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับสิ่งๆ หนึ่งบนฝาผนังของห้องข้างๆ กับหลอดไฟ

                ชายหนุ่มค่อยๆ ดันตัวลุกขึ้นมาจากท่านอน ก่อนจะค่อยๆ ยืนขึ้นเพื่อที่จะเพ่งมองไปยังบางสิ่งบางอย่างที่สะดุดเข้ากับสายตาของเขาเมื่อกี้นี้

                “นั่นมันอะไรกัน”

                ชายหนุ่มพยายามที่จะเอื้อมมือขึ้นไป แต่ก็ไม่ถึงอยู่ดี และด้วยความเหนื่อยทำให้เขาขี้เกียจที่จะหาสิ่งของหรืออะไรก็ตามมาช่วยเขาได้ในตอนนี้ ชายหนุ่มจึงยอมตัดใจจากสิ่งนั้นไปก่อนในวันนี้

เขาได้แต่แหงนหน้ามองบนเพดาน ถึงแม้ว่าสิ่งนั้นจะไม่ได้มีขนาดเล็กก็ตามที แต่บางสิ่งบางอย่างที่เขียนเอาไว้ด้วยลายเส้นที่ดูแล้วยากจะเข้าใจ ทำให้เขาไม่สามารถอ่านมันออกได้บวกกับความเหนื่อยล้า ทำให้เขายอมถอดใจได้อย่างง่ายดาย ชายหนุ่มจึงเดินไปปิดไฟจากนั้นก็กลับมาทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง จากนั้นไม่นานเขาก็หลับไปอย่างง่ายดาย เหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งสิ้น

เช้าวันต่อมา

แสงแดดยามเช้าส่องผ่านลอดหน้าต่างเข้ามา ทำให้ชายหนุ่มที่ถูกรบกวนการนอนที่แสนสบายนั้น ต้องตื่นขึ้นมาอย่างไม่เต็มใจนัก

“เช้าแล้วเหรอเนี่ย ยังเหนื่อยอยู่เลย แถมวันนี้ก็ต้องไปทำงานซะด้วยสิ ไม่ไหวๆ ให้พักหน่อยก็ไม่ได้”

ชายหนุ่มค่อยๆ ลุกขึ้น จากนั้นก็เดินตรงไปยังห้องน้ำเพื่อทำกิจวัตรประจำวันก่อนที่จะแต่งตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไปทำงาน เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เขาก็ปิดประตูล็อกห้องจากนั้นก็เดินทางไปทำงาน

ชีวิตการทำงานเป็นพนักงานบริษัทของเขาก็ไม่ได้มีอะไรมากมายนัก แค่นั่งทำงานเอกสารไปวันๆ ตั้งแต่เช้าจนเย็น พอถึงเวลาเลิกงานเขาก็เดินทางกลับบ้านตามปกติ

เมื่อกลับมาถึงบ้านก็ตกเย็นพอดี เขาจึงทำอาหารเย็นทานอย่างง่ายๆ ก่อนจะพักผ่อน แต่แล้วเขาก็นึกถึงอะไรบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาได้ เขาจึงแหงนหน้ามองขึ้นไปบนเพดาน เป็นไปอย่างที่คิดสิ่งนั้นยังคงติดอยู่บนเพดานเช่นเดิม

เขาค่อยๆ ลุกขึ้นจากนั้นจึงเดินไปหยิบเก้าอี้มาวาง เขาก้าวขาเพื่อที่จะปีนขึ้นไปยืนอยู่บนเก้าอี้ เมื่อยืนอยู่บนเก้าอี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เขาจึงสามารถมองเห็นสิ่งนั้นได้อย่างชัดเจน แวบแรกที่เห็นเขายังไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเอง แต่เมื่อยิ่งมองก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ

“ใช่ ต้องใช่แน่ๆ ลักษณะแบบนี้ สิ่งนี้คือ ยันต์ แน่ๆ”

“แต่...ทำไมภายในห้องนี้ถึงมี ยันต์ ติดอยู่ได้ล่ะ ใครเอามาติดเอาไว้ แล้วติดไว้ทำไมกัน”

ชายหนุ่มพยายามที่จะเอื้อมมือขึ้นไปหวังที่จะแกะแผ่นยันต์ที่ติดอยู่ออก ในขณะที่ปลายนิ้วของเขาที่กำลังจะแตะถึงแผ่นยันต์ แต่แล้วก็กลับต้องหยุดชะงัก เมื่อเขารู้สึกได้ว่าเหมือนตัวเองกำลังถูกจ้องมองอยู่ ชายหนุ่มจึงหันไปมองนอกหน้าต่างที่มีเพียงแค่บานเดียวเท่านั้น แต่ก็ไม่พบใครเลยแม้แต่คนเดียว

คราวนี้เขาจึงปีนกลับขึ้นไปยืนบนเก้าอี้อีกครั้ง มือขวาของเขายื่นออกไปอย่างไม่ลังเล เมื่อแตะถึงแผ่นยันต์ได้แล้ว เขาจึงดึงมันออกทันที ยันต์แผ่นสีขาวที่ตอนนี้แทบจะกลายเป็นสีดำและตัวอักษรที่เป็นสีแดงเข้ม ยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกใจคอไม่ดีเอาเสียเลย เขาได้แต่มองดูยันต์แผ่นนั้นพลิกไปมา

“ยันต์อะไรเนี้ย ดูแล้ว...น่าขนลุกชะมัด!”

ระหว่างที่สายตากำลังพินิจพิจารณาแผ่นยันต์อยู่นั้น สายตาของเขาก็สังเกตเห็น หญิงสาวคนหนึ่งซึ่งดูท่าทางมีอายุพอประมาณ รูปร่างค่อนข้างผอมแห้ง เธอยืนอยู่ที่ระเบียงชั้นสองของตึกแถวฝั่งตรงข้าม

“ไม่รู้ว่าเธออาศัยอยู่ห้องฝั่งตรงข้ามหรือเปล่านะ”

ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงสายตาของหญิงสาวที่กำลังจ้องมองมาทางเขา เขาจึงหันไปมองตรงๆ เพื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขารู้แล้วว่าเธอมองอยู่ แต่อีกฝ่ายกลับไม่มีท่าทีหรืออาการใดๆ นอกจากยังคงจ้องมองมาที่เขาเหมือนเดิม เขาจึงตัดสินใจเปิดหน้าต่างห้องและตะโกนถามออกไป

“คุณครับ ไม่ทราบว่ามีอะไรหรือเปล่าครับ”

อีกฝ่ายยังคงไม่ตอบ เธอได้แต่จ้องมองมาที่เขาเหมือนเดิม

“อะไรกัน เอาแต่จ้องอยู่ได้ถามไปก็ไม่ตอบ เอายังไงดีเนี้ย ชั่งเถอะทำเป็นไม่สนใจก็แล้วกัน”

เมื่อชายหนุ่มพูดเสร็จ และตัดสินใจได้แล้ว ชายหนุ่มจึงเดินไปดึงผ้าม่านของหน้าต่างมาปิดเอาไว้ จากนั้นก็กลับมานั่งอีกครั้ง ในมือของเขายังคงถือแผ่นยันต์เอาไว้ เขามองอยู่ครู่หนึ่ง

ถึงชายหนุ่มจะรู้สึกไม่ดีก็เถอะ แต่เขาก็คิดว่าคงจะไม่มีอะไร

หลังจากที่ตัดสินใจได้แล้ว เขาก็นำยันต์แผ่นนั้นไปวางเอาไว้บนโต๊ะ จากนั้นก็เข้านอนตามปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และในคืนนั้นเอง

“ตึงๆ!! ตึงๆ!!”

“ฮะ! อะไร!! เสียงอะไรน่ะ!!!” ชายหนุ่มสะดุ้งตัวตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ

“ตึงๆ!! ตึงๆ!!”

“ใครกันนะ! ดึกขนาดนี้แล้วมีอะไรอีกเหรอ” ชายหนุ่มหันไปมองนาฬิกาที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะเดินตรงไปยังประตูห้องของตน

“มีธุระอะไรครับ ดึกขนาดนี้แล้วเนี้ย” ชายหนุ่มพูดขึ้นมาก่อนจะเปิดประตูออกไป

เมื่อเขาเปิดประตูออกไป ภายนอกห้องนั้นกลับพบเพียงความว่างเปล่า ไม่มีใครหรือสิ่งใดรอคอยเขาอยู่ที่หน้าห้องเลย เขาได้แต่หันซ้ายมองขวาไปทั่วๆ เพื่อสำรวจดูว่ามีใครมาแอบแกล้งกันหรือเปล่า

 “นี่ก็ดึกมากแล้ว สงสัยเราจะเหนื่อยมากเกินไปเลยหูฝาด หรือไม่ก็คงฝันไป กลับไปนอนต่อดีกว่า”

ชายหนุ่มค่อยๆ ดึงประตูมาปิด แต่ก็ยังไม่คลายความกังวล มองซ้ายมองขวาอีกครั้งก่อนจะดึงประตูมาปิดจนสนิทแล้วล็อกประตูเอาไว้

“แค่คิดไปเอง คงไม่มีอะไรหรอก นอนต่อดีกว่า”

ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง คราวนี้พอตาของเขาหลับลง รู้สึกตัวอีกทีก็เช้าแล้ว เหมือนกับเสียงที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนั้นไม่เคยเกิดขึ้นยังไงยังงั้น

ชายหนุ่มไม่ได้ติดใจอะไร เมื่อตื่นแล้วเขาก็เตรียมตัวไปทำงานตามปกติ ก่อนที่เขาจะออกไปทำงานสายตาของเขาก็มองไปที่บ้านหลังเมื่อวานที่มีหญิงสาวมองมาที่เขา เธอยังคงจ้องมองมาที่เขาอยู่ตลอด เขาจึงตัดสินใจรีบเดินหนีไปให้ไกลจากตรงนั้น

วันนี้ทั้งวันเขาก็ไม่ได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ให้ใครฟัง คงเพราะเพิ่งย้ายมาอยู่ได้ไม่นานจะมีเรื่องอะไรแปลกๆ บ้างก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร และเมื่อเขามาถึงหน้าประตูห้องของตนเอง

“แก๊ก แอ๊ดดดดดดด”

“หือ? ประตูไม่ได้ล็อกเหรอ ชั่งเถอะ สงสัยจะลืม”

ถึงประตูห้องของเขาจะไม่ได้ล็อก แต่เขาก็ไม่ได้ติดใจอะไร คิดว่าตัวเองคงจะเผลอลืมล็อกก่อนออกไปทำงาน และเมื่อเดินเข้าไปในห้องของตนเอง เขาก็ทิ้งตัวลงนอนกับพื้น

สายตาของชายหนุ่มที่มองไปยังเพดาน ทำให้เขาต้องตกใจ เมื่อแผ่นยันต์ที่เมื่อวานเขาดึงออกลงมาเมื่อวานนั้น ตอนนี้ได้ถูกนำกลับไปไว้ที่เดิมของมันอีกครั้ง

“ทำไม?” ชายหนุ่มรู้สึกงงๆ ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือขวาขึ้นอย่างช้าๆ

“กรี๊ดดดดดดดดดดดด!!!” หญิงสาวที่อยู่บ้านตรงข้ามพุ่งพรวดออกมาจากหลังผ้าม่าน พร้อมกับส่งเสียงร้องกรีดร้องออกมา

ในเวลาต่อมา

ชายหนุ่มจึงตัดสินใจแจ้งความกับทางตำรวจ และเมื่อตำรวจมาถึงจึงนำตัวหญิงสาวไปยังโรงพัก เนื่องจากบุกรุกเข้าบ้านของผู้อื่น ระหว่างที่หญิงสาวขึ้นไปนั่งบนรถของตำรวจ เธอก็หันมามองชายหนุ่ม ปากของเธอขยับคลายกับกำลังพูดอะไรอยู่ แต่เนื่องจากอยู่ในรถทำให้เขาไม่ได้ยินในสิ่งที่เธอพูดและเขาก็อ่านปากของเธอไม่ออกเช่นกัน

“เธอพูดอะไรของเธอกันนะ? น่าสงสัยจริงๆ หวังว่าคงจะไม่มีอะไรหรอกนะ”

เมื่อรถตำรวจแล่นจากไปแล้ว เขาก็กลับมายังห้องของตนเอง จากนั้นจึงทำความสะอาดพื้นห้องที่ตอนนี้เต็มไปด้วยรอยรองเท้าของผู้หญิงคนนั้น

“คิดอะไรของเธออยู่กันเนี้ย ใส่รองเท้าเข้ามาในห้องคนอื่นแบบนี้ แย่จริงๆ เลย”

“เอ๊ะ นั่นอะไรน่ะ” ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังเช็ดพื้นอยู่นั้น ก็มีบางสิ่งหลุดออกมาจากใต้โต๊ะ

เขาค่อยๆ ยื่นมือเข้าไปหยิบสิ่งนั้นออกมาจากใต้โต๊ะ และสิ่งที่ร่วงลงมานั้นก็คือแผ่นยันต์ ซึ่งแน่นอนว่ามีลักษะเหมือนกันกับแผ่นยันต์ที่ติดอยู่บนเพดาน เขาจึงแหงนหน้าขึ้นไปมองบนเพดาน แผ่นยันต์ยังคงติดอยู่บนเพดานเช่นเดิม ถ้างั้นแล้วแผ่นยันต์แผ่นนี้มาจากไหนกัน

ชายหนุ่มก้มลงมองโต๊ะที่มีแผ่นยันต์ร่วงลงมา จากนั้นเขาจึงตัดสินใจยกโต๊ะตัวนั้นคว่ำลง และภาพที่เขาเห็นก็ทำให้ต้องตกใจกลัวสุดขีด เมื่อใต้โต๊ะตัวนั้นกลับมีแผ่นยันต์มากมายติดเอาไว้

“ไม่จริง โกหกน่า นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!!!”

ด้วยความกลัวและความโมโห ชายหนุ่มจึงตัดสินใจดึงแผ่นยันต์ที่ติดอยู่เหล่านั้นออกจนหมด เขาดึงแล้วดึงอีกแผ่นแล้วแผ่นเล่าจนในที่สุดก็หมด เหลือไว้เพียงเศษกระดาษจากแผ่นยันต์ที่ยังคงทิ้งร่องรอยเอาไว้

เมื่อยันต์ทุกแผ่นถูกฉีกขาดจนหมดแล้ว ชายหนุ่มก็เริ่มค่อยๆ ได้ยินเสียง เสียงเหมือนคนกระซิบ เสียงคนกำลังทรมานขอความช่วยเหลือ

“หือ... เสียงอะไร มาจากที่ไหนกัน” ชายหนุ่มร้องออกมาด้วยความตกใจ

ชายหนุ่มพยายามเอามือปิดหูเอาไว้ เพื่อไม่ให้ได้ยินเสียงใดๆ แต่ยิ่งปิดก็ยิ่งได้ยินเสียงนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ

“ตึง!!!”

ชายหนุ่มหันหน้าขึ้นไปมองที่มาของเสียงในทันที และเขาก็ได้เห็น…..

“ไม่ๆ ฉันไม่เห็น ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ฉันแค่คิดไปเอง ไม่จริงเป็นไปไม่ได้ ฉันไม่เห็น”

“ฉันไม่!!!…………………..”

“ตึง!!!”

หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นชายหนุ่มคนนี้อีกเลย เหลือเพียงแผ่นยันต์ที่ติดอยู่บนเพดานเท่านั้น 

 

•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

9
โหวต 9 /10 คะแนน
จากสมาชิก 2 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

9 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

9 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

9 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...