น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

เรื่องสั้น : สร้อยคอมรณะ พันธะสั่งตาย

อ่าน 979
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
1 ตอน (จบบริบูรณ์)
แต่งเมื่อ:
วันที่ 4 ก.พ. 2557 18:46 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง Marki
เด็กใหม่ (3)
เด็กใหม่ (1)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1. สร้อยคอมรณะ พันธะสั่งตาย

เขียนเมื่อ วันที่ 4 ก.พ. 2557 18:56 น.

          

          

สร้อยคอมรณะ พันธะสั่งตาย

 

          โรงเรียนแห่งหนึ่ง มีเด็กนักเรียนชายชื่อปีโป้ ถูกเพื่อนๆรังแกเป็นประจำทุกวัน ทั้งต่อยตี ล้อเลียน ด่า จับถอดเสื้อผ้า โดยมีหัวโจกคือแจ็ค เพื่อนร่วมห้องผู้ที่นำกลุ่มเพื่อนแกล้งปีโป้เป็นประจำ ปีโป้นั้นทำอะไรไม่ได้เลย ได้แต่ยอมโดนแกล้ง กักเก็บความแค้นไว้ในใจและไปบ่นให้เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเขาที่ชื่อสามฟัง สามก็คอยให้กำลังใจและปลอบใจปีโป้อยู่เสมอตลอด1เทอม

           วันหนึ่งปีโป้ได้ค้นพบสร้อยคอประจำตระกูลของเขาซึ่งถูกวางไว้อย่างดีบนแท่นบูชาที่บ้านและห้ามใครนำไปใส่ เขาเห็นว่ามันสวยงามงามมาก ตัวสร้อยคอนั้นเป็นวงกลม มีลายหมุนวนเหมือนพายุ มีสีแดงเหมือนสีโลหิตสดๆ จัดจ้านและร้อนแรง ตรงกลางมีอัญมณีไม่ทราบชนิดฝังอยู่ ทำให้สร้อยคอนั้นดูลึกลับและน่าค้นหาเป็นอย่างยิ่ง แต่มันก็ให้ความรู้สึกน่าหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกัน พอเห็นดังนั้นเขาจึงนำมันมาที่โรงเรียนด้วย

           วันรุ่งขึ้นที่โรงเรียน ปีโป้มาโรงเรียนแต่เช้าด้วยจิตใจที่แจ่มใสกว่าทุกวัน เขารีบเข้าไปในห้องเรียนทันที ในห้องนั้นยังไม่มีใครมา เขาจึงรีบวางกระเป๋าและนำสร้อยคอของเขาออกมา ชื่นชมความงามซักพักเขาก็ใส่มัน เขารู้สึกภูมิใจมากที่ตนมีสร้อยคอที่งดงามมากใส่ แต่ไม่กี่นาทีต่อจากนั้นสีของโลกรอบตัวของปีโป้ก็ค่อยจางลง จางลง และจางลงจนเป็นสีเทา เขาตกใจมาก เขาหันไปมองรอบตัวๆพบว่าเขายังอยู่ในห้องเรียนของเขาเหมือนเดิม ต่างกันแค่มันไม่มีสี! แต่นั่นยังไม่ทำให้เขาตกใจเท่าเขาเห็นดวงตาสีแดงคู่หนึ่งกำลังจ้องมองเขาอยู่ แววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความอาฆาตแค้น เจ้าของดวงตาคู่นั้นใส่เสื้อเกราะของนักรบโบราณ ทั่วทั้งตัวและใบหน้ามีเลือดออกแถมยังมีรอยไหม้อีก มีมีดและดาบปักกลางหลัง มีลูกธนูปักทั่วตัว และมันกำลังเดินมาหาเขา! ปีโป้ตกใจมาก แต่ก็รวบรวมความกล้าทั้งหมด พูดออกไปด้วยเสียงอันสั่นเครือ

          “ อย่าเข้ามานะ! กะ.. แกเป็นใคร แล้ว..แล้วต้องการอะไรจากฉัน ”

          “ เราก็คือวิญญาณเจ้าในอดีต เราคือคนคนเดียวกัน ” วิญญาณตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

          “ อะไรกัน ใครจะไปเชื่อแก ” ปีโป้พูด

          ทันใดนั้น วิญญาณก็ค่อยๆเปลี่ยนรูปไป จนกลายเป็นเด็กอายุประมาณ15เหมือนเขา ปีโป้ตกใจมาก เพราะทั้งหน้าตา รูปร่างลักษณะ เหมือนกับเขาหมดทุกอย่าง

          “ แกเป็นวิญญาณหนิ แล้วถ้าแกเป็นฉัน แล้วแกมาได้ยังไง นี่ฉันยังไม่ตายนะ ” ปีโป้พูดด้วยน้ำเสียงลังเล

          “ เราคือตัวเจ้าเมื่อสองชาติที่แล้ว ” วิญญาณตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่เปลี่ยนไปจากเดิม

          “ แล้วทำไมแกต้องมองฉันด้วยสายตาอย่างนั้นด้วย ” ปีโป้เริ่มเชื่อในคำพูดของวิญญาณ

          “ นี่คือสายตาปกติของเรา ตัวเรานั้นตั้งแต่โดนฆ่าตายเราก็เก็บความแค้นนั้นมาตลอด ”

          ปีโป้รู้สึกว่าวิญญาณของตนนี้ไม่ใช่ศัตรู ยังพอคุยกันได้ จึงคลายกังวลไปได้ส่วนหนึ่ง

          “ แล้วทำไมนายถึงถูกฆ่าล่ะ ”

          “ เพราะตัวเราในอดีตนั้นเป็นนักฆ่าที่มีฝีมือเก่งกาจมาก เราฆ่าพวกโจรที่ทำความผิด จนหัวหน้ากลุ่มโจรทนไม่ไหวเลยแฝงตัวเป็นคนดีเข้าไปในหมู่บ้าน แล้วบอกชาวบ้านว่าเรานั้นเป็นปีศาจที่ชั่วร้าย สังหารคนไม่เลือก พระราชารู้เข้าจึงสั่งให้ทหารและชาวบ้านไปกำจัดเราและครอบครัวของเรา เราเคียดแค้นคนพวกนั้นมากที่ไม่ฟังเราอธิบาย วิญญาณเราจึงได้สิงสู่อยู่ในสร้อยคอที่เราใส่ และเราก็เฝ้ารอตั้งแต่วันนั้น รอซักวันตัวเราในอีกหลายชาติมาค้นพบสร้อยคอของเรา ซึ่งคนคนนั้นก็คือเจ้า ” วิญญาณมีแววตาเศร้าหมองลง

          “ งั้นแสดงว่านี่ฉันอยู่ในโลกของวิญญาณอย่างนั้นเหรอ แล้วฉันจะกลับไปโลกของฉันได้ยังไง” ปีโป้กังวล

          “ ไม่ต้องกังวลไป ในอีกไม่ช้าเจ้าก็จะได้กลับสู่โลกของเจ้า ” วิญญาณของปีโป้ยังตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

          “ แล้วนายอยากให้ฉันทำอะไร หรือทำยังไงนายจะไปสู่สุคติ ” ปีโป้ถาม

          “ เรารู้ว่าเจ้าเองก็มีความแค้น ความแค้นที่สะสมมานานและฝังลึกลงในจิตใจ เจ้าไม่คิดอยากแก้แค้นบ้างเหรอ? ” วิญญาณถามด้วยน้ำเสียงเหมือนเดิม แต่ในน้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความรู้สึกตื่นเต้นและชั่วร้าย

          “ ก็อยากน่ะสิ! แต่ฉันจะทำอะไรได้ล่ะ ฉันไม่มีแรงจะไปสู้พวกมันหรอก! ” ปีโป้พูดด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น

          วิญญาณแสยะยิ้มและพูดว่า “ เจ้าบอกเราได้นะ เราจะไปจัดการให้ คนที่เจ้าเคียดแค้นน่ะ แต่มีข้อแม้ว่าเจ้าฆ่าได้แค่สองคนเท่านั้น ถ้าเจ้าสั่งให้เราฆ่าใครเกินกว่านั้นเราก็จะฆ่าให้ แต่ว่าเจ้าจะต้องจ่ายค่าตอบแทนใช้เรานะ ค่าตอบแทนที่มีค่ามากพอกับชีวิตคน ว่ายังไง น่าสนใจใช่ไหมล่ะ ”

          “ จริงเหรอ!” ปีโป้พูดเสียงดัง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหวังและความตื่นเต้น

          “ แล้วฉันจะบอกนายได้ยังไงถ้าฉันกลับไปโลกของฉัน ” ปีโป้ถามด้วยความสงสัย

          “ เมื่อใดที่ในใจเจ้ามีความแค้นปะทุขึ้น ขอเพียงเจ้ารวบรวมมันและสั่งให้เราฆ่า เมื่อนั้นเราจะทำตามประสงค์ของเจ้า ” วิญญาณของปีโป้พูดด้วยแววตาเป็นประกายฉายแววโหดร้ายสนปีโป้ถึงกับขนลุก

          และแล้วเสียงที่คุ้นหูปีโป้ก็ดังขึ้น เป็นเสียงของสาม เพื่อนสนิทของเขาตะโกนเรียกเขาอยู่ จนเขาสะดุ้ง

          “ ปีโป้! นี่นายจะนั่งเหม่อลอยไปถึงไหน ฉันมาแล้วก็ไม่ทักฉันซักคำ ” ปีโป้รู้สึกตัวและมองไปรอบๆห้อง เขาพบว่ารอบตัวเขาเป็นเหมือนเดิมแล้ว และมีเพื่อนอยู่เต็มห้อง

          “ สาม! นายรู้ไหมตะกี้ฉันเจออะไรมา ” ปีโป้พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นและเริ่มเล่าเรื่องที่ตนเจอ

          “ นายจะบ้ารึเปล่านาย นี่เช้าแล้วนะนายยังฝันอยู่อีกเหรอ ตื่นได้แล้วเพื่อนเอ้ย ” สามพูดแบบไม่เชื่อสุดตัวเมื่อได้ฟังเรื่องเล่าเพ้อฝันของปีโป้ เขาพูดออกแนวประชดขำๆด้วยซ้ำ

          “ เห้ย! พวกเราดูดิ ตะกี้ไอ้ปีโป้มันนั่งเหม่อใจลอย พวกเราช่วยไปปลุกกันหน่อยเร็ว ถอดเสื้อผ้ามันออกซะ ” และเสียงอันคุ้นหูปีโป้อีกเสียงก็ดังขึ้น เป็นเสียงที่เค้าไม่อยากจะได้ยินเลย คือเสียงของแจ็คนั่นเอง

          ปีโป้โดนเพื่อนทั้งกลุ่มรุมถอดเสื้อผ้า และทันใดนั้นแจ๊คก็เหลือบไปเห็นสร้อยคอของปีโป้

          “ สร้อยใหม่เหรอ สวยดีนี่หว่า ไหนขอฉันดูหน่อยสิ ” ว่าแล้วเขาก็กระชากสร้อยออกจากคอปีโป้

          “ อย่านะ! นั่นมันของฉัน! ” ปีโป้ตะโกน แต่ก็ได้แต่มองสร้อยคอของตนที่หลุดออกจากคอ

ทันทีที่แจ๊คสัมผัสสร้อยก็เห็นวิญญาณจ้องมองเค้าอย่างเคียดแค้น แจ็คตกใจมากและรีบโยนสร้อยทิ้งทันที

          “ สร้อยบ้าอะไรของแกวะเนี่ย ไปเถอะพวกเรา ไปปั่นงานดีกว่า เดี๋ยวส่งไม่ทัน ” เพื่อนๆละจากการถอดเสื้อปีโป้และเดินไปหาคนลอกการบ้าน

          ปีโป้รีบหยิบสร้อยมาสวม ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย และเดินไปนั่งที่ตนเองพร้อมพูดกับสาม

          “ นายไม่เชื่อเรื่องที่ฉันเล่าใช่ไหม งั้นฉันจะทำให้ดู ” ว่าแล้วปีโป้ก็จับสร้อยคอ จิตใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความแค้นที่สะสมมานาน หลับตาแล้วนึกในใจว่าอยากให้แจ็คตายๆไปซะ ทันใดนั้นโลกของเขาก็ไม่มีสีอีกครั้ง แล้วภาพที่ปีโป้เห็นก็คือวิญญาณของเขาได้ดึงดาบที่ปักหลังออกมา เดินเข้าไปบีบคอแจ็คแล้วยกขึ้นนิ้วมือเจาะลึกเข้าไปในคอบีบลูกกระเดือกของแจ็คจนเละ ตอนนี้แจ็คไม่มีสิทธิจะส่งเสียงร้องอีกต่อไปแล้ววิญญาณค่อยๆนำดาบแทงเข้าไปที่หน้าอกทะลุออกข้างหลังของแจ็ค เสร็จแล้ววิญญาณก็บิดดาบไปมา       แจ็คดิ้นทุรนทุรายอย่างทรมาน จนในที่สุดวิญญาณก็ตวัดดาบลง ฟันตัวแจ็คขาดออกเป็นสองท่อน

           ปีโป้กลับมาสู่โลกเดิมและเห็นผู้คนมุงดูแจ็คก็เลยถามสามว่าเกิดอะไรขึ้น สามเล่าว่าอยู่ดีแจ็คก็ร้องโวยวาย ตัวลอยขึ้นจากพื้นและมีเลือดออกที่หน้าอกก่อนที่จะลงไปนอนกับพื้นและตัวขาดเป็นสองท่อน ปีโป้ได้ฟังก็แสยะยิ้มและพูดว่า

          “ ทีนี้นายเชื่อฉันรึยัง ”

          พอสามได้เห็นว่าเรื่องที่ปีโป้เล่าเป็นเรื่องจริง สามก็เริ่มคิดแผนการชั่วร้ายภาพในจิตใจที่จะหลอกใช้ให้ปีโป้ฆ่าคนที่ตนเกลียด จนปีโป้ตะโกนเรียกสามถึงรู้สึกตัว

          “ สาม! ฉันถามไม่ได้ยินเหรอ หรือมัวแต่อึ้งอยู่ ”

          “ อ่อ อืมๆใช่ ฉันอึ้งอยู่ แต่ว่าอย่างนี้ไม่โหดร้ายเกินไปหน่อยหรอ”

          “ ไม่หรอก มันทำกับฉันขนาดนี้ สมควรตายแล้วแหละ ” ปีโป้พูดด้วยน้ำเสียงไม่ใยดี

          วันต่อมาที่โรงเรียนมีข่าวฮือฮาเกี่ยวกับการตายปริศนาของแจ็ค ปีโป้เดินไปทางไหนก็ได้ยินแต่เรื่องนี้ บ้างก็ว่าโหดร้าย บ้างก็ว่าสมควรตาย ทำให้ปีโป้รู้สึกภูมิใจที่ตนเองได้ทำสิ่งที่ถูกต้องในความคิดของเขา เขาเข้าไปนั่งที่ของตัวเองด้วยรอยยิ้ม รอยยิ้มที่หายไปนานแล้วจากใบหน้าของเขา

          “ อารมณ์ดีเชียวนะ ” สามที่นั่งอยู่ข้างๆพูด

          “ ก็นิดหน่อยแหละ ” ปีโป้พูดพร้อมหันมายิ้มให้

          “ ถ้านายยิ้มได้อย่างนี้ทุกวันก็ดีสินะ แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ ” สามพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล         

          “ ทำไมล่ะ มีเรื่องอะไร ” ปีโป้หุบรอยยิ้ม

          “ ก็คือ... ” สามทำท่าลังเลที่จะพูดและมองหน้าปีโป้ที่ทำท่าอยากรู้ใจจะขาดแล้วตัดสินใจพูดต่อ

          “ คือฉันไปได้ยินมาว่า วินมันนินทานายเยอะแยะเลยรู้ไหม ”

          “ วินที่เป็นนักกีฬาน่ะนะ แต่ฉันไม่เคยทำอะไรให้มันไม่พอใจเลยนะ ” ปีโป้พูดด้วยน้ำเสียงตกใจ

          “ ใช่ วินมันเป็นคนบอกให้แจ็คมาแกล้งนาย เอาเรื่องของนายไปบอกพวกนั้นหมด แล้วนายรู้ไหม คนที่นายแอบชอบก็ชอบวิน ตอนแรกมันก็ไม่ชอบหรอก แต่พอมันรู้ว่าเป็นคนที่นายชอบมันเลยขอคบเป็นแฟน เพื่อให้นายใจสลายยังไงล่ะ ” สามพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

          “ จริงหรอ! ทำไมมันทำอย่างนี้ ฉันไปทำอะไรให้มัน! ” ปีโป้กัดฟันด้วยความแค้น เพราะแฟนของวินคือคนที่เขาแอบชอบมาตั้งแต่ ม.1จนถึง ม.4 แต่เขาก็ไม่กล้าเข้าไปบอก แล้วยิ่งเขามารู้ว่าโดนตัดหน้า และวินเป็นตัวการทำให้เค้าโดนแกล้งเขายิ่งโกรธวินเข้าไปอีก

          “ ฉันได้ยินอย่างนั้นไม่ผิดแน่ แต่ยังไงก็ใจเย็นๆก่อนเถอะนะ ” สามพูดเสร็จก็หันไปมองนอกหน้าต่างพร้อมใบหน้าที่กำลังแสยะยิ้ม

          สามกับวินนั้นมีเรื่องบาดหมางกันตั้งแต่สมัย ม.2 แล้ว เพราะสามเคยลงสมัครคัดเลือกนักกีฬาโรงเรียนแต่ก็ไม่ติดเพราะโดนวินแย่งตำแหน่งไปและวินก็มาพูดดูถูก ทั้งสามยังต้องเลิกกับแฟนเพราะแฟนสามไปชอบวินซึ่งเป็นหนุ่มนักกีฬามากความสามารถ มีสาวๆติดตรึม ทำให้สามยิ่งแค้นและหมั่นไส้วินเข้าไปใหญ่ นอกจากนั้นวินที่มีนิสัยชอบดูถูกคนที่ด้อยกว่าตนอยู่แล้วยิ่งดูถูกสามเข้าไปใหญ่ที่ทำตัวแพ้แล้วพาล ทำให้สามเคียดแค้นวินที่สุดในโลก!

          “ นายก็เข้าใจหนิ ว่าความรู้สึกเวลาโดนแย่งคนที่ชอบไปมันเป็นยังไง ฉันไม่สนอะไรแล้ว! ”

          ว่าแล้วปีโป้ก็หลับตา จับที่สร้อยและรวบรวมความแค้น แล้วเขาก็ได้เข้าไปอยู่ในโลกของวิญญาณอีกครั้ง

          “ จิตใจเจ้ากำลังลังเล ” วิญญาณของปีโป้พูด

          “ ก็จริง แต่.. แต่ว่าถ้าเรื่องนั้นเป็นความจริงฉันก็ยอมไม่ได้หรอก มันเป็นต้นเหตุที่ทำให้ฉันโดนแกล้งเลยนะ” ปีโป้พูดน้ำเสียงลังเล

          “ เจ้าแน่ใจแล้วรึ ” วิญญาณถามซ้ำ

          “ ใช่ ฉันแน่ใจ ฆ่ามันซะ! ”

          พอสามได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มร่าแล้วเดินไปหาวิน ซึ่งวินพอเห็นสามเดินมาก็มองด้วยหางตาและพูดด้วยน้ำเสียงอันเย็นชาว่า

          “ ต้องการอะไร ไอ้สวะ ”

สามสีหน้าเปลี่ยนและโกรธมากเมื่อได้ยินแต่ก็เก็บอาการไว้พร้อมกับยิ้มในใจ และพูดออกไปว่า

          “ แกจะปากดีได้แค่ตอนนี้แหละ และนั่นคงเป็นคำสุดท้ายที่แกจะได้พูด ไอ้สวะ ”

          สิ้นเสียงของสาม ปีโป้ก็สั่งวิญญาณให้ฆ่าวิน วิญญาณเดินไปหาวินแล้วค่อยๆดึงลูกธนูออกจากตัวนับสิบดอกและปักเข้าไปที่หลังหัวของวินอย่างแรง สภาพหัวของวินตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากเม่น ลูกธนูทะลุลูกตา จมูก ปาก และส่วนอื่นของใบหน้าและปักลงไปติดกับโต๊ะ วิญญาณของปีโป้กระชากลูกธนูนับสิบนั้นออกมาจากโต๊ะอย่างแรง! โดยหัวของวินมีชิ้นเนื้อหลุดและโต๊ะขาดเป็นทางยาว พอปีโป้กลับมายังโลกเดิมเขาก็พบว่าวินนอนอยู่ที่โต๊ะตาและปากอ้ากว้างเหมือนตกใจอะไรบางอย่างและมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด โต๊ะที่วินนั่งกับหัวของเขามีรอยถูกฉีกขาดเต็มไปหมด เพื่อนทั้งห้องต่างตกใจและกรีดร้อง เพื่อนกลุ่มหนึ่งวิ่งไปเรียกครูมาดู สามที่ดูเหตุการณ์ทั้งหมดเดินมากระซิบข้างหูปีโป้ว่า

          “ ทีนี้นายก็ยิ้มได้อย่างเต็มที่แล้ว ” และสามก็เดินหันหลังกลับไปพร้อมรอยยิ้มอันน่ารังเกลียด

          แต่ในใจปีโป้กลับไม่ได้คิดอย่างนั้น บางส่วนก็รู้สึกดีที่ไม่มีคนมาคอยนินทาคอยรังแกเขาอีก แต่จิตใจอีกส่วนไม่ใช่อย่างนั้น เขานั่งครุ่นคิดตลอดทั้งวัน จนตอนเย็นเขาได้เดินไปหาสาม แต่เมื่อเดินไปเขาก็ต้องชะงัก

          เมื่อได้ยินเสียงเพื่อนสนิทของเค้ากำลังคุยกับเพื่อนในกลุ่มของแจ็คอยู่

          “ ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าไอ้ปีโป้มันจะมีของดีแบบนี้ ตอนแรกก็ไม่เชื่อหรอกแต่พอมันฆ่าแจ็คได้ฉันก็เชื่อเลย ”

          ปีโป้ตกใจและสงสัยในสิ่งที่เพื่อนสนิทของตนพูดเลยไม่กล้าเข้าไปหาสาม และยังคงฟังต่อไป

          “ ฉันไม่คิดเลยว่ามันจะมีความแค้นอะไรถึงขนาดนี้ ตอนย้ายห้องขึ้น ม.4 ฉันก็เห็นว่าหน้ามันเอ๋อๆน่าแกล้งดี ฉันก็เลยไปบอกแจ็คว่ามันเป็นเด็กมีปัญหา ชอบเรียกร้องความสนใจ เลยให้ช่วยดูแลมันเป็นพิเศษ ฉันก็แกล้งไปเป็นเพื่อนที่ดีของมันเพื่อจะดูมันโดนแกล้งและดูสีหน้ามันตอนโกรธนี่แหละ เห็นแล้วขำมากเลยว่ะเพื่อน ฮ่าๆๆ อีกอย่างฉันโชคดีเหลือเกินที่มันฆ่าวินให้ ฉันล่ะเกลียดมันจริงๆ! ” สามพูดกับเพื่อนในกลุ่มของแจ็คอย่างออกรส ในขณะที่ปีโป้ที่ฟังอยู่นั้นภาพในจิตใจมีแต่ความรู้สึกผิดหวัง เคียดแค้นที่โดนเพื่อนสนิทที่เขามีเพียงคนเดียวหักหลัง เขาโกรธ น้ำตาเขาไหลรินออกจากใบหน้า เป็นความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย

          “ ฉันมาคุยให้ฟังแค่นี้แหละ ฉันไปก่อนนะ ” แล้วสามก็เดินออกมาและพบปีโป้ที่กำลังยืนก้มหน้าอยู่

          “ อ้าวปีโป้ ทำไมก้มหน้าอย่างนั้นล่ะ หรือไปโดนใครแกล้งมาอีก ” สามถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย

          ปีโป้นิ่งเงียบไม่ตอบสาม เพราะเขาได้เข้าไปสู่โลกของวิญญาณเรียบร้อยแล้ว

          “ ฆ่ามันซะ ” เขาพูดกับวิญญาณของตน

          “ แต่เจ้าฆ่าได้เพียงสองคน แล้วเจ้าก็ได้ฆ่าไปครบแล้ว ” วิญญาณพูด

          “ ฉันไม่สน จะให้ฉันจ่ายค่าตอบแทนอะไรก็ช่าง ฆ่ามันซะ ” ปีโป้พูดด้วยความมั่นใจ

          วิญญาณแสยะยิ้มอย่างน่ารังเกลียด และหัวเราะสะใจอย่างบ้าคลั่ง ปีโป้ได้เห็นก็ตกใจแต่สีหน้าไม่เปลี่ยนและตะโกนใส่วิญญาณของตนว่า

          “ มีอะไรน่าขำ! กูบอกให้ฆ่ามัน! ”

          “ ตอนเราเจอกันครั้งแรกเจ้าถามใช่ไหมว่าทำยังไงเราถึงจะไปสู่สุคติ คำตอบนั่นก็คือหาตัวตายตัวแทนมาอยู่ในสร้อยนี้ตลอดไปยังไงล่ะ!”

ปีโป้ได้ยินก็ตาโต วิญญาณยังยิ้มและพูดต่อ

          “ แต่ไม่เป็นไรนะ เราจะฆ่าเจ้านั่นให้ ต้นเหตุของความแค้นของเจ้าและต้นเหตุที่ทำให้เจ้าต้องติดอยู่ในนี้ด้วย ฮ่าๆๆ ” วิญญาณหัวเราะ เป็นเสียงหัวเราะที่น่าขนลุกและไม่น่าฟังเสียเลย

          ปีโป้ได้แต่มองวิญญาณที่หยิบมีดมาถือทั้งสองมือและเดินไปหาสาม ในใจเขามีแต่ความเวิ้งว้างและว่างเปล่า

          แต่ทันใดนั้นเองวิญญาณก็หยุดชะงัก! ยิ้มและหันมาพูดกับปีโป้ว่า

          “ เราคงฆ่ามันไม่ได้แล้ว ลาก่อนนะ ” ก่อนที่วิญญาณจะหายไป วิญญาณได้ฉายให้ปีโป้เห็นภาพในโลกแห่งความจริง ภาพที่เขาเห็นทำให้เขาแทนอยากจะตายอยู่ตรงนั้น เป็นภาพที่สามเดินมาหาตัวเขา และพูดกับเขา

          “ ไม่แปลกใจเหรอที่ฉันคุยเสียงดังขนาดนั้นและยืนในที่ที่เด่นที่สุดของห้อง เพราะฉันตั้งใจให้นายได้ยินยังไงล่ะ นายคงไม่รู้หรอกเพราะนายมันโง่! ฉันจงใจให้นายฆ่าฉันแต่นายคงไม่ได้ฆ่าฉันแล้วแหละ ลาก่อนนะเจ้าเพื่อนที่แสนโง่ของฉัน ฮ่าๆๆ ” สิ้นเสียงหัวเราะ สามก็กระชากสร้อยออกจากคอปีโป้และโยนทิ้งออกนอกหน้าต่างไปลงถังขยะ ปีโป้รับรู้เรื่องทั้งหมดก่อนที่วิญญาณในอดีตของเขาจะหายไป

          “ ไม่นะ ไม่! ไม่!! ฉันจะไม่ยอมอยู่ที่นี่! ” เขาพยายามหาทางออกจากห้อง แต่ประตูล็อค เขาพยายามสุดแรงเพื่อพังประตูออกไป วิ่งกระแทกประตู กระแทก กระแทก! จนประตูพัง เขายิ้มอย่างมีความหวัง

          แต่ภาพที่เขาเห็นนั้นก็เอาหวังทั้งหมดของเขากลับไป เป็นภาพที่พรากทุกอย่างไปจากเขา ภาพของเหวลึก เขาตกใจและหันกลับไปมอง พบว่ามีแต่ห้องเรียนห้องหนึ่งตั้งอยู่บนปากเหว ซึ่งภาพในหุบเหวมรณะแห่งนี้มีวิญญาณอยู่เต็มไปหมด เสียงของวิญญาณร้องโหยหวนกำลังเรียกเขาให้มาอยู่ด้วยกัน ปีโป้ควบคุมสติไม่ได้ เขาไม่รู้จะทำยังไง หันไปรอบทิศด้วยจิตใจที่ว่างเปล่า คุกเข่าหน้าประตูและพูดอยู่ประโยคเดียวว่า

          “ เอาฉันออกไป ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่ ” ปีโป้พูดด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง พูดประโยคนี้วนไปวนมาอยู่นานจนในที่สุดเขาก็ระเบิดความโกรธออกมา พูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดเป็นประโยคสุดท้ายว่า

          “ กูจะฆ่าพวกมึงงงงงง!!! ” และวิญญาณของเขาก็ติดอยู่ในสร้อยคอมรณะเส้นนั้น

          หนึ่งอาทิตย์ต่อมามีเด็กขอทานคนหนึ่งเพิ่งโดนซ้อมมาและมาค้นถังขยะข้างโรงเรียนเพื่อหาของกิน และสิ่งที่เด็กคนนั้นได้พบก็ทำให้เค้าตาโตและอ้าปากค้าง นั่นคือสร้อยคอเส้นงาม ดวงตาของเค้าเป็นประกาย เขาคิดว่าถ้าเอาไปขายคงได้เงินไม่น้อยแน่ๆ แต่นำไปขายจะดีเหรอ? เมื่อความงดงามของมันทำให้เขาเหมือนต้องมนต์สะกด เขาจึงตัดสินเก็บมันไว้กับตัวและใส่มัน ไม่นานนักโลกของเด็กน้อยคนนั้นก็มีสภาพเป็นสีขาวดำเหมือนทีวีสมัยก่อน และเขาก็ได้พบกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ตัวผอมแห้ง ดวงตาสีแดงฉานเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ตัวถลอกไปทั้งตัวเหมือนโดนขังอยู่ในคุกมานานและที่สำคัญเด็กคนนั้นรู้ว่ามันคือวิญญาณ!!

          วิญญาณเดินมาหาเด็กน้อย แสยะยิ้มอย่างน่ารังเกลียดก่อนพูดด้วยเสียงที่แหบแห้งว่า

          “ นายก็มีความแค้นเหมือนกันใช่ไหม..? ”

           

 

 

 

บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

5.3
โหวต 5.3 /10 คะแนน
จากสมาชิก 1 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

7 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

9 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...