เรื่องสั้น : ความรักของสาวขี้เมากับ ชายชราขี้ยา

อ่าน 1,510
วิจารณ์ 4
แนว:
จำนวน:
1 บท (จบบริบูรณ์)
แต่งเมื่อ:
วันที่ 8 ก.ค. 2556 14:39 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง claymask
ขีดเขียนเต็มตัว (160)
เด็กหัดเขียน (46)
เด็กหัดอ่าน (26)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

บท 1.

เขียนเมื่อ วันที่ 8 ก.ค. 2556 14:46 น.

( แก้ไขเมื่อ วันที่ 8 ก.ค. 2556 14:58 น. โดย เจ้าของบทความ )

ความรักของสาวขี้เมากับ ชายชราขี้ยา

 

 

 

 

 

 

         1. บทสุดท้ายที่ยังเขียนไม่เสร็จ ไม่ลงตัวเสียที แก้ตรงนู๊น ตัดทอนตรงนี้ มันก็ยังดูไม่เข้าท่า ส่งงานอาจารย์ตอนเรียนมัธยม ยังง่ายกว่านี้อีก ไม่น่าไปรับปากมันเลย อีคะนอ ฉันคงต้องขอบายแล้วว่ะ หรือถ้าจบก็คงจบแบบเศร้าไปไม่สมหวังอย่างที่แกคาดหวังจะให้เป็น เขียนจดหมายบอกอีคะนอทิ้งไว้แล้วหนีไปเลยดีไหมเนี่ย

 

          สายตาฉันจับจ้องไปที่มุมประตูร้าน เสียงเพลงจากตู้หยอดเหรียญเก่าคร่ำคร่า ตะกุกตะกัก บางคนก็มาหยอดเพลงสากล บางคนก็มาหยอดเล่นเพลงลูกทุ่ง เป็นร้านเหล้าที่แปลก มีเค้กอร่อยๆ ขายด้วยและฉันก็อุปโลก เอาเองว่าสาเหตุที่ตีจากร้านนี้ไปไม่ได้ คงเป็นเพราะรสชาติของมันเนี่ยแหล่ะ

ร้านนี้ดูเป็นคนประหลาดชอบกล สมาชิกคนไหนที่หายไปจากร้าน แกก็เอารูปที่เคยถ่ายไว้มาอัดกรอบ ขาวดำ แขวนไว้รอบๆร้าน

 

ประตูร้านเปิดออกแล้ว และแล้วมันก็มาจนได้ รู้งี้น่ารีบจ้วงเค๊กชิ้นนี้ให้หมดๆแล้วรีบกลับบ้านดีกว่า

 

          "อีโป!! เขียนเสร็จยังฟะ?" คำทักทายที่แฝงไว้ด้วยความสุภาพลอยละลิ่วมาแต่ไกล

 

          "คะนอ แกฟังฉันนะ นิยายต่อให้จบแฮปปี้เอนดิ้งยังไง ในชีวิตจริงมันอาจไม่เป็นอย่างนั้นก็ได้ แล้วที่แกให้ฉันเขียนเนี่ยอย่าทึกทักเอาว่ามันจะเป็นจริงนะ"

 

         "ฉันรู้แก อย่างน้อยเวลาอ่านจะได้อมยิ้มไปไง ฝันนิดๆ ติ๊ดๆ จุ๊บๆ สรุปว่าแกยังเขียนไม่ถึงไหนเลยใช่ไหม?"

 

         "แล้วถ้าเขาไม่เอาแกล่ะ?"เมื่อพูดจบความเงียบและบรรยากาศอึมครึมเข้ามาปกคลุมรอบโต๊ะของฉันอย่างไม่รู้ตัว

 

       "เฮ้ย เอาเหล้ามาดิ๊บ๋อย" คะนอตะเบ็งเสียง

 

       "สั่งแต่เหล้า นี่เค้กอร่อยๆ ไม่ลองหน่อยหรอ?"

 

        "แดกเค้กเสร็จ แกแดกเหล้าเป็นเพื่อนฉันด้วย ไฟท์บังคับ" น้ำเสียงของคะนอ แฝงไว้ด้วยอำนาจ เพียงแต่ลึกๆข้างในน้ำเสียงเต็มไปด้วยความเปราะบาง ตามแบบฉบับของหญิงสาววัยทำงานที่ยังคงมีประจำเดือน คะนอเคยแต่ถูกความรักวิ่งเข้าหาเบียดซ้ายเบียดขวา ด้วยความเป็นคนมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีกับขวดสุรา เหล่าชายต่างๆที่เคยเที่ยวไล้เที่ยวขื่อก็เริ่มขยาด คนแรกที่เจอในร้าน เจอฤทธิ์แก้วสั้น บินลอยคว้าง ไปกระทบรูปน้าเหงา สมาชิกของร้านที่เสียชีวิตด้วยโรคร้าย รูปแตกในทันทีที่แก้วเหล้ากระทบ ด้วยเหตุผลกระทบใจวัยรุ่นว่า คะนอไม่ชอบที่ชายคนนั้น ซื้อดอกไม้มาให้ต่อหน้าธารกำนัล คะนออยากได้เหล้ามากกว่า

 

         คนที่สอง คนนี้มาแนวป๋า หวังเคลมเต็มที่ อีคะนอก็ฤทธิ์เยอะเช่นเคย ราวกับโดนเข้าทรงไม่รู้ไปโกรธอะไรเขานักหนากะแค่เขาบอกว่ายอมเป็นเบอร์สองแล้วจะให้ทั้งบ้านและรถ อีคะนอ แกจะรู้ไหม การเป็นเบอร์สองพร้อมบ้านและรถ นั่งเป็นคุยนายวันๆชี้นิ้ว มันคือความฝันของหญิงสาวที่ต้องตระเวณหาเค้กอร่อยๆแดกเช่นฉันนะโว๊ย

 

           ผ่านไปห้าแก้ว คะนอมองไปที่นาฬิกาแขวนตรงเคาท์เตอร์ร้าน และสายตาก็เพ่งมองอย่างใจจดใจจ่อ ไปที่มุมประตู"จะมาไหมนะวันนี้?"

 

          "มาถึงแกก็เอาแต่กรอกเหล้า ไม่พูดไม่จา แล้วจะรอให้มาทำไม?"

 

          "ยุ่งกูน่ะ" เมื่อเหล้าเข้าปากมากพอควรสรรพนามจาก 'ฉัน' และ 'แก' เริ่มเปลี่ยนเป็นความคุ้นเคยมากขึ้น

 

           ประตูร้านเปิดแง้มช้าๆ เสียงรองเท้าบู๊ทย่ำไปที่ไม้ปูพื้นร้าน ชายชราคนนึงเดินมาถึงเคาท์เตอร์ถอดหมวกคาวบอยออก ถอนหายใจเอื่อยช้า คะนอก้มตาต่ำ พยายามเหล่มองไปที่ชายชรา ไม่ให้เขารู้ตัว

 

           คนในร้านเริ่มทยอยกลับบ้าน ชายชรามักจะมาเวลาร้านปิดเสมอ เสียงเพลงจากตู้เพลงขาดหายไปแล้ว ชายชราเดินช้าๆ ไปที่ตู้เพลง เขาหยอดเหรียญแรกและเพลงก็ดังขึ้น

 

         "พรุ่งนี้ฉันทำงานเช้า กลับกันเหอะ" ฉันกระตุ้น

 

         "รอฟังเพลงก่อนจิ" คะนอรีรอ

 

         "จะฟังทามม๊าย เดี๋ยวพอเพลงจบเขาก็ไปหยอดใหม่ ฟังเพลงเดียวตลอดทั้งคืน ทุกวัน เป็นงี้ไม่เบื่อหรอวะ"

 

          คะนอจำใจเดินออกจากร้านด้วยความเหงาหงอย กลิ่นควันกัญชา ลอยมาส่งถึงปากประตู ฉันหันหลังกลับไปมอง ชายชราหยิบบ้องกัญชาขึ้นมาจุดสูบมองเหรียญในมือที่เตรียมหยอดเพลงเดิม

          "แร๊พเตอร์มันเพราะตรงไหนวะ" ฉันส่ายหัวพร้อมบ่นออกมาให้คะนอฟัง แต่มันหลับไปแล้ว

 

           2. ไม่มีใครรู้ว่า ชายชรามาจากไหนและเขาตั้งร้านได้อย่างไร บางวันแกก็มานั่งเฉยๆ ฟังคนในร้านพูดคุย บางทีถึงกับลงทุนเล่นมุกปัญญาอ่อนเพื่อเรียกเสียงหัวเราะกับคนรอบข้าง ชนแก้วกับแขกโต๊ะอื่นๆ บางทีนึกครึ้มแกก็เลี้ยงเหล้าคนทั้งร้าน พอถึงเวลาที่มีสาวๆมาหลงมาชอบ เมื่อแกรู้ตัวแกก็จะแกล้งเล่าเรื่องที่แกไปจับหญิงหากินแถวชานเมือง คุยถึงเรื่องสาวๆในแต่ละประเทศที่แกเคยลอง คล้ายกับแกจะวิ่งหนีความรัก หรือ ความใคร่ก็แล้วแต่ที่เข้ามาหา แต่แท้จริงนั้นใครจะรู้ แกอาจจะหนีตัวเองอยู่ก็ได้ จมจ่อมกับคำตัดสินของตัวเอง บางวันที่เมากัญชาจัดๆ แกก็จะเริ่มพูดถึงความรักที่ไม่สมหวังของแกในครั้งก่อนอย่างไม่ปะติดปะต่อ จนคนในร้านติดตามเหมือนซีรี่ส์เกาหลี ยิ่งวิ่งหนี ก็ยิ่งเข้าทางอีคะนอ พึ่งเห็นมันมีความตั้งใจกับบางสิ่งบางอย่างมากกว่าเหล้าก็คราวนี้

 

            ในวันอาทิตย์คนก็ยังมาที่ร้าน ไม่มีใครสั่งเหล้า หลายคนนิ่งเงียบคล้ายนั่งทำสมาธิ เมื่อถึงเวลาบ่ายสาม ป้าลูกประคำก็จะมาที่ร้าน ป้ามาในชุดขาวเหมือนอย่างเคย ที่คอห้อยไว้ด้วยสายลูกประคำ ฉันชอบพูดคุยกับป้า ป้าเป็นคนใจดี ยิ้มแย้ม อบอุ่น ลูกค้าหลายๆคนในร้านรู้ว่าป้าลูกประคำไม่ชอบกลิ่นเหล้า ดังนั้นจึงเฝ้ารอจนป้ากลับ ป้าเดินเข้าไปที่ห้องด้านซ้ายมือใกล้หลังร้าน ลูกค้าคนนึงลูกขึ้นแล้วเดินตามป้าเข้าไป ภายในร้านนิ่งเงียบ ได้ยินเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นจากลูกค้าในห้องนั้น 'ผมจะไม่ทำอีกแล้วครับป้า ผมสัญญา' ลูกค้าร้องไห้และพูดเสียงดังมากขึ้น

 

           เมื่อลูกค้าคนนั้นเดินออกมา ลูกค้าอีกคนก็เดินเข้าไปอย่างรู้คิว 'มันยังตามหลอกหลอนผมอยู่เลยครับป้า ผมรู้ว่าผิดที่ผม แต่.....................'

 

          "อาโป สบายดีไหม?" ป้าลูกประคำถามฉัน

 

         "สบายดีค่ะป้า" ฉันตอบยิ้มแย้ม

 

          "สบายดีก็ดีแล้ว ป้าดีใจด้วย" ป้ายิ้มเอื้อมมือมาลูบหัวฉัน ไม่รู้ด้วยสาเหตุใดน้ำตาก็เริ่มรื้นและปากฉันก็เริ่มพูดออกไปโดยอัติโนมัติ

 

          "จริงๆแล้ว..................." . . . .

.

.

.

.

.

            ชายชรามาจากไหนไม่มีใครรู้ เขาเดินเงียบๆเข้าไปหาป้าที่ห้องหลังจากฉันออกมา ไม่มีเสียงพูด ไม่มีเสียงร่ำไห้ มีแต่ความเงียบที่น่าอึดอัดและเมื่อป้าลูกประคำจากไป เสียงชนแก้ว เสียงคนบาปทั้งหลายก็เริ่มทำงาน ชายชราเดินออกไปจากร้าน ในทันทีที่คะนอสวนเข้ามา

 

           "ไปไหนอ่ะ?" คะนอถามฉัน

 

           "จะไปรู้รึ ไม่ใช่ภรรยาขี้ยานี่หว่า"

 

          "พูดงี้เดี๋ยวสวย เดี๋ยวสวย ไม่เมาไม่กลับโว๊ย"

 

 

          3."อีโป หายไปตั้งนาน สามเดือนแล้วใช่ไหม โทรไปก็ไม่รับ แกไปทำงานซาอุหรือไงวะ?"

 

            "ทำไมแกรู้ล่ะ ไม่ไกลกันเท่าไหร่ ฉันไปเลบานอนมาเค้กไม่อร่อยเลย"

 

            "งานแกนี่ประหลาดดีนะ หายไปทีไปเป็นเดือนๆ เหมือนตานั่นเลย" คะนอพยักเพยิดให้มองไปที่ชายชรา

 

             ชายชราในบัดนี้ใช้ไม้ค้ำยันตัวขึ้นไปทักทายลูกค้าในร้าน ขาแกขาดไปหนึ่งข้าง ใครถามแกก็บอกว่าฉลามกัดแล้วก็หัวเราะร่วน ว่าแล้วก็ก็เขยกเดินมาถึงโต๊ะเรา

 

           "เอ้าฉลองการกลับมาของผู้ทำกำไรให้เค้กของเรา" ชายชรายกแก้วค้างกลางอากาศ

 

          "เอ้าโชนนนนนนนนนนนน" คะนอยืนชนแก้วกับชายชราโดยที่มีฉันยังคงมองไปที่ขาที่ขาดนั้น

 

          "ฉลามกัดน่ะ"  ชายชราตอบด้วยรอยยิ้มเปื้อนใบหน้า

 

            คะนอชวนชายชรานั่งที่โต๊ะด้วย ซึ่งชายชราก็ไม่ปฏิเสธ ฉันมองเห็นความสัมพันธ์ที่เริ่มพัฒนาขึ้นจากคนทั้งคู่ ชายชราจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบแล้วก็แบ่งให้คะนอสูบด้วยในมวนเดียวกัน

 

            เมื่อถึงเวลาที่ร้านปิด ฉันชวนคะนอกลับแต่คะนอบอกว่า ช่วงนี้คะนอค้างที่นี่ ชายชราพยายามจะโขยกตัวไปหยอดเหรียญที่ตู้เพลง คะนอประคองชายชราไปจนถึงตู้เพลง

 

          เสียงเพลงที่ไม่คุ้นหู ฟังดูแปร่งปร่า มันเป็นเพลงรักใหม่ จากนักร้องคนใหม่ทำนองฟังดูหวานชื่น กลิ่นควันกัญชาลอยมาจากในร้าน พร้อมเสียงหัวเราะรื่นเริงราวกับเสียงระฆังใส ลมภายนอกร้านพัดหวีดหวิว เสียงฝีเท้าของตัวเองดังราวกับเสียงหัวใจเต้น และฉันแน่ใจว่าที่หน้าตาเปียกในค่ำนี้ เป็นเพราะฝน

 

          4. "วันนี้มาให้ได้นะ"ทันทีที่วางหูจากคะนอ ฉันก็สองจิตสองใจว่าจะไปดีไหม หลังจากไม่ได้ไปที่ร้านมาปีเศษๆ วันอาทิตย์และร้านเหล้าไม่ปิดเพียงแต่วันนี้พิเศษมากหน่อย เมื่อเปิดประตูเข้ามาในร้าน ต้องตกตะลึงไปด้วยช่อดอกไม้ติดตามผนัง โดยที่รูปสมาชิกเก่าๆ ถูกไปอัดเป็นรูปสีด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เก้าอี้เหล้าจัดวางเรียง หันหน้าเข้าเวที ผู้คนเบียดเสียดแออัดกันอยู่ในร้าน ป้าลูกประคำมาในชุดขาวเช่นเคย เดินเข้าไปในห้องเดิมเพียงแต่ไม่ได้ปิดประตู คะนอกับชายชราก็มาในชุดขาว ชายชราเดินขโยกช้าๆ คะนอเดินประคอง

 

          'รับครับ'

 

           'รับค่ะ'

 

           สินเสียงจากชายชราและหญิงสาว ใบหน้าพร้อมรอยยิ้ม การฉลองที่ยาวนานข้ามวัน คะนอโยนดอกไม้ หรือจะให้พูดกันตรงๆ คือมันเขวี้ยงเจาะจงมาที่ฉันเองเลย ฉันรับช่อดอกไม้และยิ้มฉีกปากกว้าง หันไปขอเหล้าจากบ๋อยหน้าตาคล้ายลิงมากกว่าคนมาหนึ่งแก้ว กระดกแล้วกระดกอีก  จนคิดว่ารสชาติของเหล้ามันก็ไม่เลวนัก บางทีอาจจะดีกว่าเค้กด้วยซ้ำไป

 

           คืนนั้นฉันกลับบ้านพลิกไปอ่านนิยายที่คะนอคะยั้นคะยอให้ฉันเขียน ฉันหยุดมันไว้ที่บทสุดท้าย เมื่อจับปากกาขึ้นมามือสั่น มองไปที่บทสุดท้ายของนิยาย และฉันก็จบมันด้วยน้ำตาของหญิงสาวที่หนีความจริงคนหนึ่ง

 

 

จบไปพร้อมกับสิ่งที่ได้บอกกับป้าลูกประคำในวันนั้น

กับประโยคที่ว่า "จริงๆแล้ว......................."

.

.

.

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

0
โหวต 0 /10 คะแนน
จากสมาชิก 0 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

0 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

0 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...