น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

เรื่องสั้น : เส้นขอบฟ้าแห่งกาลเวลา

อ่าน 9,171
วิจารณ์ 10
แนว:
จำนวน:
3 ตอน
แต่งเมื่อ:
วันที่ 16 มิ.ย. 2556 22:41 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง moohin
เริ่มเข้าขีดเขียน (23)
เด็กใหม่ (9)
เด็กใหม่ (3)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1.

เขียนเมื่อ วันที่ 16 มิ.ย. 2556 22:50 น.

( แก้ไขเมื่อ วันที่ 17 มิ.ย. 2556 17:37 น. โดย เจ้าของบทความ )

•»

    โลกใบนี้มีทั้งโศกเศร้า ดีใจ ผิดหวัง สมหวัง รัก เกลียด หลายๆอย่างที่เมื่อมีด้านดีและก็มีด้านเสียคู่กัน

 

 

ไป หากเราอยู่ด้านที่ดีก็คงจะดีไป หากเราอยู่ด้านที่เสียใจมันคงไม่ดีหรอก อย่างเรื่องราวในเรื่องสั้นเรื่องนี้...

 

เรื่อง เส้นขอบฟ้าแห่งการเวลา

         

      กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วยังมีเกาะอันอ้างว้างและเปล่าเปลี่ยวเกาะหนึ่ง นามว่าเกาะอันเป็นนิรันดร์ เกาะ

 

 

 

แห่งนี้ประกอบไปด้วยท้องฟ้าสีมืดครึ้ม ท้องทะเลสีหม่น เป็นเกาะที่ไม่มีเสียงร้องของธรรมชาติ ไม่มีกลิ่นหอม

 

 

 

ของดอกไม้ ไม่มีเสียงหัวเราะใดใดของสิ่งมีชีวิต และไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจ…. แมวสีดำตัวหนึ่งมันนั่งเหงา

 

 

 

เปล่าเปลี่ยวอยู่บนโขดหิน สายตาของมันทอดไปในท้องทะเลอันมืดมิด ทอดออกไปไกล…แสนไกล… ไร้ซึ้งจุด

 

 

 

หมาย นับเป็นเวลานานมากแล้วที่มันอาศัยอยู่ในเกาะแห่งนี้โดยไม่ออกไปพบกับใครเลย มันมีความหลังที่น่าจด

 

 

 

จำ ความหลังที่ขมขื่น ไร้ซึ่งคำอธิบาย มันต้องการอยู่คนเดียวเงียบๆในเกาะแห่งนี้ อยู่ไปเรื่อยๆให้นานที่สุด

 

 

 

โดยไม่มีวันจบสิ้น หลายชีวิตขานนามของมันว่าแมวอมตะ ….

 

 

 

      ในเกาะอันใกล้เคียงกันนั่นเอง ยังมีเกาะอีกเกาะหนึ่ง นามว่าเกาะแห่งความเบิกบาน เกาะแห่งนี้เต็มไป

 

 

 

ด้วยสีสันอันงดงาม  ท้องฟ้าเป็นสีฟ้า ปุยเมฆสีขาวใส ท้องทะเลสีครามระยิบระยับประดุจดังผืนน้ำที่ถูกโปรย

 

 

 

ไปด้วยเพชรเม็ดเล็กอันล้ำค่า เป็นเกาะที่มีเสียงร้องของธรรมชาติขับกล่อมทั้งยามกลางวันและกลางคืน มีกลิ่น

 

 

 

หอมของดอกไม่นานาชนิด มีเสียงหัวเราะของสิ่งมีชีวิตระงมไปทั่วผืนป่า และมีลมหายใจอยู่ทุกชั่วยาม ใน

 

 

 

เกาะแห่งนี้ยังมีแมวสีขาวตัวหนึ่งถึงแม้ว่าทั้งชีวิตของมันจะไม่มีครั้งไหนเลยที่ไม่ได้ยินเสียงขับกล่อมของ

 

 

 

ธรรมชาติ มันไม่เคยโดดเดี่ยวและอ้างว้าง มันมีเพื่อนมีครอบครัวที่แสนอบอุ่น แต่ในใจของแมวน้อยยังคง

 

 

 

สงสัยเสมอว่าภายหลังเส้นขอบฟ้าที่มองแล้วสวยงามแต่กลับซ่อนเร้นไปด้วยความลับนั้นมีอะไรซ่อนอยู่ ทุกเย็น

 

 

 

มันจะมานั่งดูเส้นขอบฟ้าที่นี่รอคอยให้เส้นขอบฟ้านั้นเปิดออก มันหวังใจว่าสักวันหนึ่งสิ่งที่มันต้องการคำตอบนั้น

 

 

 

จะถูกเปิดออก เกาะแห่งนี้อยู่ใกล้กับเกาะอันเป็นนิรันดร์เพียงฟ้ากั้น ทุกๆ 100 ปีเส้นขอบฟ้าจะนำพาเกาะทั้ง

 

 

 

สองมาพบกัน และจะสามรถพบกันได้เพียง 7 วันเท่านั้น …จึงเป็นสาเหตุให้แมวสีขาวเฝ้ารอทุกเช้าเย็นเฝ้ารอ

 

 

 

ในสิ่งที่มันไม่อาจรับรู้ว่ามันกำลังรออะไร และเพื่ออะไร….

 

 

 

         วันหนึ่งขณะที่แมวสีดำนั่งเหมอมองท้องฟ้าที่ไม่มีวันจะมีสีอันสวยงาม มันเห็นบางอย่างปลิวละล่องมากับ

 

 

 

สายลมอันเหงาหงอย!!! มันเป็นกลีบกุหลาบสีชมพูอันหอมหวาน นานมากแล้วที่แมวสีดำไม่เคยได้เห็นดอกไม้

 

 

 

ถึงแม้มันไม่อาจรับรู้ว่ากลิ่นของดอกไม้ดอกนี้เป็นเช่นไร แต่มันก็พอจะจินตนาการได้ว่าคงหอมหวานละมุนละไม

 

 

 

เหมือนสีของมัน มันแปลกใจและสงสัยมาก หลายสิ่งกลายอย่างวนเวียนในหัวของมัน ดอกไม้นี้มาจากไหน

 

 

 

กันนะ? พลันใดนั้นสายลมที่พัดพากลีบกุหลาบมาก็ได้กลับมาอีกครั้ง เหมือนกับว่ารู้ใจของเจ้าแมวว่ากำลังต้อง

 

 

 

การสิ่งใด… แมวสีดำไม่รอช้ามันวิ่งตามสายลมนั้นไปอย่างรวดเร็วด้วยความหวังอันเต็มเปี่ยมว่าจะได้พบกับคำ

 

 

 

ตอบ และแล้วจู่ๆ สายลมนั้นก็กลับโหมกระหน่ำหนักหน่วงขึ้น!! สายลมได้หอบเอาเจ้าแมวสีดำไป ภายในสาย

 

 

 

ลมนั้น มันหมุนติ้วๆ ชวนให้เจ้าแมวอ้วกเสียเหลือเกิน ก่อนที่สายลมนั้นจะหยุดเจ้าแมวก็รู้สึกว่ามันเริ่มมองไม่

 

 

 

เห็น ภาพต่างๆรอบตัวมันเริ่มมืดลงๆ จนในที่สุดก็หายไป….

 

 

 

      ในขณะเดียวกันที่เกาะแห่งความเบิกบานแมวสีขาวก็นั่งเหม่อลอยที่เดิม สายตาของมันยังจับจ้องไปที่เส้น

 

 

 

ขอบฟ้าด้วยความหวังเหมือนเช่นทุกๆวันที่ผ่านมา แต่วันนี้มันรู้สึกตื่นเต้นกว่าทุกวัน เพราะอะไรน่ะหรือ?

 

 

 

เพราะวันนี้เป็นวันครบ 100 ปี เส้นขอบฟ้าอันน่าสงสัยจะถูกเปิดออก เจ้าแมวมันนั่งรอด้วยความตื่นเต้น…. จู่ๆ

 

 

 

มันก็เห็นพายุลูกใหญ่หอบอะไรบางอย่างมาลมพัดแรงมาก เส้นขอบฟ้าที่สวยงามกลับหายไป เหลือไว้เพียงแค่

 

 

 

ท้องฟ้าสีหม่นๆ  ลมพายุโหมกระหน่ำรุนแรงมากขึ้นๆ และเครื่อนตัวเข้ามาไกล้ทุกทีๆ เจ้าแมวสีขาวทั้งกลัวทั้ง

 

 

 

อยากรู้อยากเห็น ด้วยความที่อยากเห็นมากจนเกินไปหรือเพราะเจ้าแมวรอคอยโอกาสนี้มานานมันไม่สนใจ

 

 

 

อันตรายใดใดทั้งนั้นมันรีบวิ่งตรงไปยังพายุลมลูกนั้นทันที !!

 

 

 

       และแล้วเจ้าแมวทั้งสองก็ได้เจอกัน ตัวหนึ่งมาจากโลกที่มืดมนไร้ซึ่งความรักและความรู้สึก อีกตัวหนึ่งมา

 

 

 

จากโลกที่สดใสเต็มไปด้วยชีวิตและจิตใจ ครั้งแรกที่พวกมันทั้งสองเจอกัน สายตาทั้งสองได้จ้องมองกัน  ความ

 

 

 

รู้สึกแปลกๆก็ได้เกิดขึ้นความรู้สึกที่เจ้าแมวทั้งสองไม่เคยได้รู้สึก  เป็นความรู้สึกที่ทั้งสองตามหามาตลอด…

 

 

 

เมื่อเจ้าแมวทั้งสองตั้งสติได้ก็เล่าถึงสิ่งที่มันทั้งสองเคยพบมาเล่าถึงความเป็นอยู่  เจ้าแมวสีดำบอกว่า

 

 

 

“ นี่น่ะหรือ เกาะแห่งความเบิกบาน นี่น่ะหรือที่มาของกลีบดอกไม้ดอกนี้ นาน…นานเหลือ

 

 

 

เกิน ที่ข้าไม่ได้พบบรรยากาศเหล่านี้ เสียงร้องธรรมชาติ กลิ่นอายของดอกไม้ และ..เสียง

 

 

 

หัวใจเต้น….”

 

 

 

เจ้าแมวสีขาว งุนงง กับคำพูดของเจ้าแมวสีดำเหลือเกิน ชีวิตของมันตั้งแต่เกิดไม่เคยรู้สึกเลยว่าเวลาไม่มีเสียง

 

 

 

หัวใจเต้นนั้นเป็นเช่นไร

 

 

 

“เจ้าพูดอะไร ข้าไม่เข้าใจ มีด้วยหรือยามที่ไม่มีเสียงหัวใจเต้น?”

 

 

 

“มีสิ แต่อย่ารับรู้เลย การที่ไม่ได้ยินเสียงหัวใจเต้นนั้นมันทรมานนัก ข้าอิจฉาเจ้าเสียเหลือ

 

 

 

เกินที่มีหัวใจ..”

 

 

 

เจ้าแมวสีขาวไม่เข้าใจในสิ่งที่แมวสีดำพูด แต่สิ่งที่มันสงสัยคือสถานที่ที่เจ้าแมวสีดำจากมานั้นเป็นเช่นไร

 

 

 

“แล้วสถานที่ที่เจ้าจากมามันไม่มีเสียงเหล่านี้หรอกหรือ ?”

 

 

 

“สถานที่ที่ข้าจากมา เป็นดินแดนที่สุดแสนจะอ้างว้างเปล่าเปลี่ยว ไร้ซึ่งเสียงของธรรมชาติ

 

 

 

ไร้ซึ่งเสียงของหัวใจ”

 

 

 

เจ้าแมวสีดำทอดสายตาอันว่างเปล่าไปที่เส้นขอบฟ้าก่อนที่จะแปลเปลี่ยนมาเป็นสายตาเฉยชาดังเดิม

 

 

 

“ข้าไม่อาจนึกภาพตามในสิ่งที่เจ้าพูด แต่ข้าเข้าใจความรู้สึกของเจ้า เจ้ามาที่นี่เพื่อสิ่งใด

 

 

 

กัน มีอะไรที่ข้าพอจะช่วยให้เจ้าสมความปรารถนาหรือไม่?”

 

 

 

เจ้าแมวสีขาวพูดอย่างเต็มใจ ในสายตาเต็มไปด้วยความสงสาร

 

 

 

“ข้าเพียงต้องการมาหาสิ่งที่ขาดหายไป”

 

 

 

“แล้วสิ่งใดเล่าที่มันขาดหายไปจากเจ้า...”

 

 

 

แมวสีดำเงียบ มันไม่เอ่ยปากพูดอะไร นอกจากส่งสายตาอันว่างเปล่านั้นออกมา ก่อนจะตอบด้วยเสียงอันแสน

 

 

 

เศร้า

 

 

 

“ข้ามีชีวิตอมตะมาเกือบร้อยปีแล้ว ชีวิตของข้านับร้อยปีนี้ ข้าสุดแสนจะอ้างว้างเปลี่ยว

 

 

 

เหงา ชีวิตอมตะของข้าไม่มีแม้แต่สักเสี้ยววินาทีที่จะรับรู้ว่ายามที่หัวใจเต้นนั้นเป็นเช่นไร

 

 

 

ข้าไม่อาจรับรู้ๆ ข้าไม่อาจรับรู้เลยจริงๆ…...”

 

 

 

เจ้าแมวสีขาวสงสารจับหัวใจ ทำไมหนอ โลกใบนี้ช่างโหดร้ายยิ่งนัก ทั้งชีวิตของมันไม่เคยรับรู้เลยว่าในยาม

 

 

 

ที่หัวใจไม่เต้นนั้นเป็นเช่นไร มันจึงตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะมอบหัวใจของมันให้กับเจ้าแมวสีดำ

 

 

 

“ถ้าหากเป็นเช่นนั้น เจ้าก็จงเอาหัวใจของข้าไปเถิด ข้าสงสารเจ้าเหลือเกิน…”

 

 

 

เจ้าแมวสีดำได้แต่ยิ้มจางๆ มันไม่ตอบตกลง กลับถามถึงดอกกุหลาบสีสวยนั่นจากเจ้าแมวสีขาว

 

 

 

“ข้าอยากรู้เหลือเกินว่าเจ้ากลีบดอกไม้สีชมพูนั่นมันมาจากแห่งใดกัน…”

 

 

 

เจ้าแมวสีขาวไม่ตอบแต่เดินนำหน้าเจ้าแมวสีดำไปสถานที่แห่งหนึ่ง ที่ซึ่งเต็มไปด้วยดอกกุหลาบ และดอกไม้อีก

 

 

 

นานาชนิด 

 

 

 

“สวย…. สวยเหลือเกินนับเป็นเวลานานเหลือเกินที่ข้าไม่เคยเห็นสิ่งที่งดงามขนาดนี้มาก่อน

 

 

 

แต่น่าเสียดายนัก ที่ข้าไม่อาจรับรู้ได้เลยว่ากลิ่นของมันนั้นจะหอมหวานขนาดไหนกัน….”

 

 

 

แววตาที่เคยเศร้าหมอง ตอนนี้กลับเปล่งประกายไปด้วยความสุข แมวสีขามภูมิใจมากที่ทำให้เจ้าแมวสีดำนั้นมี

 

 

 

ความสุข มันพยายามนึกคำตอบที่จะบอกเจ้าแมวสีดำถึงกลิ่นของดอกไม้

 

 

 

“กลิ่นของมันเป็นกลิ่นแห่งความสุข ละมุนละไม หอมหวาน ดังเช่นกับสีของมัน”

 

 

 

“ความสุขอย่างนั้นรึ?? เหอะๆ ข้าไม่เคยรับรู้เลยว่าความสุขนั้นเป็นเช่นไร แต่อย่างไรก็ขอ

 

 

 

ขอบใจเจ้ามากที่พยายามบอกถึงกลิ่นที่ข้าไม่อาจรับรู้ได้ในชีวิตนี้… ขอบใจมาก  ขอบใจ

 

 

 

จริงๆ”

 

 

 

    เจ้าแมวสีขาวยิ้มตอบก่อนจะเดินนำแมวสีดำไปในสถานที่อื่นๆ ที่งดงามยิ่งกว่า ไปฟังเสียงจากธรรมชาติ

 

 

 

ไปดูรอยยิ้มต่างๆของแมวตัวอื่นๆ ในเกาะ พาไปชิมรสชาติอาหารอันน่าพิสมัย แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้าแมวสี

 

 

 

ขาว พยายามสรรหามานั้น  เจ้าแมวสีดำไม่อาจรับรู้ได้เลยแม้แต่น้อย….

 

 

 

       7 วันผ่านไป…. เจ้าแมวทั้งสองก็ได้เที่ยวเวียนกลับมาที่จุดเดิมที่ที่พวกมันเจอกันครั้งแรก เจ้าแมวทั้งสอง

 

 

 

ทอดสายตาออกไปในทะเลอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ทะเลอันสวยงาม มีเส้นขอบฟ้าสดใสแต่เต็มไปด้วย

 

 

 

ความหม่นหมองที่อยู่ภายใน…

 

 

 

“สิ่งที่เจ้าทำให้ข้าทั้งหมดนั้นเพื่อสิ่งใดกัน??”

 

 

 

เจ้าแมวสีดำถาม ดวงตาอันนิ่งเฉยยังคงนิ่งต่อไป….

 

 

 

“ถ้าข้าจะบอกเจ้าว่า สิ่งที่ข้าทำนั้นมันคือ รัก  เจ้าจะเข้าใจหรือไม?”

 

 

 

“รัก? มันคือสิ่งใดกัน” ดวงตาที่นิ่งเฉยกลับฉายแววความสงสัยขึ้นมาทันใด

 

 

 

 “เจ้าไม่มีหัวใจเจ้าไม่มีวันรู้สึกถึงความรู้สึกนี้หรอก มันเป็นเหมือนได้ดอมดมกลิ่นดอกไม้ที่

 

 

 

หอมหวานที่สุด เท่าที่ข้าเคยพบมา ทุกครั้งที่เจ้าหัวเราะ ยิ้ม มันเปรียบเสมือน เสียงอัน

 

 

 

ไพเราะที่ไม่อาจหาฟังที่ไหนได้อีก ”

 

 

 

“สิ่งที่เจ้าพูดนั้นข้าไม่อาจเข้าใจได้เลย เพราะ… ข้าไม่มีหัวใจ”

 

 

 

แววตาที่เคยสงสัยกลับสลดลงอย่างเห็นได้ชัด เหมือนกำลังจะร้องไห้แต่ไม่อาจร้องได้… ยิ่งทำให้เจ้าแมวสีขาว

 

 

 

สงสารจับใจมากขึ้น

 

 

 

“งั้นเจ้า… เอาหัวใจของข้าไปเถิด ข้าอยากให้เจ้ารับรู้ถึงความรักที่ข้าได้รู้สึก ว่าเป็นเช่น

 

 

 

ไร”

 

 

 

เป็นครั้งที่สองที่เจ้าแมวสีขาวยื่นข้อเสนอขึ้นแต่ปฏิกิริยาสายตาของเจ้าแมวสีดำยังคงเป็นเช่นเดิม เฉยชาและอ้าง

 

 

 

ว้างก่อนจะตอบว่า

 

 

 

“ไม่หรอก… ถึงแม้ข้าจะต้องการหัวใจเพียงใด ข้าก็ไม่อาจแย่งชิงหัวใจจากเจ้ามา ข้ารู้ ว่า

 

 

 

การไม่มีหัวใจนั้นมันเป็นเช่นไร มันทรมานแสนสาหัส ไม่อาจรับรู้ความรู้สึกต่างๆ ได้เลย

 

 

 

หากข้าเอาหัวใจของเจ้ามาเจ้าก็จะรู้สึกถึงความทรมานอย่างที่ข้าเป็น ข้าไม่อาจทำร้ายคน

 

 

 

ที่…. รักข้าได้หรอก ถึงแม้ข้าไม่อาจรับรู้ว่าความรู้สึกรักนั้นเป็นเช่นไร แต่ข้าคิดว่ามันต้อง

 

 

 

เป็นความรู้สึกที่ดีเป็นแน่ อย่าเลยนะ ข้าไม่อยากให้เจ้ารับรู้ถึงความทรมานที่ข้าเป็น…”

 

 

 

    สิ้นเสียงแมวสีดำพูดน้ำตาที่เจ้าแมวสีขาวกลั้นไว้นานแสนนาน ได้หลั่งไหลออกมา อย่างไร้ซึ่งความอาย

 

 

 

ในความรู้สึกมันอยากจะตะโกนถามโลกใบนี้ว่า เหตุใดถึงทำร้ายเจ้าแมวสีดำได้รุนแรงขนาดนี้… เจ้าแมวสีดำ

 

 

 

ตกใจมาก มันไม่เคยได้ยินเสียงหัวเราะและมันก็ไม่เคยได้เห็นน้ำตา มันปรารถนาที่จะสัมผัสกับน้ำตาสีใสนั้น

 

 

 

มันเอื้อมมือมาด้วยความปรารถนาดี แต่แล้วกลับถูกฟ้าดินลงโทษ มันถูกลมพายุอันใหญ่หลวงหอบเอาร่างของ

 

 

 

มันกลับไปยังโลกของมันดังเดิม สายตาของมันยังไม่ละจากใบหน้าของเจ้าแมวสีขาวมันไม่อาจรับรู้แม้กระทั่ง

 

 

 

สัมผัสแห่งน้ำตา…. มันตะโกนก้องในหัวใจแต่กลับดังสนั่นจนเจ้าแมวสีขาวได้ยิน

 

 

 

“ขอบใจเจ้ามากที่มอบความรัก ความรู้สึกที่ชีวิตของข้าไม่อาจรับรู้ได้ ขอบใจเจ้ามากจริงๆ

 

 

 

ข้าหวังใจว่าสักวันเราจะได้พบกันอีก ลาก่อนนะ ….”

 

 

 

    เจ้าแมวสีขาวได้ยินดังนั้นก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิมมันเสียใจมากความรู้สึกเสียใจที่มันไม่เคยรู้สึกได้มากขนาด

 

 

 

นี้  สายตาของมันมองตามร่างของเจ้าแมวสีดำไปจนสุดสายตา  ต่อแต่นี้ไปมันทั้งสองจะได้พบกันหรือไม่ ต่อแต่นี้

 

 

 

ไปเจ้าแมวสีดำคงจะใช้ชีวิตอยู่ในโลกอันมืดมนนั้นต่อไปนานเท่าใดไม่อาจรับรู้ได้…..

 

 

 

      หลังจากวันนั้นเจ้าแมวทั้งสองก็ไม่ได้พบกันอีก เจ้าแมวสีขาวมันมักจะมานั่งเหม่อมองออกไปที่เส้นขอบฟ้า

 

 

 

ทุกวันๆ โดยไม่รู้ว่าเมื่อไหร่สิ่งที่มันรอคอยนั้นจะกลับมาอีก

 

 

 

     ส่วนเจ้าแมวสีดำมันก็มานั่งเหม่อมองออกไปในท้องทะเลอันมืดมิดต่อไปโดยไม่อาจรับรู้ได้ว่าสิ่งที่มันรอคอย

 

 

 

นั้นจะหวนกลับมาเมื่อไหร่ ไม่อาจรับรู้รู้ถึงกลิ่นหอมของดอกไม้ ไม่อาจรับรู้ถึงสัมผัสแห่งน้ำตา ไม่อาจรับรู้ถึง

 

 

 

ลมหายใจ และไม่อาจรับรู้ถึงเสียงหัวใจเต้นไปตลอดกาล….

 

 

 

 

•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

8.1
โหวต 8.1 /10 คะแนน
จากสมาชิก 4 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

8.8 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

8 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

7.5 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...