น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

เรื่องสั้น : สักยันต์

อ่าน 2,275
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
1 ตอน (จบบริบูรณ์)
แต่งเมื่อ:
วันที่ 14 ก.ย. 2554 12:02 น.
ผู้แต่ง Dewy
เด็กใหม่ (2)
เด็กใหม่ (15)
เด็กใหม่ (1)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1. สักยันต์

เขียนเมื่อ วันที่ 14 ก.ย. 2554 12:04 น.

     ชีวิตเด็กช่างกลอย่างผมสิ่งที่มีค่ากว่าชีวิตของผมก็คือศักดิ์ศรี เด็กช่างกลอย่างผมได้รับการขัดเกลามาจากรุ่นพี่จากรุ่นสู่รุ่น ขัดเกลาด้วยประเพณีการรับน้องต่างๆ เเม้เหตุการณ์นั้นจะผ่านมาด้วย หยาดเหงื่อ น้ำตาเเละเเทบกระอักเลือด ทำให้เราหล่อหลอมพวกเราให้เข้ากันเป็นกลุ่มเด็กช่างกลอย่างสง่างาม ชีวิตของผมนั้นไม่โลดโผนมากมายนักเพราะด้วยอุปนิสัยส่วนตัวผมนั้นไม่ใช่ประเภทที่หมาห้ามเห่าหน้าห้ามมอง ผมจึงไม่เคยมีเรื่องขัดเเย้งกับใคร เเต่หากใครมาหาเรื่องเพื่อนผม หรือเพื่อนผมไปหาเรื่องใครนั้น ผมก็ต้องไปช่วยเหลือเนื่องจากผมถือคติ เพื่อนข้าตีมึงไม่ว่า เเต่มึงตีเพื่อนข้ามึงตาย เราจึงมักต้องมีปัญหากับสถาบันต่างๆหรือเเม้เเต่สถาบันเดียวเเต่ต่างคณะก็เคยมีมาเเล้ว ดังนั้นชีวิตช่างกลของผมมันจึงเหมือนเเสนสั้นนัก เพราะไม่รู้ว่าวันที่ไหนที่ลูกปืนจะวิ่งเข้ามาชน ไม่ใช่ว่าผมกลัวไปเองเเต่จากประสบการณ์ตรงที่ผมเห็นคาตา เเละยังจดจำมันได้อย่างเเม่นยำ วันหนึ่งเราไปเที่ยวคาราโอเกะที่ห้างสรรพสินค้า เราสังเกตเห็นชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งมีหัวเข็มขัดต่างสถาบัน ไม่มีการพูดพร่ำทำเพลง พวกเราวิ่งไปเข้าไปหาเรื่องทันทีเเต่ผลปรากฏว่าเพื่อนผมล้มลง เลือดอาบหน้า ไอ้คนหนึ่งในกลุ่มนั้นมันยิงปืนสวนพวกเรามา วิถีปืนห่างจากตัวผมเพียง 5 ซม. หากมันเล็งมาที่ผม คงเป็นเพื่อนผมมางานศพผมเเทน ผมจึงสรรหาทุกอย่างที่เชื่อว่ามันจะช่วยปกป้องชีวิตผมได้ ไม่ว่าจะเป็นตระกรุดกันภัย ตะกรุดหนังเสือไฟ ตะกรุดกระสุนปืน ซึ่งของพวกนี้ของเเท้ก็มีบ้างของปลอมก็เยอะ ทำให้ผมไม่เคยรู้สึกว่าปลอดภัยเลย ไม่ใช่ว่าผมจะกลัวตายเเต่ผมกลัวโดนดูถูก พวกมันจะดูถูกถึงสถาบันของผม ซึ่งผมทนไม่ได้จริงๆ ด้วยเหตุนี้ผมจึงหันมาศึกษาเรื่องสักยันต์เเต่ผมไม่ค่อยจะเชื่อในเรื่องนี้ เพราะส่วนตัวของผมไม่เชื่อว่าการที่คนเราเอาเข็มมาทิ่มเเทงตัวเเล้วจะทำให้ยิงฟันเเทงไม่เข้า เเต่ผมก็ไม่กล้าที่จะลบหลู่ จนมาวันหนึ่ง เหตุการณ์ที่ทำให้ผมต้องเชื่อในความศักสิทธิ์ของการสักยันต์คือ บนรถเมล์สาย 61 พวกผมนั่งอยู่ข้างหลังสุดของตัวรถ เห็นรุ่นพี่สถาบันเดียวกับเรา นั่งห่างจากเราไป 3 เเถว รถเมล์จอดที่ป้ายมีเด็กวัยรุ่นขึ้นมาบนรถประมาณ 5 คน ผมสังเกตเห็นพี่เขาทำปากขมุบขมิมเหมือนท่องอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นหนึ่งในวัยรุ่นกลุ่มนั้นล้วงปืนไทยประดิษฐ์ออกมาจากเอว ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของผู้โดยสารคนอื่น เด็กหนุ่มคนนั้นหันปืนมาที่รุ่นพี่ของผม เกี่ยวไกทันที เเช๊ะ!! เเช๊ะ!! ปืนยิงไม่ออก เด็กหนุ่มกลุ่มนั้นหน้าถอดสี วิ่งหนีลงจากรถทันที หลังจากเหตุการณ์นั้นผมจึงเข้าไปสอบถามด้วยความอยากรู้ว่า พี่เขามีของดีอะไรจึงยิงไม่เข้าอย่างนี้ เเทนคำตอบ เเกถอดเสื้อช็อบของเเกโชว์ลายสักยันต์เต็มเเผ่นหลัง ที่ผมเห็นเเละรู้จักคงมีเพียงหนุมานกำลังถือตรี นอกจากนั้นผมไม่มีความรู้เลย เเกจึงเล่าให้ผมฟังว่า เเต่ก่อนนั้นเเกก็เคยเสียเพื่อนเหมือนผม เเกจึงไปสักยันต์เพื่อป้องกันตัว การสักยันต์นั้นเเกบอกว่า ขั้นเเรกเราต้องสักปรางค์เก้ายอดที่ท้ายทอยเป็นอันดับเเรกเพื่อให้เหมือนเป็นเกราะป้องกันอันตราย จากนั้นจะสักรูปอะไรเพิ่มก็เเล้วเเต่เรา เเต่เเกเตือนว่าเมื่อสักเเล้วต้องรักษากฏด้วย เช่น ห้ามผิดลูกผิดเมียคนอื่น ห้ามด่าพ่อเเม่ ห้ามเดินลอดผ้าถุงลอดบันได ใต้สะพานหัวเดียว ห้ามกินน้ำเต้า ฟักเเฟง ห้ามกินเหล้าเเก้วร่วมกับใคร เเละต้องรักษาศีลห้า หากต้องการให้ของขลังต้องไปร่วม"พิธีสวดพานยักษ์" เเละรุ่นพี่คนนั้นก็ได้เเนะนำอาจารย์สักยันต์มีชื่อคนหนึ่งให้ผม ผมตัดสินใจอยู่นานจนเพื่อนผมตายไปอีกหนึ่งคน จึงตัดสินใจไปสักยันต์ ตำหนักของอาจารย์ท่านนี้ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก เมื่อผมไปถึงผมรู้สึกถึงบรรยากาศเต็มไปด้วยมนต์ขลัง อากาศดูขมุกขมัว ผมตัวสั่นอย่างไม่มีสาเหตุ ผมเดินเข้าไปพร้อมเพื่อนของผมอีกหนึ่งคน ก่อนขึ้นตำหนัก มีชายหนุ่มที่มีลายสักเต็มตัวห้ามพวกเราไว้ เเละถามว่าต้องการอะไร เราจึงบอกถึงวัตถุประสงค์ของเรา ว่าต้องการมาสักปรางค์เก้ายอด เขาจึงให้เราถือพานดอกไม้เเละเดินนำหน้าเราขึ้นไปบนตำหนัก เมื่อเราขึ้นไป เราพบกับชายชราคนหนึ่งนุ่งขาวห่มขาวมีรอยสักยันต์เต็มตัว ข้างบนตำหนักมีลักษณะห้องโล่ง มีโต๊ะหมู่บูชาเเละของขลังต่างๆมากมาย ชายหนุ่มคนนั้นให้เรากราบอาจารย์เเละขอให้ท่านรับเป็นลูกศิษย์ พิธีดำเนินไปอย่างศักสิทธิ์ เพื่อนผมเป็นคนเริ่มก่อน เมื่อเข็มเเรกลงไปมันร้องเสียงหลง เเละเข็มก็ลงไปเข็มเเล้วเข็มเล่า หน้าตามันเหย่เก ผมอดขำไม่ได้ เเละพิธีที่ขลังทีสุดคือตอนลองของ ด้วยการใช้มีดที่มีด้านคมทั้ง 2 ด้าน ฟันลงไปบนเเผ่นหลังของเพื่อนผม ปลั๊กๆ ข้างหลังเพื่อนผมมีเพียงรอยเเดงยาวเเต่ไม่มีรอยความคมของมีดเเม้เเต่น้อย เมื่อถึงตาผม ผมจึงเข้าใจว่าทำไมหน้าเพื่อนผมจึงเป็นอย่างนั้น ทุกๆรอยเข็มที่ทิ่มเเทงลงมาบนท้ายทอยของผมนั้นมันช่างเจ็บปวดอย่างหาที่สุดไม่ได้ เข็มเเล้วเข็มเล่าเเผลเเล้วเเผลเล่าเเต่ละจุดเเต่ละรอยกว่าจะประกอบกันเป็นรูปร่าง ผมทนเเทบทนไม่ไหว ผมอดกลั้นไว้อย่างถึงที่สุด เเละพิธีก็ดำเนินมาถึงตอนสำคัญช่วงลองของ ผมภาวนาให้ของเข้ามายังหลังของผมปกป้องเเผ่นหลังของผม ผมนั่งยืดตัวตรงรอคมมีดปะทะกับเเผ่นหลังของผม ปลั๊ก......ปลั๋ก ผมยิ้มพอใจกับผลงาน เพื่อนผมร้อนวิชาจึงขอมีดจากอาจารย์มาฟันหลังผมบ้าง ผมกั้นหายใจภาวนา ปลั๊ก....ปลั๊ก เสียงเงียบไปพร้อมเสียงร้องตกใจ ผมรีบทันไปมองปรากฏว่ามีดได้กระเด็งจากเเผ่นหลังของผมไปฝังอยู่ตรงหน้าผากของเพื่อนผม เลือดไหลอาบหน้าพุ่งเป็นสายมาโดนตัวผม  ลูกศิษย์เเละอาจารย์รีบวิ่งหนีทันที เพื่อนผมกระตุกสองครั้งก่อนเเน่นิ่งไป ผมตกตะลึงงันจนตำรวจมาบอกเเก่ผมว่าโดนจับข้อหาทำการโดยประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต ประพฤติตัวอวดอ้างว่ามีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ ผมอยากถามอาจาย์ก่อนที่ท่านจะหนีไปว่า "ต้องสักยันต์ลายไหนที่ช่วยให้เเคล้วคลาดจากห้องขังครับอาจารย์!!!!"

บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

0
โหวต 0 /10 คะแนน
จากสมาชิก 0 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

0 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

0 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...