น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

เรื่องสั้น : คนป่า

อ่าน 3,043
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
1 ตอน (จบบริบูรณ์)
แต่งเมื่อ:
วันที่ 23 ก.ค. 2554 15:06 น.
ผู้แต่ง งัวทะเลทราย
เด็กใหม่ (0)
เด็กใหม่ (1)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1. ตอนเดียว จบ

เขียนเมื่อ วันที่ 23 ก.ค. 2554 15:11 น.

คนป่า โดย งัวทะเลทราย

        ในป่าที่เขียวขจี ต้นไม้สูงใหญ่ตั้งตระหง่านตามแนวดินที่ทอดยาวไปสุดลูกหูลูกตา นั้นเรียกว่า ป่า  ป่าคือ ต้นกำเนิดแห่งชีวิต ที่ที่ทำให้เกิดต้นน้ำหล่อเลี้ยงสรรพชีวิต เป็นบ้านของเหล่าสรรพสัตว์มากมาย แต่ทุกวันนี้ป่า พื้นที่เขียวขจีได้ลดน้อยลง ผู้คนลอบตัด ลอบขโมย โดยขวาน เลื่อย หักโค่น นำไป ขาย เพื่อหาผลประโยชน์ให้กับตัว พอกพูนความรวยให้กับตน นำเงินไปกองไปถมอุดรูช่องว่างแห่งกิเลสที่ไม่มีวันมิดของตน เด็กน้อยคนหนึ่งเกิดมากับป่า โตมากับป่า เขามีความรัก ความห่วงใยต่อพื้นที่สีเขียว ยึดถือว่าสิ่งนี้เป็นทุกอย่าง คือความหมายในชีวิต เขาเดินไปในป่าเฝ้ามองดูใบไม้ที่ร่วงล้นลงจากลำตน ที่กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นดินอันเปียกชื้น เดินต่อไปต่อไปจนสุดขอบป่า แล้วก็เดินกลับ ทำอยู่ทุกวัน ทำทุกวัน ในแต่ละวันเด็กน้อยคนนั้นพบว่าระยะทางเดินของตนสั้นลงทุกวัน ทุกวัน และทุกวัน ใบไม้ที่เคยร่วงล้นตามกาลเวลาหายไป ตอมากมายผุดขึ้นเด่นชัดมากขึ้นทุกวัน เฉกเช่นจุดดำบนผ้าขาว เด็กน้อยเฝ้าถามคำถามอยู่กับตัวเองว่าเหตุใดจึงเกิดสิ่งเหล่านี้ เขาเฝ้านั่งคิด ขบคิดถึงตรรกะมากมายเพื่อจะรู้ความหมายและคำตอบนั้น อยู่ในภวังค์ความคิดของตน เค้าเดินออกจากป่าเดินไปตามทางลูกรังดินแดง เดินไปผ่านเมืองเข้าสู่หมู่บ้าน กลับเข้าสู่บ้านหลังหนึ่ง หลังที่มีชายแก่คนหนึ่งกับหญิงแก่คนหนึ่ง ชายหญิงที่ให้กำเนิดเขา เลี้ยงดูเขามา เขาก้าวเท้าเข้าไปในบ้าน เข้าไปหาท่าน  ถามท่านว่า สิ่งเหล่านั้นคืออะไร ท่านทั้งสองบอก บอกด้วยวัยที่ผ่านเลย อ่อนล้าต่อโลก เบื่อหน่ายกับการงัดโลกด้วยมือที่นิ่มนวล แล้วเข้าใจหรือแกล้งเข้าใจ ว่ามันคือ ความเป็นไป ” ของหลายอย่าง

           เด็กน้อย งง ไม่เข้าในคำพูดของท่าน เขางง กับคำพูดที่ท่านพูดออกมา เหตุใดสิ่งที่เกิดขึ้นกับสิ่งที่เขารัก ถึงเรียกว่า ความเป็นไป ” แทนที่จะเรียกว่า ความเลวร้าย ” แล้วเขาก็คิดต่อไปตรรกะมากมายวนเข้ามาผ่านทวารทั้งห้า เขารับรู้ผ่านหนังสือ ปรัชญา และแนวคิด ไปเรื่อยๆๆ สิ่งเหล่านั้นก่อตัวในจุดกลางของสมองของเด็กน้อย ตกผลึกกลายเป็นแนวคิดที่จะเปลี่ยนให้คำว่า ความเลวร้าย ” กลายเป็นคำว่า ความดีงาม ” เด็กน้อยเจอขอนไม้ที่ลอยมากลางทะเลแล้ว เด็กน้อยรีบว่ายไปยึดขอนไม้นั้นไว้และใช้ขอนไม้นี้คือที่พักและที่ยึดเหนี่ยว เด็กน้อยรู้แล้วเด็กน้อยเห็นทางเดินของตัวเอง ทางเดินที่นำพาเด็กเดินออกจากบ้านหลังนั้น กลับเข้าสู่เมือง ก้าวจากเด็กน้อยไปเป็นเด็กหนุ่มที่รู้ในใบหน้าของตน เด็กหนุ่มเข้าสู่เมือง วิ่งตามหาวัสดุที่จะมาเสริมทางเดินของเขาให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ขจัดบ่อ ขจัดโคลนให้ออกไปแล้วแทนที่ด้วยพื้นที่มั่นคง เขาหาไปหามาจนเจอร้านหนึ่งที่เรียกว่า ร้านมหาวิทยาลัย ” เขาหวังจะได้สิ่งที่จะมาต่อเติมทางเดินของเขา เขาเดินเข้าเดินออกแต่สิ่งที่เขาได้รับที่แผนที่ แผ่นหนึ่ง แผนที่ที่จะนำไปสู่ขุมทรัพย์แห่งหนึ่ง ขุมทรัพย์แห่งเงินตราและอำนาจ เขาเฝ้าถามนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาหวัง เขาผิดหวัง เขาเศร้าใจ เขาโกรธแค้น เขาทุกข์ตรม แผนที่นั้นนำเขาเดินออกจากเส้นทางของตัวเอง แล้วเดินเข้าทางสายใหม่ ทางแห่งร้อยพันเท้า ทางแห่งนี้นำเขาไปสู่อีกเมืองที่ใหญ่กว่า นำเขาเข้าไปอัดอยู่ในแท่งสี่เหลี่ยมแท่งหนึ่ง แท่งนี้บัลดาลสิ่งต่างๆให้แก่เขา เขาได้เดินเข้าสู่บ้านหลังใหม่ ที่ในเวลาใกล้ต่อมาก็มีคนเข้ามาอยู่เพิ่มกับเขาอีกหลายคน นั้นคือลูกและเมียของเขา ชีวิตเขาราบรื่นและมีความสุขในรูปแบบนี้ เขามีความสุขในภายนอก หลายวันหวนกลับ ทางของเขา ที่เขาไม่ได้เดิน เขาก็ลืม เขาเดินอยู่ในรั่วของบ้านแล้วจ้องมองต้นไม้เล็กต้นหนึ่ง มันผลัดใบร่วงล้นสู่พื้น ทั้งที่เป็นเหตุการณ์แสนธรรมดาแต่มันกลับทำให้เขาคิด ตรรกะมากมายวนเข้ามาสู่จุดศูนย์กลางของสมองอีกครั้ง เขาเริ่มจำได้ในสิ่งที่เขาลืมอีกครั้ง สิ่งที่เรียกว่า ใบหน้าของเขา ทางเดินของเขา มันก่อตัวขึ้นอีกครั้งภายในสภาพแวดล้อมที่ขัดแย้ง เขาสับสน เขามึนงง ทางของเขาขดอยู่ในใจ ถูกกักขังด้วยรูปแบบในชีวิตของเขา จนวันหนึ่งมันระเบิด เขาเปลี่ยนไป เขาเดินออกจากแท่งสี่เหลี่ยม ออกจากเมืองใหญ่ แล้วปลดปล่อยทางเดินของตัวเองให้ออกมาจากหัวใจอีกครั้ง ทางเดินนั้นทอดไปสุดลูกหูลูกตา ไกลลิบ เขาไม่รอช้ารีบออกเดินตามเส้นทางนั้นด้วยใจเบิกบาน เดินไปหลายวันหลายคืนร่วงเลยไปเป็นเดือนก็ยังไม่ถึงป่า เขาสำนึกและคิดได้ว่าเขาถอยห่างออกมาจากเส้นทางของตัวเองมากแค่ไหน เขาใช้เวลาที่แสนสั้นในชีวิตเพื่อถอยห่างเหรอ จนในที่สุดเขาก็มาถึงป่า สิ่งที่เป็นเขา สิ่งที่ดีงาม สิ่งที่เป็นความหมาย สิ่งที่เขารักอีกครั้ง หลังจากห่างไปนาน เขาพบว่าระยะทางที่เขาเคยเดินจากอีกด้านหนึ่งของป่าไปยังอีกด้านหนึ่งของป่านั้นสั้นลงมากกว่าที่เคยรับรู้มากมายมหาศาล เขาร้องไห้ในกับมันหนึ่งวัน ในวันต่อมา พอแสงแดดสาดส่องสู่ใบหน้าที่อ่อนละมุนของเขา ก็เริ่มออกเดินทางไปยังสุดขอบป่า เพื่อขุดดิน ขุดหลุม ท่ามกลางแดดอันร้อนระอุ เพื่อวางต้นกำเนิดชีวิตให้เพิ่มจำนวนมาอีกครั้ง เหงื่อของเขาไหล ผิวของเขาดำและแสบไหม้ มือเริ่มแตกด้าน หนุ่มที่เคยดูดีในสายตาของคนเมืองเริ่มเปลี่ยนไปกลายไปเป็นสิ่งอื่น สิ่งที่น่าจะเป็นเขามานานแล้ว กลางคืน ชายหนุ่มต้องนอนอย่างหนาวเหน็บทรมาน เนื่องจากไม่มีที่กำบังเช่นบ้าน เหมือนชีวิตในเมืองใหญ่ ยุงกัด ชีวิต ลำบาก แต่ชายหนุ่มก็ยังทำสิ่งที่เขาทำต่อไป เขาปลูกป่า ท่ามกลางความสงสัยของสิ่งรอบข้างที่ตำหนิการตัดสินใจของเขา เขาปกป้องมันจากมีด และเลื่อย ต่อสู้บาดเจ็บเลือดไหล และอดอยาก และเขาก็ดูแลมัน ทำต่อไปทุกวันด้วยความหลงใหลมัน ทุ่มเทความหมายของชีวิต ทุกเวลานาทีให้กับสิ่งเหล่านี้ จนเวลาร่วงเลยไปหลายปีดีดับ จากเด็กหนุ่มสู่หนุ่มแก่ ผมสีดำเริ่มน้อยลง แทนที่ด้วยสีขาว เขาอยู่ในป่ามาหลายปีมากแล้ว จนเขาอ่อนล้าเหนื่อยอยากขอพักจากสิ่งที่เขาทำอยู่เป็นประจำและจะหวนกลับมาใหม่ กลับสู่ป่าอีกครั้ง เข้าจึงออกเดินทางกลับสู่เมืองใหญ่อีกครั้ง ใช้เวลาเท่าๆกับการเดินทางขามา มันกินเวลาหลายเดือน จนในที่สุดเขาเดินกลับมาถึงบ้านของตัวเอง  แต่แทนที่จะพบใบหน้าที่ยิ้มแย้มของสมาชิกในบ้าน เขากลับพบว่าลูกสาวกับเมียก็มาบอกว่ากำลังจะย้ายออกจากบ้าน

ลูกสาวบอกว่า " หนูท้อง พ่อคงไม่สังเกตเห็นสินะ"
เมียบอกว่า " ฉันมีชู้ คุณคงไม่รู้สินะ "

        ชายแก่ไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นว่านั้นเพราะอะไร ไม่เข้าใจในตรรกะนั้น เข้าจึงนึกถึงอดีต ในตอนที่เขาไม่เข้าใจอะไรเขามักจะไปถามชายแก่หญิงแก่คู่หนึ่ง เขานึกถึง แล้วก็เดินออกจากบ้านของเขา ออกจากเมืองใหญ่ สู่เมือง และกลับสู่หมู่บ้านหวังจะกลับเข้าไปสู่บ้านหลังเกิดของเขา แล้วพบร้อยยิ้มคู่เดิมที่เขาเคยเห็นทุกวันสมัยเด็กอีกครั้ง สิ่งที่ได้เห็นก่อนสมัยเขาจะเจอทางเดินของตัวเอง สมัยที่เขาจะเดินเข้าสู่เมือง เมืองใหญ่และป่า แต่สิ่งที่เขาพบเห็น คือเจดีย์ใส่กระดูก ท่านทั้งสองจากไปแล้ว จากไปในช่วงเวลาที่เขาสร้างเส้นทางให้กับตัวเอง ทำสงครามกับตัวเอง ต่อสู่เพื่อความหมายของตัวเอง วันนี้เขาเข้าใจแล้วว่า ลูกเมียและพ่อแม่จากไปเพราะอะไร เป็นครั้งแรกที่เขาเข้าใจมันด้วยตัวเองไม่ใช่ด้วยหนังสือหรือปรัชญาหรือแนวคิด แต่ด้วยการสูญเสีย  เขาทำอะไรไม่ได้ ได้แต่เดินไปหลังบ้าน แล้วยิ้มให้กับต้นไม้เขียวขจีของบ้าน

         แล้วพูดว่า “ เหลือแค่นายกับฉันเท่านั้นแล้ว ”  ยิ้มทั้งน้ำตา น้ำตาที่เกิดจากหลากหลายอารมณ์ที่ยากจะระบุได้ ในวันรุ่งขึ้นต่อมาเขาก็เดินทางกลับสู่ป่าอีกครั้งพร้อมและทำสิ่งเดิมที่เขาทำมาตลอดด้วยความรักต่อไป จนถึงวันสุดท้ายที่เขามีลมหายใจ ป่าใหญ่ขึ้นและกลับมาเขียวขจีเหมือนในวัยเด็กที่เขาจำได้อีกครั้ง ศพของเขาอยู่ที่นั้น มีแต่ต้นไม้เท่านั้นที่ยืนไว้อาลัยแก่เขา 

บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

5.7
โหวต 5.7 /10 คะแนน
จากสมาชิก 1 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

4 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

7 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

6 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...