น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

เรื่องสั้น : อดีต.

อ่าน 2,564
วิจารณ์ 3
แนว:
จำนวน:
1 ตอน (จบบริบูรณ์)
แต่งเมื่อ:
วันที่ 25 ม.ค. 2554 09:24 น.
ผู้แต่ง Hotaru
ขีดเขียนชั้นอนุบาล (85)
เด็กใหม่ (8)
เด็กใหม่ (8)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1.

เขียนเมื่อ วันที่ 25 ม.ค. 2554 09:29 น.

อดีต.

   ยามรุ่งเช้าแสงตะวันสาดส่อง กระทบยอดหญ้าอันเต็มไปด้วยน้ำค้างประปราย ทำให้มองดูระยิบระยับ ประดุจดั่งก้อนเพชรเรียงรายกลางท้องทุ่ง เป็นเวลาเช้าอีกวันที่มีอากาศดีมากวันหนึ่ง หมู่นกกำลังส่งเสียงกันอยู่บนบอดไม้ ฟังเหมือนการทะเลาะเบาะแว้ง หรือจะปรึกษาหาแหล่งที่หาอาหารก็สุดจะคาดเดาได้ มองตามถนนหนทาง ซึ่งเป็นลูกรังตลอดสาย เห็นพระภิกษุออกเดินบิณฑบาทเป็นทิวแถว นับว่าเป็นเช้าที่สุนทรีย์ยิ่ง..........................

   ชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งเหม่อมองธรรมชาติยามเช้า ด้วยจิตใจที่สงบเยือกเย็นเป็นปกติ เหมือนประหนึ่งเป็นผู้มองโลกอย่างถ่องแท้แล้วกระนั้น
   ชื่อของเขาคือ ปฐวี เป็นผู้ชายที่ทอดทิ้งความศิวิไลย์ของเมืองใหญ่มาอาศัยอยู่ที่ท้ายหมู่บ้านของหมู่บ้านๆหนึ่ง ที่ที่นับว่า เป็นที่ทุรกันดารแห่งหนึ่งของประเทศเลยก็ว่าได้ เพระความเจริญจากเมืองไกลยังมาไม่ถึง ไม่มีไฟฟ้าใช้ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆก็ไม่ค่อยไม่มี..................
   
   เหตุใด เขาจึงต้องทิ้งชีวิตอันศิวิไลย์ในเมืองใหญ่มาอาศัยอยู่ที่นี่ เหตุการณ์ไดเกิดขึ้นเมื่อ 4 ปีก่อน สมัยที่เขาอาศัยอยู่ที่กรุงเทพมหานคร.................

   4 ปีก่อน........................

   ตระกูลที่มั่งคั่งตระกูลหนึ่ง ได้มีลูกชายเพียงคนเดียว ซึ่งก็คือ ปฐวี นั่นเอง  เขาเป็นเด็กหนุ่มที่มีความขยันตั้งแต่เด็กๆ ช่วยเหลือครอบครัวในทุกๆเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานบ้านงานเรือน เรื่องอื่นๆอีกมากมาย ทำให้เขากลายเป็นที่รักของคนทั่วไป เป็นคนที่มีนิสัยดี เก็บตัว ไม่ค่อยออกไปเที่ยวไหนบ่อยนัก เพื่อนสนิทก็มีไม่เยอะ
   ดังนั้น เขาจึงมีเพื่อนสนิทอยู่เพียงคนเดียว คือ นาคา เด็กหนุ่มที่อยู่ในซอยเดียวกัน ทั้งสองคนรักกันมาก นับถือกันเหมือนพี่กับน้อง แต่นาคาเป็นคนที่มีฐานะต่ำกว่าเขามาก ถึงจะอยู่ซอยเดียวกันก็ตาม 

   เมื่อโตเป็นหนุ่ม ความตั้งตั้งใจทำให้ปฐวีมีงานทำที่สมกับฐานะของเขา เขาได้เข้าทำงานที่บริษัทใหญ่โตแห่งหนึ่ง แถบย่านชานเมือง ด้วยความที่รักเพื่อนเหมือนพี่น้อง เขาก็ทาบทามกับทางบริษัทให้รับเอานาคามาทำงานด้วย เนื่องบริษัทเป็นบริษัทใหญ่ ทำให้การเงิน การงาน ของทั้งสองเป็นไปอย่างดี ทั้งสองจึงเป็นที่หมายปองของสาวๆในบริษัท แต่ก็ไม่มีใครที่เป็นที่ต้องตาต้องใจของพวกเขาเลย
   
   เหตุการณ์ต่างๆก็เป็นไปด้วยดี จนกระทั่งวันหนึ่ง ปฐวีก็ได้พบกับคนที่จะเข้ามากุมเอาหัวใจของเขา เธอเป็นหญิงสาวที่ฐานะดีพอๆกับเขา แต่เป็นคนที่มีมรรยาท กิริยาแช่มช้อย สมกับเป็นกุลสตรี ซึ่งทำให้ปฐวีต้องหลงรักเธอเข้า เธอมีชื่อว่า เพลินใจ  

   ส่วนนาคาเพื่อนรักของปฐวี ตอนนี้ยังหาคู่ไม่ได้ เพราะว่ายังไม่มีหญิงที่ถูกใจเขาสักคนเลย แต่ใครจะไปรุล่ะว่า ชายคนนี้คิดอย่างไรกับเพลินใจภรรยาของเพื่อนรักของตน เพราะตั้งแต่ปฐวีเข้าไปจีบ ได้เป็นแฟนกัน แต่งงานกัน ทั้งหมดได้อยู่ในสายตาของนาคาทั้งสิ้น ด้วยความดีที่เพลินใจมีทำให้นาคาหลงรักเธอเข้าอีกคนแล้ว

   ในที่ทำงาน.......................

   “อรุณสวัสดิ์” เสียงทักทายดังขึ้นจากนาคา

   “ อรุณสวัสดิ์ ” เสียงตอบจากปฐวี ที่มีใบหน้ายิ้มแย้ม

   “ เป็นไงบ้าง สบายดีรึ ”

   “สบายดี” นาคาตอบ

   เวลาเช้าในที่ทำงาน ทั้งสองทักทายกันเหมือนทุกวัน โดยนาคาเป็นฝ่ายเริ่มก่อนประจำ เสร็จแล้วก็ต่างแยกกันไปทำงาน

   นาคาหากมองดูแล้ว เหมือนกับบริสุทธิ์ใจ แต่จริงๆแล้ว ภายในแทบจะหาความซื่อตรงไม่ได้เลย ความจริงแล้วนาคาคิดอยู่เสมอว่า จะทำอย่างไรให้เพื่อนของเขาตายใจ และแย่งเพลินใจมาเป็นของตนให้ได้ แต่ก่อนานคาไม้ได้เป็นคนที่มีจิตใจอย่างนี้ เขาเริ่มจะเปลี่ยนไปเมื่อเพลินใจได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตเขานั่นเอง

   วันนี้ทั้งวัน เขาไม่มีจิตใจที่จะทำงานเลย เพราะอำนาจฝ่ายต่ำกำลังเติบโตขึ้นภายในใจเขา และแล้ว ด้วยความที่หน้ามืดควบคุมตนเองไม่อยู่ ทำให้นาคาตัดสินใจออกจากที่ทำงานในตอนเที่ยง โดยอ้างเหตุว่า รู้สึกปวดหัว อยากจะกลับก่อน...............................

   ด้วยแรงพิศวาส และอำนาจฝ่ายต่ำทำให้นาคากลับกลายเป็นคนชั่ว ออกจากที่ทำงาน แทนที่จะกลับบ้าน กลับขับรถตรงไปที่บ้านของเพื่อนรักทันที ซึ่งตอนนี้ที่บ้านมีเพียงเพลินใจเพียงคนเดียว เพระกว่าปฐวีจะเลิกงานก็ย่าง 3 – 4 ทุ่ม จึงเป็นทางที่สะดวก ที่จะให้คนใจทราม มุ่งเข้าไปทำสิ่งที่ไม่ดีไม่งามได้

   หน้าบ้านของปฐวี.................................

   นาคาเขาก็รีบตรงไปกดออดที่ประตูทันที

   “ปิ้งป่อง” เสียงกริ่งดังกังวาน

   ฝ่ายเพลินใจเมื่อได้ยินเสียงกริ่งที่ประตู ด้วยความที่เป็นคนเรียบร้อย จึงรีบทิ้งงานที่ทำค้างอยู่ ลงไปเปิดประตูให้ทันที เมื่อเห็นว่า เป็นเพื่อนรักของปฐวี ก็เชื้อเชิญเข้ามาในบ้าน โดยไม่รุสาเหตูที่แท้จริงของนาคาเลย

   “เข้ามาในบ้านก่อนสิคะ” เธอพูด ขณะเปิดประตูให้
   “ครับ” เขาตอบ

   อีกสักครู่..........................

   “เชิญนั่งก่อนสิคะ” 
   “ครับ”
   “รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวดิฉันจะเอาน้ำมาให้ดื่ม”
   “ขอบคุณครับ”
   
   ผ่านไปพักหนึ่ง

   “ มีธุระอะไรเหรอคะ ที่ได้เข้ามาตั้งแต่ตอนเที่ยงๆ”
   “ อ๋อ ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่ผมเป็นห่วงคุณเท่านั้นเอง”
   “ เอ.........คุณนี่พูดแปลกๆนะคะ ฉันยังไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อยนี่ ทำไมเหรอคะ”
   
   เงียบ.............................ไม่มีเสียงตอบออกจาปากของนาคา

   “ คุณคะ ทำไม่ไม่ตอบล่ะคะ”

   ทันใดนั้นเอง


   ด้วยความกระหายอยากที่แน่นแฟ้นอยู่ภายในอกของนาคา ก็ต้องถึงคราวทะลัก เขาทนไม่ไหวแล้ว รีบโผเข้ากอดเธอทันที โดยไม่ทันตั้งตัว
   
   “ว้าย !!!! นี่คุณจะทำอะไรคะเนี่ย" ด้วยความตกใจ เธอได้พยายามดิ้นสะบัดตัวอย่างแรง เพื่อให้หลุดจาอ้อมแขนของเขา แต่ก็หาหลุดไม่

   “เป็นของผมซะเถอะนะเพลินใจ” เสียงคนโฉดพูดขึ้น “คุณก็รู้นี่นา ว่าตั้งแต่เจ้าวีมันเข้าไปจีบคุณน่ะ มันได้อยู่ในสายตาผมตลอด จนกระทั่งคุณแต่งงาน ผมก็รู้ก็เห็นมาตลอด แต่คุณไม่รู้หรอกว่า ผมรักคุณแค่ใหน อย่าให้ผมเสียใจเลยนะ ยอมเป็นของผมซะเถอะนะ อย่าให้ผมทำรุนแรงกว่านี้เลย” 
   
  “ ปล่อย !!!! ปล่อยฉันนะ ช่วยด้วย ช่วยด้วย ”
  “ เผี๊ยะ”  เสียงตบดังสนั่น
  “ กูบอกแล้วใช่ไหม ว่าให้ยอมเป็นของกูดีๆ ดีงั้นมึงก็อย่าหวังเลยว่าจะรอดไปจากกูได้ 555 + ”

   หลังจากนั้น เขาก็ต่อยเข้าที่หน้าท้อง จนเพลินใจ เธอสลบไป จากนั้นมันก็กระทำการที่เป็นที่สร้างความเจ็บปวดให้แก่เพลินใจไม่น้อย โดยไม่นึกถึงกรอบกฎหมายเลย เมื่อสาแก่ใจแล้วก็รีบหนีออกไป โดยไม่เหลียวหลังมาดูอีกเลย

   ฝ่ายเพลินใจ เมื่อเจ้าคนใจโฉดออกไปแล้ว เธอก็เอาแต่ร้องให้ นึกถึงแต่เรื่องที่เกิดขึ้น ว่า ‘เราทำกรรมใดไว้หนอ จึงได้มาพบกับเรื่องเลวร้ายอย่างนี้ อยู่ไปก็มีแต่อาย สุตายไปเสียเลยไม่ดีกว่าหรือ’ คิดได้เช่นนั้น เธอก็ไม่คิดหน้าคิดหลังอีก รีบไปที่ห้องเก็บของ ควานหาเชือกมาได้เส้นหนึ่ง ก็ขึ้นไปข้างบนบ้าน ผูกเข้ากับขื่อบ้าน แล้วผูกคอตาย ณ ที่ตรงนั้น.................

   ด้านปฐวีก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานตามปกติ จนกระทั่งถึงเวลาเลิกงาน เขาก็รีบเก็บเอกสารเข้าโต๊ะ แต่บังเอิญ กระเป๋าโน้ตบุ๊กของเขา ไปกระทบเอารูปของเพลินใจเข้า จนหล่นลงมาแตก เขาจึงรีบเก็บขึ้นมาดู แล้วเก็บกวาดจนเสร็จ แล้วรีบกลับบ้านทันที

   ฝ่ายนาคาเจ้าคนโฉด เมื่อออกจากบ้านมาได้แล้ว ก็รีบบึ่งรถไปตามถนน แต่บังเอิญตอนที่เขาจะเลี้ยวออกจาซอยจากบ้านของปฐวีนั่นเอง ซึ่งซอยนั้นเป็นสี่แยก มีรถลึกลับคันหนึ่ง วิ่งตัดหน้าออกมา จนเขาต้องหักหลบ ไปชนเอาเสาไฟฟ้าข้างถนนอย่างจัง สภาพรถพังยับเยิน คนยิ่งไม่ต้องพูดถึง ตายคาที่ หนำซ้ำเมื่อรถชนแล้วไม่แค่พังอย่างเดียว ยังระเบิดด้วย สร้างความตกใจให้คนในซอยไม่น้อย...........

   ปฐวี เมื่อออกจากบริษัทมาแล้ว ก็ขับรถมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเวลาตอนที่เกิดเหตุผ่านไปร่วม 3 - 4 ชั่วโมงแล้ว แต่น่าแปลกคือ หน่วยมูลนิธิกู้ภัย ยังมาไม่ถึง จึงทำให้เขาได้เห็นสภาพดังกล่าวด้วย เมื่อเขาจอดรถถามก็ได้ความ แล้วรีบไปดูสภาพรถ ซึ่งตอนที่ชนแผ่นป้ายทะเบียนได้หลุดออกมา เขาเก็บได้แล้วมองดู ปรากฏว่า เป็นของเพื่อนรักของเขาเอง เขาร้องให้เป็นการใหญ่ จนคนที่อยู่ด้วยตอนนั้นต้องปลอบใจกันพักใหญ่ เขาจึงขอตัวกลับบ้าน

   น้ำตาไม่ทันแห้งมาถึงบ้านก็รีบเข้าไปในบ้าน เรียกศรีภรรยา ให้ออกมาเปิดประตู แต่เงียบ เขาเรียกซ้ำอีก แต่ก็..........เงียบ จนผิดสังเกต เขาเลยรีบลงไปเปิดประตู แล้วนำรถเข้าเก็บ แล้วก็รีบเข้าบ้าน

   เมื่อเขามาในบ้าน ทำให้เขาแทบผงะ สภาพบ้านต่างกันกับตอนที่เขาออกจากบ้านราวฟ้ากับเหว สิ่งของหล่นกระจัดกระจาย เขาไม่รีรอชักช้า เพราะรู้แน่แล้วว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแน่ จึงรีบขึ้นไปที่ชั้นบน...................................

   เมื่อเข้ามาในห้องภาพที่แทบจะทำให้เขาเป็นบ้า นั่นก็คือ สภาพของศพที่เป็นศรีภรรยาของเขาห้อยต่องแต่งอยู่กลางห้อง เขาร้องให้อีกเป็นพักใหญ่ จนหมดสติไป................

   เกือบชั่วโมงเขาจึงรู้สึกตัว แล้วรีบนำร่างที่ไร้วิญญาณลงมา แล้วกอด เมื่ออยู่ในอ้อมอกน้ำตาเจ้ากรรมก็ไหลออกมาอีกจนเขาต้องรีบซับน้ำตาให้แห้งแล้วรีบนำร่างเธอส่งโรงพยาบาล เพื่อรอชันสูตร

   ผลออกมาแล้วว่า ก่อนเธอตาย ได้ถูกข่มขืน และเธอก็ผูกคอตาย แต่ไม่สามารถจับเมื่อใครดมได้เมื่อคิดจะหาตัวฆาตกร ปฐวีจึงตัดสินใจไม่เอาเรื่องเอาราวกับใคร แล้วรีบบำเพ็ญกุศลศพจนเสร็จ........................

   เขาเมื่อเสียทุกอย่างไป ก็มีความคิดอยากจะหนีไปจากเรื่องเลวร้ายนี้ ภรรยาเสียไป ก็ไม่สามารถจับเมื่อใครดมได้ เพื่อนรักก็ได้มาตายจากไปเพราะอุบัติเหตุ เขาจึงตัดสินใจที่จะทิ้งทุกอย่างไว้ในเมืองกรุงแห่งนี้ ลาออกจากงาน แล้วออกเดินทางในอีกสามวันต่อมา..............................

   ผลกรรมที่นาคาได้ทำไว้ ทำให้เห็นว่า เวลาผ่านไปไม่นานนัก เขาก็ได้รับผลกรรมอันน่าสะพรึงกลัว เข้าให้แล้ว เขาข่มขืนเพลินใจ แต่ออกจากบ้านมาได้ไม่ไกลนัก ก็ต้องมาเสียชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุ นี่เป็นผลกรรมที่ตามทัน แม้ในชาตินี้......................

   ชีวิตใหม่ของปฐวีไดเริ่มขึ้นใหม่อีกครั้ง ที่หมู่บ้านเล็กๆบนดอยแถบภาคเหนือ เขาได้ปลูกบ้านใหม่ขึ้นที่หมู่บ้านต้นดอย เป็นหมู่บ้านเล็กๆ แต่มีความอบอุ่นยิ่งกว่าในเมืองใหญ่ มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความเห็นอกเห็นใจกัน มีความสงบ เป็นสถานที่ที่น่าอยู่ยิ่ง...........

   อดีตที่แสนจะขื่นขมของเขาก็ได้ผ่านมาเป็นเวลา 4 ปีแล้ว ตอนนี้เขาลืมทุกอย่างจนหมดไม่เหลือแม้แต่น้อย ตอนนี้เขามีภรรยาคนใหม่ที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมไม่แพ้เพลินใจ และมีลูกอีก 2 คน เรียกได้ว่า ชีวิตของเขาตอนนี้ เป็นชีวิตที่ดีกว่าเก่านัก และตอนนี้เขามีความสุขมาก...............................................


จบ

บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

2.8
โหวต 2.8 /10 คะแนน
จากสมาชิก 2 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

4.5 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

4 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...