น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

เรื่องสั้น : "แม่มณีแก้ว"ตอนจบ

อ่าน 2,470
วิจารณ์ 4
แนว:
จำนวน:
1 ตอนเดียวจบ (จบบริบูรณ์)
แต่งเมื่อ:
วันที่ 26 ธ.ค. 2553 20:38 น.
ผู้แต่ง มณีน้อย
เด็กใหม่ (3)
เด็กใหม่ (1)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอนเดียวจบ 1. อาลัยรัก

เขียนเมื่อ วันที่ 26 ธ.ค. 2553 20:38 น.

http://www.keedkean.com

 

วันต่อมาแม่มณีแก้วได้ไปวัดอีกครั้ง คราวนี้ได้สนทาธรรมกับหลวงพ่อท่าน

" โยมมณีแก้ว อย่าลืมสอนโยมชัยภพ ให้รู้จักกรรมฐาน มรณานุสติ น่ะโยม"

"ระลึกรู้ความตายน่ะหรือเจ้าค่ะ"

"ใช่ โยมมณีเป็นคนฉลาด มีสติปัญญา โยมน่าจะสอนได้ โยมรักสามีโยมมั้ยล่ะ"

"รักเจ้าค่ะ"

" ดีแล้ว ถ้าโยมรักโยมก็อย่าให้เค้ามีห่วงกับโยมเลยน่ะ ให้เค้าสบายใจ ไม่ห่วงโยมแล้วพร้อมที่จะไปสู่สุคติได้ทุกเวลา จำไว้น่ะโยม"

มณีแก้วกราบหลวงพ่อ แล้วกล่าวนมัสการลากลับไปดูแลสามีผู้เป็นที่รัก ที่รออยู่ที่เรือน มณีแก้วเดินพิจารณามาอย่างมีสติ จึงตกลงใจว่า ต่อไปนี้จะไม่ร้องให้ และไม่ทำสีหน้าทุกข์ตรมอีก เพื่อให้สามีผู้เป็นที่รักนั้น สบายใจและไม่ทุกข์ไปด้วย

ระหว่างเดินทางกลับอยู่ๆนกก็ตกลงมาตายต่่อหน้ามณีแก้ว

" ว้าย ๆ แม่หญิงงงง นก นก นกตายเจ้าค่ะ "

เสียงนังบัวบ่าวผู้รับใช้ติดตามร้องเสียงหลง ที่เห็นนกตกลงมาตายต่อหน้ามณีแก้ว

มณีแก้าเห็นก็ตกใจอยู่สักพัก ด้วยความที่เป็นคนฝึกมาแล้วด้วยดี ทั้งกาย เวจา และใจ จึงควบคุมอารมณ์ และกริยาได้อย่างสงบเสงี่ยม

" บัวมีสติหน่อยสิ ก็แค่นกตายน่ะ มันอาจโดนเด็กแถวนี้ทำร้ายแล้วตกลงมา มันน่าสงสารออก"

มณีแก้วก้มลงไปจับนกที่ตกลงมา แล้วก็จริงนกมันโดนยิงลงมาตาย มือของมณีแก้วเปื่อนเลือดของนก ทำให้ใจของมณีหวั่นว่า จะเกิดเรื่องร้ายขึ้น

"แม่หญิง แต่มันตกลงมาแบบนี้ มันเป็นลางน่ะเจ้าค่ะ โบราณเค้าถือกัน"

"หยุดเถอะบัว ไม่มีอะไรหรอกน่ะ เรารีบกลับเถอะสายมากแล้ว ฉันจะต้องไป ดูแลพี่ชายภพอีก"

มณีแก้วพูดขัดขึ้น และรีบเดินไปที่เรือนทันที  ที่เรือนมีคนมากมายเต็มไปหมด นึกแปลกใจจึงเข้าไปกราบพ่อสามีและถามท่าน

" มีอะไรกันรึเจ้าค่ะ คนเยอะเชียว"

"อ๋อ วันนี้ กรมวังในท่านมีเมตตา พาหมอหลวงมารักษาชัยภพน่ะ ไม่มีอพะไรหรอกน่ะ แม่มณี"

สักพักก็เห็นชายวัยกลางคนถือห่อผ้า และมีบ่าวถือหม้อดินที่ใส่ยาออกมาด้วย

" เป็นอย่างไรบ้าง หมอหลวง "

"อืม ยาหม้อนี้ก็จะช้วยให้ชัยภพมีชีวิตยืนยาวมาอีกสักพักน่ะ แต่จะหายมั้ยนั้ คงไม่"

ชายวัยกลางคนนั่งลง และส่ายหน้าเบาๆ

พ่อสามีลูบที่หัวของมณีแก้วแล้วพูดปลอบใจมณีแก้ว

"ไม่เป็นไรหรอกแม่มณี ยังไงพ่อก็จะรักษาชัยภพให้หายในเร็ววันน่ะ "

มณีแก้วกราบที่พ่อสามีแล้ว กราบที่หมอหลวง และได้ขอตัวไปดูแลสามีผู้เป็นที่รัก ภาพที่เห็น ชั่งน่าสงสารนัก ชายที่ดูไร้วิญญาณ ผิวซีด ปากซีด ขอบตาดำคล้ำ จนทำให้มณีแก้วอดกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว แต่ก็ได้เตือนสติตัวเองเสมอว่า จะทำทุกอย่าง ในครั้งสุดท้ายของชีวิต ให้ สามีผู้เป็นที่รัก จากไปด้วยรอยยิ้ม ไม่ต้องอยู่อย่างทรมานอีก

" กลับมาแล้วรึ มณีแก้ว"

ชัยภพหันหน้ามาถามมณีแก้ว พร้อมกับรอยยิ้มที่แม้จะไม่ดูชดชื่นแต่ก็ยิ้มออกมาจากใจ

"เจ้าค่ะพี่ชายเป็นอย่างไรบ้างค่ะ วันนี้เหนื่อยมั้ยเจ้าค่ะ มณีแก้วไปวัดทำบุญ เอาบุญมาฝากพี่ชายค่ะ"

"อนุโมทนาน่ะจ๊ะ เจ้านี้งามทั้งกาย ทั้งใจ จริงๆน่ะสมแล้วที่พี่เลือกเจ้า แม่มณีแก้ว มณีที่งามครบทุกประการ"

มณีแก้วยิ้ม แล้ว กราบที่อกของชัยภพ

" กราบพี่ทำไมรึ"

"กราบในความดี ความรัก และความห่วงใยที่พี่ชายได้ให้น้องมาตลอดเจ้าค่ะ"

ชัยภพยิ้มแล้วจูบที่หน้าภากเบาๆ

"พี่ก็ขอบใจน่ะ ที่ยังมาอยู่ร่วมคู้กับพี่ ทั้งๆที่พี่นั้นเป็นคนป่วยใกล้ตาย"

มณีแก้วเอามือแตะที่ปางของชัยภพเบาๆแล้วบอกพลางสบตาชัยภพ

"วันนี้เราเข้าห้องพระสวดมนต์ด้วยกันน่ะเจ้าค่ะ พี่ชายไหวมั้ยเจ้าค่ะ"

"ไหวสิจ๊ะ วันนี้ได้ยาหมอในวังก็รู้สึกดีขึ้น"

ทั้งสองได้นั้งกราบพระสวดมนต์ เสียงเทียนในห้องกระทบที่พระดูมีมนคลัง ทำให้ใจของชัยภพที่มีแต่ความทุกข์ได้คลายลง และมีความสุข เมื่อทั้งสองสวดมนต์กรวดน้ำเสร็จก็มาเข้านอน มณีแก้วได้สอนชัยภพภาวนา "พุทโธ" ก่อนนอนจนหลับ ทุกครั้ง

      ลมหนาวหวนมาอีกครั้ง กลิ่นดอกพิกุลลอยมาแต่ไกล ทำให้ชัยภพที่นอนซมอยู่พยามพยุงตัวลุกขึ้นมาหาต้นสายของกลิ่น จึงเห็น ดอกพิกุลที่อยู่บนหัวเตียง คงเป็นของแม่มณีแก้วเมียรัก เพราะมณีแก้วชอบกลิ่นดอกพิกุลมาก วันนี้เป็นวันที่ เราได้เจอกันที่ใต้ต้นพิกุล ชัยภพจึงอยากไปเก็บดอกพิกุลเพื่อเอามาให้เมียผู้เป็นที่รัก

เค้าได้ พยามลุกไปที่วัด เพื่อไปเก็บ หนทางที่เดินนั้นไม่ไกลนัก หากแต่คนป่วยไม่มีแม้กระทั้งแรงเดิน ก็ลำบากเอาทีเดียว

ระหว่างเก็บดอกพิกุล อยู่นั้นชัยภพ ได้อาการกำเริบขึ้น ไอตัวงอ และล้มลง ชาวบ้านแถวนั้นเห็นจึงรีบไปบอกบ้านคุณหลวง และได้นำตัวชัยภพไปที่เรือนทันที

ในวันนั้นมณีแก้วได้ขอไปเยี่ยมพ่อและแม่ และจะกลับในเวลาเย็น พอได้ยินข่าวจึงรีบกลับมาหาสามีผู้เป็นที่รักทันที

"เกิดอะไรขึ้นเจ้าค่ะ"

"มีชาวบ้านเห็นชัยภพ นอนไม่มีสติ อยู่ใต้ต้นพิกุล พ่อเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น"

มณีแก้วเข้าไปดู และเข้าไปกอด ถามอย่างห่วงใยว่า

"พี่ชายไปไหนมาเจ้าค่ะ"

ชัยภพหันมายิ้ม และชี้ไปที่พานใส่ดอกพิกุล กลิ่นดอกพิกุลหอมเย็นฟุ้งทั้วห้อง

มณีแก้วเห็นน้ำตาคลอ ถึงกับกลั้นไว้ไม่อยู่

"อย่าร้องสิ พี่เก็บมาให้ ที่กลัวว่าถ้าพี่ไม่อยู่แล้ว กลัวจะไม่ได้เก็บมาให้"

"ขอบพระคุณค่ะ แต่มันอันตรายน่ะค่ะพี่ชายไม่สบาย"

ชัยภพจับตัวมณีแก้วมานอนกอดไว้ แล้วพูดถึงความหลังที่เค้าป่วยนั้น เค้าได้อยู่หัวเมืองเหนือ เค้าทรมานที่คิดถึงมณีแก้ว จนกินไม่ได้นอนไม่หลับ แล้วระหว่างกลับมาหามณีแก้วนั้น ไปโดนไข้ป่า จนเกือบเอาชีวิตไม่รอดมาหามณีแก้ว เค้าเล่าถึงความรักที่มีให้มณีแล้ว เล่าถึงความหลังที่แม้แต่มณีแก้วเองก็จำไม่ได้ เรื่องราวเก่าๆคืนนั้น ชัยภพได้เล่า มาจนหมด น้ำเสียงที่แหบแห้งฟังดูน่าหดหู่ใจแต่จริงๆแล้วคนพูดนั้นได้สื่อออกมาอย่างสุขใจที่ได้พบและเจอเหตุการ

" ถ้าพี่ตาย จะคิดถึงพี่มั้ย "

"พี่ชายอยู่ในใจน้องเสมอเจ้าค่ะ อย่าห่วงเลยน่ะเจ้าค่ะ น้องเข็มแข็งพอ"

" ดีเลย นี้ล่ะแม่มณีคนเก่งของพี่"

"แล้วพี่ชายรักน้องมั้ยเจ้าค่ะ"

"รักสิ รักมากด้วยน่ะ"

"อย่าเป็นห่วงน้อเลยน่ะเจ้าค่ะ น้องก็รักพี่ชายภพ น้องขอเกิดมาเจอพี่ชายภพอีกครั้งชาติหน้า"

เสียงแหบแห้งของชัยภพก็เอ่ยขึ้น

" สาธุข้าพเจ้า ชัยภพ ขอตั้งจิตอธิฐาน ชาตินี้ขัาพเจ้านั้นไม่มีโอกาส ดูเมียผู้เป็นที่รักของข้าพเจ้า ชาติหน้าขอให้ขัาพเจ้าตามหาแม่มณีแก้วนางผู้เป้นที่รักของข้าพเจ้าจนเจอไม่ว่าจะไกลสักแค่ไหน ข้าพเจ้าจะหานางจนเจอ"

หลังจากพูดเสร็จชัยภพก็ไออย่างหนักเลือดได้ออกมาเยอะ แต่ชัยภพไม่ให้มณีแก้วเห็น เค้าได้กอดมณีแก้วไว้ในอ้อมกอด พลางภาวนาคำที่มณีแก้วเคยสอนไว้ พอสิ้นเสียงมือของชายภพที่กอดกุมไว้ก็ล่วงลง มณีแก้วแปลกใจจึงลุกมาดู และได้เห็นเลือดที่ออกมาจากปาก มณีแก้วตกใจ ถึงตะโกนบอกบ่าวไพร่ และวิ่งไปหาคุณหลวงพ่อของชัยภพให้ตามหมอ

แต่แล้วก็ไม่ทันการ ชัยภพตายแล้ว ตายด้วยหน้าตาที่มีความสุข มณีแก้วกอดสามีผู้เป็นที่รักและร้องไห้ออกมาปากพลางบอกว่า

"ชาตินี้น้องจะมีพี่ชายเพียงผู้เดียว ชาติหน้าน้องจะรอพี่ชาย เพื่ออยู่ครองคู่กันอีกครั้ง"

หลังจากนั้นมามณีแก้วได้บวชชี นุ่งขาวห่มขาวไม่มารับรู้โลกภายนอกอีกเลย ด้วยกุศลที่แม่มณีได้ทำไว้และอุทิศให้สามีผู้เป็นที่รัก ปลายชีวิตของมณีแก้วได้ตายอย่างสงบในผ้าขาว อายุได้ 80 ปี

" รักเอยรักนี้พี่ให้เจ้า นงเยาว์เนื้อนางงามนักหนา

ชาตินี้พี่ขอภาวนา ขอให้เจ้านางข้า อยู่คู่ ชื่นชูใจ"

 

จบ

 

 

" จบอย่าง งง หน่อยน่ะค่ะ และภาษาเขียนอาจตกหล่นไปบ้าง เพราะเป็นครั้งแรกในชีวตที่เขียนจริงๆ เรื่องหน้าจะพยาม เรียบเรียงคำให้อ่านง่ายกว่านี้ เป็นเรื่องที่เขียนแก้เครียดในการทำงาน ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยน่ะค่ะ "


\\\"http://www.keedkean.com\\\"

 

บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

6.7
โหวต 6.7 /10 คะแนน
จากสมาชิก 1 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

5 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

8 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

7 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...