นิยาย : เส้นทางของเทพตกสวรรค์

อ่าน 110
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
8 chapter
แต่งเมื่อ:
วันที่ 11 มิ.ย. 2561 11:53 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง Coconutto
หัดอ่านหัดเขียน (8)
เด็กใหม่ (1)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

chapter 2. การบุกรุกของบาปทั้ง 7 ความหยิ่งยโสของปีศาจ

เขียนเมื่อ วันที่ 12 มิ.ย. 2561 12:16 น.

( แก้ไขเมื่อ วันที่ 12 มิ.ย. 2561 12:45 น. โดย เจ้าของบทความ )

«•
•»

ความเดิมจากตอนที่แล้ว

ขณะที่เหล่าเทพสูงสุดทั้ง 7 กำลังวุ่นอยู่กับการตรึงมวลธาตุของเกาะไม่ให้มาชนกัน ณ จุดกึ่งกลางก็เกิดรอยแยกของมิติขึ้น ปรากฎร่างของบุคคลทั้ง 7

"สวัสดีเทพสูงสุดทั้ง 7 กำลังสนุกกับการเล่นชักเย่อกันอยู่เหรอ พวกข้าก็อยากเล่นด้วยนะ แต่ว่าขอแนะนำตัวก่อนแล้วกัน พวกข้าคือบาปทั้ง 7 ข้าบาปแห่งความโลภ (Greed) แมมมอน (Mammon) ข้าอยากได้พลังเวทย์ของพวกเจ้าทุกคนเลยย มาเป็นเครื่องสังเวยให้พวกข้าเถอะ"

"ข้าบาปแห่งความริษยา (Envy) อินวิเดีย (Invidia) พวกเจ้านี่อยู่ที่สวยงามแบบนี้ น่าอิจฉาที่สุด อิจฉาาา~~กรอดด //กัดฟัน"

"ไอ้เจ้าพวกเทพบ้า ข้าคือบาปแห่งโทสะ (Anger) ไอร่าสุดน่ารักไงล่ะจ๊ะ (Ira) เจ้าพวกนี้มันทำให้ไอร่าโซแองกรี้มากๆเลย ต้องกำจัดทิ้ง!"

"ข้าคือบาปแห่งราคะ (Lust) ลุกซุเรีย (Luxuria) โอ้โห! มีหนุ่มๆเต็มเลย สนใจมาให้ลุกซุเรียคนนี้ดูแลมั้ยล่ะจ๊ะ รับรองจะดูแลเป็นอย่างดี หึหึหึหึ"

"ครอกกzZ ตัวข้าคือ บาปแห่งความเกียจคร้าน (Sloth) อาซีเดีย (Acedia) ขอนอนต่อละนะ zZ"

"ง่ำๆ ข้าคือ ง่ำๆ บาปแห่งความตะกละ (Gluttony) ง่ำๆ กูล่า (Gula) ง่ำๆ"

"ส่วนข้า บาปแห่งความหยิ่งยโส ไพรด์ (Pride) ถึงไม่อยากจะเสวนากับพวกเทพต่ำสุดอย่างพวกเจ้าก็ต้องพูดละนะ ไอร่า ข้ายืมเท้าเจ้าเหยียบได้มั้ย ข้าว่าข้าไม่อยากให้รองเท้าข้าสกปรก"

"จริงๆพวกเราแค่อยากมาสนุกกันเท่านั้นแหละ เห็นว่าพวกเจ้าพอเป็นคู่มือให้ได้ มาแก้เบื่อให้หน่อยเหอะ" สิ้นเสียงบาปทั้ง 7 ก็ตรงเข้าหาเทพสูงสุดที่กำลังใช้พลังดึงเกาะไม่ให้ถูกหลุมดำดูดลงไป แต่ทันใดนั้นเองคนที่ไม่คิดว่าจะปรากฎตัวออกมาก็กลับมาปกป้องเทพสูงสุดทั้ง 7 เอาไว้

"กระแสเวลาไหลกลับ" มหาเทพสูงสุดโครโนร่ายเวทย์ทำให้หลุมดำปิดตัวลงและทำให้เกาะทั้ง 7 กลับสุ่สภาพเดิมได้ทันเวลา ซึ่งส่งผลให้เทพสูงสุดทั้ง7 หลบการโจมตีของบาปทั้ง 7 ได้อย่างหวุดหวิด

"เหล่าบาปทั้ง 7 เอ๋ยได้โปรดกลับไปที่ที่พวกท่านจากมาด้วยเถิด ข้าได้ไปเจรจากับราชาปีศาจมาแล้ว พวกท่านได้โปรดหยุดเสียตอนนี้ก่อนที่ข้าจะไม่เกรงใจ" บาปทั้ง 7 ถึงกับหยุดชะงักลง จากนั้นก็ยิ้มเยาะออกมาและมองด้วยสีหน้าสมเพช

"เจรจาเหรอ แน่ใจว่าเหรอไปเจรจามาท่านโครโน สภาพร่างกายบาดเจ็บขนาดนั้นคิดว่าจะสู้พวกข้าไหวงั้นหรือ ฮาฮ่า" ไพรด์พูดขึ้นพร้อมหัวเราะไปด้วย

"ก็ทำให้เจ้ากลายเป็นแค่อากาศได้ก็แล้วกัน เจ้าหนู" โครโนตอบกลับด้วยเสียงเรียบ แต่ภายในของเขานั้นต่างจากภายนอกลิบลับ กว่า70%ของเขาตอนนี้บอบช้ำหนักจนไม่สามารถขยับไปไหนได้แล้ว มีเพียงหัว มือข้างหนึ่งและขาอีกข้างเท่านั้นที่พอจะขยับไหว แต่เท่านั้นก็เกินพอที่จะล้ม4ใน7บาปพวกนั้นได้ พลังของเทพสูงสุดทั้ง7 ก็ยังไม่ฟื้นกลับมาดีนัก จึงรู้สถานะของตนปัจจุบัน ถือว่าเสียเปรียบในระดับหนึ่งเลย

"เช่นนี้ดีไหมเล่า ท่านโครโน ถ้าท่านยอมกลับไปกับพวกเรา พวกเราจะปล่อยเกาะนี่ให้ปลอดภัยสักพัก" แมมมอนยื่นข้อเสนอ

"ไม่ได้นะท่าน ถ้าท่านไปกับพวกมัน สมดุลก็อาจจะเสียอีกครั้ง ครั้งนี้พวกเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก ทางที่ดีที่สุดตอนนี้คือสู้เท่านั้น" โนวอาร์ที่วิเคราะห์สถานการณ์เอาไว้แล้วเอ่ยขึ้น

"ข้ารำคาญยัยนี่จริงๆ ทำเป็นอวดรู้วิเคราะห์สถานการณ์ ข้าขอจัดการมันได้มั้ย" ไอร่าเอ่ยขึ้นพร้อมทำท่าจะพุ่งเข้าหาโนวแต่ยังรอคำอนุมัติ

"ไลท์ไนท์สร้างภาพลวงตาให้ที ลินดิสสร้างโล่คุ้มครองพวกเราสัก10วินาทีจะได้มั้ย ชั้นกับรากันต์จะร่ายเวทฟื้นฟู พลังเวทของชั้นน่าจะเหลือมากที่สุดในนี้แล้ว" รามี่กระซิบเบาๆ

"น่าจะพอไหวนะ"

"ไม่ต้องเผื่อข้านะ ถ้าพวกเจ้าฟื้นฟูกันแล้วน่าจะสู้ได้อย่างไม่ต้องเป็นกังวล มัวแต่ฟื้นฟูให้ข้าจะเสียเวลาเปล่าๆ" โครโนกระซิบบอกเทพทั้ง 7

"กระซิบกระซาบอะไรกันมิทราบ" จังหวะที่ไพรด์ตะโกนขึ้น ทุกคนก็เริ่มทำตามแผน

"หมอกแสงจันทรา" เกิดหมอกหนาขนาดใหญ่ปกคลุมไปทั่ว ทำให้เหล่า 7 บาปไม่สามารถมองเห็นได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง "การโอบอุ้มของฟินิกซ์" ลินดิสร้างโล่ป้องกันสุดแข็งแกร่งออกมาเพื่อกันการโจมตีของเหล่า 7 บาป

"การชำระล้างของคลื่นมหาสมุทร"

"ละอองบุปผาเยียวยา" รากันต์และรามี่ใช้เวทย์ฟื้นฟูขั้นสูงที่สุดเท่าที่พลังตนเองจะใช้ได้ในขณะนี้

ทันทีที่เห็นทางฝั่งเทพร่ายเวท บาปทั้ง 7 ก็เข้าโจมตีทันที พวกมันใช้เวลา 3 วินาทีในการหาตัวพวกเทพ และอีก 7 วินาทีในการทำลายโล่ของลินดิสโดยใช้เพียงแค่พลังกายภาพเท่านั้น

"ฟื้นฟูเสร็จแล้วว เอาล่ะ! ได้เวลาลุย!" ทันทีที่ฟื้นฟูเสร็จ ไนท์และไลท์พูดขึ้นพร้อมกัน เทพทั้ง 7 แยกออกไปตามเกาะของตน บาปทั้ง 7 ก็ไม่รีรอ แยกตามไปเช่นกัน

ทางด้านเกาะแห่งธรรมชาติ รากันต์ เทพแห่งปฐพีกำลังเผชิญหน้ากับบาปแห่งความหยิ่งยโส ไพรด์

"ชั้นล่ะเกลียดขี้หน้าแกสุดๆไปเลย หน้านิ่งๆนั่นเดี๋ยวจะให้มาอยู่ใต้ฝ่าเท้าของชั้นเอง" ไพร์ดพูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยม

"ได้ข่าวว่าเจ้าบอกว่ากลัวรองเท้าสกปรกถ้าอย่างนั้นให้ข้าเหยียบหน้าเจ้าแทนดีไหม" รากันต์พูดด้วยน้ำเสียงเรียบแต่ยกยิ้มที่มุมปาก

"นี่เจ้า! จะบังอาจมากเกินไปแล้วนะ เจ้าเทพชั้นต่ำ อาวุธเวทย์ความมืด โซ่ตรวนของบาปแห่งความหยิ่งยโส จงรัดและทะลวงร่างของมันซะ" กรีดดึงโซ่ที่เป็นอาวุธของตนเองออกมาจากหน้าอก ทันทีที่ดึงออกมาจนหมด โซ่สีดำสนิทก็พุ่งตรงมายังรากันต์ทันที ไม่ว่าเข้าจะหลบไปทางใด มันก็พร้อมที่จะตามเข้าไปทุกหนแห่ง

"น่าเบื่อเสียจริง ได้แต่หนีงั้นเหรอเจ้าเทพชั้นต่ำ"

"เวทย์แห่งปฐพี ลำดับที่ 4 กางเขนลวงตา" รากันต์ร่างแยกออกมาที่เหมือนกับตน เพื่อรับการโจมตีแทนเพราะคิดว่าเวทย์ประเภทนี้ถ้าไม่จัดการเป้าหมายให้ได้ก็ไม่มีวันหยุดเป็นแน่ แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะโซ่นั่นทะลวงร่างแยกและพุ่งตรงมายังเขา

"แกคิดว่าร่างแยกโง่ๆนั่น โซ่ของชั้นจะแยกไม่ออกงั้นเหรอ"

ทันทีที่ไพรด์พูดขึ้นมา รากันต์ก็คิดได้ ว่าโซ่เส้นนี้ เจ้านี่ไม่ได้บังคับเองกับมือ เพียงแค่ป้อนคำสั่งให้มันเท่านั้น

"แกไม่ได้บังคับมันงั้นสินะ แค่ป้อนคำสั่งให้มันโจมตีข้าเท่านั้น"

"ก็แล้วมันยังไงเล่า หลบให้ได้ไปตลอดสิ ฮ่าฮ่า" รากันต์คิดว่า การที่จะจัดการโซ่นี่เป็นเรื่องที่ยาก แต่ใช่ว่าจะไม่มีหนทาง ยิ่งเจ้านั่นประมาทไม่ยอมใช้เวทย์ขระที่เขากำลังหลบโซ่แล้วด้วย ชักเริ่มสนุกขึ้นมาแล้วสิ "อยากรู้ไหมล่ะว่าการโดนพลังของตัวเองไล่ล่ามันจะเป็นยังไง เวทย์อัญเชิญเทพีต้องสาป เมดูซ่า" ทันทีที่รากันต์หลบการโจมตีของโซ่เพียงเสี้ยววินาที เขาก็เรียกเมดูซ่าออกมา "ทำให้โซ่นั่นกลายเป็นหินหน่อยสิ" ทันทีที่พูดจบ ไพรด์ที่เพิ่งจะรู้แผนของรากันต์ ก็กำลังจะเปล่งเสียงออกคำสั่งโซ่ของเขาแต่ก็สายไปเสียแล้ว

"รับทราบค่ะ" ทันทีที่ได้รับคำสั่งจากเทพสูงสุด เมดูซ่าก็เปิดตาของตนเองออกมาจ้องไปยังโซ่ที่กำลังพุ่งตรงไปหาเธอและรากันต์จนทำให้โซ่นั้นกลายเป็นหินทั้งหมดภายในพริบตา

"ขอบใจมาก เชิญไปพักผ่อนต่อเถอะ" รากันต์กล่าวขอบคุณนางจากนั้นเมดูซ่าก็กลับสู่มิติของตน

"เวทย์แห่งแผ่นดินสายควบคุม สายใยแห่งมวลธาตุ" เมื่อรากันต์ร่ายเวทย์ใส่โซ่นั่นจบ เขาสามารถควบคุมโซ่นั่นได้ดังใจนึกเพราะในขณะนี้ มวลธาตุของโซ่นั่นได้เปลี่ยนเป็นหินที่เป็นธาตุประจำตัวของเขาเรียบร้อยแล้ว

"จงรัดและทะลวงร่างของมันซะ" สิ้นสุดคำสั่งเดียวกันกับที่ไพรด์เคยใช้ โซ่เส้นนี้ก็พุ่งตรงกลับไปยังผู้ที่เคยเป็นเจ้าของทันที

"อะไรกันเจ้าบ้านี่ เล่นสกปรกนี่" ในตอนนี้ฝ่ายที่ต้องหลบโซ่กลับเป็นไพรด์เสียเอง

"บาปอย่างแกมีสิทธิ์พูดคำว่าเล่นสกปรกด้วยเหรอ การต่อสู้จริง ไม่มีคำว่าสกปรกหรอกนะ ที่ผิดนั่นคือการที่แกประมาทและประเมินพลังของคู่ต่อสู้ต่ำเกินไปต่างหาก เวทย์แห่งพฤกษาลำดับที่ 18 บัวผุดมรณะ" รากันต์สร้างดอกบัวผุดที่สามารถปล่อยแก๊สพิษขึ้นมาได้ ทำให้ไพรด์ต้องหลบทั้งแก๊ส หลบทั้งโซ่ในเวลาเดียวกัน

"หนอย ไอ้เจ้าหนอนสกปรกนี่ ถึงจะกินพลังงานไปมากแต่ก็คงต้องใช้แล้วล่ะ มหาเวทย์ปีศาจ สรรพสิ่งล้วนว่างเปล่า" เกิดหลุมดำขนาดใหญ่ดูดเอาทั้งโซ่ แก๊ส ดอกบัวผุดเข้าไปจนหมดสิ้น แต่ยังไม่หมดแค่นั้น หลุมดำนี้ยังไม่หยุดดูด จนเกาะแห่งธรรมชาติของเขาเริ่มเคลื่อนที่ไปยังหลุมดำ รากันต์ที่รับรู้ได้ถึงความอันตรายของเวทย์นี้จึงรีบถอยห่างออกมาได้ทัน

"ตายยากตายเย็นซะจริงนะแก สงสัยถึงจะเรียกอาวุธออกมากี่ชิ้นแกก็คงทำให้เป็นหินอยู่ดีนั่นแหละนะ ดูดมันมาทั้งแกทั้งเกาะนี่แหละ มาต่อกันเลยดีกว่า มหาเวทย์ปีศาจเฉพาะ ความยโสอันเป็นนิรันดิ์" แรงกดดันมหาศาลที่ทำให้รากันต์ไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวได้เหมือนจะโดนอะไรบางอย่างกดทับและขณะเดียวกันตัวเขาก็กำลังเคลื่อนตัวไปยังหลุมดำ

"นี่มันเวทย์แรงโน้มถ่วงหนิ แกใช้ของแบบนี้ได้ด้วยเหรอ"

"บาปของข้าคือความหยิ่งยโส การทีได้เห็นคนคุกเข่าแล้วหมอบลงต่อหน้า

มันเป็นอะไรที่ข้าชอบที่สุดเลยล่ะ การได้บดขยี้เจ้าจากจุดที่อยู่สูงกว่านี่มันน่าอภิรมย์จริงๆ

"หนอยย แก" //กรอด รากันต์กัดฟันด้วยความโมโห เพราะเขาดันประมาทคิดว่าพวกปีศาจนี้ใช้ได้แต่เวทย์แห่งความมืดเท่านั้น

"ก้มลงไปซะ ก้มกราบลงต่อหน้าข้าผู้นี้ ไอ้เจ้าเทพชั้นต่ำ"

"คนเดียวที่ข้ายอมก้มหัวให้มีเพียงมหาเทพสูงสุดเท่านั้น ปีศาจอย่างแกอย่าได้หวัง เวทย์ป่ามายา การล่องลอยของดอกแดนดิไลออน" รากันต์แตกตัวเป็นละอองแสงกับดอกแดนดิไลออนทำให้หลุดพ้นจากเวทย์แรงโน้มถ่วงดังกล่าวได้ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ถูกแรงดูดของหลุมดำดูดเร็วขึ้นเพราะมวลของดอกแดนดิไลออนมีน้อยมาก

"ขอเอาคืนหน่อยแล้วกัน ก่อนที่จะถูกดูดเข้าไป นี่จะเป็นจุดจบของเจ้า มหาเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ การสังเคราะห์แสงของเกาะแห่งปฐพี" แสงอาทิตย์กำลังโดน เกาะแห่งปฐพีทั้งเกาะกำลังดูดเข้าไปจนเห็นได้ชัด

"ลาก่อน บาปแห่งความหยิ่งยโสผู้โง่เขลา" เมื่อชาร์จพลังเต็มแล้ว เกาะแห่งปฐพีก็ปล่อยลำแสงขนาดใหญ่พุ่งตรงไปยังไพรด์อย่างรวดเร็วจนเขาไม่สามารถหลบได้

"อ๊ากกกกกกก ข้าจะต้องกลับมาแก้แค้นแกให้ได้ ข้าขอสาบาน ไอ้เจ้าเทพเศษดินชั้นต่ำ!!" ทันทีที่พูดจบ ร่างของไพรด์ถูกแสงเผาเป็นจุล หลุมดำก็หายตามไปด้วย รากันต์รู้ดีว่าพลังเท่านี้คงไม่อาจทำลายบาปทั้ง7 ที่ราชาปีศาจเป็นผู้สร้างขึ้นมาได้หรอก เป็นแค่การขับไล่เพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะตราบใดที่มนุษย์เบื้องล่างยังทำบาปกันอยู่อย่างไม้สิ้นสุด เจ้านี่ก็จะเกิดใหม่ขึ้นได้เรื่อยๆ ทันทีใช้พลังไปจนเกือบทั้งหมด ร่างของเขาที่กลับมาเป็นสภาพปกติก็ร่วงลงสู่เกาะ ยังดีที่มีเหล่าภูติแห่งพฤกษามารับได้ทันและพาไปรักษาที่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ใจกลางของเกาะ

«•
•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

7.7
โหวต 7.7 /10 คะแนน
จากสมาชิก 1 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

7 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

8 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

8 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...