นิยาย : Dizzy เทพจอมมึน อึนทั้งแก๊ง

อ่าน 51
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
1 chapter
แต่งเมื่อ:
วันที่ 12 พ.ค. 2561 16:30 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง thecoldheart
เด็กใหม่ (2)
เด็กใหม่ (0)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

chapter 1. (1)ในวันที่ถูกทอดทิ้ง

เขียนเมื่อ วันที่ 12 พ.ค. 2561 16:41 น.

( แก้ไขเมื่อ วันที่ 12 พ.ค. 2561 16:44 น. โดย เจ้าของบทความ )

วันที่ 327 ปีที่ 10 เวลา 6:00 น.

 

หาวววววววว

เด็กหนุ่มท่าทางมึนๆกำลังยืนหน้าสถานก่อสร้างขนาดใหญ่ ทุกคนต่างเรียกเขาว่า ดิซซี่

ดิซซี่เป็นชายหนุ่มผอมเเห้งราวกับไม้เสียบผีอันเนื่องมาจากการขาดอาหารอย่างยาวนาน หลังจากที่สูญเสียผู้ปกครองตั้งแต่เยาว์วัย แต่ด้วยสถานะของเขาที่เป็นทาสเด็กที่ยังใช้การไม่ได้ทำให้เจ้านายที่เห็นว่าเขายังเด็กเกินที่จะทำงานหนักก็ไล่ออกมาตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็นอย่างไร้เยื่อใย เพราะ ไม่อยากจะเลี้ยงดูทาสโดยไม่จำเป็นในสภาพเศรษฐกิจที่กำลังย่ำแย่ ดิซซี่ผู้ไม่เคยออกข้างนอกจำต้องเดินขออาหารเหมือนที่ขอเจ้านายตามปกติแต่กลับเมินเฉย ซึ่งเป็นปกติของชาวเมืองนี้ เพราะ ถ้าให้อะไรไปกับพวกขอทาน คนเหล่านั้นก็จะมาขออีกอยู่ดี หน้าตาของดิซซี่นั้นน่ารักมาก แต่ด้วยสภาพอันมอมแมมของทาสคนนี้ทำให้ความน่ารักของเขาถูกบดบังตอนนี้เขาอายุเพียงแค่ 12 ปี กำลังสับสนกับชีวิต และ สถานที่ข้างหน้าเป็นความหวังสุดท้ายของเขา

 

 

"ถ้ายังทำอะไรไม่ได้ เราก็คงตาย…"เขาคิดอย่างมึนๆ อาการมึนงงฉับพลันของเขาเกิดจากการโดนทุบตีตอนเป็นทาสโดยพลาดไปโดนที่หัวเข้าจังๆ แต่โชคดีที่มัน แค่ทำให้เขาแค่งงไปชั่วขณะแล้วกลับมาเป็นเหมือนเดิม

 

 

แอ๊ดดดดด

ดิซซี่เปิดประตูออกมาก็แทบจะอยากปิดกลับ เพราะ ในสถานที่แห่งนี้ มีแต่คนท่าทางหน้ากลัวพกอาวุธเต็มไปหมด และ เขาก็กลัวอาวุธมาก เพราะ เจ้านายเก่าเคยใช้อาวุธต่างๆทุบตีเขาเพื่อระบายความเครียดจากการทำงานนับครั้งไม่ถ้วน ดิซซี่จึงตัดสินใจหันหลังกลับไป แต่”มีคนในนี้กลับไม่ยอมให้เขาออกไปง่ายๆ

 

 

ในชั้นล่างของตัวตึกนี้มีโต๊ะเก้าอี้หลายชุดโดยส่วนใหญ่มีคนนั่งคุยกัน และ ที่เด่นสุดก็ คือ เคาน์เตอร์ด้านในที่มีหญิงสาวใส่ชุดผ้าดูมีราคากำลังยิ้มให้อย่างเป็นมิตร แต่เขาก็ยังคิดว่ากว่าจะเดินไปถึงเคาน์เตอร์ก็อาจจะโดนพวกที่นั่งอยู่ทุบตี ความกลัวจากการโดนเจ้านายเก่าทุบตี ฝังหัวฝังหัวของอดีตทาสตัวน้อยจนกลายเป็นคนขี้ขลาดตาขาว

 

 

"เอ๋ เจ้าหนูตัวมอมแมมเชียวมานี่มา"ดิซซี่หันกลับไปมองต้นเสียง พบว่าเป็นหญิงสาวที่หน้าเคาน์เตอร์ที่พูด และ ตอนนี้หล่อนกำลังยิ้มให้อย่างเป็นมิตร แต่เขาก็ยังกลัวอยู่ดีจึงหันหลัง และ เดินออกไปโดยไม่สนคำพูดของหล่อน

 

 

หมับ

มีชายคนหนึ่งลากคอเจ้าดิซซี่ที่กำลังเดินออกไปอย่างมึนๆ เขาพยายามดินทุรนทุราย และ กำลังจะร้องไห้

 

 

"โห ไอ้หนูเจ๊ใหญ่อุตส่าห์ เรียกแล้วอย่าเมินดิวะ"เขาหันไปมองคนที่อุ้มก็พบว่าเป็นตาลุงหนวดเครารุงรังหัวโล้นใส่ชุดหนัง ตัวใหญ่บึกบึน สะพายดาบอันใหญ่ไว้ด้านหลัง แต่ตอนนี้ไม่รูปร่างสำคัญ เพราะ เขากลัวที่จะถูกทุบตีไม่ว่าใครในนี้ที่มีอาวุธก็ดูน่ากลัวทั้งนั้น

 

 

"เอ้า…นี่เจ๊ใหญ่ เชิญจัดการไอ้เด็กนี่อย่าให้เหลือแต่กระดูกเลยนะ"ยิ่งเห็นเจ้าเด็กนี่กลัวเท่าไหร่ก็ยิ่งน่าแกล้งเท่านั้น เจ้าคนร่างยักษ์ก็หมั่นเขี้ยวจนอดที่จะแกล้งไม่ได้ พอเห็นปฏิกิริยาของเจ้าเด็กไร้เดียงสาคนนี้ คนในห้องก็หัวเราะลั่น เพราะ เจ้าเด็กน้อยที่ได้ฟังคำพูดก็ติดว่าผู้หญิงที่เคาน์เตอร์น่ากลัวกว่าเจ้าพวกนี้อีก ด้วยเหตุผลที่ว่า คนในห้องพวกนี้ให้ความเคารพ มันก็หมายความว่าหล่อนสามารถสั่งให้พวกติดอาวุธเข้ามารุมกระทืบเขาได้ทันทีนะสิ เด็กน้อยหันไปมองเธอด้วยสายตาที่หวาดกลัว

 

 

ชายร่างยักษ์จับดิซซี่มานั่งตรงเก้าอี้เคาน์เตอร์ เด็กน้อยที่กำลังน้ำตาเล็ดแต่ก็ฝืนเอาไว้ เพราะ กลัวว่ายิ่งร้องเหมือนยิ่งยุให้เจ้านายตีเพิ่ม เอาง่ายๆ คือ เขาเคยกรทำอย่างโหดเหี้ยมทารุณบ่อย เลิกเชื่อว่าคนอื่นจะต่างกับเจ้านายของตนไปตั้งนานแล้ว ด้วยความคิดนี้ทำให้ทาสตัวน้อยกลัวคนเอามากๆ หญิงสาวเห็นดังนั้นก็ส่ายหน้าก่อนจะเดินไปหลังเคาน์เตอร์ หล่อนเดินมาพร้อมกับจานที่มีขนมปังก้อนโต และ น้ำซุปข้าวโพด ให้กับหนูน้อยที่น่าสงสารที่นั่งอยู่

 

 

ดิซซี่ตกใจมาก เพราะ อาหารอย่างดีถูกประเคนตรงหน้าโดยไม่ต้องทำอะไร เขามองไปอย่างกล้าๆกลัว เพราะ ว่าเจ้านายโรคจิตของเขา ถ้าเอาอาหารมื้อดีๆมาส่วนใหญ่ชอบใส่ยาพิษอ่อนๆ เพื่อทรมานทาสอย่างสนุกสนาน และ มันกลายเป็นสิ่งฝังใจให้อย่าแตะต้องอาหารดีๆ เขามองไปที่จานอาหารอย่างกล้าๆกลัวๆ ส่วนคนในอาคารที่กำลังมองอยู่ก็นั่งลุ้น เพราะ เจ้าหนูดิซซี่ในตอนนี้ดูเหมือนหมาน้อยที่น่าสงสาร และ กลัวคนมาก

 

 

“ถ้าไม่กินจะให้เจ้าพวกที่นั่งข้างหลังมาจัดการนะจ๊ะ”เจ๊ใหญ่ลองพูดขู่ทำให้ดิซซี่หันไปด้านหลัง พวกคนที่นั่งก็รีบทำท่าทางให้ดูโหดเหี้ยมตามที่หล่อนบอก บางคนแสยะยิ้ม บางคนลูบอาวุธของตน ซึ่งมันได้ผลดีมาก ดิซซี่รีบหันกลับมาตักซุปข้าวโพดเข้าปากอย่างรวดเร็วด้วยความกลัว แต่เขากลับแปลกใจเมื่อกินคำแรกเข้าไปกลับไม่มีอาการของพิษ เด็กน้อยมองหน้าของหล่อนด้วยความสับสน แต่กลับได้รับรอยยิ้มที่อบอุ่นกลับมา หลังจากที่แน่ใจว่าอาหารไม่มีพิษ เขาก็รีบกินอย่างมูมมาม

 

 

“ฮ่าๆๆ ไอ้หนูนี่ท่าทางจะหิวมากนะ เอ็งมาจากไหนหน่ะ”เมื่อเขาเห็นดิซซี่กินอาหารจนหมดก็พูดขึ้น เด็กน้อยหันหน้ากลับ แต่ไม่กล้าสบตาเขา เพราะ ร่างยักษ์ของเขา มันดูน่ากลัวพอสมควร ในขณะที่เขากำลังจะหันไปตอบ เจ๊ใหญ่ที่ยืนท้าวคางบนเคาน์เตอร์อยู่ก็เผลอเอื้อมมือไปลูบหัวของดิซซี่ด้วยความเอ็นดู แต่ดิซซี่ตกใจ นั่งตัวเกร็ง และ มองกลับไปที่ดวงตาสีม่วงที่งดงามเป็นประกายของหล่อนอย่างไม่เข้าใจ

 

 

“ไม่ต้องกลัวนะ ไม่มีใครทำอะไรหนูได้หรอก ยินดีต้อนรับสู่อาคารภารกิจนะจ๊ะ”เธอพูดอย่างอ่อนโยน แล้วเดินออกจากเคาน์เตอร์อุ้มเขาขึ้นมา ใครจะรู้ว่าร่างบางๆของหล่อนจะสามารถยกเขาได้อย่างสบายๆ

 

“แต่…แต่ผมเป็นทาสที่ถูกทิ้งมานะ ผมไม่มีค่า ไม่มีใครต้องการผม”เขาพูดด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดอย่างสุดแสน และ เริ่มทำหน้าจะร้องไห้อีกครั้ง แต่คราวนี้เขากอดเจ๊ใหญ่กลับอย่างแน่น เพราะ เธอเป็นคนที่ช่วยเขาจากความหิวโหย และ ไม่รังเกียจทาสคนนี้

 

 

“ไม่เป็นไร แม่จะรับหนูเป็นลูกบุญธรรมนะ แล้วหนูชื่ออะไรจ๊ะ”ดิซซี่ไม่เข้าใจว่าลูกบุญธรรม คือ อะไร แต่น่าจะคล้ายกับการให้เป็นลูก เขาตอบชื่อของตัวเองกลับไปด้วยรอยยิ้ม

 

 

“ดิซซี่ครับ”หลังจากที่เริ่มเชื่อใจ เขาก็ตอบอย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น ท่าทีกล้าๆกลัวๆก็หายไป

 

“งั้นชั้นจะรับเธอเป็นพ่อบุญธรรมก็แล้วกัน”เจ้าชายร่างยักษ์พูดแล้วเริ่มโอบเอวเจ๊ใหญ่ เจ้าจอมฉวยโอกาสนี่ทำให้เธอหันไปมองค้อนแล้วใช้ มือเล็กๆของหล่อนตบไปที่ร่างยักษ์ของชายที่ดูเหมือนนักสู้

 

ตูมมม อั้ก โครม ฮ่าๆๆๆฮ่าๆๆๆๆ

เรี่ยวแรงมหาศาลผิดกับร่างกายเล็กๆทำเอากระเด็นไปชนหน้าประตูแต่ประตูกลับแข็งแรงกว่าที่คิด ไม่สิควรตกใจกับแรงของหล่อนมากกว่า

 

“อย่าลามปามเจ้าหนูแบร์อยู่ก่อนเธอมาตั้งกี่รุ่น หืม แต่ก็นะนายไหนๆนายก็พูดแบบนี้แล้วมาช่วยสอนเจ้าหนูนี่ต่อสู้ด้วยละกัน พรุ่งนี้ต้องมาแต่เช้านะ”เจ๊ใหญ่ได้ทีจึงเอาคืนจึงหางานให้เจ้าแบร์ผู้มีฉายา หมีร่างยักษ์ ถึงจะยืนว่าแต่ก็ยังอุ้มเจ้าหนูนี่ไม่ยอมปล่อยเธอดูจะถูกชะตากับเด็กคนนี้มากๆ เธอหันไปบอกกับเจ้าพวกที่นั่งอยู่ให้เงียบ อย่าก่อความวุ่นวายตอนเธอไม่อยู่ เพราะ เธอจะขึ้นข้างบน ทุกคนขานรับอย่างพร้อมเพรียง ”คร้าบเจ๊” เธอเลิกอุ้มหนูดิซซี่แล้ว จูงมือเขาเข้าห้องหลังเคาน์เตอร์ซึ่งทางด้านขวาเป็นประตูครัว แต่เธอพาเข้าไปอีกประตูเป็นบันไดขึ้นชั้นบน ในอาคารภารกิจมี 3 ชั้น ชั้นล่างเป็นชั้นรับแขก ชั้นถัดมาใช้เก็บของและเอกสาร ชั้นสุดท้ายทำเป็นที่พัก และตอนนี้ ทั้งสองกำลังจะไปชั้นที่พัก

 

เมื่อชึ้นมาถึงชั้นบนสุดจะเห็นทางเดินตรงไปจนถึงประตูข้างหน้าที่เปิดออกไปจะเป็นระเบียงห้องหน้า และมีประตูห้องอยู่ 2 บาน ด้านซ้าย-ขวา คนที่อยู่อีกห้องน่าจะสังเกตถึงความผิดปกติ เพราะ เสียงเท้ามี 2 คู่จึงเปิดประตูออกมาเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะปกติผู้พักอาศัยมีแค่สองคน

 

 

แอ๊ดดด

เสียงประตูไม้ดังขึ้น มีคนโล่หัวออกมาดู สิ่งที่น่าตกใจ คือ เธอหน้าตาเหมือนกับเจ๊ใหญ่เปี๊ยบ แถมความสูงยังน่าจะพอๆกันราวกับฝาแฝด ส่วนเจ้าหล่อนพอเห็นเจ๊ใหญ่จูงเด็กน้อยหน้าตาหน้ารักในสภาพมอมแมมมา ทำให้สายตาของหล่อนเต็มไปด้วยประกายแห่งความสงสัย

 

“เอ๋ เกรซพาเจ้าหนูที่ไหนมาเนี่ย”เจ้าหล่อนถามด้วยความสงสัย และเดินออกมาจากห้องในชุดนอนสีฟ้าบางๆ และจากที่สังเกตุลักษณะของพวกหล่อนนั้นดูโตกว่าดิซซี่นิดเดียวแต่จากที่เจ๊ใหญ่พูดว่าเธออยู่มานานกว่าแบร์หลายรุ่นแสดงว่าภาพลักษณ์ที่ดิซซี่เห็นกำลังหลอกตาเขาอยู่

 

“ชั้นรับเด็กคนนี้มาเป็นลูกบุญธรรมหน่ะ ไอซ์เธอรู้จักวิธีเลี้ยงเด็กปะ”เธอตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ แต่ไอซ์ไม่สนใจแล้วพุ่งเข้ามาหาดิซซี่ด้วยความรวดเร็ว

 

“ว้าย ผมนุ่มมาก น่าร๊ากกก”เธอเข้ามากอดแล้วลูบหัวเขาอย่างรวดเร็ว ดิซซี่ที่ไม่ทันได้ตั้งตัวก็ได้แต่ยืนอึ้ง ส่วนเกรซที่เห็นภาพนี้ก็ยิ้มออกมา

 

“ใช่มั้ยหล่ะ สายตาของชั้นดูคนไม่ผิดพลาดแน่ เจ้าหนูนี่ดูพิเศษกว่าคนอื่น ไอซ์ช่วยสลับตัวไปทำงานก่อนได้ปะเดี๋ยวทำงานคืนนี้ให้”คำพูดเป็นกันเองแสดงถึงความสนิทสนม และ ขอร้องไอซ์ให้ลงไปแทน แต่มีหรือที่เจ้าแม่ผู้คลั่งไคล้สิ่งน่ารักผู้นี้จะยอม เธอส่ายหน้าโดยทันที

 

 

“ม่ายอาว นี่มันช่วงเวลาของเธออยู่นี่ ส่งเจ้าหนูนี่มาให้ชั้นเดี๋ยวดูแลเองจ้า”ไอซ์มองเกรซตาเป็นประกายในขณะที่ดิซซี่ถูกกอดและลูบหัวไม่ต่างกับตุ๊กตา ส่วนเกรซก็ได้แต่ถอนหายใจกับนิสัยคลั่งของหน้ารักของฝาแฝดตน

 

“โอเคๆ แต่ห้ามกินเด็กคนนี่หล่ะ เธอเป็นปีศาจกินเด็กนี่นา”เธอเดินลงบันไดแต่ไม่วายแกล้งไอซ์ ทำให้คนโดนแกล้งทำหน้ามุ่ย

 

“ยัยบ้าอย่าไปหลอกเด็กสิ” “จ้าๆ ล้อเล่นจ้า ดูแลหนูดิซซี่ดีๆนะ แล้วดิซซี่เชื่อฟังพี่เขานะ”เธอหันหลังกลับเพื่อลงไปทำงานต่อ

 

”คร้าบ แม่เกรซ”เสียงใสของเด็กน้อยทำให้เกรซที่กำลังเดินลงไปทำหน้าที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เขาเป็นเด็กที่ปรับตัวเร็ว และ ขี้อ้อนน่าดู เธอลงไปด้วยความสบายใจ เพราะ ถ้าฝากเขาไว้ที่แฝดของตน หล่อนก็น่าจะรู้ว่าต้องทำอะไร

 

“เอาหล่ะ รีบไปอาบน้ำก่อนเร็ว”ไอซ์จูงมือดิซซี่เข้าห้องอย่างร่าเริง เธอต้องตกใจอีกครั้งว่าเขาใช้ก๊อกน้ำไม่เป็น เพราะ ยังไม่รู้ว่าเจ้าหนูนี่เคยเป็นทาสมาก่อน เธอจึงต้องอาบน้ำให้เขา หลังจากที่เสร็จแล้วก็ต้องหาชุดให้แต่ยังดีที่ไอซ์ยังเก็บชุดนอนตอนเด็กๆไว้ถึงขนาดจะไม่พอดีแต่ก็ยังดีกว่าไม่มีใส่ หลังจากนั้นเธอก็ต้องไปอาบต่อ เพราะ ชุดเปียกจากการการน้ำให้เด็กคนนี้ พอเดินออกมาจากห้องอาบน้ำก็เห็นเด็กน้อยนอนหลับปุ๋ยอย่างเต็มอิ่มไปแล้ว อันเนื่องมาจากความเหนื่อยล้าที่สะสมมาอย่างยาวนาน เธอเห็นดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปหา แล้วจูบหน้าผากอย่างอ่อนโยน

 

“ฝันดีนะ หนูน้อย”

บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

0
โหวต 0 /10 คะแนน
จากสมาชิก 0 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

0 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

0 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...