นิยาย : The World : Open the adventurer legend

อ่าน 72
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
5 ตอน
แต่งเมื่อ:
วันที่ 14 เม.ย. 2561 08:30 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง บรรพกาล
หัดอ่านหัดเขียน (12)
เด็กใหม่ (0)
เด็กใหม่ (2)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1. ตอนที่ 1 สองพี่น้อง

เขียนเมื่อ วันที่ 14 เม.ย. 2561 08:39 น.
•»

ก่อนหน้านี้โลกของเราวิวัฒนาการไปมาก ผ่านมรสุมอันเลวร้าย ภัยพิบัติมามากมาย มานานนับหลายสหัสวรรษ จนมนุษย์ได้เติบโตขึ้น วิทยาการมากมายถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องจำนวนนับไม่ถ้วน และมีมากมายให้มนุษย์เลือกสรรใช้ได้ไม่หมดสิ้น

ยิ่งวันเวลาผ่านไป ยิ่งยาวนานมากเท่าไหร่ สิ่งต่างๆก็ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างมากยิ่งขึ้น พัฒนาจากสิ่งเล็กๆ ที่แทบจะไม่น่าเป็นไปได้ สิ่งที่ถูกตราหน้าว่าเป็นเรื่องเพ้อฝันไร้สาระในอดีต จนกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันยิ่งใหญ่ของโลก ผู้คนชื่นชม ผู้คนสะดวกสบายมากขึ้น ผู้คนยิ้ม และยินดีที่มีมัน ไม่มีแม้คำต่อว่ามันเลยสักคำ เพราะมีเหตุผลที่ว่าพวกมันสร้างประโยชน์ และความสะดวกสบายให้ แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ชั่วคราว พอพวกเขาใช้มันจนเคยชิน ก็มักจะเริ่มเรียกร้องหาสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ

'เทคโนโลยี'

ใช่ เป็นสิ่งนี้ สิ่งอำนวยความสะดวกที่เป็นปัจจัยหลักสำคัญในชีวิตมนุษย์ในยุคสมัยปัจจุบัน ยุคสมัยที่โลกก้าวมาถึงยุคสมัยใหม่ ยุคที่การเดินทางท่องเที่ยวอวกาศก็เป็นเรื่องง่ายดายเพียงแค่โบกมือ ยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับคำว่า 'เทคโนโลยี' เป็นสิ่งสำคัญ และไม่อาจปฎิเสธมันได้และก็ไม่อาจขาดมันได้เช่นกัน โดยค่าเฉลี่ย 100% เต็มของโลก ชีวิตในแต่ละวันของมนุษย์ล้วนต้องพัวพันกับเทคโนโลยีไปแล้วถึง 93% เป็นจำนวนที่เยอะมากใช่ไหมล่ะ ใช่เลย

เมื่อมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่มีประโยชน์มาก ก็ใช่ว่าจะไม่มีผลร้ายตามมาที่หลัง มนุษย์ชาติส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ไม่เคยเผชิญความลำบากในการใช้ชีวิต ไม่พบเจอสงคราม ไม่มีความอดอยาก ไม่มีแม้กระทั่งประสบกาณ์พื้นฐานที่สำคัญในชีวิต อย่างเช่นการประกอบอาหาร หรืออาบน้ำด้วยตัวเอง แทบจะหลงลืมวิถีชีวิตเก่าๆที่สำคัญไปจนหมดสิ้น ความพยายาม ความลำบาก การต่อสู้ การเอาตัวรอด สิ่งที่สมควรมีในมนุษย์กลับยากที่จะพบเห็นในชีวิตมนุษย์ยุคปัจจุบัน

ทุกชีวิตที่เกิดมา ล้วนดำเนินชีวิตในรูปแบบครอบครัวของตัวเอง ทุกอย่างใช้เทคโนโลยีทั้งหมดจนชีวิตหนึ่งเติบโตขึ้น และเป็นแบบนี้สืบๆต่อไปหลายชั่วอายุคน สิ่งที่พวกเขารู้มีเพียงแค่จะทำอย่างไรที่จะทำให้เทคโนโลยีที่ใช้อยู่ทุกวันสะดวกสบายมากขึ้น รวดเร็วมากขึ้น พวกเขาไม่รู้จักคำว่าลำบากจริงๆเลยสักครั้ง และไม่สามารถพูดได้เต็มปากได้ว่านั่นคือ 'ชีวิต'

เพื่อที่จะทดแทนสิ่งเหล่านั้น 'โลกอีกใบ' จึงได้ถือกำเนิดขึ้น โลกที่ไม่ใช่แค่เกมเสมือนจริงธรรมดาทั่วไปที่มีมากมายนับไม่ถ้วนในยุคล้ำสมัยเช่นปัจจุบันที่คอยให้ความบรรเทิง แต่มันกลับเป็นโลกอีกใบหนึ่งที่เกิดขึ้นในกฏเกณฑ์ที่ต่างไป โลกที่สร้างขึ้นมาด้วยเหตุผลบางประการที่สำคัญกว่า เพื่อเผชิญหน้ากับเหตุการณ์อันเลวร้ายของโลก โลกอีกใบที่มีเพียงกฏเกณฑ์แค่ว่า มีชีวิตรอดให้ได้วันต่อวันก็เพียงพอ

ไม่กี่สิบปีต่อมาหลังจากผู้นำระดับโลกหลายท่านเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของพื้นฐานชีวิตของมนุษย์ โลกเสมือนจริงใบหนึ่งก็เริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างโดยบริษัทยักษ์ใหญ่บริษัทหนึ่ง พวกเขาอ้างว่า มนุษย์ควรที่จะเรียนรู้ในการเผชิญหน้ากับความลำบาก ผู้นำหลายท่านเห็นด้วยและถูกให้บริการเป็นเกมออนไลน์ในชื่อว่า The World เป็นเกมแรก เกมเดียวที่ถูกบรรจุในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน

The World โลกเกมเสมือนจริงที่ถูกให้บริการโดย บริษัทไกอา เอนเตอร์ไพรส์ บริษัทผู้ให้บริการเกมออนไลน์ที่ดีที่สุดของโลกในเวลานี้ ซ้ำยังเป็นถึงหนึ่งในผู้นำของโลกที่มีชื่อเสียงที่ดีมาอย่างยาวนาน จนผู้คนกล่าวขานในนาม 'นักบุญแห่งยุค' โลกเสมือนจริงที่ถูกเสนอในเรื่องราวของ โลกใบหนึ่งในยุคสมัยโบราณที่ไม่มีการกล่าวขานอยู่บนโลก ยุคสมัยที่ผู้คนดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์ ปลูกพืช แก่งแย่งดินแดน รบราฆ่าฟันด้วยมีดดาบและอำนาจวิเศษเหนือธรรมชาติ ต้องคอยเอาชีวิตรอดจากภัยอันตรายต่างๆที่คาดไม่ถึง อย่างสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามอนสเตอร์ที่มีอยู่มากถึง 90% ของพื้นที่ในโลก The World ซึ่งเป็นภัยคุกคามอันดับหนึ่ง

โดยผู้เล่นจะสวมบทบาทเป็น นักผจญภัยหน้าใหม่ คอยรับภารกิจจากประชากรในโลก The World เพื่อคอยแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง หรือไม่ก็ดำรงชีวิตด้วยวิชาชีพอื่นที่ตัวเองเลือกสรร หรือเที่ยวเตร่ไปวันๆก็ย่อมได้ โดยอาศัยความสามารถอันโดดเด่นของตัวเองที่เรียกว่าพรสวรรค์ และพรแสวง เพื่อใช้ในการปกป้องตัวเอง หรือใช้มันแก่งแย่งชิงดีกับผู้อื่นเพื่อความอยู่รอด โดยระบบตัวเกมจะสมจริงมากจนแยกไม่ออกระหว่างโลกเสมือนกับโลกจริง ซึ่งยังเป็นปริศนาว่าใครเป็นผู้สร้างมัน โดยระบบของเกมจะเป็นแบบเอาชีวิตรอด สร้างหลักปักฐานยึดครองพื้นที่ รวบรวมกองกำลังก่อร่างสร้างถิ่นฐาน จำเป็นต้องดำรงชีวิตด้วยอาหาร น้ำดื่ม การพักผ่อน การขับถ่าย เครื่องนุ่งห่ม ยาและไม่เว้นแม้แต่ที่อยู่อาศัย เฉกเช่นเดียวกับโลกแห่งความจริง นับว่าเป็นเกมแรกในยุคนี้ที่ท้าทายความสามารถของนักเล่นเกมของยุค แม้แค่การก่อไฟทำอาหารง่ายๆ ยังถูกคิดเป็นสูตรคำนวน

ระบบการเล่นพื้นฐานแทบไม่แตกต่างจากเกมเสมือนจริงอื่นๆ โดยควบคุมการเล่นโดยใช้คำพูด เพื่อใช้ในการสื่อสาร และใช้การสั่งการจากสมองผู้เล่นเพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวร่างกายภายในเกม ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาฝึกฝนและต้องใช้เวลาเรียนรู้อย่างมากเพื่อให้ร่างกายในเกมขยับได้รวดเร็วทันความคิดของผู้เล่น

The World จึงกลายเป็นเกมออนไลน์เสมือนจริงที่ดูสมจริงที่สุดในยุคปัจจุบัน หรืออาจจะเป็นโลกจริงๆอีกใบหนึ่งสำหรับคนบางคนก็ว่าได้

The World แต่ละพื้นที่จะมีหลากหลายชนเผ่า เชื้อชาติ วัฒนธรรม ศาสนา ยึดครองอยู่เป็นชุมชนขนาดต่างๆ บ้างก็อยู่แบบสันติสุข บ้างก็อาศัยอยู่ร่วมกัน บ้างก็อาศัยอยู่ตามป่าเขาตามหลักความเชื่อ บางกลุ่มก็จะรวมตัวเป็นหมู่บ้าน เมือง หรือหลอมรวมเป็นอาณาจักร แบ่งแยกแว่นแคว้น มีหลักการปกครองและกฎระเบียบของตัวเอง มีทั้งชอบธรรมและไม่ชอบธรรม มีทั้งมิตรและศัตรู

ตำนานบทใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เข็มนาฬิกาแห่งยุคใหม่กำลังเคลื่อนเดินไปอย่างช้าๆ โลกใบใหม่จะนำพาผู้คนไปสู่การเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่ หรือจะเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของมหันตภัยอันเลวร้ายยิ่งขึ้น

ประเทศไทยในยุคอนาคต ถูกยกระดับเป็นเมืองวัฒนธรรมแห่งโลก แห่งหนึ่งของภูมิภาคเอเชีย ถึงแม้เทคโนโลยีจะก้าวล้ำมาก ที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่อยู่ในรูปลักษณ์ของตึกสูงใหญ่ ระบบอาคารรูปแบบคอมเพล็กซ์* เพื่อประหยัดพื้นที่ใช้สอยให้เกิดประโยชน์มากขึ้น ระบบรักษาความปลอดภัยทั้งในและนอกอาคารล้ำสมัยยากที่จะรุกล้ำ การสัญจรบนพื้นดินแบบในอดีตแทบจะไม่พบเห็น การเคลื่อนที่ไปจุดใดจุดหนึ่งในระยะเพียงไม่กี่เมตรก็ยังมีเครื่องยนต์กลไกช่วยในการเคลื่อนที่ ส่วนการเดินทางไกลผู้คนมักจะเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ไม่ว่าระยะทางยาวไกลแค่ไหน ขอเพียงมันอยู่บนพื้นโลกก็ไปถึงได้ภายในไม่กี่วินาที

หากลองมองเหนือขึ้นไปบนน่านฟ้า จะพบเห็นเครื่องยนต์ช่วยในการเคลื่อนที่ในอากาศโดยมีมนุษย์เป็นเพียงผู้โดยสารที่นั่งเฉยๆ ควมคุมได้ด้วยวิทยาการระบบความคิด ยานเหาะมีทั้งแบบส่วนตัวและแบบหมู่ขณะ เคลื่อนที่ไปตามเส้นทางสัญจรบนน่านฟ้าอย่างเป็นระบบระเบียบ

ขณะที่สถานที่สำคัญทางศาสนา ไม่ว่าจะเป็น วัดวาอาราม สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญของประเทศ ก็ยังคงถูกบูรณะให้สมบูรณ์งดงามดังเดิม ถึงแม้ผังเมืองและรูปแบบอาคารในประเทศจะมีความทันสมัยใหญ่โต แต่ก็ไม่ทำให้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์โบราณสูญเสียอัตลักษณ์ที่มีความเป็นมายาวนานได้เป็นอย่างดี

พื้นที่บางส่วนถูกจัดสรรให้เป็นป่าอนุรักษ์ของชาติ ถูกปลูกเพิ่มและสงวนไว้ มีขนาดพื้นที่กว้างใหญ่นับล้านไร่เพื่อเป็นแหล่งฟอกอากาศ และยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าที่เหลือรอดอยู่ไม่กี่ชนิด

ยามพลบค่ำนอกตัวเมืองสุพรรณบุรีอันเจริญรุ่งเรือง แสงสีประดับประดาบนตึกสูงใหญ่ส่องสว่างไสว ขับเน้นให้ตัวตึกสูงใหญ่นับหลายพันตึกดูงดงามในแบบสมัยใหม่ ตึกคอนโดสีเทาหม่นเล็กๆท่ามกลางตึกใหญ่หลากสีสันนับสิบโอบล้อม ภายนอกดูไม่น่าดึงดูดใจนัก แต่กลับให้ความรู้สึกถึงความลึกลับ ความเงียบสงบอย่างบอกไม่ถูก สถานที่นี้กลับไร้ผู้คนสัญจร ถ้าเทียบกับตึกคอนโดอื่นๆที่อยู่ในระแวกนี้ จึงแทบไม่เป็นที่สนใจ พนักงานรักษาปลอดภัยหน้าตึกคือจักรกลในรูปลักษณ์เสมือนมนุษย์ เฝ้าตามจุดต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่งตัวกลมกลืนเข้ากับบรรยากาศของตัวตึกได้เป็นอย่างดี

ไม่นานนัก ยานยนต์เหาะลำสีแดงหรูหราบ่งบอกสถานะของผู้มาเยือนได้เป็นอย่างดี พุ่งลงมาจอดเทียบท่าลานจอดยานเหาะหน้าคอนโดลึกลับอย่างรวดเร็ว เครื่องยนต์เสียงเบาบางถูกดับลง ตัวยานเหาะที่ลอยอยู่เหนือพื้นไม่กี่สิบนิ้วลงจอดแนบสนิทบนพื้นลานจอดขัดเงาอย่างนุ่มนวล

ประตูยานเหาะถูกเปิดออก ท่อนขาขาวเนียนเพรียวยาวไร้เสื้อผ้าปกปิดโพล่ออกมานอกยานเหาะข้างหนึ่ง รองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมสีดำสนิทเหยียบยันทรงตัวอยู่กับพื้นลาดจอดเพียงข้างเดียว ขณะที่ร่างเจ้าของท่อนขาอันสวยงามดันตัวออกจากยานเหาะ พอร่างโพล่พ้นยานเหาะก็เผยให้เห็นหญิงสาวร่างสูงโปรงร่างกายเพรียวบาง ทรวดทรงองค์เอวสุดเซ็กซี่หุ่นยอดนิยมของหญิงสาวในยุคนี้ สวมใส่ชุดเดรสสีแดงยาวผ่าสูงโชว์ขาอ่อนสีขาวนวล เธอเดินออกห่างยานเหาะเพียงไม่กี่ก้าวร่างกายก็ลอยเหนือพื้น หากสังเกตดีๆภายใต้พื้นรองเท้าส้นสูงสีดำมีแรงดันทรงพลังบางอย่างผลักดันให้หญิงสาวทรงตัวลอยเหนือพื้นบริเวณเหนือลานจอด

หญิงสาวเคลื่อนตัวไปด้านหน้าตามที่ใจเธอต้องการอย่างรวดเร็ว เมื่อเคลื่อนตัวถึงประตูหน้าตึกคอนโดที่เป็นกระจกสีดำสนิท หญิงสาวเพียงยกแขนขวาวาดผ่าน กำไลสีโปร่งแสงที่ข้อมือพลันปรากฎแสงวาบสีเขียวขึ้นชั่วครู่

ขณะที่ประตูกระจกหน้าคอนโดก็ปรากฏตัวอักษรภาษาอังกฤษสีเขียว 'OPEN' กระจกดำที่แนบชิดสนิทไร้รอยต่อ ก็เผยให้เห็นทางเดินไปสู่ห้องโถงต้อนรับอันหรูหรา แต่กลับร้างผู้คน บริเวณเคาท์เตอร์มีหุ่นจักรกลรูปลักษณ์เสมือนมนุษย์ในชุดเครื่องแบบคอยต้อนรับ กล่าวทักทายและเคารพแขกผู้มาเยือนอย่างสุภาพ หญิงสาวผู้มาเยือนเพียงผงกหัวรับ ทำเพียงเคลื่อนตัวเหนือพื้นห้องโถงอย่างรวดเร็วไปยังอีกช่องทางเดินหนึ่ง จนถึงโถงกว้างประดับประดาไปด้วยของตกแต่งล้ำค่าอยู่จำนวนหนึ่ง เมื่อแหงนมองด้านบน จะพบกับช่องทางสี่เหลี่ยมที่ตรงไปถึงเพดานสูงสุดของตึก มีลักษณะคล้ายกับปล่องไฟสี่เหลี่ยม ซึ่งมีขนาดกว้างใหญ่ มีไว้สำหรับแขกที่ใช้รองเท้าเหาะ สามารถพุ่งตรงไปยังชั้นด้านบนได้ทันที โดยไม่ต้องขึ้นลิฟท์ของทางตึก ซึ่งช่องทางนี้สามารถรองรับแขกได้นับหลายสิบคนเหาะขึ้นไปพร้อมกันได้โดยไม่อึดอัด

หญิงสาวเหาะขึ้นไปช่องทางด้านบนด้วยความรวดเร็ว ชายกระโปรงชุดเดรสสะบัดตามแรงลมที่ปะทะ จนหยุดการเคลื่อนที่ที่กระจกสีดำคล้ายคลึงกับประตูทางเข้าตึกคอนโด ภายในกระจกมีตัวอักษรสีแดงตัวใหญ่ส่องสว่างแสดงหมายเลขชั้น 20 หญิงสาวทำอย่างที่เคยทำหน้าประตูตึกคอนโด โดยวาดแขนขวาผ่าน ตัวอักษรสีแดงหมายเลขชั้น 20 พลันเปลี่ยนเป็นสีเขียว เลขสองกับเลขศูนย์พลันแยกออกห่างจากกัน เผยให้เห็นช่องทางเดินกว้างโล่ง แทบซ้ายและขวามีตัวเลขบ่งบอกเลขห้อง

หญิงสาวเคลื่อนตัวไปเรื่อยๆความเร็วไม่ช้าและไม่เร็วเกินไป สายตากวาดมองซ้ายขวา ก่อนไปหยุดที่ห้องหมายเลข 208 รองเท้าเหาะหยุดทำงานลง ร่างที่ทรงตัวเหนือพื้นตกลงบนพื้นทางเดินหน้าห้อง 208 เธอกดกริ่ง ยืนหันหลังให้กับประตูห้องดังกล่าวสักพัก รอจนประตูกระจกสีดำแนบสนิทเปิดออกจึงหันตัวกลับไปมอง มองไปยังประตูกระจกที่เปิดแง้มออกไม่กว้างนัก เห็นเพียงชายหนุ่มร่างสูงชะโงกร่างออกมาดู โครงหน้าคลับคลากับหญิงสาวไป 6 ถึง 7 ส่วน ร่างกายสูงใหญ่ผิวสีน้ำผึ้งซีด แถมร่างกายก็ยังดูเติบโตขึ้นมากจากการเห็นครั้งล่าสุดของเธอ น่าจะสูงราวๆ 185 ได้มั้ง ลักษณะไม่อ้วนไม่ผอม ร่างกายสมส่วนน่าจะดูแลตัวเองเป็นอย่างดี เธอลอบประเมินในใจชายหนุ่มอย่างชื่นชม

เมื่อชายหนุ่มเผชิญหน้ากับหญิงสาวแสนสวยหน้าประตู ดวงตาก็ตาก็พลันเบิกกว้าง บ่งบอกอาการตื่นตะลึงจนออกนอกหน้า อุทานเปล่งเสียงออกไปในทันที "เฮ้ย พี่ฟ้า มาได้ยังไง"

หญิงสาวชักสีหน้า ไม่พูด ทำเพียงผลักร่างชายหนุ่มออกห่างจากเส้นทางเดินเข้าห้อง เธอเดินตรงดิ่งเข้าไปในห้องราวกับบ้านตัวเอง เมื่อถึงห้องรับแขกเธอก็อึ้งไปชั่วครู่หนึ่ง เธอไม่รู้ว่านี่ใช่ห้องรับแขกแบบที่เธอคิดไหม หรือว่าใช่ แล้วทำไมสภาพห้องรับแขกที่นี่ ถึงไม่มีเครื่องประดับตั้งโชว์ ไม่มีอะไรเลย มีแต่เพียงพื้นที่กว้างโล่งขนาดประมาณ 12 ตารางเมตร ไม่มีอะไรเลย แม้แต่โต๊ะ เก้าอี้ชุดรับรองแขกก็ไม่มี หญิงสาวสีหน้าเริ่มไม่ดีขึ้นไปอีก เมื่อเห็นสภาพห้องรับแขกของน้องชายตัวเอง ที่ไม่ปรารถนาจะรับแขกเลย รู้ได้ทันทีว่าน้องชายเธอคงไม่มีเพื่อนคบ หรือไม่อยากคบเพื่อน มันต้องเป็นอะไรสักอย่างในนี้สองอย่างนี้แน่

แต่เมื่อเธอเดินทะลุมาถึงห้องครัว สีหน้าหญิงสาวก็ดูดีขึ้น ข้าวของถูกจัดสรรวางได้อย่างมีระบบระเบียบ เครื่องมือเครื่องใช้ล้ำสมัยที่จำเป็นก็มีครบครัน เรียกได้ว่าไม่ขาดตกบกพร่อง เมื่อเปิดนั่นดูนี่จนพอใจเธอก็คิดจะตรงไปยังห้องนอนน้องชายที่อยู่ตรงข้าม แต่เมื่อชายหนุ่มรู้ถึงความคิดพี่สาวตัวเอง ไม้ตายสารพัดที่สามารถใช้ขัดขวางได้เขาก็ไม่ลังเลที่จะใช้มัน แต่ก็ไม่สำเร็จ เขาประมาทสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าพี่สาวมากเกินไป ท่าไม้ตายที่เหนือกว่า ที่ใช้เพียงใบหน้าอันโกรธเกรี้ยว เหมือนดังมารดามาเจอลูกชายกระทำความผิดร้ายแรง ยิ่งเขามีความผิดติดตัว ท่าไม้ตายนี้เขายากที่จะรับไหว

"ที่อยู่ก็ใช้ได้นี่ ไม่เห็นจะต้องอายเลย" น้ำเสียงราบเรียบพูดขึ้น ขณะที่เห็นห้องนอนน้องชายสมใจ มันมีขนาดกว้างราวๆ 10.5 ตารางเมตร เตียงนอนสีไม้อ่อนขนาด 6 ฟุต ตั้งวางอยู่มุมหนึ่งของห้อง ส่วนปลายเตียงมีโต๊ะคอมพิวเตอร์รุ่นล่าสุดพร้อมอุปกรณ์เทคโนโลยีทันสมัยที่ใช้อยู่จำนวนหนึ่ง คอมพิวเตอร์ถูกเปิดทิ้งไว้แต่เธอยังไม่ทันได้เห็นชัดว่าบนหน้าจอมีอะไร ชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆก็ทำอะไรบางอย่างโดยที่เธอไม่รู้ ภาพบนจอคอมพิวเตอร์พลันกะพริบแล้วดับลง ก่อนเปิดติดขึ้นมาอีกครั้งด้วยภาพใหม่ หญิงสาวขมวดคิ้วรู้สึกน่าสงสัย เมื่อเธอขยับเข้าไปใกล้อีกนิด จึงเห็นได้ชัดว่าเป็นหน้าหนังสือ ก็พอเดากิจวัตรยามว่างของน้องชายออก สีหน้าเธอดูดีมากเมื่อเห็นแบบนี้น่าภูมิใจ ส่วนสีหน้าของชายที่เพิ่งผ่านพ้นวิกฤตวัยว้าวุ่นก็ดูโล่งใจเป็นอย่างมาก

หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบๆอีกครั้งว่าไม่พลาดจุดไหน ก่อนตรงดิ่งไปยังเก้าอี้หมุนบุนวมที่ตั้งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์ เธอทิ้งตัวนั่งไขว่ห้างขยับจนรู้สึกว่าสบายตัว จึงหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับน้องชายตัวเอง "เอาเป็นว่า พี่จะไม่ถามอะไรหรอกนะว่าทำไม อีกอย่างถึงถามไป เธอเองก็คงจะไม่คิดตอบอะไรพี่อยู่ดี...จริงไหม" สีหน้าของชายหนุ่มดูไม่ดีนัก เอามือประสานกันอยู่ระหว่างขาอย่างสำนึกผิด ท่าทางน่าสมเพช สีหน้าแม้เรียบนิ่งแฝงแววเย็นชา แต่กลับมีดวงตาที่เศร้าหมองเกินวัย และเธอก็สังเกตมันได้ตั้งแต่ที่ชายหนุ่มเปิดประตูออกมาแล้ว

หญิงสาวเมื่อสังเกตเห็นดวงตานั้นก็ขมวดคิ้ว ในใจอยากจะเค้นถามความจริงทั้งหมด ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะอะไรน้องชายที่แสนร่าเริงกลับตีตัวออกห่างจากสังคมที่รัก และที่น่าเจ็บใจ หากเธอไม่ไปที่มหาวิทยาลัยในวันที่น้องชายสมควรที่จะรับปริญญา เธอเองก็จะไม่มีวันรู้ว่าน้องชายของตนลาออกจากสถานศึกษามานานหลายปี เธอละเลยเขาเกินไป เพราะเธอเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า น้องชายสามารถดูแลตัวเองได้ไม่จำเป็นต้องห่วง เขาโตพอแล้ว เธอไม่รู้ว่าเธอคิดผิดหรือคิดถูกที่คิดแบบนั้น และถ้าหากเธอไม่มีเส้นสายไม่มีหน้ามีตาในสังคม เธอก็ไม่มีทางสืบรู้ว่า น้องชายของเธอปลีกตัวมาอยู่ที่นี่ แต่ก็เอาเถอะ ก็ยังนับว่าโชคดี ที่เขาไม่เป็นไร อย่างไรพวกเราก็มีกันแค่สองพี่น้อง เธอย้อนคิดไปยังวันที่ได้รับข่าวของน้องชายที่ลาออกจากมหาวิทยาลัยจากเพื่อนของเขา ถ้าหากข่าวที่เธอได้รับรู้วันนั้น เป็นข่าวที่ว่าไม่มีเขาอยู่บนโลกนี้แล้ว เธอจะเป็นยังไง ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิดในใจ ที่น้องไม่ยอมบอกอะไรเธอเลย ถึงเธอจะยุ่งกับงาน แต่ก็ว่างเสมอสำหรับการติดต่อจากน้องชาย แต่เจ้าเด็กนี่ก็ไม่ยอมติดต่อมาเลยสักครั้งตั้งแต่เล็กจนโต

"ขอโทษครับพี่ ที่ผมไม่ได้บอก ผมแค่อยากลองมาใช้ชีวิตด้วยเองดูบ้างก็เท่านั้น" น้ำเสียงเรียบนิ่ง แสดงถึงความรู้สึกผิดกับพี่สาว แต่การที่บอกว่าอยากลองมาใช้ชีวิตด้วยตัวเอง หญิงสาวก็รู้ทันทีว่าน้องชายโกหก แววตาเศร้าหมองนั่น มีเพียงไม่กี่เรื่องที่จะเป็นเช่นนั้นได้ ทำให้หญิงสาวมีสีหน้าไม่พอใจมากยิ่งขึ้น ถึงอยากรู้เรื่อง แต่ก็ไม่อยากให้คนไปสืบ ในเมื่อน้องชายไม่อยากบอก เธอก็ควรจะเคารพในการตัดสินใจของเขา แต่เมื่อชายหนุ่มเห็นสีหน้าไม่ค่อยพอใจของพี่สาวตัวเอง เขารีบอธิบายต่อไปว่า "พี่ไม่ต้องกังวลหรอกครับ ผมไม่เป็นไรจริงๆ ผมยังสบายดีอยู่ ผมเองก็ไม่ได้อยู่เฉยๆไปวันๆสักหน่อย ผมโตแล้วนะพี่ ผมสามารถเรียนจนจบ มีทำงานดีๆทำอยู่นะครับ ค่าใช้จ่ายก็หาเองได้แล้ว เงินที่พี่ส่งมาให้ทุกเดือน ผมก็เก็บสะสมไว้ไม่ได้ใช้สิ้นเปลืองเลยนะครับ"

หญิงสาวรู้เรื่องพวกนี้หมดแล้ว ก่อนมาได้ทำการตรวจสอบสถานที่อยู่อาศัย ที่ทำงาน การศึกษา ก็พึงพอใจอย่างมาก แต่เมื่อตรวจสอบบัญชีการเงินเข้าออกในตลอดหลายปีที่ผ่านมา ถึงกับไม่รู้ว่าตัวเองต้องแสดงอารมณ์ยังไง ด้วยฐานะของเธอและน้องชาย ก็เรียกได้ว่าเป็นมหาเศรษฐีในระดับหนึ่ง มีหน้ามีตาในสังคมโดยไม่ต้องอายใคร แต่ว่า เงินที่น้องชายใช้เทียบกับเมื่อก่อน มันเหมือนเป็นคนละคนกันเลย เสื้อผ้าที่เคยใช้มีแต่ของแบรนเนมราคาแพง มีเปลี่ยนได้ทุกวันไม่ซ้ำชุด แต่ในปัจจุบันกลับใช้เพียงของทั่วไป มันจึงทำให้เธอรู้สึกวิตกในใจอย่างมาก น้องชายที่เคยมีพรสวรรค์ใช้จ่ายเงินทองหลั่งไหลออกจากกระเป๋าดังสายน้ำ กับน้องชายที่ใช้เงินอย่างประหยัดในเวลานี้ เธอไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกยินดีกับน้องชายแบบไหน

น้องชายที่รักการเข้าสังคม ชอบเที่ยวสถานบันเทิง กลับตีตัวออกห่างทุกอย่างที่ว่ามา จนเวลานี้หากเธอสามารถขอพรได้หนึ่งข้อ เธออยากข้อให้น้องชายเป็น ลูกล้างผลาญเช่นเดิม อย่างน้อยเธอก็ยังเห็นเขามีใบหน้าที่เปี่ยมสุข

"เรื่องนั่นพี่รู้แล้ว พี่มาในวันนี้ ก็ไม่คิดจะมาต่อว่าอะไรหรอก เธอจะลาออกจากมหาลัยใช้ชีวิตยังไง มันก็เป็นสิทธิของเธอ พี่แค่มาเยี่ยมเยี่ยนน้องชายตามประสาพี่สาวคนหนึ่ง ว่าอยู่ยังไงบ้าง ทำอะไรที่ไหน เป็นยังบ้างสบายดีไหมแค่นั้นเอง แต่จริงๆที่มานอกจากเรื่องพวกนั้นพี่ก็มีเรื่องให้ช่วยอยู่หรอกนะ ซึ่งพี่เชื่อว่าเธอต้องทำได้ ถ้าทำเสร็จพี่ก็จะสัญญาว่าจะไม่ถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ตกลงไหม อยากทำไรก็ทำพี่ให้อิสระในการตัดสินใจเต็มที่"

"ตกลงครับ" ชายหนุ่ม ถึงจะไม่พอใจเท่าไหร่นักที่พี่มาหาเพราะอยากให้ช่วย แต่ก็ตอบรับทันทีโดยไม่ได้คิดใคร่ ครวญ เพราะเขาไม่อยากให้พี่ถามอะไรเกี่ยวกับเรื่องราวที่ผ่านมา ปล่อยให้มันผ่านไปดีกว่า "แล้วงานเป็นแบบไหนล่ะครับ"

"รู้จักเดอะเวิลด์ไหม?" หญิงสาวถามลองเชิง

"เดอะเวิลด์ มีตั้งหลายอัน แล้วเดอะเวิลด์ที่ว่านั่นคืออะไร ใช่เกมหรือเปล่าครับ" พอหญิงสาวพยักหน้ายืนยัน ในใจชายหนุ่มก็ร้อง 'อ๋อ' ทันที "เดอะเวิลด์ เกมออนไลน์ของไกอา เอนเตอร์ไพรส์อะไรนั่นเหรอครับ..." ชายหนุ่มขมวดคิ้ว เมื่อเห็นว่าสิ่งที่เขาคิด ถูกต้อง "แต่ว่าพี่ฟ้า..." ชายหนุ่มต้องการจะพูดบางอย่าง สีหน้าดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก แต่ไม่ทันจะได้พูดอะไร พี่สาวของเขาก็ขัดขึ้น "ไม่มีแต่ ส่วนเรื่องที่ทำงาน พี่ได้ยื่นใบลาออกให้แล้ว คงไม่มีเรื่องอะไรให้ค้างคาใจใช่ไหมล่ะ สรุปว่า ตกลงเอาตามนี้ ห้ามปฏิเสธ"

ชายหนุ่มหน้างอ ทำได้แต่พ่นลมหายใจออกมาอย่างขุ่นเคือง ถึงไม่อยากทำแต่ก็ปฎิเสธไม่ได้อยู่ดี เอาเถอะทำไปก็ไม่ได้เสียหายอะไร ก็แค่เกมเกมหนึ่ง "แล้วจะให้ผมทำอะไรในนั้นล่ะครับ" ชายหนุ่มถาม

ถ้าหากพูดถึง The World มีใครบ้างไม่รู้จัก มีใครบ้างไม่สนใจ มันเป็นเกมออนไลน์ใหม่ที่ฮือฮาอย่างมากในหมู่วัยรุ่นทั่วโลก แถมยังเป็นหนึ่งในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของนักเรียนและนักศึกษา ถึงจะรู้ข้อมูลข่าวสารมันอยู่บ้าง ว่าเป็นเกมที่คนใหญ่คนโตอ้างว่าดีสำหรับผู้คนอย่างนั้นอย่างงี้ แต่ช่วงตัวเกมเปิดตัวและได้เปิดหลักสูตรภาควิชาเขาก็ลาออกจากมหาวิทยาลัยไปหลายปีแล้ว จึงไม่ได้เข้าเรียนหลักสูตรภาคบังคับนี้ ถึงแม้มันจะเปิดกว้างให้บริการกับบุคคลทั่วไปไม่จำกัดเพศหรือเชื้อชาติ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาสนใจมันอยู่ดี เพราะเขารู้ว่า

The World ไม่ใช่แค่เพียงเกมออนไลน์เสมือนจริงที่แสวงหาผลประโยชน์จากผู้เล่นธรรมดาทั่วไป ภายในยังมีสังคมอีกรูปแบบหนึ่ง มีการค้าที่บริษัทจากโลกแห่งความจริงสามารถเข้าไปเปิดบริการได้ และยังเปิดโอกาสให้คนธรรมดาได้เปิดกิจการของตัวเองได้อิสระ เรียกได้ว่าใครอยากทำมาหากินอะไรก็เริ่มต้นได้เลย เพียงแต่ว่าเรื่องมันไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น โลกแห่งความจริงจะมีการค้าขายที่เกี่ยวพันกับเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกแสนทันสมัยและการผลิตพวกมันในยุคสมัยนี้เป็นไปได้อย่างง่ายดาย ด้วยคำว่าเครื่องจักร

แต่ขณะที่การค้าภายในโลกแห่งเกมนั้น สิ่งที่สำคัญคืออาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยา วัตถุดิบที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตมันไม่ได้หามาได้ง่ายๆ ต้องเริ่มตั้งแต่แรกใหม่ ไม่มีเครื่องจักร ทุกอย่างต้องใช้แรงงานคน แม้แต่การทำการเกษตร ก็ต้องเริ่มตั้งแต่หาเมล็ดพันธุ์มาเพราะปลูกให้ได้เสียก่อน เมื่อได้มาก็ต้องแปรรูปวัตถุดิบที่ได้ต้องทำทีละขั้นตอน ทีละขั้น กว่าจะออกมาเป็นสิ่งของที่เป็นรูปร่างชิ้นหนึ่ง แถมยังต้องมาตรวจสอบอีกว่าสินค้ามีคุณภาพระดับไหน ถ้าทำออกมาได้ดีก็ดีไป ถ้าทำออกมาแย่ก็ขาดทุน ซึ่งของพวกนี้มันเป็นวิถีของมนุษย์ในอดีต 600 ถึง700 ปีที่แล้ว

แต่สำหรับผู้คนในยุคนี้ ที่เคยชินกับเทคโนโลยีและเครื่องจักรกล จะรู้จักแต่เพียงการควบคุมและพัฒนาเทคโนโลยีมาโดยตลอด และเป็นแบบนี้ยาวนานนับร้อยๆปีมาแล้ว ในขณะที่สถานการณ์ในโลกเกม ผู้คนจะต้องกลายมาเป็นผู้ผลิตเสียเอง เรียกได้ว่ายากเย็นแสนเข็ญ ถึงในข้อมูลหลักของโลกจะมีบันทึกข้อมูลกระบวนการผลิตสิ่งของเครื่องมือเครื่องใช้ วิธีการทำอาหาร วิธีการล่าสัตว์ วิธีการตัดเย็บเครื่องนุ่งห่ม วิธีการสร้างอาวุธและยังมีอย่างอื่นอีกมากนับไม่ถ้วนในรูปแบบวิถีเก่า แต่ข้อมูลก็คือข้อมูล ถึงจะมีวิธีทำทั้งคำอธิบายเป็นลายลักษณ์อักษร ภาพนิ่ง หรือไม่เว้นแม้แต่ภาพเคลื่อนไหว แต่จะมีสักกี่คนที่สามารถเรียนรู้และทำสิ่งของพวกนี้ออกมาได้ดีจริงๆ

แต่ถ้าหากใครสักคนมีฝีมือสร้างของพวกนี้ขายในโลกแห่งเกมได้ล่ะนะ ก็เรียกได้ว่าเป็นความโชคดีของความโชคดี หากใช้ให้ถูกทางก็สามารถกอบโกยผลประโยชน์ได้อย่างมหาศาล

เดี๋ยวนะ! หรือว่า พี่จะให้เราทำสิ่งนี้ ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ขณะเดียวกันไฟล์ข้อมูลขนาดใหญ่บางอย่างก็ถูกถ่ายโอนจากพี่สาวตรงมายัง 'ไพรเวทสมาร์ทวอทช์' เทคโนโลยีทันสมัยที่เป็นทั้งเครื่องมือแสดงตัวตน เครื่องมือสื่อสาร เครื่องเก็บข้อมูลและกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งของผู้ชายจะอยู่ในรูปลักษณ์ของนาฬิกาข้อมือ ขณะที่ผู้หญิงจะมีชื่อเรียกอีกอย่าง มักจะอยู่ในรูปลักษณ์ของกำไลข้อมือแทน ซึ่งประชาชนทุกคนบนโลกจำเป็นต้องมีกันทุกคน ซึ่งจะแตกต่างกันก็แค่สี ฟังก์ชั่นที่มี รูปแบบการทำงาน วัสดุที่ใช้ผลิต ซึ่งจะมีราคาที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล

"ให้ผมเรียนทั้งหมดนี่เลยเหรอครับ" ชายหนุ่มอึ้ง อ้าปากค้างไปชั่วขณะ เมื่อเห็นข้อมูลสิ่งต่างๆยุคเก่า ที่มีข้อมูลมากถึงหลายพันทีบี (TB)* สีหน้าของชายหนุ่มก็ซีดลงเรื่อยๆ เขาไม่ได้เกลียดการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพียงแต่เขาไม่ชอบการเรียนรู้ในสิ่งที่ไม่ได้จำเป็นกับชีวิต ซึ่งมนุษย์ยุคนี้มันไม่ได้จำเป็นเลย เกมมันก็แค่กระแส ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ข้อมูลมากมายให้เปลืองพื้นที่สมองเปล่าๆ

หญิงสาวพยักหน้า สีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ความรู้สึกเดียวที่แสดงให้ชายหนุ่มรับรู้คือ ต้องทำ ไม่ทำตาย "ใช่ พี่ให้ผู้เชี่ยวชาญทำการคัดกรองข้อมูลที่จำเป็นมากที่สุด มีสูตรคำนวน วิธีการใช้ชีวิตอย่างละเอียด แล้วอีกอย่าง หนึ่งอาทิตย์หลังจากนี้ เครื่องเล่นเกมจะถูกส่งมา เธอใช้เวลาช่วงนี้เรียนรู้สิ่งที่จำเป็นให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเรียนรู้ได้ละกัน เธอต้องเตรียมให้พร้อม ฝากด้วยล่ะ" ชายหนุ่มพยักหน้าขณะที่เปิดการเชื่อมต่อไร้สายบน'ไพรเวทสมาร์ทวอทช์' แชร์ข้อมูลไปยังคอมพิวเตอร์ของตัวเอง ให้เอไอส่วนตัว (Ai)* ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ทำการคัดกรองสิ่งต่างๆที่สำคัญเรียงลำดับจากมากสุดไปหาน้อยสุด ซึ่งจะต้องใช้เวลาดำเนินการสักพัก

"พี่ยังไม่ได้บอกผมเลยนะครับ ให้ผมเข้าไปทำอะไร คงไม่ใช้ให้เปิดโรงงานทำของพวกนี้หรอกนะ พี่คาดหวังในตัวผมสูงเกินไปไหมเนี่ย" ชายหนุ่มถาม ขณะที่ตัวเองคอยเช็คข้อมูลที่เอไอส่วนตัวกำลังจัดการให้

หญิงสาวพอได้ฟังก็หลุดขำมาครั้งหนึ่ง ใบหน้ายิ้ม ก่อนจะพูดต่อไปว่า "บ้าหรือเปล่า คิดไปได้ไงนั่น เปิดโรงงาน ฮ่าๆอย่างนายนี่นะ"

"อ้าว ก็พี่เล่นทำหน้าจริงจังขนาดนั้นนี่ แถมข้อมูลนี่ พี่กะให้ผมเป็นผู้เชี่ยวชาญวิถีเก่าเลยสินะ เป็นใครเจอแบบผมก็คิดเหมือนกันล่ะ" ชายหนุ่มประท้วง ขณะที่เอไอส่วนตัวก็จัดข้อมูลเสร็จพอดี เขาก็ทำการเลือกสิ่งที่จำเป็นแล้วเปิดออกดู ก่อนจะรู้สึกกระหายน้ำจึงเดินไปยังตู้เย็นเพื่อเปิดเอาน้ำดื่ม แล้วย้อนกลับมาพร้อมน้ำดื่มสองขวด

"ไม่ใช่ พี่แค่อยากได้รูปสาวงามชาวแผ่นดินใหญ่ภายในเกมสักร้อยภาพ แค่นั้นเอง งานง่ายๆ"

"พรวด...หา!!!" ชายหนุ่มถึงสำลักน้ำดื่มพุ่งพรวด หน้าตาเลิ่กลั่กหวนคิดถึงสีหน้าจริงจังของพี่สาวก่อนหน้า นั่นมันคืออะไรกัน ทำไมช่างไร้เหตุผลขนาดนี้ ชายหนุ่มใช้ชายเสื้อตัวเองเช็ดคราบน้ำเลอะเทอะบริเวณปาก ก่อนจะไปนั่งลงบนที่นอน "จริงเหรอพี่" เขาคาดหวังอย่างมากกับคำว่า 'ล้อเล่น' เป็นครั้งแรกที่เขาจะรู้สึกดีมาก ถ้าหากได้ยินคำนี้ กับหูสักครั้ง

"เรื่องจริงสิ" หญิงสาวยืนยัน

ชายหนุ่มถึงก็พ่นลมหายใจออก ถึงจะรู้นะว่าพี่สาวมีความชอบที่เบี่ยงเบน และก็ไม่ได้แปลกประหลาดอะไรสำหรับคนยุคสมัยนี้ แต่การที่ให้น้องชายคนเดียว ที่ลาขาดจากสังคมไปนานจนลืมไปแล้วว่าควรจะรู้สึกยังไงกับหญิงสาวไปทำงานนี้ นี่มัน เหตุผลอะไรกัน

"บางที ผมก็อยากให้พี่ล้อเล่นกับผมแบบเดิมนะ" ชายหนุ่มกุมขมับ เมื่อเห็นรอยยิ้มกรุ้มกริ่มของพี่สาว สายตาเจ้าชู้ที่แสดงออกมาทันทีที่หูได้สัมผัสกับคำว่า 'ผู้หญิง'นั่น เขาอยากจะควักมันทิ้งจริงๆ "เอาเถอะยังไงผมก็จะทำให้ล่ะกัน ยังไงก็รับปากไปแล้วนิ" ชายหนุ่มจนใจ

"สุดยอดมากน้องพี่ แบบนี้สิน้องพี่น่ารักที่สุด" ท่าทางร่าเริงผิดกับช่วงเวลาที่ผ่านมา ก็ยิ่งทำให้ชายหนุ่มเริ่มหงุดหงิดใจไม่น้อย แต่ในขณะเดียวเขาก็เห็นแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งยื่นตรงมาที่เขาแบบแอบๆ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเห็นกระดาษได้ในยุคที่จัดการข้อมูลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมด แถมบนเนื้อหานั่น ยังเขียนเป้าหมายที่เขาสมควรจะทำอีกหนึ่งอย่างก่อนจะถูกพี่สาวขย้ำมันทิ้ง

"มันสำคัญขนาดนั้นเลยหรอพี่ ที่ต้องให้ผมทำ" ชายหนุ่มถามเจาะจง ซึ่งหญิงสาวรู้ดี ว่าน้องชายตัวเองพูดถึงเรื่องอะไร แต่ถ้าหากถูกดักฟังและแฮ็กข้อมูลเข้ามาล่ะก็ สิ่งที่พวกเขารู้ก็แค่เรื่องพี่น้องคุยขำขันทั่วไป

หญิงพอได้ยินก็พยักหน้า "อืม แล้วทำได้ปะล่ะ" น้ำเสียง คำว่า 'อืม' ของพี่สาวก็ทำให้ชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงความเครียดในทันที ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสำคัญ และคงต้องสำคัญมากๆ

"ให้ตายเถอะ ได้ๆ เดียวผมจัดการให้ แล้วพี่ก็กลับไปได้ละ ที่หลังไม่ต้องมาเลยนะ สวยๆแบบพี่ไปนั่งยานเหาะวนเล่นรอบเมืองสักสามสี่รอบก็ได้ ไอ้รูปถ่ายเนี่ยอยากได้สักร้อยภาพพันภาพก็หาได้แท้ๆ แถมยังอาจจะได้ทำอะไรๆโรคจิตๆแบบที่พี่ชอบด้วย" ชายหนุ่มพอได้โอกาสก็เข้าไปด้านหลังเก้าอี้หมุนบุนวม เขย่ามันอย่างกะทันหันจนหญิงสาวตกใจร้องว๊าย!! เด้งตัวลุกขึ้น ยังไม่ทันได้หายตกใจ แม้ปากอยากจะอ้าด่าน้องชายตัวแสบมากแค่ไหน ก็ยังไม่มีโอกาสได้ทำก็ถูกชายหนุ่มเข้ามาประกบหลังดันร่างเธอให้เดินไปข้างหน้า เป้าหมายคือพยายามพาเธอออกนอกห้อง

"กลับไปได้ล่ะ ที่หลังไม่ต้องมาเลยนะ ห้องของหนุ่มๆ สาวๆอย่างพี่ห้ามเข้ามาอีก"

"เดี๋ยวๆสิ อะไรกัน นานทีจะได้เจอพี่สาวแท้ๆ เอะอะก็ไล่ออกจากห้อง ขอพี่อยู่ต่ออีกหน่อยเถอะนะ นะๆ พี่ยังไม่ได้กินข้าวเลย เดินทางมาตั้งไกลไม่เห็นใจพี่สาวตาดำๆหน่อยหรอ" หญิงสาวพยายามใช้คำพูดหว่านล้อม สีหน้าออดอ้อน เพื่อขออยู่ต่อ พยายามใช้เรี่ยวต่อต้านไม่ยอมถูกไล่ออกจากห้องแต่โดยดี แต่จะสู้เรี่ยวแรงผู้ชายได้ยังไง ถึงจะเป็นน้องก็เถอะ แต่ผู้ชายก็คือผู้ชาย ซ้ำร่างกายยังมีขนาดใหญ่กว่าเธอตั้งเท่าหนึ่ง สุดท้ายหญิงสาวก็พ่ายแพ้ไปโดยปริยาย หน้าตาละห้อยเพื่อเรียกคะแนนสงสารเต็มที่ แต่ก็ไม่ได้ผลอยู่ดี ใครใช้ให้เจ้าน้องคนนี้มันไร้ความรู้สึกขนาดนั้น แต่ในเมื่อมารยาหญิงใช้ไม่ได้ผลละก็

หญิงสาวชักสีหน้าไม่พอใจ ใช้ลูกไม้แง่งอนใส่ทันที "จำไว้เลย ต่อไปพี่ไม่มาหาแล้ว ค่าขนมก็ไม่ส่งให้ ตัดขาดพี่น้องกันไปเลยเจ้าเด็กบ้า ชริ!"

"เป็นเกียรติอย่างมาก คุณพี่คนแปลกหน้า" ชายหนุ่มยิ้ม เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวเห็นประกายสดใสในดวงตาชายหนุ่ม ท่าทางยียวน ถึงเห็นแล้วจะรู้สึกดี แต่มันก็น่าหมั่นไส้แบบสุดๆ ฉุดอารมณ์ไว้ไม่อยู่

"หนอยเจ้าเด็กนี้" หญิงสาวหงุดหงิด เตะหน้าแข็งชายหนุ่มทันทีดัง 'ป๊าบ!' ชายหนุ่มร้องลั่นด้วยความเจ็บ "ยัยพี่บ้า จะเตะกันก็หัดถอดรองเท้าก่อนสิ มันเจ็บนะ อูย!! เจ็บๆๆ ขาจะหักไหมนี่ ฟู่ๆๆ" ชายหนุ่มทรุดตัวล้มลงนั่งติดอยู่กับพื้นลูบหน้าแข็งสีน้ำผึ้งของตัวเอง ที่บัดนี้กลายเป็นรอยจ้ำซ้ำสีแดง จากการโดนปลายรองเท้าส้นสูงสุดแข็งของพี่สาวเจาะให้ ความเจ็บปวดที่ยากเกินจะบรรยายนี้ ถูเท่าไหร่มันก็ไม่หาย

"สมน้ำหน้า เชอะ" หญิงสาวสะบัดหน้าหนี เดินออกไปอย่างไม่พอใจ แต่เมื่อเดินไปได้ระยะหนึ่งก็หยุดลง ความไม่พอใจเหมือนถูกดับลงไปชั่วคราว ชายหนุ่มที่มองแผ่นหลังผู้เป็นพี่สาวอยู่ตลอด ก็ได้ยินประโยคหนึ่งจากพี่สาว "นี่เมฆ ว่างๆ ก็กลับบ้านของพวกเราบ้างนะ" ก่อนหญิงสาวจะเหาะเหนือพื้นออกไป โดยไม่หันมามองอีก

ท่าทางแสดงออกของพวกเขาทั้งสองคนพี่น้อง แม้จะไม่พอใจกันและกัน แต่ในใจกับมีความสุข ความรู้สึกในใจที่บ่งบอกได้ว่า นี่ล่ะคือครอบครัว

_____________________________________

หมายเหตุ

1. อาคารรูปแบบคอมเพล็กซ์ คือ เป็นอาคารขนาดใหญ่ที่มีระบบอาคารซับซ้อนและมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลายรวมอยู่ด้วยกัน

2. TB คือ เทระไบต์ (Terabyte) หรือ เทราไบต์ ใช้ตัวย่อว่า TB เป็นหน่วยวัดขนาดของข้อมูลในคอมพิวเตอร์ เช่น ใช้เป็นหน่วยวัดความจุของหน่วยความจำหรือฮาร์ดดิสก์ เทระไบต์ มีขนาดอ้างอิงคร่าวๆ คือ 1 TB = 1,000,000,000,000 ไบต์ (หนึ่งล้านล้านไบต์) ใช้ในหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์ และในวิศวกรรมสื่อสาร หรือเทียบเท่าได้กับ 1,024 GiB = 1 TiB.

3. AI คือ AI : Artificial Intelligence (อาร์ตทิฟิคอล อินทอลนิจิน) หรือปัญญาประดิษฐ์ เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งของวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ที่เกี่ยวข้องกับวิธีการทำให้คอมพิวเตอร์มีความสามารถคล้ายมนุษย์หรือเลียนแบบพฤติกรรมมนุษย์ คือโปรแกรม Software (ซอฟแวร์) ต่าง ๆ ที่ใช้กับคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะความสามารถในการคิดเองได้ หรือมีปัญญานั่นเอง ปัญญานี้มนุษย์เป็นผู้สร้างให้คอมพิวเตอร์ จึงเรียกว่า ปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งในยุคสมัยในนิยาย เอไอมีตัวตนในคอมพิวเตอร์ สามารถรับคำใช้จากเจ้าของทำหน้าที่ได้ตามคำสั่ง คล้ายความสัมพันธุ์ระหว่าง คนรับใช้และเจ้านาย โดยเอไอ ทำได้ทุกอย่างที่อยู่ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่กำหนด

•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

0
โหวต 0 /10 คะแนน
จากสมาชิก 0 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

0 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

0 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...