นิยาย : _Kay_Nine_

อ่าน 121
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
1 ตอน
แต่งเมื่อ:
วันที่ 12 มี.ค. 2561 20:09 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง wayo
เด็กใหม่ (1)
เด็กใหม่ (0)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1. ช่วยเข้ามาติชมหน่อยน่ะ ถ้ามีคนอ่านเราจะแต่งต่อน่ะ

เขียนเมื่อ วันที่ 12 มี.ค. 2561 20:24 น.

 

 

ลองแต่งเล่นๆน่ะ ช่วยติชมกันด้วยน่ะ

 

 

               “โอ๊ย !!!”

                ผมร้องขึ้น เมื่อรู้สึกมีอะไรมากระทบที่หัว พร้อมทั้งจะหันไปด่า แต่ดันโดนแทรก

                “ไอ้เคย์ ไปแดกข้าวกัน กูหิวแล้ว”

                เด็กหนุ่มตาตี่ ผิวขาว คิ้วเข้ม มีลักยิ้ม ตัดผมรองทรง ตัวสูงราวๆ 180 เสื้อผ้าสะอาดสะอ้าน พูดด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะขาดใจตายราวกับไม่ได้กินอะไรมาเป็นปี ไม่ใช่ใครที่ไหน นาย  เพื่อนผมเอง ผมกับนายรู้จักกันตั้งแต่ม.ต้น ดังนั้นจึงสนิทกันจนบางทีผมก็รู้สึกสนิทกันมากจนเกินไป

                “อะไรของมึงเนี่ย กูเจ็บนะเว่ย มาให้กูตบคืนเลย”

                “ไปแดกข้าวกันเร็ว กูหิวววว”

                “มึงก็ไปแดกคนเดียวดิ กูยังไม่อยากลง”

                “ให้กูไปนั่งคนเดียวรึไง จิตใจมึงทำด้วยอะไรวะ”

                “ไม่กูไม่ลง มึงลงไปคนเดียวเลย”

                ผมยืนยันคำเดิมหนักแน่นเพราะมันตบหัวผมแต่มันไม่ยอมให้ตบคืน เลยอยากแกล้งมัน มันก็ดันตื้อ จะให้ผมไปกินข้าวเป็นเพื่อนท่าเดียว แล้วคงทนไม่ไหว จนต้องงัดไม้เด็ดออกมา

                “ถ้ามึงไม่ลง.... กูหอมแก้มนะ”

                มันกระซิบข้างหู ผมนี่ตาโตเลยครับ เพราะมันเคยทำต่อหน้าคนทั้งห้องมาแล้ว ผมจึงรีบลุกเดินนำมันไป พร้อมกับหน้าแดงที่คล้ายลูกมะเขือเทศ

                “ต้องให้กูขู่”

                มันพูดพร้อมเดินตามผมมา ผมขอแนะนำตัวก่อนนะครับ ผมชื่อ เคย์ ครินทร์ นครธานิน อายุ 17 ปี อยู่ ม.5 สูง 175 ผิวสีน้ำผึ้ง หน้าตาพอไปวัดไปวาได้ ไม่ได้ถึงกับหล่อเทพ แต่ก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหล่อะไร ผมเป็นคมมีเพื่อนไม่มาก แต่ก็พอมีคนรู้จักห้องอื่นบ้างเพราะแยกกันมาจากตอนม.ต้นครับ ผมเป็นคนเงียบๆ บางทีก็ดูเป็นคนไม่มีตัวตนในห้องเลยก็ว่าได้ แต่ผมก็ไม่ได้ซีเรียส

                “จะไปซื้อน้ำเอาอะไรไหม”

                “ไม่ต้องเลยไอ้เคย์ นั่งเฉยๆ เดี๋ยวกูไปซื้อให้”

                “เห้ย....”

                มันเดินไปโดยไม่ฟังคำที่ผมจะพูดต่อและมันก็เดินกลับมาพร้อมกับแก้วน้ำสองแก้ว ซึ่งมันก็รู้ใจผม

                “อ่ะ ชาเขียวหวานน้อยของโปรดมึง ”

                ผมยืนมือไปหยิบแก้วชาเขียวหวานน้อยจากมือไอ้นาย พร้อมส่งเงินยี่สิบบาทถ้วนให้มัน มันปล่อยมือจากแก้วชาเขียวแต่ไม่รับเงินจากผม

                “กูเลี้ยง”

                “ขอบใจ ”

                มีหรอครับของฟรีผมจะไม่เอา ผมดูดชาเขียวหวานน้อยของโปรดอย่างสบายใจ ไอ้นายมันมองผมดูดน้ำไม่ยอมกินข้าวจนผมวางแก้วน้ำลง

                “มองไร ไม่แดกข้าวไง๊ ไหนบอกหิว”

                “ก็จะแดกแล้วนี่ไง”

                หลังจากนั้นผมกับนายก็กินข้าวกันจนหมด แล้วกำลังจะเดินไปที่นั่งประจำ เป็นศาลาหลังตึกเงียบๆ ไม่ค่อยมีคนสักเท่าไหร่ ก็อย่างที่บอกแหละครับผมชอบอะไรที่เงียบสงบไม่วุ่นวาย ผมกับนายนั่งลง ผ่านไปสักพักความเงียบครอบงำ จนอีกฝ่ายก็คงรู้สึกได้

                “เอ่อ... เคย์”

                “ห๊ะ มีไร”

                “เสาร์นี้ ไปซื้อของเป็นเพื่อนกูหน่อยดิ”

                “ไม่ไปได้ป่าว ขี้เกียจวะ”

                “ไม่ได้ไอสัส กูอุตส่าเลี้ยงน้ำมึง”

                “โห่ เอาตังไปเลย”

                “ไปเถอะน่ะๆๆๆ ไปเถอะน่ะครับ น่ะๆ”

                มันเข้ามาอ้อนผมพร้อมทั้ง ส่งสายตาหวานและกระพริบตาปริบๆ ทำประหนึ่งว่าตัวเองเป็นเด็กน้อยน่ารัก อ้อนวอนขอขนมพี่ชายอย่างน่าเห็นใจ ทั้งๆที่ตัวมันเท่าควาย มาถึงตรงนี้ก็คงรู้แล้วใช่ไหมครับว่าความสัมพันธ์ ของผมกับไอ้นายมันแปลกๆ ใช่ครับมันแปลกจริงๆ ผมกับมันสถานะคือ มากกว่าเพื่อ แต่ยังไม่ใช่แฟนครับ ก็เพราะเหตุการณ์ในวันนั้น

 

 

                1 ปีก่อน ณ บ้านอันแสนสงบสุขของผม

                “เลิกเศร้าได้แล้ว ไอสัสนายผู้หญิงไม่ได้มีคนเดียวในโลกป่าววะ”

                “กูรักเขามากเว่ย เขาเข้ามาทำให้กูมีความสุข ทำให้กูอยากมีเขาอยู่ข้างๆ แต่สุดท้ายแม่งก็เข้ามาหลอกกู ถ้าไม่รักแล้วจะเข้ามาทำแบบนี้กับกูทำไมว่ะ ”

                “เฮ่อ... ไปแดกเค้กกัน กูอยากแดกเค้กละ”

                ผมพูดพร้อมดึงแขนมันให้เดินตามมา มันก็ทำเหมือนไม่อยากตามผมมาซักเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมเพราะแรงผมไม่ใช่น้อยๆ เราเดินตามทางมาเรื่อยๆมีแดดอ่อนๆของเวลาห้าโมงเย็น จนถึงร้านกาแฟร้านโปรดที่ผมชอบมาทานบ่อยๆ ผมเดินไปสั่งชาเขียวเย็นหวานน้อยของโปรด พร้อมทั้งไม่ลืมสั่งคาปูชิโน่เย็นของโปรดของคนที่เพิ่งอกหักมา แล้วผมก็เดินไปดูเค้ก แต่ก็ต้องชะงักเพราะคนที่หักอกเพื่อนผมยืนอยู่ตรงหน้า

                “อ้าว... น้ำ หวัดดี”

                “อ้าวพี่เคย์ หวัดดีค่ะพี่เคย์มากับไครหรอคะ มานั่งด้วยกันไหม”

                “อ่อ..คือ..ว่า... พี่มากับไอ้นายมันอะ”

                ผมตอบตามความจริงพร้อมทั้งดูเค้กในตู้แล้วสั่งเค้กสตอเบอรี่กับพนักงานกลับบ้านมาสองชิ้น เพราะคงอยู่ทานที่ร้านไม่ได้แล้วครับ โลกนี้มันช่างกลมจริงๆ เมื่อได้น้ำผมจึงกล่าวลาน้ำ

                “พี่ไปก่อนนะครับ...ไว้เจอกันใหม่”

                “ค่ะๆ บายค่ะพี่เคย์”

                ผมยิ้มแห้งๆ พร้อมเดินออกมาจากตรงนั้นอย่างเร็วที่สุด เพราะไม่อยากฟังคำเพ้อจากไอ้นายมันแล้ว มันนั่งเพ้อถึงน้องเขามาทั้งวัน จนผมแทบจะจำคำพูดมันได้แล้วครับ ผมเดินมาถึงโต๊ะที่ไอ้นายนั่ง มันทำหน้าไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่ ทำหน้าแบบบนโลกใบนี้ไม่มีสีสัน มีแต่ภาพขาวดำไม่มีความสดใสใดๆ หลงเหลืออยู่

                “ไปไอ้นายกลับบ้านกัน”

                “…..”

                มันไม่ตอบผมแต่ก็ลุกตามมาอย่างว่านอนสอนง่ายไม่ขัดขืนแม้แต่น้อย ผมลากมันออกจากร้านให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้มันสังเกตเห็นน้องเขา เป็นการเดินที่เรียกไปทางวิ่งมากกว่า พอพ้นจากซอยร้านผมก็แอบถอนหายใจเบาๆ

                “เห้ย มึงยังหายใจอยู่ป่าวเนี่ย”

                “อืออออ”

                “นี่ คาปูชิโนเย็น เผื่อจะหาย”

                ผมพูดแซวพร้อมยื่นแก้วคาปูชิโน่เย็นให้มัน มันไม่รับแก้วคาปูชิโน่เย็นจากผมแต่มันกลับหยิบถุงเค้กที่ผมถืออยู่ไปแล้วเดินจับมือข้อมือผมลากผมเดินกลับบ้าน ผมนี่อึ้งเลยครับ ไม่รู้มันรีบหรือมันทำไปทำไม เมื่อเดินถึงบ้านผมกับนายก็เดินเข้าบ้านโดยที่ตลอดทางเราไม่ได้พูดหรือถามอะไรกันเลยจนผมเห็นว่าควรทำอะไรสักอย่าง

                “เอ่อคุณนายครับ ปล่อยมือผมได้แล้วครับ”

                “….”

                “ถ้าคุณนายไม่ปล่อยมือผมเนี่ยจะเข้าบ้านไม่ได้เอานะครับ”

                มันปล่อยมือผม ผมก็วางแก้วน้ำทั้งสองแก้วลง แล้วจึงหยิบกุญแจมาเปิดประตู พอเปิดเสร็จผมก็หยิบแก้วน้ำมาถือเตรียมจะเดินเข้าแต่ก็โดนลากในท่าเดิม ท่าที่เดินกลับมาจากร้านกาแฟ มันลากผมมาทีโซฟาแล้วปล่อยมือพร้อมกับนั่งลง

                “กูจะจีบมึง”

                “ห่ะ!!!! มึงเพี้ยนไปแล้วหรอไอสัสนาย”

                ผมตกใจมาก มากถึงมากที่สุดก็ว่าได้ เพราะคำพูดที่ดูจริงจังกว่าปกติ ทั้งนัยน์ตาที่แวววัวต่างตากตอนแรกที่มันนั่งเพ้อหรือตอนที่อยู่ในร้านกาแฟ ทั้งรอยยิ้มที่สดใสกว่าปกติ ผมว่ามันคงเพี้ยนไปแล้วจริงๆ

                “นับจากนี้ไป กู จะ จีบ มึง”

                “…..”

                “กูจะจีบมึงจริงๆ มึงไม่เชื่อกูไง”

                “กูไม่เชื่อ”

                ผมทำหน้าอึ้งพร้อมพูดเสียงสั่นๆ ในลำคอ และแล้วเหตุการณ์ที่ไม่คคาดฝันก็เกิดขึ้น มันพุ่งหน้าเข้ามาหาผม หน้ามันกับหน้าผมห่างกันไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตร ลมหายใจของมันถูกส่งมายังผม มันขยับเข้ามาเรื่อยๆ แล้วจากนั้นริมฝีปากของเราสองคนก็ประกบกันริมฝีปากมันนิ่มมาก นิ่มแบบที่ผมไม่เคยสัมผัส ใจผมเต้นเร็วและแรงแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ก่อนที่ผมจะดึงสติได้ แล้วผลักมันออก

                “ทำอะไรเนี่ย!!”

                “ก็มึงไม่เชื่อกู กูจะทำให้มึงเชื่อไง”

                “โดยการ จ....จูบปากกู!?!!”

                “หรือต้องให้กูทำอีกรอบ”

                ผมสายหัวพร้อมขยับออกมาให้ห่างจากไอ้นาย ในตอนนั้นผมคงหน้าแดงมากจนมันสังเกตได้ มันจึงแซวผมใหญ่ ผมไม่อยากจะเชื่อเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้น ตอนนี้มันดันพูดซ้ำไปซ้ำมาว่าจะจีบผมให้ได้ ท่าทางเหมือนเด็กน้อยต้องการของเล่น แต่ของเล่นดันเป็นผมเนี่ยนะ โอ๊ยยิ่งคิดยิ่งงงแต่จะทำไงได้หล่ะครับผมก็ต้องปล่อยเลยตามเลยไม่ตอบ ไม่อะไร แต่มันก็ดันมาดึงแก้มผม มาจับมือบ้าง มาซบบ้าง ผมนี่ไม่มีสมาธิดูทีวีเลยครับ หลังจากนั้นประมาณหนึ่งทุ่มครึ่งมันก็ขอตัวกลับบ้านหลังจากนั้นแหละครับ ความวุ่นวายในชีวิตผมก็เริ่มเกิดขึ้น

 

 

                “ไอ้เคย์ ไอ้เคย์ เห้ยไอ้เคย์!!!”

                “ห๊ะ มีไร พูดเสียงดังทำไมเนี่ย”

                “ก็มึงไม่ตอบกูสรุปวันเสาร์ 11 โมง ที่เดิมนะ”

                “เออๆ”

                ผมคงใจลอย เหม่อมองหน้ามันจนมันคงสงสัย และผมจึงตอบมันไปแบบส่งๆ เพราะผมคงว่างอยู่แล้วแหละครับ

                “เอางี้กูถือว่ากูชวนมึงไปเดทโอเคไหม”

                “งั้นกูไม่ไป”

                “เห้ยยย ล้อเล่นครับบบ”

                เป็นคำพูดเล่นๆ ที่มาพร้อมสายตาหวานๆ แต่มันดันมีผลต่อจิตใจผมมากจนใจผมเต้นเร็ว หน้าผมคงแดงอีกครั้ง ผมจึงหันหนีไปทางอื่น มันคงจะดีถ้าผมไม่หวั่นไหว่ต่อคำพูดหรือสายตาคู่นั้นของมัน

…………………….

บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

0
โหวต 0 /10 คะแนน
จากสมาชิก 0 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

0 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

0 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...