นิยาย : koku-soja

อ่าน 645
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
14 ตอน
แต่งเมื่อ:
วันที่ 12 มี.ค. 2561 12:23 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง TsuKiTsuKi
หัดอ่านหัดเขียน (14)
เด็กใหม่ (0)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1. ตอนที่1คุรัย ไซโซ จาจา

เขียนเมื่อ วันที่ 12 มี.ค. 2561 12:25 น.

( แก้ไขเมื่อ วันที่ 12 มี.ค. 2561 12:32 น. โดย เจ้าของบทความ )

•»

เด็กชายผมสีเงินวัย14กำลังเดินกลับบ้านหลังจากสอบเสร็จ ขณะที่กำลังคิด อะไรเพลิดๆเสียงมือถือสั่นในกระเป๋านักเรียนก็ดังขึ้นทำให้เด็กหนุ่มหลุดจากความคิดของตัวเอง

“อ่า..ลืมเปิดเสียง” เพราะว่าเข้าสอบผมเลยปิดเสียงมือถือเอาไว้แล้วตั้งเป็นระบบสั่นเอาไว้ แต่เมื่อหยิบมือถือออกมาก็ทำให้ผมรู้ว่าผมหยิบกระเป๋ามาผิด

“สงสัยจะรีบไปหาพี่เขย” ภาพที่พี่ชายฝาแฝดที่รีบวิ่งออกจากห้องสอบก็ลอยขึ้นมาในหัวผม ทันที่ที่เสียงกริ่งหมดเวลาสอบชั่วโมงสุดท้ายดังขึ้นพี่ของผมก็วิ่งออกเอากระเป๋าแล้วรีบวิ่งไปจากตรงนั้นเลย

“เฮ้อ..สงสัยจะรู้ตัวแล้วสินะว่าหยิบกระเป๋าผิดเลยโทรมาเนี่ย” ผมยิ้มออกมาเมื่อคิดถึงเสียหน้าของพี่ชายฝาแฝด

ตัวผมชื่อคุรัย โซจา แต่คนในครอบครัวของผมเรียกผมว่าจาจา ผมเป็นน้องคนรองของฝาแฝดทั้งสามคน แต่ถ้านับจากทั้งหมดแล้วผมเป็นลูกคนที่ห้า  แม่ของผมเป็นแม่ทียังไม่ได้แต่งาน มันก็ไม่ใช่เรื่องอะไรสำคัญเท่าไร่หรอกกับการจะแต่หรือไม่ได้แต่งาน แม่บอกว่าจะแต่หรือไมแต่ก็ได้ทั้งนั้นของแค่พ่อรักแม่และพ่อมีความสุขแม่ยอมได้ทุกอย่าง ซึ่งมันก็ไม่ต่างอะไรกับพ่อหรอก พ่อเองก็ทำทุกอย่างเพื่อแม่ได้หมด

จะบอกว่าพวกผมคาบช้อนเงินช้อนทอง..ไม่ดีคาบช้อนเพชรมาเกิดก็ได้ไมเกิน..เพราะตระกูลทางพ่อของเราก็รวยมากกก...(ฟาร์ม .ก.ก่อไก่ล้านตัว) แต่แม่ของเราก็พยามเลี้ยงเราโดยให้เราติดดิน ไม่อวดรวย หรือ เป็นคุณหนูจ้า คุณชาย แต่ก็ไม่ค่อยได้ผลหรอกก็คุณปู่คุณย่าเรานี่ก็...ตามใจพวกผมสุดๆ...ก็เลยทำให้พวกผมติดนิสัยเอาใจตัวเองอยู่บ้างแต่ก็แค่นิดๆเท่านั้นล่ะ =.= แต่แน่นอนว่ายังไม่นับคุณพ่อนะ^^คุณพ่อแทบจะประเคนทุกอย่างให้เรากันเลยที่เดียวละ

จาจากดรับโทรศัพท์ที่สั่นอยู่ ก่อนที่สายจะตัดไป ก่อนที่จาจาจะพูดอะไรทันที่ที่รับเสียงปลายสายก็ทำให้จาจาที่คิดว่าเป็นพี่โทรมาต้องขมวดคิ้วเพราะเสียงที่พูดนั้นไม่ใช่เสียงของพี่ชายฝาแฝดที่เขาคิดว่าโทรมา

“(สวัสดี..ไซโซ..ได้รับจดหมายรักจากฉันแล้วใช่ไหม)” น้ำเสียงที่พูดมาไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าอีกฝ่ายรักใคร่จนถึงขนาดว่าจะส่งจดหมายรักได้ แต่น้ำเสียงที่พูดเป็นน้ำเสียงทีก่อให้รู้สึกถึงความเย็นเฉียบจากก้นบึ้งหัวใจ  แค่เพียงได้ยินเสียงยังทำให้จาจารู้สึกได้ถึงความไร้อารมณ์ได้ถึงเพียงนี้

“จดหมายอะไร ไม่รู้เรื่อง” ผมบอกปัด...ผมรู้ว่าพี่ชายผมจะจัดการเรื่องนี้ยังไง แต่ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ผม  คนที่เขาส่งจดหมายมาให้คือพี่ชายของผม ผมไม่อาจปฏิเสธแทนหรือกล่าวเขาไปยุ่งได้  ต่อให้จะรู้สึกไมดีกับคนที่คุยอยู่แต่ในเมื่อเขามาสารภาพรักกับพี่ชายของผม ผมก็ควรให้พี่ชายของผมจัดการเอง

“(จดหมายในกระเป๋านักเรียนเธอไง เปิดดูสิ)”อีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าเริ่มไม่พอใจ

“เอาไว้ไปเปิดที่บ้านแล้วกัน” ผมบอกปัดไป ผมไม่ควรไปดูจดหมายรักของคนอื่น

“(ถ้าไม่เปิดดูกูจะไปเล่นงานคนในจดหมาย เจ้าของปิ่นนั้นทันที่)” น้ำเสียงที่พูดแสดงออกชัดเจนว่าไม่พอใจ และยิ่งคุยน้ำเสียงนั้นก็บ่งบอกผมชัดเจนว่าคนคนนี้อันตราย ผมควรปิดการขายรายนี้ซะ และครั้งนี้ผมคงต้องทำตัวเป็นพี่ชาย ผมกลัวว่าคนคนนี้จะไม่หยุด และไม่เพียงไม่หยุดเท่านั้นคนคนนี้อาจจะทำอะไรพี่ชายฝาแฝดของผม

“แต่ไซโซมีแฟนแล้ว และไซโซก็รักเขามากด้วย...หวังว่าคุณเข้าใจนะครับ ว่าไซโซไม่อาจจะรับรักคุณได้”

“(เปิดจดหมายกูก่อนจะบอกว่าจะเอายังไง)” น้ำเสียงไม่พอใจดังออกมา

จาจาเปิดกระเป๋านักเรียนเพื่อค้นหาจดหมายรัก จนเจอผมเจอสิ่งอื่นนอกจากสมุดเรียนของพี่ชาย มันคือซองใส่กระดาษเอสี่สี่ดำหน้าซองเขียนแค่ว่า “ไซโซ”  ถึงไม่อยากก้าวยุงแต่เจ้าของจดหมายให้เปิดนี่นะทำไงได้ หากเป็นไซโซพี่ชายฝาแฝดของผมยังไงจดหมายนี่ก็คงไปอยู่ในถังขยะอยู่ดีนั้นละ

ทันที่ที่ผมเปิดจดหมายออกมาก็ต้องผงะด้วยความตกใจเพราะสิ่งที่อยู่ในนั้นคือ รูปของแม่ผม ตอนที่อยู่นอกบ้านไม่ว่าจะร้านของแม่หรือตอนที่แม่ออกไปซื้อของ ประวัติของแม่ทั้งยังมีรายละเอียดต่างๆอีกด้วย(แต่เรื่องของประวัติแม่นั้นผมไม่ติดใจหรือสนเท่าไร่ เพราะมันเป็นประวัติปลอมที่คุณปุ่คุณย่าเป็นคนจัดการให้) แต่สิ่งที่ทำให้ผมหนักใจนั้นคือปิ่นปักผมของแม่ ปิ่นปักผมอันโปรดของแม่ที่หายตอนแม่ออกมาซื้อของครั้งก่อนถูกส่งมาด้วยในครั้งนี้ด้วย.. ถึงตระกูลทางฝั่งพ่อของผมจะยิ่งใหญ่แต่ความปลอดภัยของแม่จะ100%ไหม ในเมื่อมีคนแอบตามถ่ายรูปแม่แต่ทำไมไม่มีรายงานมาที่พ่อล่ะ นั้นทำให้ผมยิ่งไว้วางใจในการดูแลแม่ไม่ได้ได้ใหญ่ผมต้องจัดการมันให้ได้ด้วยตัวของผมเอง

“คุณต้องการอะไร” ผมพยามคุมตัวเองไม่ให้แสดงอารมณ์อะไรออกไป

“(แค่เธอ...แต่เธอมาพบฉันไซโซ...แค่เธอมาฉันจะไม่ยุ่งกับแม่” น้ำเสียงอีกฝ่ายดูจะอารมณ์ดีขึ้น)

“ไม่ใช่แต่แม่..แต่ต้องเป็นครอบครัวของผม” ผมต่อรองกับคนในสาย

“(ได้...มาหาฉันที่โรงแรมXXX…)”

“งันผมขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านก่อน ผมเป็นนักเรียนทุนผมไม่ควรจะเดินเข้าโรงแรมด้วยชุดนักเรียน อีกเรื่องหนึ่งคุณไปได้เบอร์นี้มาจากใครผมไม่รู้ แต่ที่คุณควรรู้ไว้นี้คือเบอร์ของน้องชายฝาแฝดของผม ไม่ใช่เบอร์ผม ส่วนเบอร์ของผมคือ000xxxoooxxจำให้ดีด้วย” ผมบอกเบอร์ของตัวเองแทนเบอร์ของไซโซ..เรื่องนี้ผมจะจัดการเอง

“ถ้าไม่ใช่เบอร์เธอแล้วเธอจะมารับได้ไง” น้ำเสียงอีกฝ่ายพูดออกมาอย่างสงสัย

“วันนี้มีสอบพวกน้องๆเลยเอามือถือมาฝากเอาไว้..จะไม่เชื่อก็ตามใจจะโทรมาเบอร์นี้อีกก็ได้ แต่ว่าคุณก็ติดต่อผมไมได้หรอก เพราะมันไม่ใช่เบอร์ผม ผมขอวางสายนะ..ผมจะรีบกลับบ้านไปแต่งตัวไปหาคุณ” ผมกดตัดสายทันที่ที่พูดจบ แล้วจัดการลบประวัติการโทรเข้าครั้งนี้ออก

ทันที่ที่ถึงบ้านผมก็เจอพี่ชายฝาแฝดนั่งอยู่ที่โซฟากับพี่โทชิ พี่โทชิแฟนของพี่ไซโซ ถึงจะพูดว่าพี่โทชิเป็นแฟนของพี่ไซโซก็ตามที่ แต่จริงแล้วพี่โทชิเคยขอพี่ไซโซแต่งแล้ว แต่แม่บอกว่าพี่ไซโซยังเด็กอยุ่หมั้นกันก่อนก็แล้วกัน จากนั้นพวกผมเลยเรียนพี่โทชิว่าพี่เขย แต่บางที่ก็เรียกแซวๆ..ว่าที่พี่เขยทางนิตินัยแต่เป็นพี่เขยทางพฤติกรรม

ผมตรงเข้าไปหาพี่ชายยังไม่ทันจะพูดอะไร..พี่ชายผมก็พูดขึ้นมาก่อน

“จาจา...พี่ขอโทษ” ไซโซพูดออกมาด้วยเสียงหง่อยๆ

ผมขมวดคิ้วอย่างงงๆ...ด้วยไม่รู้ว่าพี่ชายของผมพูดเรื่องอะไรออกมา..แต่ก่อนทีผมจะเอ่ยถามพี่ชายของผมก็พูดออกมา

“พี่หยิบกระเป๋าเราผิดมา..ที่นี่พี่ต้องใช้มือถือ..แต่พอหยิบออกมาข้อมูลต่างๆที่พี่บันทึกเอาไว้มันไม่อยู่พี่เลยเข้าใจว่าเครื่องพี่ความจำมันคงเต็มหรือไม่ก็คงเกิดบัคหรืออะไรสักอย่างพี่ก็เลย...ฟอร์แมตเครื่อง..แต่พอพี่เอามือถือวางรอฟอร์แมตเสร็จพี่ถึงสักเกตว่าเคสมือถือมันไม่ใช่ของพี่“พี่ผมมองไปที่มือถือผมที่วางอยุ่บนโต๊ะหน้าโซฟาแล้วก็ยิ่งซึม พี่เขยเองก็คอยปลอบแฟนตัวเองอยู่ข้างๆ ผมหยิบมือถือตัวเองใส่กระเป๋าเสื่อเอาไว้

“ไม่เป็นไรพี่...จาจาก็ว่าจะฟอร์แมตเหมือนกัน เครื่องของน้องมันหน่วงๆค้างๆอยู่บ่อยๆช่วงนี้นะครับ พี่ช่วยฝากนี้ให้แม่หน่อย แล้วก็วันนี้ผมไปบ้านเพื่อนนะบอกแม่ด้วยนะว่าผมไม่กินข้าวเย็นนะครับ..”...ผมส่งปิ่นให้ในมือในขณะที่มืออีกข้างยังถือซองเอสี่ไว้อยู่ ก่อนส่งกระเป๋าเรียนให้พี่ชายฝาแฝดก่อนก้มลงไปหอมแก้มพี่

“ไปเจอมา..กลางทาง” พูดจบผมก็รีบเดินออกมาไม่ปล่อยโอกาสให้พี่ชายผมถามอะไร

 

ผมรีบตรงดึ่งไปที่ห้องนอนตัวเองรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า ชุดที่ผมเลือกใส่ไปก็ชุดง่ายที่มีอยู่เต็มตู้เสือยืดคอกลมกับกางเกงขายาวสามส่วน ตัวผมไม่ชอบกางเกงขายาวในตู้เสื้อผ้าผมเลยไม่มีกางเกงขาวยาวเลยนอกจากชุดนักเรียน ออกไปจากบ้าน แต่พอผมเดินออกมาก็ไม่เห็นพี่ชายกับพี่เขยแล้ว

•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

0
โหวต 0 /10 คะแนน
จากสมาชิก 0 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

0 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

0 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...