นิยาย : หอมดิน กลิ่นดาว

อ่าน 3,081
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
8 ตอน
แต่งเมื่อ:
วันที่ 18 ก.พ. 2561 17:51 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ขีดเขียนฝึกหัด (68)
เด็กใหม่ (4)
เด็กใหม่ (2)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1. ความหลัง ที่เลือนราง

เขียนเมื่อ วันที่ 18 ก.พ. 2561 17:58 น.

( แก้ไขเมื่อ วันที่ 19 ก.พ. 2561 15:40 น. โดย เจ้าของบทความ )

•»

    ณ  ตลาดต่างอำเภอของจังหวัดเล็กๆทางภาคอีสานของประเทศไทย  เป็นตลาดที่มีผู้คนมาจับจ่ายกันพอประมาณ ใกล้ๆกับตลาดก็เป็นสถานที่ราชการของหน่วยงานในอำเภอแห่งนี้  เยื่องๆตลาดก็มีร้านขายยาแผนปัจจุบันเปิดใหม่  ซึ่งเจ้าของก็ไม่ใช่ใครอื่น นั้นก็คือ  หมอฤกษ์  หรือ  นายดาวฤกษ์  ศรีภักดี  บัณฑิตป้ายแดงแห่งคณะเภสัชศาสตร์  มหาวิทยาลัยชื่อดังของภาคอีสาน  เขาตัดสินใจกลับมาเปิดร้านขายยาในอำเภอบ้านเกิดของตัวเอง  ก็เพราะเขาอยากเห็นประชาชนได้รับความรู้และได้บริโภคยาที่ไม่แพง  แถมตรงตามอาการของโรคนั้นเอง

“หมอฤกษ์  หมอฤกษ์  อยู่ไหมจ๊ะ?”

“อ้าวป้าบัว  มีใครเป็นอะไรหรือเปล่า  มาร้านขายยาแต่เช้าเลยครับ?”

ชายหนุ่มเดินออกมาประจำที่ตรงเคาเตอร์จ่ายยา  ที่ทางร้านได้จัดตกแต่งอย่างลงตัวและสวยงามด้วยสไตล์ที่ทันสมัย

“ก็ลุงมา นะสิ  ไม่รู้ไปกินอะไร  ท้องอืดตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว  นี้อาการก็ยังไม่ดีขึ้นเลย ป้าเลยต้องรีบมาหาซื้อยาไปให้กิน”

“อ่อ  เดี๋ยวผมจัดยาให้นะ  น่าจะท้องอืด  อาจจะเป็นเพราะอาหารไม่ย่อยก็ได้  เดี๋ยวเอายาไปทานก็คงจะดีขึ้นนะป้า”

จากนั้นชายหนุ่มก็รีบจัดยาตามอาการที่ได้รับฟังมา  พอได้ยาแล้วเขาก็ยื่นยาให้พร้อมกับบอกราคาของตัวยา

“ขอบใจนะหมอ  นี้จ๊ะค่ายา”

“ขอบคุณครับป้า    เอ่อป้าครับ  พยายามอย่าให้ลุงแก่ทานอาหารประเภทของหมักของดองในช่วงนี้นะครับ  ควรหลีกเลี้ยงเสียก่อน อีกอย่างเหล้ายาปลาปิ้งนี้ห้ามเลยนะป้า”

“โอ้ยไม่รู้ว่าป้าจะห้ามได้หรือเปล่า  เพราะวันนี้ที่อำเภอเขาก็จะเลี้ยงต้อนรับปลัดคนใหม่ของอำเภอเราเสียด้วยสิ”

“อ้าว  นี้อำเภอเราได้ปลัดคนใหม่แล้วเหรอป้า?”

ชายหนุ่มถามออกไปด้วยความแปลกใจ  เพราะไม่เคยได้ยินข่าวว่ามีปลัดมาบรรจุใหม่หรือเขาย้ายมาแทนคนเก่าที่ย้ายกลับภูมิลำเนาบ้านเกิด

“ก็ใช่นะสิจ๊ะ  แล้วนี้คุณหมอไปอยู่ไหนมา  ถึงไม่รู้ข่าว  สาวๆในตัวอำเภอนี้ดี๊ด๊ากันยกใหญ่ เพราะปลัดคนใหม่เป็นหนุ่มไฟแรง แถมหล่อเอาการเลยล่ะ ป้าเห็นแล้วยังอยากจะเปลี่ยนกับลุงมาเลย”

“แล้วนี้ป้า  รู้ไหมว่าปลัดคนใหม่  เขาเป็นคนที่ไหนกัน? หรือเป็นคนบ้านเรา”

ดาวฤกษ์ ถามออกไปด้วยความอยากรู้  เพราะถ้าได้คนในพื้นที่  ปลัดคนใหม่ก็จะได้กลับมาพัฒนาบ้านเกิดให้เจริญ  ประชาชนก็จะไม่ต้องลำบากเหมือนอย่างที่เป็นอยู่อย่างนี้

“อ้าวนี้คุณหมอยังไม่รู้อีกเหรอ  ปลัดคนใหม่ก็ลูกชายคนเดียวของนายอำเภอคนเก่าไง  ที่บ้านอยู่ติดกับบ้านคุณหมอนั้นแหละ”

“หะ?  อยู่บ้านติดกับบ้านผมหรอป้า  พูดเป็นเล่น  ทำไมผมไม่เห็นรู้เรื่องเลย”

ชายหนุ่มอุทานออกมาด้วยความตกใจเป็นอย่างมาก  เมื่อรู้ว่าปลัดคนใหม่ก็คือรุ่นพี่ของเขา  ที่รั้วบ้านติดกัน คนที่จากเขาไปเรียนต่อที่เมืองหลวงแล้วก็ไม่เคยกลับมาเยี่ยมบ้านสักครั้งเลย  จนตอนนี้เขาจำหน้าตาไม่ค่อยได้แล้ว  ที่ต้องร้องออกมาดังๆก็เพราะไม่อยากเชื่อว่าคนอย่างนั้นจะกลับมาที่บ้านเกิดของตัวเอง หลังจากที่เขาไปหลงแสงสีในเมืองหลวง

“ใช่จ๊ะ  ก็ปลัดดิน  คุณหมอจำพี่เขาไม่ได้เหรอ  สมัยเด็กๆเห็นตัวติดกันตลอด”

“ปลัดดิน?”

ชายหนุ่มยืนทวนชื่อปลัดคนใหม่อยู่นานกว่าจะนึกใบหน้าออก ปลัดดิน ก็คือพี่ดินคนที่เขาเคยสนิทด้วยตอนเรียนมัธยมนั้นเอง  และแล้วเหตุการณ์ในอดีตก็เริ่มกลับมาฉายในความคำนึงของเขาอีกครั้ง

เด็กนักเรียนชายมัธยมศึกษาปีที่ 6 กำลังขับรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจ มาตามถนนเข้าหมู่บ้านพร้อมด้วยนักเรียนชายวัยเพียง15ปีซึ่งเป็นรุ่นน้องของเขานั้นเอง ดินและฤกษ์สนิทกันมากจะพูดว่าตัวติดกันก็ว่าได้ ไปไหนไปกัน ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะอายุห่างกันถึงสี่ปีก็ตาม คนเป็นพี่ไม่เคยทิ้งน้องคนเป็นน้องก็ไม่เคยห่างจากตัวพี่เลย  ทั้งคู่อยู่รั้วบ้านติดกัน  จึงทำให้เหมือนเป็นญาติกันแท้ๆ เย็นวันนี้ก็เช่นกันเขาทั้งสองเพิ่งกลับจากโรงเรียน

“หิวไหม?  แวะหาไรกินร้องท้องก่อนเข้าบ้านเปล่า”

“ฤกษ์เพิ่งกินไอติมที่โรงเรียนมาเอง  ยังไม่หิวเลย  แล้วพี่ดินละหิวแล้วเหรอ?”

“ยังหรอก  พี่กลัวว่าเราจะหิวเลยถามดู”

“เปล่าครับ  ฤกษ์ยังไม่หิว  กลับบ้านเราเลยพี่เดี๋ยวแม่จะเป็นห่วง”

“ฤกษ์  พี่จะไปเรียนที่กรุงเทพ  ยังไงก็ฝากดูแลพ่อกับแม่ให้พี่ด้วยนะ”

หนุ่มน้อยหน้าตาคมเข้ม คิ้วหนา ใบหน้าเรียวเข้ารูป หันมาพูดกับหนุ่มน้อยผิวขาววัยแรกแย้ม ขนตางอนยาว ปากบางเรียวสวยกว่าผู้หญิงแท้ๆเสียอีก

“อ้าว  พี่จะไปอยู่ที่นั้นเลยหรอ  จะไม่กลับมาบ้านเราหรือไง?”

หนุ่มน้อยผิวขาวถามออกไปด้วยความใสซื่อ  ที่ยังไม่เข้าใจว่าการที่ต้องไปเรียนไกลๆบ้านนั้นต้องไปพักอาศัยอยู่ที่มหาวิทยาลัย  เพื่อสะดวกในการเดินทางไปศึกษาเล่าเรียน

“พี่กลับมาบ่อยๆไม่ได้หรอก  ที่บ้านเรากับที่มหาวิทยาลัยที่พี่จะไปเรียนมันอยู่ไกลกันมากๆ”

“ไกลแค่ไหน?”

“ก็ไกลแบบนั่งรถเกือบเป็นวันเลยแหละ”

“โห้! ทำไมพี่ดินถึงไปเรียนไกลบ้านเราจัง?”

“ก็พี่สอบติดที่นั้น  เลยต้องไปครับ  ฤกษ์เข้าใจใช่ไหม?  อีกหน่อยฤกษ์โตแล้ว  ฤกษ์ก็จะเข้าใจเองครับ”

“แล้วพี่ดินจะไปเรียนอะไร?”

“พี่เลือกเรียน  การปกครองครับ”

“เรียนการปกครอง    พี่ดินจะเป็นตำรวจหรอ”

“เปล่า  พี่จะกลับมาเป็นปลัดอำเภอที่บ้านเรา  พี่จะช่วยให้คนบ้านเรามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นต่างหาก”

“แล้วพี่ดินจะไปเรียนนานไหม?”

“ก็ประมาณสี่ปีครับ”

“แล้วแบบนี้  เราก็จะไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกัน  เล่นด้วยกัน  แล้วเราก็จะไม่ได้เจอกันอีกแล้วสิ?”

“เจอสิ  ทำไมจะไม่ได้เจอกัน  พี่จะกลับมาเยี่ยมตอนปิดเทอม แล้วพี่จะพาไปเที่ยว  พี่สัญญา”

“พี่สัญญาแล้วนะ  ว่าจะกลับมาเยี่ยมฤกษ์  ฤกษ์จะรอให้พี่พาไปเที่ยว”

“อืม  พี่ให้สัญญา”

จากวันนั้นในอดีต  จนมาถึงวันนี้ในปัจจุบัน  ดาวฤกษ์ก็ไม่เคยได้พบเจอหน้าของคนที่ให้สัญญากับเขาไว้อีกเลย  ได้เห็นเพียงแค่ภาพถ่ายที่เขาลงไว้ในโซเชียลเท่านั้นเอง

“ฤกษ์  ฤกษ์  เป็นอะไรหรือเปล่าลูก  ยืนเหมออะไรแต่เช้า”

“อ้าวแม่  มาตั้งแต่ตอนไหนครับ  ทำไมผมถึงไม่เห็นแม่เลย?”

“จะเห็นได้ไงจ๊ะ  ก็ลูกเล่นยืนเหมออยู่แบบนั้นเป็นนานสองนานแล้ว”

“อ้าวเหรอครับ  ไม่รู้ตัวเลยนะเนี้ย”

“จร้า  ก็เรามัวแต่ยืนคิดถึงใครอยู่ก็ไม่รู้”

“โอ้ย  ฤกษ์ก็คิดอะไรไปเรื่อยแหละแม่    แล้วนี้แม่มาร้านมีไรหรือเปล่าจ๊ะ”

“แม่จะมาบอกว่า  เดี๋ยวแม่จะไปช่วยงานลุงสนั่นกับป้าเกษที่อำเภอน่ะ”

“อ่อที่ว่าลูกชายคนเดียวของป้าเกษกลับมาเป็นปลัดอำเภอบ้านเรานั้นเหรอแม่”

“จ๊ะ  แม่กำลังจะบอกอยู่พอดีเลย  นี้ลูกรู้แล้วใช่ไหมจ๊ะ”

“ครับแม่  พอดีลูกค้าพูดให้ฟังเมื่อเช้านี้”

“ทีแรกแม่ก็ลุ้นๆอยู่นะว่าพี่ดินเขาจะกลับมาบ้านหรือเปล่า  เพราะเห็นลุงสนั่นยื่นคำขาดไปหลายทีแล้ว  แต่ก็ยังไม่ยอมกลับสักที  ตั้งแต่เรียนจบ”

“แล้วทำไมเขาถึงยอมกลับมาบ้านได้ละแม่  เห็นว่าเรียนจบตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ”

“แม่ก็ไม่รู้   แต่แม่ก็ดีใจด้วยกับลุงสนั่นป้าเกษ  ที่จะได้มีลูกหลานมาคอยดูแล”

“ครับ  ต่อไปนี้ป้าเกษคงจะไม่เหงาอีกเนาะแม่”

“แล้วนี้ลูกจำพี่ดินได้ไหม  พี่ดินที่แต่ก่อนเราชอบไปไหนมากับพี่เขาตลอดนะ”

“คนไม่รักษาสัญญาแบบนั้นฤกษ์จำไม่ได้หรอกแม่”

“โอ้ยนี้เราโตแล้วนะลูก  เรื่องเมื่อตอนเป็นเด็กก็ยังไม่เลิกเก็บมาคิดอยู่อีก  ทำเป็นงอนไปได้”

“แม่ ! ฤกษ์ไม่ได้งอนนะ  ฤกษ์แค่ไม่ชอบคนที่ไม่รักษาคำพูดก็เท่านั้นเอง”

“เอ่อ  ๆ ตามใจเถอะ  แม่ไม่คุยด้วยแล้ว แม่เตรียมกับข้าวไว้ให้อยู่หลังร้านนะ เดี๋ยวสายจะไม่ทันเตรียมงานช่วยเขา   แล้วงานเลี้ยงต้อนรับพี่ปลัดดินเย็นนี้ฤกษ์ต้องไปกับแม่ด้วยนะ”

“โฮ่!แม่  ต้องให้ฤกษ์ไปด้วยเหรอ  ไม่ไปไม่ได้เหรอแม่”

“ไม่ไปไม่ได้หรอก  มันน่าเกลียด  คุณลุงคุณป้าเขาจะคิดยังไง  รั้วบ้านอยู่ติดกันแค่นี้จะไม่ไปได้ยังไง  ฤกษ์โตแล้วนะลูก  อีกอย่างเมื่อก่อนลูกก็ไปกินไปนอนที่บ้านเขาประจำ”

“?....!”

“ไม่ต้องทำหน้างง  แม่ไปล่ะ  แล้วเจอกันตอนเย็นนะลูก”

จากนั้นผู้เป็นมารดาของดาวฤกษ์ก็เดินออกจากร้านของลูกชายเพียงคนเดียว  มุ่งหน้าตรงไปยังหอประชุมของอำเภอซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงต้อนรับปลัดคนใหม่นั้นเอง

ขณะที่ดาวฤกษ์กำลังยุ่งกับการจัดยาเข้าชั้นอยู่นั้น  อยู่ๆก็มีลูกค้าเดินเข้าร้านมาเงียบๆพร้อมกับสำรวจร้านของเขาอย่างละเอียด  ทำให้ดาวฤกษ์ต้องตัดสินใจถามลูกค้าร้ายนี้ออกไปด้วยความสงสัย

“มีอะไรให้ช่วยไหมครับ?”

ดาวฤกษ์ถามชายหนุ่มหน้าตาดี คนนั้นทันที สงสัยว่าน่าจะมาซื้อถุงยางอนามัยไปใช้แน่ๆเลยถึงได้เก๋ๆกังๆแบบนี้ ลักษณะท่าทางก็ออกจะเป็นคนมีความรู้ดี การศึกษาสูง ไม่น่าจะเป็นคนขาดความมั่นใจในตัวเองแบบนี้เลย

“ร้านสวยดีน่ะ”

ชายหนุ่มหน้าตาดีคนนั้น ตอบผมกลับมาด้วยน้ำเสียงทุ่มน่าฟัง  มันเหมือนว่าเสียงแบบนี้ผมเคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อนน่ะ 

“อ่อขอบคุณครับ  ไม่ทราบว่าอยากได้ยาหรืออะไรครับ?”

ผมพยายามถามย้ำอีกครั้ง  เพื่อให้เขาได้บอกตัวยาหรืออาการของโรค หรือสิ่งที่เขาต้องการมานั้นเอง  แต่ยิ่งมองดูใบหน้าเรียวๆคิ้วเข้มๆของเขามันช่างคล้ายกับคนที่ผมเคยรู้จัก

“ร้านเปิดนานหรือยัง  หรือว่าเพิ่งเปิด?”

เขายังคงตอบไม่ตรงประเด็นเหมือนเดิม  แถมคราวนี้เดินสำรวจร้านของผมเหมือนคุ้นเคยกันมาก่อนก็ไม่ปาน  ลักษณะการแต่งตัวก็ดูดี ไม่น่าจะเป็นคนที่ไม่มีมารยาทแบบนี้เลย

“หมายถึงร้านขายยานี้ใช่ไหมครับ?”

“ครับ”

เขาตอบผมมาแค่นั้น  แต่พฤติกรรมของเขานั้นสิ กลับเดินไปจับนั้นจับนี้ดู  ลักษณะของผู้ชายคนนี้ยิ่งดูยิ่งเหมือน  คน คนนั้นเสียเหลือเกิน  แต่ผมกลับไม่แน่ใจเพราะผิวที่แลดูสะอาดเป็นคนสำอางจัดแบบนี้คงไม่ใช่คนเดียวกับที่ผมเคยรู้จักแน่ๆ

“เพิ่งเปิดได้สักสามเดือนแล้วครับ  เอ่อไม่ทราบว่าอยากได้ยาตัวไหนครับ  หรือว่ามีอาการไม่สบายตรงไหนครับ  เดี๋ยวผมจะได้จัดยาให้ถูกครับ”

ผมตัดสินใจเน้นย้ำประโยคเดิมอีกครั้ง  พร้อมกับโทนเสียงเข้มเพื่อที่จะสื่อให้อีกฝ่ายได้รับรู้ว่าไม่ควรโยกโย้ไปมากกว่านี้

“อ่อ  พอดีช่วงนี้พักผ่อนน้อยไปหน่อยครับ  คุณหมอพอจะแนะนำตัวยาดีๆให้หน่อยได้ไม๊ครับ?”

“พักผ่อนไม่เพียงพอหรือครับ?”

“ใช่ครับช่วงนี้นอนไม่ค่อยหลับ”

“นอนไม่หลับ  เป็นเพราะมีเรื่องให้คิด  หรือทำงานมากไปครับ”

“แล้วคุณหมอคิดว่าไงครับ  คนอย่างผมควรจะมีเรื่องให้คิดมากจนนอนไม่หลับ  หรือทำงานมากจนไม่มีเวลาพักผ่อน”

“น่าจะทำงานหนักมั้งครับ”

“เอ่อ...  คงจะทำงานมากไปหน่อยครับ  อยู่หน้าคอมเยอะเกินนะครับ  เลยนอนไม่หลับ”

“ยาบำรุงมีหลายตัวครับ  ถ้าลูกค้าไม่ได้พักผ่อนเพราะต้องนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอม  ผมแนะนำตัวนี้เลยครับ  เหมาะมากๆ”

ดาวฤกษ์รีบหยิบยาตัวที่เขาแนะนำให้กับผู้ชายรูปหล่อหน้าคุ้นๆคนนั้นดูทันที  หนุ่มหล่อคนนั้นเดินมายังเคาเตอร์จ่ายยาที่ดาวฤกษ์ยื่นอยู่ สายตาของเขาจับจ้องมาที่ใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างไม่วางสายตาเลยที่เดียว

“เอาตัวนี้ก็ได้ครับ”

ชายหนุ่มพูดพร้อมกับยื่นขวดยาคืนให้กับดาวฤกษ์ทันที  ที่ตัดสินใจเลือกได้แล้ว  ดาวฤกษ์รับขวดยาจากเขาอย่างเบามือ  แต่ก็เหมือนว่าอีกฝ่ายจะจงใจให้ฝ่ามือของตัวเองไปสัมผัสกับมือบางๆของดาวฤกษ์นั้นเสียแล้ว

“ราคา ร้อยห้าสิบบาทครับ”

ดาวฤกษ์แจ้งราคาให้อีกฝ่ายทราบพร้อมกัน ยื่นถุงใส่ยาให้ทันที

“นี้ครับคุณหมอ  ค่ายา สองร้อยบาท”

“ขอบคุณครับ  นี้ครับตังค์ทอนห้าสิบบาท”

ดาวฤกษ์หยิบธนบัตรใบละห้าสิบบาทเป็นเงินทอน คืนให้กับชายหนุ่มหน้าตาดีคนนั้นทันที

“ไม่เป็นไรครับ  ผมเห็นราคาข้างขวดยา สองร้อยบาท  คุณหมอขายยาแบบนี้ก็ขาดทุนสิครับ”

“อ่อไม่เป็นไรครับ  ผมขายเอากำไรพออยู่ได้  อยากให้คนที่นี้มีสุขภาพที่ดีนะครับ”

“อืม   มีอุดมการณ์ดีครับ”

“ทานวันละเม็ดก่อนนอน  ดื่มน้ำมากๆ ผักผ่อนให้เพียงพอนะครับ”

“แต่คืนนี้ผมคงต้องนอนดึกนะสิครับ  ทำไงดี?”

“ถ้างั้นก็ต้องหาเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ  ถ้าคุณไม่ดูแลสุขภาพ  ยาพวกนี้ก็ช่วยอะไรไม่ได้มากหรอกครับ”

“ครับ   ขอบคุณสำหรับยาและคำแนะนำนะครับคุณหมอ  แล้วเจอกันเย็นนี้ครับ”

ชายหนุ่มพูดเสร็จแล้วก็เดินออกจากร้านไปทันที  ปล่อยให้ดาวฤกษ์ยืนนิ่งเพราะงงกับคำพูดของอีกฝ่าย  แต่พอเขานึกอะไรขึ้นได้ก็รีบวิ่งตามไปหน้าร้านปรากฏว่าชายหนุ่มหน้าตาดีผิวเข้มคนนั้นขับรถหรูป้ายแดงออกจากร้านขายยาของเขาไปเสียแล้ว

“มีอะไรหรือเปล่าค่ะหมอฤกษ์  น้าเห็นรีบวิ่งออกไปนอกร้าน”

เสียงน้าอร  ผู้ช่วยของผมร้องถามหลังจากที่ผมเดินกลับเข้ามาในร้านขายยาของตัวเอง

“ปะเปล่าหรอกครับน้าอร   แล้วนี้น้าอรมาถึงร้านนานแล้วเหรอ”

“เพิ่งมาเมื่อตะกี้นี้ค่ะ  น้าเตรียมอาหารเช้าไว้ให้แล้วนะ  คุณหมอไปกินได้เลย  เดี๋ยวทางนี้น้าจะดูแลต่อเอง”

“ฝากน้าอรด้วยนะครับ  เดี๋ยวฤกษ์ไปกินข้าวเช้าแป๋บเดียว  เดี๋ยวมาช่วยจัดยาต่อ”

“ค่ะ”

ผมรีบเดินเข้ามาหลังร้านทันที พร้อมกับพยายามนึกใบหน้าของผู้ชายคนเมื่อกี้ให้ออกว่า  เคยเห็นที่ไหน  หรือเคยรู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า  ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว  นึกยังไงก็นึกไม่ออก  แต่ทำไมหน้าเขาถึงได้คุ้นจังเลย  แถมท่าทางและการพูดจาก็เหมือนเคยได้รู้จักกันมาก่อน

•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

0
โหวต 0 /10 คะแนน
จากสมาชิก 0 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

0 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

0 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...