น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

นิยาย : SCHEMING SCANDAL :ทีเอ็งข้าไม่ว่า ทีข้าเอ็งอย่าโวย

อ่าน 35
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
3 ตอน
แต่งเมื่อ:
วันที่ 8 ธ.ค. 2560 11:36 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง michaeldeanjr
เริ่มเข้าขีดเขียน (24)
เด็กใหม่ (1)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1. 1

เขียนเมื่อ วันที่ 13 ม.ค. 2561 09:13 น.

( แก้ไขเมื่อ วันที่ 13 ม.ค. 2561 09:14 น. โดย เจ้าของบทความ )

•»

สวัสดีค่ะ กลับมาแต่งเรื่องเพิ่มอีกหนึ่งเรื่องค่ะ รอบนี้มายาวหลายตอน
หวังว่าจะชอบกันนะคะ
ขอให้สนุกกับการอ่านนะค้า ^^



1


    “ชีวิตมันเฮงซวย” เสียงแหบห้าวดังขึ้นภายในห้องเล็กๆห้องหนึ่ง -- เล็กมากจนผมรู้สึกเกือบไม่มีอากาศหายใจ -- แหงล่ะ ห้องนี้มันมีแค่พื้นที่ให้ผมเดิน ส่องกระจก อ่านหนังสือ และซิทอัพ -- แต่ถึงอย่างนั้นบรรยากาศรอบตัวก็พาทำให้ผมรู้สึกหลอดลมตีบตันอยู่ตลอดเวลา และผมได้สรุปกับตัวเองว่าถ้าไม่ใช่เพราะความอับทึบของอากาศที่ไม่ถ่ายเท มันก็ต้องเป็นเพราะเสียงบ่นจากห้องข้างๆ

    -- อย่างเช่นในตอนนี้เป็นต้น

    “ฉันจะไม่ทนอีกต่อไป” เสียงนั้นพูด

    ผมเหลือบมองเพดานอิฐสีหมอง ขณะที่ทอดตัวนอนอยู่บนพื้นอันเย็นเฉียบ สองหูฟังคำพูดอันดุเดือดมาจากห้องข้างๆ

    “นี่ไม่ใช่ที่ที่เราสมควรอยู่” จากนั้นก็เงียบไปเหมือนใช้ความคิด “-- นี่พวกนายฟังฉันอยู่ไหม”

    แมงมุมตัวหนึ่งกำลังไต่อยู่ข้างกำแพงในห้องผม -- หวังว่ามันจะไม่มาก่อกวนผมในกลางดึกนะ

    “เฮ้! ได้ยินฉันไหม”

    เพราะผมไม่ชอบให้อะไรมาไต่ตัวผม ในตอนที่ผมกำลังเคลิ้มหลับเอาเสียเลย

    “ซันนี่ --”

    และผมก็ไม่ชอบให้ใครมาเรียกชื่อผมแบบระบุเจาะจง ในตอนที่รอบตัวเงียบเชียบเช่นเดียวกัน -- คุณเข้าใจนะ มันทำให้ผมรู้สึกเป็นเชลยสังคมอะไรสักอย่าง เหมือนกับตอนเด็กๆ ที่ถูกครูเรียกชื่อห้วนๆ ในขณะที่ทั้งห้องกำลังตั้งใจเรียน

    “ซันนี่ ฉันรู้ว่านายกำลังฟังฉันอยู่” เสียงนั้นว่า “เลิกนอนแผ่บนพื้นแข็งๆนั่น แล้วขานตอบฉันมาซะ เจ้าบ้า -- และรู้เอาไว้นะ พื้นแข็งๆนั่นจะทำให้หลังนายหักสักวัน จำคำพูดฉันไว้”

    “ก็ได้ ฟิชเชอร์ ฉันฟังนายอยู่”

    “ฉันคิดว่ามันไม่ถูกต้องที่เรามาอยู่ที่นี่ และฉันคิดว่าเราต้องไม่ทนอีกต่อไป”

    ผมนิ่งคิดกับคำพูดนั้น แล้วจึงตอบว่า “นายพูดคำนั้นไปแล้วนะ ฟิชเชอร์”

    “ซันนี่ อย่าขัดฉัน” ฟิชเชอร์ขู่ฟ่อกลับมา  ผมพอจะนึกภาพออก ว่าใบหน้าของเขาคงจะดูเหมือนหมาล่าเนื้อที่อารมณ์เสียสุดๆ คิ้วดกหนาคงขมวดเป็นปม ริมฝีปากเผยอ ยิงฟันแยกเขี้ยว ริ้วรอยก่อนวัยปรากฏตามหน้าผาก และดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นก็จะดูดุดัน เหมือนหมาที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ
ครั้งล่าสุดที่ผมเห็นฟิชเชอร์กลายร่างเป็นหมาล่าเนื้อ คือตอนที่เขาคิดแผนอันล้ำเลิศขึ้นมาได้ -- อย่างน้อยเขาก็มั่นใจว่าแผนของเขาเป็นอย่างนั้น -- และเราก็มั่นใจว่าแผนของเขาเป็นอย่างนั้นจริงๆ

    แต่นั่นมันก่อนที่เราจะรู้ว่าความวุ่นวายอันบ้าคลั่งได้รอพวกเราอยู่

    “มันมีเหตุผลที่เรามาอยู่ที่นี่นะ ฟิชเชอร์” ผมบอกเบาๆ เริ่มรู้สึกปวดหลังขึ้นมาเล็กน้อย “ทั้งฉัน ทั้งนาย ทั้งเจค  พวกเราสามคนไม่ได้มาติดแหง็กอยู่ที่นี่โดยบังเอิญ”

    “โอ้ย แหงล่ะ! แต่ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องบังเอิญทั้งหลายนั่น เราก็คงจะไม่มาอยู่ที่นี่” ฟิชเชอร์โวยโดยที่พยายามลดเสียงไม่ให้ดังจนเกินไป “ไม่อย่างนั้น ป่านนี้เราคงเป็นเศรษฐีอยู่ในเรือสำราญสุดหรู สวมสร้อยทองคำแวววับ และดื่มไวน์กันจนโลกดับไปแล้ว”

    ผมนึกถึงแผนของฟิชเชอร์ นึกถึงเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น บางทีเขาอาจจะถูก -- ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องบ้าๆที่จู่ๆก็เกิดขึ้นมากะทันหันนั่น พวกเราก็คงไม่มาติดแหง็กอยู่ที่นี่

    แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเรามาอยู่ที่นี่โดยบังเอิญอยู่ดี -- สุดท้ายแล้ว ดูเหมือนนี่เป็นสถานที่ที่เรารนหาเรื่องเสี่ยงเข้ามาเองด้วยซ้ำ

    เพราะแผนของฟิชเชอร์ เป็นแผนที่ไม่ได้เสี่ยงธรรมดา แต่เป็นแผนที่อันตรายด้วย

    “และซันนี่ ถ้าไม่ใช่เพราะลูซี่ของนาย แผนก็คงไม่เละเทะเป็นมะเขือเทศโดนสับแบบนั้น! นี่เป็นความผิดของนายเหมือนกัน และถ้านายยังรักเพื่อนที่มาติดแหง็กอยู่ที่นี่กับนาย ยังรักฉัน และเจค -- ซันนี่ มันถึงเวลาที่นายต้องฟังแผนใหม่ของฉัน”

    คราวนี้ผมลุกขึ้นมานั่งขัดสมาธิกับพื้น รู้สึกถึงความเย็นที่ยังคงอยู่บนแผ่นหลังตัวเอง

    ใช่ ผมเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ทุกคนมาติดอยู่ที่นี่
    ส่วนนึงแล้วนั้น มันเป็นเพราะผม แผนของเราถึงได้พังพินาศ
    และแผนที่ว่านั่น คือแผนปล้นร้านขนมหวาน -- ถ้าให้ระบุชัดกว่านั้นก็คือ ร้านขนมหวานของคุณซาร่า
    และที่นั้น คือสถานที่ที่ความวุ่นวายสุดโต่งได้เกิดขึ้น จนเละเทะเป็นมะเขือเทศโดนสับอย่างที่ฟิชเชอร์ได้บอกจริงๆ

    และวันนั้นเราทั้งสี่ก็เดินเข้าไปในร้าน โดยไม่รู้เลยว่ากองซากมะเขือเทศกำลังรอเราอยู่


ฟิชเชอร์!” ผมจำได้ว่าตัวเองตะโกนเรียกชื่อเขาดังลั่น แต่ร่างของฟิชเชอร์ก็นิ่งไม่ไหวติง

“บ้าชะมัด” เขาสบถออกมา ขณะกดบาดแผลตัวเอง เลือดไหลเลอะไปทั่วฝ่ามือ

ปัง!

เสียงปืนดังลั่นร้าน

แล้วเลือดก็ไหลนองบนพื้น พร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวน เต็มไปด้วยความหวาดกลัว และขวัญผวา

•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

0
โหวต 0 /10 คะแนน
จากสมาชิก 0 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

0 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

0 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...