น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

นิยาย : MAYA มายา

อ่าน 136
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
10 chapter
แต่งเมื่อ:
วันที่ 26 พ.ย. 2560 16:50 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง โชฒิกากราณ์
เริ่มเข้าขีดเขียน (17)
เด็กใหม่ (0)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

chapter 2. จุดเริ่มต้น

เขียนเมื่อ วันที่ 27 พ.ย. 2560 12:00 น.

( แก้ไขเมื่อ วันที่ 27 พ.ย. 2560 12:04 น. โดย เจ้าของบทความ )

«•
•»

 

 

               “น้องรัน!!” จุ๊จาเรียกน้องใหม่ที่เข้ามาทำงานได้หนึ่งเดือนเต็มด้วยเสียงที่ค่อนข้างดังจนเกือบกลายเป็นตะโกน พลางวิ่งหอบ หล่อนชันเข่าตัวเองพยายามทรงตัวด้วยขาที่ล้าเพราะความเหนื่อย รันลณี มองรุ่นพี่ด้วยความสงสัย

              “คุณ… แฮ่กๆ … คุณ… แฮ่กๆ ...” จุ๊จาพยายามกลืนน้ำลายตัวเองอย่างฝืดคอ

              “ใจเย็นๆ ค่ะพี่จุ๊ เกิดอะไรขึ้นคะ”

              “คุณนภา คุณนภาเธอหายตัวไปค่ะ เธอหายไปจากห้อง!”

              “เป็นไปได้ยังไงคะพี่จุ๊ เมื่อตอนเย็นรันเพิ่งให้ยาไป และเธอก็หลับไปแล้ว” รันลณีรีบพูดด้วยความตกใจ เธอเพิ่งพบคนไข้ในความดูแลของเธอไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานี่เอง

              “เธอหายไปจริงๆ ค่ะน้องรัน สัญญาณเตือนผู้ป่วยหายดังออกมาจากห้องของคุณนภา ผู้ดูแลห้องเข้าไปตรวจสอบก็ไม่พบเธอเลยค่ะ” จุ๊จาพูดเร็วๆ ด้วยใบหน้าที่เหมือนกำลังจะร้องไห้ เธอยังไม่ได้พูดอะไรต่อ รันลณีก็วิ่งไปยังที่เกิดเหตุเสียแล้ว จุ๊จาส่ายหัวแล้ววิ่งตามไปอย่างเสียไม่ได้ นี่มันเวลาเลิกงานของเธอแล้วแท้ๆ อีกไม่กี่นาทีก็จะเป็นเวลาสองทุ่มตรง ซึ่งเป็นเวลาที่เธอนัดแฟนหนุ่มในวันครบรอบ มันควรเป็นวันที่มีความสุขหลังเลิกงานสิ ไม่ใช่แบบนี้

 

              รันลณีวิ่งออกจากลิฟต์ทันทีที่เปิดออก โดยไม่สนรุ่นพี่ที่ตามมาด้วย ห้องหมายเลข A318 มีรูปหญิงสาวหน้าตาดีวัย 25 ปี พร้อมชื่อที่ติดอยู่หน้าประตูห้อง บ่งบอกถึงเจ้าของห้องที่หายไป มีบุคคลที่กำลังสนทนากันอยู่หน้าห้อง เมื่อเห็นผู้มาใหม่จึงรีบเอ่ยถาม

              “พยาบาลผู้ดูแลผู้ป่วยห้องนี้คนไหน” ชายร่างสูงใหญ่อายุประมาณสามสิบปีถามขึ้นด้วยใบหน้าเคร่งขรึม เขาใช้ปากกาชี้สองสาวผู้มาใหม่ที่กำลังก้มหัวให้เขาอยู่สลับไปมาพลางเท้าเอว ทำให้เสื้อกาวน์สีขาวที่คลุมอยู่เปิดออก ป้ายชื่อที่ติดอกด้านซ้ายและแถบสีน้ำเงินเข้มตรงไหล่บนเสื้อกาวน์บ่งบอกถึงหน้าที่

              “ดิฉันเองค่ะ รันลณี พยาบาลผู้ดูแลของคุณนภาค่ะ” รันลณีพูดทั้งที่ยังก้มหน้าอยู่

              “คุณพบเธอครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ คุณรันลณี”

              “เมื่อสองชั่วโมงที่ผ่านมาค่ะหมอ เธอขอให้รันพาเธอไปเดินเล่นที่สวนตรงดาดฟ้าของโซนเอ จากนั้นรันก็พาเธอกลับห้องค่ะ เธอได้รับยากล่อมประสาทเหมือนทุกวัน รันเห็นว่าเธอหลับสนิทแล้วจึงออกมา และกลับไปที่ห้องพักทำงานที่ค้างไว้และเตรียมตัวกลับบ้านค่ะ”

              “ผมไม่ได้ขอให้คุณเล่าเรื่องของคุณ ผมถามแค่ว่าพบเธอล่าสุดเมื่อไหร่ แค่นั้น” รันลณีสะดุ้งเฮือก

‘จิตวิทยา’ การเล่าเรื่องยาวๆ เกินจากคำถามที่ต้องการคำตอบมันเป็นการแสดงที่บ่งบอกว่ากำลัง ’โกหก’ เขาคิดว่าเธอกำลังกลัว และกุเรื่องขึ้นมาเพื่อให้ตัวเองพ้นความผิด รันลณีมองจิตแพทย์ที่อยู่ตรงหน้าอย่างคาดเดาไม่ได้

              “ผู้ป่วยหายในโรงพยาบาลจิตเวชอาจเป็นเรื่องปรกติ แต่ไม่ใช่กับที่นี่ น้อยมากหรือแทบจะเป็นศูนย์ที่จะพบเจอเคส การหายตัวไปของผู้ป่วยแต่เราจะพบเขาภายในหนึ่งชั่วโมง นั่นคือหนึ่งในระดับความไว้วางใจที่มีให้กับคนที่มาใช้บริการโรงพยาบาลของเรา เพราะเขาจะมั่นใจได้ว่าค่ารักษาที่เขาจ่ายให้กับเรา มันจะคุ้มราคากับการดูแลคนในครอบครัวของเขา เราจะไม่ละเลยถึงแม้ว่าที่นี่จะเป็นโซนที่ระดับมาตรฐานต่ำสุดของโรงพยาบาล แต่ก็อยู่ในมาตรฐานของโรงพยาบาลที่ดีที่สุด มาตรฐานคุณภาพที่ได้รับรางวัลทุกปี สามชั่วโมง!! ที่เธอหายไป เป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้น และกับพยาบาลใหม่ที่เข้ามาทำงานที่นี่ยังไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ และ…”

              “รันจะหาเธอเองค่ะหมอ” รันลณีพูดขัดประโยคอันยาวเหยียดนั้น ‘เสียเวลา’ ถ้าต้องฟังคนพล่ามถึงเรื่องไร้สาระ มันไม่ใช่เวลาที่ควรพูด หรือหาคำมาต่อว่าทำให้รู้สึกผิดมากกว่าที่จะช่วยกันแก้ไข

             

               ‘แม้แต่หมอก็ยังป่วยจิต’

             

               “รันจะหาเธอให้พบ ถ้ายังไม่พบเธอภายในเวลาหนึ่งชั่วโมง รันขอรับผิดชอบด้วยการลาออกเองค่ะ” รันลณีพูดอย่างชัดเจน จุ๊จาเขย่ามือของรันลณีเบาๆ เหมือนเป็นการห้าม แม้แต่ผู้ดูแลห้องยังส่ายหัวคล้ายกับว่า เธอกำลังพูดฆ่าตัวเองยังไงยังงั้น หมอหนุ่มทำเสียงเย้ยหยันในลำคอจนดังออกมา เขายกมือกอดอก เหมือนดูท่าทีของพยาบาลสาวที่อยู่ตรงหน้า

              “เธอหายไปสองชั่วโมงกับอีกสามสิบนาทีถ้านับตอนนี้ไม่ใช่สามชั่วโมง อีกอย่างนะคะหมอ รันทำงานที่นี่ครบหนึ่งเดือนแล้วล่ะค่ะ” เหมือนทิ้งระเบิดลูกเล็กๆ ใส่หัวของเขาอย่างจัง และคงจะกลายเป็นลูกใหญ่หากเธอยังอยู่ตรงนี้ รันลณีโค้งหัวให้จิตแพทย์ตรงหน้าเล็กน้อยก่อนจะออกตามหาคนไข้ในความดูแลของเธอ โดยไม่สนว่า ‘เจ้านาย’ ของเธอจะทำหน้ายังไง จุ๊จาโค้งให้เขาอย่างรีบๆ และตามรุ่นน้องของเธอไป เธอบอกว่าจะช่วยตามหาอีกแรง และเธอจะพาพยาบาลคนอื่นๆ ที่ว่างมาช่วยตามหาด้วย รันลณีตอบตกลงก่อนจะแยกทางกับรุ่นพี่ของเธอ ตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มสิบนาที เธอมีเวลาเหลืออีกเพียงห้าสิบนาทีเท่านั้นในการตามหานภา คนไข้ในความดูแลของเธอ

        

                 ติ๊ง!!...

 

              ประตูลิฟต์บนชั้นดาดฟ้าเปิดออก รันลณีตามหาทุกที่บนดาดฟ้าแต่ก็ไม่พบนภาเลย เธอไปอยู่ที่ไหนกันแน่ พยาบาลสาวกัดเล็บตัวเองเบาๆ อย่างครุ่นคิด คุณนภาถือเป็นผู้ป่วยระดับรุนแรงอีกคนหนึ่ง เธอป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ในกลุ่มของ Major Depressive Disorder นับตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุในวันเกิดของเธอเมื่อปีก่อน รันลณีค้นหาเธออีกครั้งที่สวนสาธารณะบนชั้นดาดฟ้าแห่งนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าคนไข้ของเธอไม่ได้อยู่ที่นี่ ก่อนจะวิ่งไปที่ลิฟต์ กดชั้น A1 ซึ่งเป็นชั้นแรกของโรงพยาบาล บางทีคนไข้ของเธออาจจะไม่ได้อยู่ในโรงพยาบาลนี้ก็ได้ หรือบางทีเธอคงต้องค้นหาทั่วโรงพยาบาลถ้าทำได้

 

               กรี๊ด!!!!!!!!!

 

              เสียงกรีดร้องแหลมแล่นเข้าสู่โสตประสาทของเธอ รันลณีใช้มือชันผนังลิฟต์เอาไว้ อีกข้างหนึ่งจับขมับของตัวเองเพราะอาการปวดจี๊ดที่สมอง เสียงนั้น

 

               เสียงที่เธอเคยได้ยิน… เมื่อไม่นานมานี้…

 

              ติ้ง!!...

 

              เสียงลิฟต์ดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าถึงจุดหมายแล้ว รันลณีมองออกไปนอกลิฟต์ ส่ายหัวน้อยๆ ไล่ความมึนในหัวออก ยังไม่ทันที่จะก้าวเท้าเดินออกไปก็ต้องชะงัก หญิงสาวมองที่ยังปุ่มลิฟต์อีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้กดชั้นผิด ใช่ A1 ยังคงปรากฏให้เห็นตรงหน้าจอ รันลณีกดปุ่มปิดลิฟต์เพื่อจะกลับไปยังชั้นเดิม แต่ก็เหมือนกับว่าปุ่มปิดลิฟต์มันไม่ยอมทำงานเอาเสียดื้อๆ

              ที่นี่ที่ไหน รันลณีมองออกไปด้านหน้าซึ่งเป็นสถานที่ที่ไม่คุ้นตาเอาเสียเลย เธอค่อยๆ เดินออกจากลิฟต์ตัวนั้นพลางมองไปรอบๆ เหมือนเป็นการสำรวจ แสงไฟสีส้มริบหรี่ ประกอบกับพื้นไม้ที่ค่อนข้างเก่าเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดเวลาย่ำเท้ากับบรรยากาศเย็นชวนขนลุก

               ที่นี่ไม่เหมือนกับโรงพยาบาล M.Y ที่เธอรู้จักเลยสักนิด จริงอยู่ที่เธออยู่เพียงแค่โซน A แต่ก็พอจะเดาได้ว่าสถานที่แบบนี้คงไม่ใช่โซน B หรือโซนพิเศษอย่างแน่นอน เพราะอย่างน้อยเธอก็เคยเห็นมันในเว็บไซต์ของโรงพยาบาล หญิงสาวค่อยๆ เดินไปตามทางโล่งๆ ตามแสงไปที่กะพริบถี่ๆ นั้นไป สองข้างทางคล้ายอุโมงค์เก่าๆ ที่ฉาบด้วยก้อนอิฐสีแดงเล็กๆ หวังว่าข้าวหน้าจะมีลิฟต์อีกตัวหรืออะไรสักอย่างที่สามารถพาเธอออกไปจากที่นี่ได้

 

               กึก กึก กึก…

 

               เสียงคล้ายกับรองเท้าส้นเข็มกระทบลงกับพื้นไม้ทำให้รันลณีหยุดการเคลื่อนไหว วูบหนึ่งในหัวบอกให้เธอซ่อนตัวมากกว่าที่จะวิ่งเข้าหา รันลณีหลบตัวอยู่มุมหนึ่งพยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุดเมื่อเสียงนั้นดังใกล้เข้ามา

               กึก กึก…

               กึก กึก…  

               กึก กึก…

 

               เสียงส้นรองเท้ากระทบกับพื้นเป็นจังหวะ เมื่อเสียงนั้นค่อยๆ ห่างออกไปจากเธอ รันลณีค่อยๆ ส่องลอดกำแพงมองหาเจ้าของเสียงรองเท้าคู่นั้นด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจมือทั้งสองข้างปิดปากตัวเองโดยอัตโนมัติ สิ่งที่เธอมองเห็น คือผู้หญิงคนหนึ่งสวมรองเท้าส้นเข็มสีแดงสด รันลณีไม่สามารถมองเห็นรูปร่างหน้าตาหรือเสื้อผ้าที่สวมใส่ได้อย่างชัดเจนเพราะ หล่อนกำลังแบกร่างของใครสักคนไว้บนบ่าของเธอเอง!!

               ร่างของใครสักคนที่รันลณีรู้จัก

               ร่างของคนที่เธอกำลังตามหา

                             คุณนภา!!!

             

              ร่างนภาถูกแบกไว้บนบ่าของผู้หญิง! สองมือหล่นลงมาด้านหลังเช่นเดียวกับผมยาวสีดำนั้นของเธอ ชุดสีขาวนั้นรันลณีจำมันได้ดี

 

               ด้านหนึ่งของจิตใจบอกเธอ ‘ให้วิ่งหนี’

               แต่อีกด้านกลับตะโกนบอกว่า ‘ให้ช่วยเธอ’

               ซึ่งสำหรับรันลณีแล้ว เธอเลือกที่จะทำตามอย่างหลัง

 

              “หยุดนะ!” เธอวิ่งออกจากมุมมืด พลางตะโกนก้องทำให้บุคคลที่ยืนแบก ‘มนุษย์’ หยุดชะงัก

              “จะเอาเธอไปไหน เอาคนไข้ของฉันคืนมา”

              “ใครกันนะ หืม…. คนไข้… งั้นหรอ” เสียงใสดังตอบ แต่ยังคงหันหลังให้กับรันลณี

              “คนไข้ของเธอ… งั้นหรอ” หล่อนถามย้ำ เสียงใสที่เปล่งออกมานั้นดูค่อนข้าง น่ากลัว!

              “แล้วใครเป็นคนไข้ของฉันกันล่ะ” น้ำเสียงที่เริ่มเปลี่ยนไป ทำให้รันลณีขนลุก และรู้สึกถึงอันตราย!

              “แกเป็นใคร!” รันลณีตะโกนถามออกไปอย่างอดกลั้น สติเริ่มหลุดลอยด้วยความกลัว เมื่ออีกฝ่ายเริ่มตอบคำถาม ที่ไม่ตรงคำตอบ

              “หรือเธอ เป็นคนไข้ของฉัน…”

              “คุณพูดเรื่องอะไร” รันลณีพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิว ใจกระตุกวูบ วินาทีที่ได้ยินประโยคนั้นของเธอ มันทำให้ใจสั่นด้วยความกลัว ความเย็นแผ่ซ่านเข้าสู่ร่างกาย เรี่ยวแรงของเธอที่มีเริ่มหายไป ทีละน้อย

              “เอ๋…. เธอ… เป็นคนไข้คนต่อไปของฉันงั้นสินะ” เสี้ยวหนึ่งที่หล่อนหันมา มันทำให้รันลณีแทบทรุด ใบหน้านั้นถูกพันด้วยผ้าสีขาวที่เต็มไปด้วยเลือดเว้นดวงตาสีแดงข้างหนึ่งที่มองเธออย่างน่ากลัว  

              “ดีจัง ดีสุดๆ ไปเลย…”

              “แกมันปีศาจ!!! ไม่มีอะไรเป็นของแกทั้งนั้น!!!!” รันลณีตะโกนออกไปสุดเสียงกลบความหวาดกลัวที่อยู่ภายในจิตใจของเธอ เพราะเธอกลัวมาก เลยทำให้กล้าที่จะบ้า!!มากกว่าที่จะหนี หญิงสาวหยิบเหล็กท่อนใหญ่ที่อยู่ข้างๆ เธอด้วยมือที่สั่นไหว

              “เอาเธอคืนมา เอาคนของฉันคืนมา ก่อนที่ฉันจะฆ่าแก!!!!” รันลณียกเหล็กท่อนใหญ่ขึ้น เธอพูดพร้อมวิ่งตรงไปหาปีศาจที่อยู่ตรงหน้าอย่างบ้าคลั่ง

             

                “ย๊าก!!!!”

               ภายใต้ผ้าเปื้อนเลือดนั้นเกิดรอยยิ้มของปีศาจเมื่อมันมองเห็นความโอหังของหญิงสาวตัวน้อย แต่กระนั้นดวงตาสีแดงของมันก็ต้องกระตุกวูบเมื่อมองเห็นท่อนเหล็กใหญ่ที่อยู่ในมือของหญิงสาว กลายเป็นดาบคมสะท้อนแสงไฟ กำลังตรงดิ่งมาหามัน!

 

 

 

 

 

 

«•
•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

0
โหวต 0 /10 คะแนน
จากสมาชิก 0 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

0 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

0 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...