น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

นิยาย : Irithyll Prince

อ่าน 160
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
38 chapter
แต่งเมื่อ:
วันที่ 19 พ.ย. 2560 20:40 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง moonSB
เริ่มเข้าขีดเขียน (24)
เด็กใหม่ (0)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

chapter 1. บูตรบุญธรรมแห่งองค์ราชินี

เขียนเมื่อ วันที่ 19 พ.ย. 2560 20:49 น.

( แก้ไขเมื่อ วันที่ 19 พ.ย. 2560 20:54 น. โดย เจ้าของบทความ )

•»

            ฮากาโนะไม่เคยคิดว่าเขาจะฝันกลางวันเป็น แม้จะเคยฝันมาบ่อยแล้วก็ตามในวัยเด็ก เขาเคยวาดฝันว่าจะมีบ้านหลังไม่ใหญ่เกินไปและไม่เล็กเกินไป มีสวนหลังบ้านที่เมื่อเข้าฤดูร้อน เขาสามารถไปนอนเล่นได้ เมื่อหน้าหนาวก็มีเตาไฟอุ่น ๆ และชาร้อน ๆ กับแมวเลี้ยงอ้วนกลมนอนอยู่บนตัก ในมือมีหนังสือเล่มโปรดอ่านให้ใครบางคนฟัง แต่สิ่งที่เขาได้รับมานั้น...มากเกินกว่าที่เขาสามารถบรรยายหรือจิตนาการได้

            มันเป็นวันธรรมดา ๆ วันหนึ่ง ที่เมื่อคนไม่มีเงินส่งเรียนต้องออกไปทำงาน เขาจำได้ดีว่าตนเริ่มทำงานตั้งแต่อายุสิบขวบ กับการขัดรองเท้าข้างถนน ทำความสะอาดบ้านคนมีฐานะ ที่ไม่ต้องการจ้างบริษัทแม่บ้าน หรือเก็บขยะชั่งขาย เรื่อยไปจนถึงแอบทำข้อสอบให้กับเหล่าคนผู้ไม่พยายาม แม้เด็กหนุ่มจะรู้สึกแย่ก็ตาม นั้นเป็นงานแย่ ๆ งานเดียวที่เขาทำเพื่อเงิน ก่อนเสียขาข้างหนึ่ง และมีปัญหาการเดินตลอดชีวิต

            เขามีไม้เท้าถูกทิ้งเป็นภรรยาข้างกาย เด็กหนุ่มกับการเดินพิกลพิการด้วยอายุไม่ถึงสิบแปดปี ไม่มีอะไรดีไปกว่าการทำงานค่าจ้างเล็กน้อย ที่จ่ายอะไรไม่ได้นอกจากค่าขนม กับการอดมื้อกินมื้อเพื่อซื้อหนังสือสักเล่ม ทว่าการเตรียมตัวไปทำงานวันนี้ต่างไปอย่างสิ้นเชิง

            เมื่อมีจดหมายฉบับหนึ่งสอดไว้ใต้ประตูห้องเช่ารูหนูของเขา แปลกประหลาดกว่านั้นคือจดหมายฉบับนี้ถูกส่งมาจากสถานทูตอาณาจักรหนึ่งที่เขาไม่เคยได้ยินชื่อ จดหมายนี้ได้ส่งมาให้ฮากาโนะเพื่อเชิญเด็กหนุ่มมาทานมื้อเที่ยงของวันนี้

            นั้นเองทำให้ฮากาโนะต่อรถประจำทางหลายสายจนมายืนอยู่หน้าสถานทูตใจกลางเมืองเครนเลีย ถนนเมล์เวล์ ซึ่งบัดนี้ท้องถนนนั้นมีผู้ใช้รถใช้ถนนเต็มไปหมด ไม่ว่าจะจอมเวทขี่ไม้กวาด รถเวทมนต์ลอยผ่านไป เด็กหนุ่มยื่นนิ่งตกตลึงกับภาพที่เห็น

            “มองสถานทูตของโนมาสอยู่เหรอเพื่อน” เสียงดังจากเด็กหนุ่มอายุเท่ากับฮากาโนะเอ่ยขึ้น อีกฝ่ายกอดคอเขาในทันที

“อะ อือ ผมเพิ่งเดินมาแถวนี้ อาณาจักรของโนมาสเหรอ” ฮากาโนะถาม ทำให้อีกฝ่ายพยักหน้าแรง ๆ พร้อมกับตบหลังของเขาไปพร้อมกัน

“อาณาจักรลึกลับเลยล่ะ” เด็กหนุ่มพูดท่าทางจริงจัง เขามองซ้ายขวาคล้ายกับว่ากลัวมีใครจับจ้องหรือดักฟังอยู่ ก่อนจักดึงคอเสื้อของฮากาโนะให้เข้าไปใกล้เพื่อความมั่นใจว่าไม่มีใครแอบฟังทั้งสอง

“ปรากฏมาเป็นคนกลางช่วงสงครามด้วยล่ะ ประหลาดสุด ๆ เพื่อนฉันบางคนบอกว่า คนพวกนี้นะเข้าไปช่วยทั้งทหารฝ่ายเราแล้วก็ทหารฝ่ายศัตรูด้วยนะ...เหมือนเพื่อนฉันเรียกแล้ววะ ไปก่อนนะ” เด็กคนนั้นตบบ่าของเขาเสียงดัง ร่างเซไปตามแรงจนแว่นสายตาของเด็กหนุ่มเกือบกระเด็นตกลงพื้นถนน

 

            ฮากาโนะรวบรวมความกล้า เดินข้ามถนนจนเขามาหยุดที่หน้าประตูเหล็กดัดสีเงินที่เงาวับจนใช้แทนกระจกได้ เด็กหนุ่มพยายามมองเข้าไปเพื่อหาทางติดต่อกับคนภายในผ่านแว่นสายตาแตก ๆ ที่ไม่ช่วยให้มองเห็นได้ดีนัก สถานทูตแห่งนี้เงียบดุจป่าช้า ไม่มีใครตรวจตรา ไม่มีรักษาความปลอดภัยหน้าประตู คนทำสวนก็ไม่มี เขาถูกหลอกหรือไม่นะขณะที่ฮากาโนะกำลังหันหลังกลับเพื่อไปทำงานพิเศษช่วงบ่ายต่อนั้นเอง

            “คุณเฟนโนหรือเปล่าครับ” เธอเป็นเด็กสาวในชุดแบบตกแฟชั่น สองมือถือตระกล้าจ่ายตลอดสองใบใหญ่ ที่บรรจุด้วยของสดทั้ง เนื้อสัตว์ ของแห้งขนมปังและข้าวสาร มีผักและผลไม้สองสามอย่างในตระกล้าใบหนึ่งมีเท้าตุ๊กตาอีกาตัวอ้วน เท้าชี้ฟ้าอยู่ ฮากาโนะตกตลึงที่ได้เห็นเด็กสาวหอบฟาง ผิดกับขนาดร่างตัวเล็กของเธอ

“สวัสดีครับ...ขอยืมมือเปิดประตูได้ไหมครับ” ด้วยเหตุนี้เองฮากาโนะถึงได้รู้ว่าสถานทูตแห่งนี้ไม่ใช้อาคารใหม่อะไร

            มันเป็นอาคารเก่าที่ทุกอย่างสร้างไม่เสร็จดี มีข้าวของวางเกกะทั่วทางเดิน สิ่งที่ดูดีมีเพียงอาคารภายนอกที่มีการทาสีเรียบร้อยเท่านั้น ฮากาโนะพยายามมองไปรอบตัวด้วยความระแวง สถานที่ก่อสร้างไม่เคยเป็นที่ปลอดภัยในสายตาเขานัก

“เออ...ทำไม...ถึงเชิญผมมาทานมื้อเที่ยงเหรอ” เขาเอ่ยปากถาม ขณะเดินตามหลังเด็กสาว ที่ตอนนี้กำลังใช้เท้ากวาดเศษไม้กับตะปูตามทางเดิน

“อ๋อ ! เรื่องคุณเบนที่เชิญคุณมาเหรอครับ” เด็กสาวพูดด้วยเสียงร่าเริง ฮากาโนะคิดว่า คุณเบน คือหัวหน้าของเธอ คนที่ส่งจดหมายเชิญมา

“เดี๋ยวคุณทราบเองครับ เชิญนั่งรอที่สวนทางประตูซ้ายมือได้เลย...ขอไปเตรียมมื้อเที่ยงก่อนนะครับ” เธอก็ไม่ตอบคำถามของฮากาโนะ แต่รอให้เขาเดินออกไปที่ประตูทางซ้ายก่อนที่จะหลบเข้าไปในห้องครัวที่อยู่ไม่ไกลนัก

            นอกสวนนั้นเพิ่งตัดเสร็จไม่นาน โดยใจกลางสวนนั้นมีต้นหลิวสีแดงต้นใหญ่ยื่นอยู่ กิ่งก้านนั้นพัดไปตามสายลมอ่อน ใต้ร่มเงานั้นมีชุดโต๊ะจิบน้ำชาขนาดนั่งสองคน มีการปูผ้าลายคล้ายดวงอาทิตย์วางไว้ เขามองซ้ายแลขวาขณะนั่งลงอยู่เพียงลำพัง

            ทำไมเขาถึงมาที่นี้กันนะ การมาทานมื้อเที่ยงที่ไม่นัดในที่สถานะเช่นนี้เขาคิดดีแล้วหรือ แต่พอเป็นสถานทูตนั้นคือสาเหตุที่เด็กหนุ่มเดินทางมาที่นี้ มีคำถามมากมายแล่นเข้ามาหาฮากาโนะ

“ฉันคงตอบคำถามทุกข้อไม่ได้ แต่ตอบได้บางข้อเท่านั้นนะ” เสียงนั้นเอ่ยขึ้น และฮากาโนะก็ได้พบกับชายบนรถเข็น เขาสวมอยู่ในชุดหนังสีดำที่ผิดกับฤดูร้อนของปีนี้ สองขานั่งไขว้ห่างอย่างสบาย ๆ ผู้ที่เข็นเขามาคือตุ๊กตากลหญิงสาวร่างสูงโปร่ง ทว่าสิ่งที่เป็นจุดเด่นบนดวงหน้าของชายบนรถเข็นผู้นี้คือ เขามีตาสองสี กับผมสีบลอนด์ทอง และรอยเย็บรูปตีนตะคาบที่พาดจากโหนกแก้มข้างขวาไปถึงกลางหน้าผาก

“ได้เจอกันแล้วนะฮากาโนะคุง” ชายบนรถเข็นทักทายพร้อมรอยยิ้ม

“ฉัน นายกรัฐมนตรีแห่งอาณาจักรอิริทิว เกรมัน บ. เยเกอร์ แต่เรียกฉันว่าเยเกอร์เฉย ๆ ก็ได้นะ อะไร ๆ ไม่ค่อยพร้อมหวังว่าไม่ทำให้เธอไม่ประทับใจนะ” นายกเยเกอร์ถูกเข็นมานั่งประจันหน้ากับฮากาโนะ

            “ตุ๊กตาขอเวลาส่วนตัวกับแขกหน่อยนะ” เขาพูดกับตุ๊กตาของเขา ก่อนที่เธอจะเดินจากไป ฮากาโนะพยายามคิดว่าตอนนี้เขากำลังนั่งอยู่ตรงหน้ากับผู้ชายลำดับหนึ่งแห่งประเทศลึกลับ ที่ทำตัวลึกลับไม่แพ้กัน แล้วทำไมเขาต้องเชิญเด็กแบบเขามาทานมื้อเที่ยงด้วยล่ะ

“ฉันเป็นตัวแทนองค์ราชินีของประเทศฉันนะ จริงสิ ! คุณแอนมีจดหมายถึงเธอด้วย มีปัญหากับนกส่งจดหมายนิดหน่อยฉันเลยต้องมาส่งด้วยมือเอง” นายกเยเกอร์ส่งจดหมายมาให้ฮากาโนะ เด็กหนุ่มรู้สึกลังเลที่จะรับเอาไว้ แต่ท้ายที่สุดมันก็มาอยู่ในมือของเขา

            จดหมายสีขาวสะอาดตาประทับตรารูปสิงโตคู่ มันถูกเขียนจ่าหน้าซองจดหมายถึงเขา ทั้งชื่อนามสกุน และที่อยู่อันเป็นห้องเช่ารูหนูของเขา ฮากาโนะรู้สึกประหลาดใจนักกับกลิ่นน้ำหอมของกระดาษและเขาก็เปิดอ่านในที่สุด

 

          ถึง คุณฮากาโนะ เฟนโน

            หากคุณได้อ่านจดหมายฉบับนี้ แสดงว่าคุณได้พบกับนายกรัฐมนตรีผู้เป็นตัวแทนของข้าพเจ้าแล้ว ด้วยคุณงามความดี และความกล้าหาญของพี่ชายของคุณ ผลทหาร โฮมูระ เฟนโน ทั้งการช่วยเหลือจักรวรรดิโดริอัสบ้านเกิด และช่วยชีวิตข้าพเจ้า

            ข้าพเจ้าจักทำความต้องการสุดท้ายของเขาให้เป็นจริง โดยการรับคุณเป็นบุตรบุญธรรม และส่งเสียเลี้ยงดูให้เติบใหญ่สมบูรณ์พร้อมทั้งกายและใจ ในรายละเอียด นายกรัฐมนตรีจักเป็นผู้อธิบายข้อตกลงที่จักรวรรดิโดริอัสได้กำหนดไว้ ข้าพเจ้าขออภัยที่ไม่สามารถเดินทางมาพบคุณด้วยตนเอง

หวังว่าจักได้พบในเร็ววัน

ราชินีอัลลิอัลเดีย อ. ลาร์ซ

            “ได้...” ฮากาโนะพูดไม่ออก

“อย่าตกใจเลยพ่อหนุ่ม นั้นล่ะลูกชายบุญธรรมองค์ราชินี” นายกเยเกอร์พูด ท่าทีไม่ทุกข์ร้อนนัก แน่นอนเพราะเขาไม่ใช้ฮากาโนะนี้

“เรากินไปคุยไปกันดีกว่านะ ผู้ช่วยชีวิตของฉันมาพร้อมกับมื้อโปรดแล้ว ...เดินระวัง ๆ นะเดี๋ยวชามข้าวทับใส่ตายฉันจะไปพึ่งใคร” เขาทักทายกับเด็กสาวที่เดินมาพร้อมกับชามที่เรียงมาบนแขนทั้งสอง และชุดถ้วยชากับกาน้ำร้อนที่วางอยู่บนหัว มีนายกทำท่าตื่นเต้นกับฮากาโนะที่ตลึงอ้าปากค้าง

“ผมไม่ตายเพราะถูกชามทับหรอกนะครับคุณเบน เริ่มคุยกันหรือยังครับ” เด็กสาวพูดไปเริ่มจัดโต๊ะไป ฮากาโนะรีบเข้าไปช่วยเธอจัดโต๊ะในทันทีเพราะกลัวเด็กสาวทำถ้วยชามตกแตก

“กำลังเริ่มเลย ใกล้ตอนสำคัญด้วย วานไปเป็นเพื่อนตุ๊กตาหน่อยสิ” นายกยิ้มให้ ทำให้เด็กสาวโบกมือลาก่อนจะเดินจากไปนั่งเล่นกับตุ๊กตากลที่กำลังเล่นกับเจ้าอีกายัดนุ่น

            ฮากาโนะรู้สึกท้องหิวมาก เพราะเขาไม่ได้กินอะไรตั่งแต่เช้า จึงหยิบขนมที่วางอยู่ชั้นบนสุดเข้าปาก ตอนนี้เขาหยุดมือตัวเองไม่ได้เพราะความอร่อยของมัน เด็กหนุ่มจำได้ว่าตนไม่มีโอกาสได้กินขนมแบบนี้บ่อยนักยกเว้น วันเกิดของตัวเอง

“กิลคงดีใจ แต่เธอทำถูกปากคนอื่นเสมอล่ะ” เยเกอร์หัวเราะ ก่อนยกชาขึ้นดื่มสายตาจ้องมองมาที่ฮากาโนะอยู่ครู่หนึ่งในที่สุดเขาก็พูดขึ้น

“นอกจากคุณแอนแล้วฉันก็อยากคุยกับเธอด้วยนั้นล่ะ” นายกยิ้มแก้มปริ ฮากาโนะสามารถบอกได้เลยว่ามันสยดสยองมากเพียงใด เด็กหนุ่มหยุดมือแทบในทันที มีบางอย่างบอกว่านายกชื่นชอบพฤติกรรมการแสดงออกมากเพียงใด มันเหมือนสายตาของบางสิ่งที่สนอกสนใจทุกอย่าง

            “เธอรู้เรื่องอาณาจักรอิริทิวมากแค่ไหน” เยเกอร์ถามในสิ่งที่เขารู้คำตอบ และฮากาโนะสามารถบอกได้เต็มคำว่า เขาไม่รู้ ไม่รู้เลยว่ามันตั้งอยู่ที่ไหน แล้วเคยมีด้วยหรือ แต่ตนจะตอบอย่างไรดีล่ะให้อีกฝ่ายเสียใจน้อยที่สุด เมื่อลูกบุญธรรมองค์ราชินีไม่รู้อะไรเกี่ยวกับประเทศ

“...ไม่ทราบครับ” ฮากาโนะไม่โกหก

“งันเหรอ รู้ก็แปลก” นายกพูดออกมา เขาถอดหมวกทรงแหลมออกแล้วมองดูเข็มกลัดเงินที่อยู่บนหมวกของเขา ซึ่งกลัดให้ขนนกประดับสีขาวติดกับหมวกของเขา

“ให้พูดแบบอวดหน่อยก็ เราเป็นประเทศที่ก้าวกระโดดมาก ๆ ทางการแพทย์ ฉันสามารถผ่าตัดลูกตาใหม่ให้คนตาบอดสนิทถึงสองคน และอยู่หลังเทือกเขาอานอร์ที่จักรพรรดิแห่งโดริอัสไม่เคยเหยียบได้ และนั้นล่ะที่มันเป็นปัญหา” มาถึงตรงนี้นายกถอนหายใจยาว เขายังคงมองเข็มกลัดบนหมวกของตนเองอยู่ครู่ใหญ่ ราวกับมันเป็นตัวแทนของบางอย่าง ที่สำคัญมาก

            “พวกฉันแพ้ศาลโลกเวทมนต์” นายกเยเกอร์ถอนหายใจ

“และ...พวกเขาอยากได้ดินแดนไปอยู่ในอาณานิคม แต่รู้อะไรไหมฉันไม่สนใจคำพูดพวกหนอนโสโครกตัวอ้วนว่า นี้เป็นความใจกว้างของจักรพรรดิ ท้ายที่สุดเมื่อเท้านั้นเหยียบแผ่นดินฉัน และเอาทุกอย่างไป” สายตาของเขานั้นไม่บิดเบี้ยวเลย มันน่าสงสัยมากว่าเขามีความโกรธอยู่ในดวงตาคู่นั้นหรือไม่ ฮากาโนะกลับคิดว่านายกหนุ่มคนนี้ช่างแปลกประหลาด คำพูดของเขาแสดงชัดเจนว่าไม่ต้องการให้ดินแดนเป็นอาณานิคม แต่น้ำเสียงของเขาสงบนิ่งมาก

“แล้ว...ท่านนายกบอกผมทำไมหรือครับ” เป็นคนแปลกมากเสียจริง

“ฉันต้องเล่นตามกฎ และโดริอัสก็ให้กฎกับฉัน” นายกรัฐมนตรีถอนหายใจ นิ้วเคาะพื้นโต๊ะเป็นจังหวะ มันเร็วมากจนฮากาโนะรู้สึกสงสัยว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่

“ฉันต้องให้เธอเป็นเจ้าชายเพื่อสัมพันธ์ทางการทูตของอาณาจักร”

“ดะ เดี๋ยวก่อนนะครับ ! จะ เจ้าชาย ดะ เด็กกำพร้า สามัญชน อะ เออ...ให้เป็นเจ้าชาย” สามัญชนไม่สามารถเป็นเจ้าชายได้ เริ่มข้อแรกที่สายเลือดก็ไม่ผ่านแล้ว นายกเยเกอร์เพียงเลิกคิ้วสูง

“ราชนิกุล ก็มนุษย์ผิดตรงไหนเหรอ ถึงฉันจะเคยได้ยินเรื่องสายเลือดกับความเหมาะสมตอนมารับตำแหน่งนายกก็เถอะ” ท่าทางของฮากาโนะยังตกตลึงไม่หาย เมื่อได้เห็นเช่นนั้นทำให้นายกเยเกอร์ถอนหายใจเป่าผมที่ตกลงมาบนหน้าของตนเองเล็กน้อย

“ฉันก็รู้ว่ามันฟังลำบาก” นายกกล่าว

“ทั้งคุณแอน กับฉันก็ไม่อยากให้ทำนักหรอก เธอเป็นน้องชายของมนุษย์ที่ฉันถูกใจด้วยสิ ช่วยถือว่าเป็นคำขอร้องของฉัน ที่เป็นตัวแทนของประชาชนประเทศของฉันเถอะ” เขาไม่ว่าเปล่านายกก้มหัวให้ฮากาโนะทันที เด็กหนุ่มรู้สึกตกใจทำตัวไม่ถูกเกิดมาไม่เคยมีใครทำแบบนี้ หากเขาจะปฏิเสธมันก็ทำร้ายน้ำใจอยู่ อีกอย่างเขากลายเป็นลูกบุญธรรมของราชินีประเทศนี้ไปแล้วด้วย

“ขะ เข้าใจแล้วครับคุณเยเกอร์ ยะ หยุดก้มหัวเถอะครับ” ฮากาโนะพูดติดอ่างไปหมด เมื่อได้ยินดังนั้นเขาเห็นนายกรัฐมนตรีเยเกอร์ส่งยิ้มมาให้ พร้อมกับพูดขอบใจ

            เมื่อการสนทนาเรื่องยากจบลง นายกเยเกอร์ได้ชวนเด็กหนุ่มคุยไปเรื่องอื่น ๆ มากมาย หนึ่งในเรื่องเหล่านั้นคือ ห้องเช่าใหม่ของฮากาโนะด้วย

•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

0
โหวต 0 /10 คะแนน
จากสมาชิก 0 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

0 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

0 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...