น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

นิยาย : สุดต๊อง หัวใจกุ๊กกิ๊ก

อ่าน 249
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
18 ตอน
แต่งเมื่อ:
วันที่ 6 ก.ย. 2560 19:09 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง ตีสี่
ขีดเขียนฝึกหัด (61)
เด็กใหม่ (3)
เด็กใหม่ (1)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1. ตอนแรก

เขียนเมื่อ วันที่ 6 ก.ย. 2560 19:18 น.

( แก้ไขเมื่อ วันที่ 6 ก.ย. 2560 19:30 น. โดย เจ้าของบทความ )

•»

ตอนแรก

 

          เสียงเคาะคีย์บอร์ดดังรัวต่อเนื่องกันไม่มีหยุดผลที่ได้คือข้อความตัวอักษรบนกรอบหน้าจอเล็กๆ ด้วยความยาวจำนวนหนึ่ง พร้อมกันนั้น หลังสิ้นสุดเสียงเคาะสุดท้าย ตัวอักษรต่างๆ ก็ปรากฏอยู่บนหน้าจอสนทนา และเพียงครู่อีกฝ่ายก็ตอบกลับมา อีโมชั่นน่ารักสีหวานๆ ปรากฏอยู่เต็มพรืด

          “พรุ่งนี้ไปเจอกันที่สยามก่อน แล้วเราก้อค่อยไปดูหนังกันนะ”

          “ได้จ้า แต่เฮอร์คิวลิสต้องเลี้ยงนะ หนูนาม่ะมีตังค์”

          “แน่นอนอยู่แล้ว เด๋วเสี่ยเลี้ยงเอง”

          “เย้ เย้ งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะ บาย”

          เสียงหัวเราะหึหึอย่างชอบใจดังขึ้น เขาอดไม่ได้ที่จะฝันหวานถึงวันพรุ่งนี้ ในที่สุด... พรุ่งนี้แหละ เขาจะมอบความบริสุทธิ์ของผู้ชายให้กับน้องหนูนา และจะได้ลบคำสบประมาทของไอ้ฝาแฝดสองตัวนั่น ที่บังอาจมาว่าเขาได้ว่าโตจนป่านนี้ยังไม่เคยฟันสาวใด!!!

          ชายหนุ่มเปิดโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เขาสร้างขึ้นเพื่อดูภาพจำลองเหตุการณ์ซ้ำอีกครั้ง เขาไม่อยากให้เกิดความผิดพลาดใดๆ แว่นกรอบหนาสะท้อนภาพที่อยู่บนหน้าจอ เขาแสยะยิ้มและส่งเสียงหัวเราะหึหึ... อีกครั้ง

 

          สุดฟ้าลุกขึ้นแต่งตัวแต่เช้าชนิดที่เรียกว่าฟ้ายังไม่ทันสาง เสื้อผ้าสำหรับออกเดทครั้งแรกในชีวิตถูกเลือกเฟ้นมาแล้วอย่างถี่ถ้วน เสื้อเชิ้ตลายสก็อตติดกระดุมเม็ดบนสุดถึงคอ กางเกงยีนส์ขาตรงสีเข้ม เอาเสื้อยัดไว้ในกางเกง และใส่เข็มขัดหนังสีน้ำตาล ส่วนทรงผมเขาควักเอาเจลเกือบครึ่งกระปุกมาโปะบนหัว ยีๆ ป้ายๆ ก่อนจะหวีเสยไปด้านหลังจนผมเรียบแป้ ล้างมือแล้วจึงเทแป้งเด็กขึ้นทาหน้า หยิบแว่นสายตากรอบสีน้ำตาลที่คิดว่าเท่ที่สุดขึ้นมาสวม สุดท้ายสวมถุงเท้าและรองเท้าเป็นอันพร้อมออกจากบ้าน

          ชายหนุ่มรู้สึกปลื้มปิติตื้นตันอย่างที่สุด ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่เขาจะได้นอนกอดก่ายสาวสวยทรงโตในอ้อมอกยามค่ำคืน และเขาจะได้กลับไปตอกหน้าแฝดนรกยามที่พวกมันพูดถึงเรื่องนี้ สุดฟ้าดันแว่นขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเดินออกจากบ้านด้วยความมั่นใจ

          ณ สยามแสควร์แหล่งรวมวัยรุ่น... สถานที่ที่เขานัดหมายสาวสวยหนูนาที่แห่งนั้นยังคงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนเฉกเช่นเดิม หลากหลายคนหลังจากเดินผ่านเขาไปก็หันกลับมามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกรอบ และมีอีกหลายคนที่มองแล้วหัวเราะ สุดฟ้ายิ้มให้ด้วยความมั่นใจเช่นเดิม แน่นอน เขามั่นใจว่าเขาหล่อ สาวๆ ที่มองเขาแล้วมองอีกนี่ต้องเป็นเพราะความหล่อของเขาแน่ๆ สุดฟ้าจึงยิ้มตอบพร้อมกับยืดตัวเชิดหน้าขึ้นด้วยความภูมิใจไม่น้อย

          “มาถึงแล้ว เฮอร์คิวลิสอยู่ไหนหรือ” เขาเปิดดูข้อความในโทรศัพท์มือถือ และรีบพิมพ์ตอบกลับไป

          “หน้าร้านหนังสือ หนูนาอยู่ไหน” พอกดส่งเขาก็เงยหน้าขึ้น ประจวบเหมาะกับสาวนางหนึ่งตรงหน้าซึ่งมองเขาด้วยอาการตกใจ เธอถือโทรศัพท์ไว้ในมือ สุดฟ้ารู้ได้ทันทีว่าเธอคือหนูนา ชายหนุ่มเดินเข้าไปหา เธอยังไม่หายจากอาการเอ๋อ อึ้ง สุดฟ้าคิดว่าเธอคงจะตะลึงในความหล่อของเขาอย่างแน่นอน

          “หนูนา ผมเฮอร์คิวลิสครับ”

          “อ๊ะ ค่ะ” หญิงสาวแทบอยากจะตบปากตัวเอง ไปตอบรับทำไมนะ เธอควรจะปฏิเสธไปสิ ถ้าวันนี้เธอคงต้องไปเดทกับผู้ชายเฉิ่มเชยอย่างนายนี่เธอต้องอกแตกตายแน่ๆ ความคิดในใจของสาวแอบแบ็วพรั่งพรูออกมาอยู่ในหัวสมองของเธอโดยที่สุดฟ้าไม่รับรู้

          “ไปกันเถอะผมจองตั๋วไว้แล้ว”

          “อะ... เอ่อ” เธอกำลังอ้าปากบอกปัดอยู่แล้ว ถ้าไม่นึกอะไรได้เสียก่อน ไอ้บ้านนอกนี่มันบอกว่ามีตังค์นี่นา ดีล่ะเธอจะปอกเสียให้หมดตัวเชียว ตอนนี้ยิ่งมีของที่อยากได้หลายอย่างอยู่ด้วย

          “ดีค่ะ เราไปกันเถอะ” หนูนาเปลี่ยนสีหน้ายิ้มหวานให้ทันที สุดฟ้าถือโอกาสจะโอบไหล่หญิงสาว แต่เหมือนเธอจะรู้ทัน เบี่ยงกายหนีอย่างแนบเนียน เขาเลยอด... ไม่เป็นไรสุดฟ้านึก วันนี้ยังมีโอกาสตลอดทั้งวัน พร้อมกับเสียงหัวเราะหึหึดังลอดออกมาจากลำคอ

          ทว่าหลังจากนั้นมันยิ่งแตกต่างจากแผนที่สุดฟ้าวางไว้ เมื่อดูหนังและกินข้าวมื้อกลางวันจบ สาวเจ้าชวนเขาไปเดินซื้อของแทนที่จะไปเดินสวนสาธารณะหรือสวนสัตว์ตามที่เขาคิดไว้ และพอเธอออดอ้อนให้เขาซื้อชุดกระโปรงให้ มีหรือเขาจะไม่ใจอ่อน อันที่จริงไม่เรียกว่าใจอ่อนหรอก แต่ต้องตามใจเพื่อให้เหยื่อหลงต่างหาก ส่วนไอ้ชุดกระโปรงนั่นก็...โค-ตะ-ระแสนแพง ชุดหนึ่งตั้งสองหมื่นห้าพันบาทสุดฟ้าได้แต่ค่อนขอดในใจ ไอ้ชุดพรรค์นี้ใส่แล้วมันจะบินได้หรือไงฟะ แต่กระนั้นเขาก็ยังฉีกยิ้มเหมือนเต็มใจอย่างเต็มเปี่ยม เท่านั้นยังไม่พอสาวเจ้ายังพาเดินเข้าไปร้านกระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ น้ำหอม และอีกมากมาย มันไม่เท่าไหร่ถ้าแค่พาเดินเข้าไปดู แต่ดันซื้อของจากทุกร้านที่พาเขาไป ของแต่ละชิ้นก็ไม่ได้ถูกๆ หมดวันนี้เขาคงต้องจนไปอีกสามปีสี่ชาติ!!! .....แต่ไม่เป็นไร สุดฟ้ากัดฟัน แค่วันนี้เขาได้อ่างอ๊างเงินทองเท่านี้ก็นับว่าคุมค่าแล้ว...

          “ขอบคุณมากนะเฮอร์คิวลิสที่วันนี้ซื้อของให้หนูนาตั้งหลายอย่าง แต่วันนี้หนูนาต้องกลับแล้ว ขอตัวก่อนนะ” หญิงสาวขอตัวชิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว พร้อมข้าวของมากมายที่เธอขอเอาไปถือก่อนหน้า สุดฟ้าได้แต่ยืนอึ้งกิมกี่อยู่สามนาทีกว่าจะประมวลผลได้ว่า.... วันนี้เขาแห้วเสียแล้ว

          แต่อย่างว่า ดั่งคำสุภาษิตที่มีมาแต่โบร่ำโบราณ ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น เมื่อกลับไปถึงบ้านเขาจึงเข้าห้องแชทหาเธอทันที ไว้นัดครั้งหน้าก็ไม่เสียหลาย สุดฟ้าพยายามปลอบใจตัวเอง แต่วันนี้เธอไม่ออนไลน์ เขาจึงยังคงคิดในแง่ดี เธออาจจะเหนื่อย ไว้พรุ่งนี้ละกัน...

          กระนั้นไม่ว่าจะวันพรุ่งนี้ สองวันให้หลัง หรืออีกสามอาทิตย์ต่อจากนั้น ก็ไม่มีวี่แววว่าเธอจะออนไลน์เลยสักครั้ง สุดฟ้ากลุ้มใจจนต้องนำเรื่องนี้ไปปรึกษาแฝดนรกเพื่อนหนึ่งเดียวของเขา แม้พวกมันสองคนจะปากหมา ชอบซ้ำเติมและอีกมากมายหลายเรื่องที่เขาไม่ชอบใจในตัวของพวกมันสองคน หากอย่างน้อยพวกมันก็ไม่เคยปล่อยให้เขาต้องอยู่คนเดียวเวลาที่เขาป่วย

          “ดีใจด้วยว่ะไอ้เชี่ยสุด แกโดนหลอกเสียแล้ว” ธัชนนท์พูดขึ้น

          “หล่อนปอกลอกแกแล้วก็จากไปอย่างไม่เหลือเยื่อใยเลยล่ะ” แฝดผู้น้องเจ้าของชื่อธัชนันท์เสริมขึ้นมา ทั้งสองคนหัวเราะราวกับคนบ้าเหมือนว่าญาติใครเสีย สุดฟ้าตีหน้ามุ่ยบึ้งตึง เขายังไม่เชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้น

          “ไม่มีทาง หนูนาไม่มีทางทำแบบนั้นแน่” สุดฟ้าเถียง ฝาแฝดคนโตจึงตบบ่าเขา ใบหน้ายังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้มขำขัน และกล่าวต่อไปว่า

          “หนูนาที่แกว่า ใช่ผู้หญิงทรงโต ผิวขาว ตัวเล็ก ผมสีน้ำตาลทองเป็นลอนใช่ไหม”

          สุดฟ้าพยักหน้างึกๆ

          “งั้นพวกฉันจะพาแกไปดูอะไรบางอย่าง”

          สถานที่ที่ฝาแฝดพามาเป็นร้านเบอร์เกอร์ที่เหล่าวัยรุ่นไม่ว่าจะเป็นพวกตอนต้น ตอนกลางหรือตอนปลายนิยมมาใช้บริการ ธัชนนท์และธัชนันท์พาเขามานั่งโต๊ะที่ติดๆ กับกลุ่มสาวๆ สี่นางซึ่งหนึ่งในนั้นคือหนูนาของสุดฟ้านั่นเอง

          “แกไม่น่ารีบชิ่งมาเลยนะ รวยอย่างนี้น่าจะตอดต่ออีกซักหน่อย” เสียงของหนึ่งในสี่สาวดังมาให้ได้ยิน แหม...ช่างเป็นจังหวะปะเหมาะเคราะห์ดีเสียจริงๆ สี่สาวกำลังเม้าท์มอยถึงชายหนุ่มผู้โชคร้ายสักคนอยู่พอดี

          “ไม่เอาล่ะ แค่วันเดียวฉันก็จะทนไม่ไหวแล้ว”

          สุดฟ้าจำได้ทันที เสียงนี้คือเสียงของหนูนา

          “ผู้ชายอะไรไม่รู้ทั้งเฉิ่มและเชย แถมยังหื่นพยายามจะลวนลามฉันตลอดเวลา แค่มองหน้าไอ้บ้านนอกนั่นฉันก็รู้แล้วว่ามันอยากจะฟันฉัน ใครจะไปนอนกับไอ้ทุเรศนั่นลง อยากจะอ้วก หรือถ้าแกอยากได้นะ ฉันให้แอดเดสมันเอาไหม”

          สุดฟ้าไม่สามารถทนฟังคำดูถูกพวกนั้นได้ไหวอีกต่อไป สุดฟ้าคิดว่าถึงอย่างไรเขาก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง แม้ว่าธัชนนท์และธัชนันท์จะเคยหัวเราะเยาะเย้ยหรือดูถูกเขา ทั้งสองคนก็ยังไม่เคยพูดจารุนแรงแบบผู้หญิงคนนี้มาก่อน เขาลุกขึ้นหันหลัง เดินไปเผชิญหน้ากับหล่อน

          “ขอโทษนะ ที่ผมทั้งเฉิ่มทั้งเชย และหื่น แต่อย่างน้อยผมก็มั่นใจว่าตัวเองไม่เลวแบบคุณที่โกหกปลิ้นปล้อนหลอกลวงคนอื่นไปวันๆ แน่นอน ยัยหน้ากัปปะ” แค่ด่าว่ายังไม่สาแก่ใจของเขาพอ สุดฟ้ายังยกแก้วน้ำบนโต๊ะสาดใส่หน้าเธอคนนั้นไปด้วย รู้สึกสะใจดีแท้ เหมือนว่าตนเองเป็นนางร้ายในทีวีอย่างไรอย่างนั้น ทั้งๆ ที่เขาก็เป็นผู้ชายนะเนี่ย

          ถึงจะได้ทำเช่นนั้นไปแล้วก็ตาม สุดฟ้าก็ยังรู้สึกเสียใจอยู่ดีที่โดนว่าโดนดูถูกถึงขนาดนั้น ทันทีที่ถึงบ้านชายหนุ่มรีบวิ่งเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง เอาหมอนมาปิดหน้าและร้องไห้อย่างหนัก

          ฝาแฝดหนุ่มทั้งพี่และน้องเมื่อเห็นคนเป็นเพื่อนทำเช่นนั้นก็ได้แต่ส่ายศีรษะอย่างระอา สุดฟ้ายังคงทำเหมือนเมื่อวัยเยาว์ไม่มีผิด ด้วยคำสั่งสอนที่ว่าเด็กผู้ชายต้องไม่ให้ใครเห็นน้ำตา ทุกครั้งที่ฝ่ายนั้นเสียใจจนต้องร้องไห้จึงต้องซุกหน้ากับหมอนเช่นนี้เสมอ พวกเขาเองกลัวว่าเพื่อนที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กจะขาดอากาศหายใจตายเสียก่อนเช่นเดียวกัน

          “เฮ้ย เงยหน้า” ธัชนันท์ดึงศีรษะของสุดฟ้าขึ้น ทำให้อีกฝ่ายต้องเงยหน้าจากหมอน ชายหนุ่มสูดอากาศเข้าปอดไปหลายเฮือกก่อนจะกดหน้าลงไปกับหมอนใหม่ พักใหญ่ ธัชนันท์ก็ทำเช่นเดิมอีกครั้ง

          “จะไปเสียใจทำไมวะ ผู้ชายหน้าตาดีอย่างแก จะหาผู้หญิงมานอนกอดอีกสักกี่คนก็ได้” ธัชนนท์เอ่ยปลอบใจ

          “แต่เขาบอกว่าฉันเฉิ่มเชย บ้านนอก หื่น แล้วก็ทุเรศด้วย” ทั้งสองคนจับใจความได้เช่นนั้นจากเสียงดังอู้อี้ของสุดฟ้าซึ่งยังคงฝังใบหน้าอยู่กับหมอน

          “เออ แกอาจจะเฉิ่มไปนิด เชยไปหน่อย แต่แกหล่อ ไม่ได้บ้านนอก แกหื่นและฉันก็หื่น ไอ้อาทก็หื่น ผู้ชายทั้งโลกก็หื่น ยัยนั้นไม่มีตาเองที่มองว่านายทุเรศ”

          “แต่ฉันไม่เคยได้นอนกับผู้หญิงคนไหนเลย ไม่เหมือนพวกแกนี่” สุดฟ้ายังคงสะอึกสะอื้นอู้อี้เช่นเดิม “ฉันแค่อยากนอนกับผู้หญิงคนนั้นเท่านั้นเอง ทำไมเธอต้องมาว่าฉันขนาดนี้”

          “ก็นั่นน่ะสิ และนายจะไปสนใจทำไมล่ะ ถ้าแค่อยากมีอะไรด้วย เดี๋ยวฉันพาไปก็ได้คืนนี้”

          “ไม่เอา ฉันไม่ชอบแบบนั้น มันสำส่อนเกินไป” สุดฟ้าเงยดวงตาแดงก่ำซึ่งฉายแววใสซื่อขึ้นมามองเพื่อนทั้งสอง ธัชนันท์ตบกะโหลกไปทีหลังจากฟังคำพูดนั้นจบ

          “ยัยหนูนาก็สำส่อนเหมือนกันนั้นแหละ”

          “แต่เธอบอกว่าเธอบริสุทธิ์”

          “ยัยนั่นมันตอแหลไง” ฝาแฝดพูดออกมาพร้อมกัน และธัชนนท์ก็กล่าวต่อไปอีกว่า “สมัยนี้นะถ้านายอยากนอนกับผู้หญิงที่ไม่เคยผ่านมือใครมาก่อนล่ะก็ คงต้องไปคบกับเด็กประถมเท่านั้นล่ะ”

          “แต่นั่นมันผิดกฎหมายนะ”

          “ก็เออน่ะสิ” ตะโกนประสานเสียงพูดพร้อมกันอีกครั้งจนสุดฟ้าต้องยกมือขึ้นปิดหู

          “ไม่เห็นต้องตะโกนเสียงดังเลย” สุดฟ้าพูดอย่างหงอยๆ

          “อย่างนี้แล้วกัน ฉันจะแนะนำเพื่อนให้ เธออาจจะไม่บริสุทธิ์ผุดผ่อง แต่ก็นิสัยดีไม่ชอบดูถูกคนเหมือนยัยหนูนาหรอก”

          “ไม่เอาล่ะ ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะสร้างคนรักของตัวเองขึ้นมาเลยดีกว่า บริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่เคยผ่านมือใคร และก็จะมีแต่ฉันคนเดียวด้วย” สุดฟ้าลุกขึ้นยืน วิ่งออกไปจากห้อง ย่ำเท้าตึงตังบนพื้นไม้ไปทางห้องทำงานซึ่งซ่อนอยู่ด้านหลัง ฝาแฝดเองก็ตามไปเช่นเดียวกัน

          “อะไรของแกวะ เชี่ยสุด” ธัชนนท์เอ่ยปากถามเมื่อตามมาทันขณะที่สุดฟ้ากำลังกดรหัสปลดล็อคประตู

          “พวกแกกลับไปได้แล้วฉันจะทำงาน ชิ่วๆ” เอ่ยปากไล่ง่ายๆ ก่อนจะหายเข้าไปหลังประตูบานหนาหนักซึ่งกั้นโลกภายนอกไว้เบื้องหลัง

ด้วยความเป็นห่วงปนความอยากรู้ ฝาแฝดหนุ่มจึงมาเยี่ยมเยียนบ้านศิริกรทุกวัน และอยู่คอยตั้งแต่เช้าจรดเย็น ซึ่งห้าวันเข้าไปแล้วที่พวกเขายังไม่เห็นหน้าเจ้าของบ้านเสียที

          “นี่สเตบาสเตียน สุดมันออกมาจากห้องนิรภัยบ้างไหม” ธัชนนท์เอ่ยปากถามหุ่นยนต์พ่อบ้านซึ่งนำกาแฟและขนมมาเสิร์ฟให้

          “ยัง-ไม่-ออก-มา-เลย-ครับ” ตอบคำถามเสร็จมันก็เคลื่อนตัวกลับไปทำงานของมันต่อ

          “ไอ้บ้านั่นมันจะทำอะไรของมันวะ” ธัชนันท์พูดขึ้นบ้าง เขาเบื่อสุดๆ จนต้องมายืนอยู่บนตัวเหรียญกลม หุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ทำหน้าที่ของมันอย่างขยันขันแข็ง

          “กลับไปรอให้มันทำเสร็จแล้วเรียกพวกเรามาดูผลงานของมันอย่างทุกทีดีไหม” ธัชนนท์ถาม

          “แต่มันก็อยากรู้เดี๋ยวนี้นี่หว่า” ทั้งสองขมวดคิ้วด้วยความสงสัย แต่ดูท่าวันนี้พวกเขาคงจะโชคดี เพราะขณะที่กำลังตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไปนั้น สุดฟ้าก็เดินออกมาพอดี พร้อมกับถือแก้วกาแฟลายคิกขุแมนไว้ในมือ ทั้งสองคนรู้ได้ในทันทีว่าสุดฟ้าคงกำลังคิดอะไรไม่ออก แน่นอนว่าถ้าสมองของเจ้าของบ้านกำลังลื่นไหล พวกเขาคงได้เห็นหน้ามันตอนที่สิ่งที่มันกำลังจะสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วนั่นล่ะ

          “อ้าว หวัดดีสุดฟ้า” ธัชนนท์เอ่ยทักทำเหมือนว่าตนแค่มาแวะผ่านมาเยี่ยมเยียนที่บ้านหลังนี้เฉยๆ เช่นปกติ

          “พวกแกมาพอดีเลย ฉันกำลังกลุ้มใจว่ะ”

          นั่นไงว่าแล้ว ฝาแฝดกระหยิ่มยิ้มอยู่ภายในใจ ธัชนันท์เดินเข้าไปโอบไหล่สุดฟ้า เสนอตัวอาสาช่วยเหลือเต็มที่

          “มีอะไรให้พวกเราช่วยเหรอ”

          “พวกแกว่าแฟนฉันควรจะหน้าตาเหมือนใครดี มิยาบิ หรือซาโอริดีล่ะ”

          ธัชนันท์หันไปมองหน้ากับคู่แฝดของตนแวบหนึ่ง ก่อนหันกลับมามองคนที่ตนกอดคออยู่ “แกจะทำอะไรวะ สุด”

          “หุ่นยนต์แฟนร่านสวาท” ฟังคำตอบแล้วพวกเขาได้แต่ร้องโอ้โฮ้ในใจ (พร้อมกันเสียด้วย) แค่ชื่อยังมุ่งมั่นเสียขนาดนี้

          “หุ่นยนต์แบบสเตบาสเตียนนะหรือ” ธัชนนท์เอ่ยถามพร้อมทั้งพยายามนึกภาพตาม สเตบาสเตียนเป็นหุ่นยนต์พ่อบ้านที่สุดฟ้าสร้างขึ้นเพื่อให้จัดการดูแลบ้าน สุดฟ้าไม่จ้างแม่บ้านเพราะกลัวว่าจะมีใครมายุ่มย่ามกับข้าวของต่างๆ ที่สำคัญยิ่งชีพ พูดง่ายๆ คือกลัวโดนยกเค้า สุดฟ้าทำงานเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์ โปรแกรมเมอร์ นักสำรวจ ซึ่งนักฯ กรณีสุดท้ายนี้ค่อนข้างจะน้อยหน่อยเพราะเจ้าตัวไม่ชอบออกจากบ้าน ห้องทำงานของสุดฟ้าคือห้องด้านหลังที่มีระบบนิรภัยแน่นหนา เวลาที่เจ้าของบ้านทำงานจะหมกตัวอยู่ในนั้นสองวัน สามวัน หรือเป็นเดือนๆ ไม่มีใครรู้ แต่ที่แน่ๆ ถ้าเจ้าของบ้านหายเข้าไปในนั้นเป็นเดือนๆ ของที่อยู่นอกห้องนั้นอาจจะหายได้

          ด้วยสาเหตุที่กล่าวมาในย่อหน้าข้างต้น สุดฟ้าจึงใช้ความเป็นนักฯ ทั้งหลายแหล่ของตัวเองสร้างหุ่นยนต์พ่อบ้านที่ชื่อสเตบาสเตียนขึ้นมา หน้าตาของสเตบาสเตียนก็เหมือนหุ่นกระป๋องดีๆ ที่สามารถเห็นได้ทั่วไปตามภาพยนตร์สำหรับเด็ก สเตบาสเตียนเคลื่อนที่โดยล้อยาง มีความสูงประมาณหนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตร แข็งทื่อ ไม่มีส่วนโค้งส่วนเว้า ไม่น่าพิศวาสไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งใดก็ตาม

          “หุ่นยนต์แบบสเตบาสเตียนเนี่ยนะ” ธัชนนท์ถามซ้ำเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง

          “ใช่ และฉันตั้งใจจะควงแฟนของฉันไปเย้ยยัยหน้ากัปปะนั่นด้วย”

          “นายจะพาแฟนหุ่นยนต์ของนายออกไปข้างนอกด้วยหรือ” ธัชนันท์เอ่ยปากถามขึ้นบ้าง

          “ใช่สิ ทำไมหรือ” สุดฟ้าถามกลับด้วยความสงสัย ฝาแฝดจึงหันไปมองหน้ากัน แน่นอนนอกจากพวกเขาจะหน้าตาเหมือนกันแล้ว ใจยังตรงกันอีกด้วย ไม่ต้องขยับปากต่างคนต่างก็รู้ว่าคิดอะไรกันอยู่

          แฟนหุ่นยนต์หน้าตาขี้เหร่แบบสเตบาสเตียนพวกเขาไม่ยอมพาออกไปไหนด้วยหรอก แค่ให้ยืนข้างๆ ยังไม่อยากทำเลย!!!!!!!!

          “อ่อ ถ้านายคิดจะทำอย่างนั้นนะสุดฟ้า ฉันว่านายน่าจะสร้างให้แฟนนายหน้าตาไม่เหมือนใคร ยังไงดีล่ะ คือถ้านายพาแฟนออกไปข้างนอกแล้วบังเอิญเจอตัวจริงเข้า มันจะวุ่นวายเสียเปล่าๆ อย่างหน้าตาเหมือนดาราอะไรทำนองนี้ก็ตัดไปเลย ฉันว่านะ”

          “แต่ถ้าไม่มีแบบ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควรทำออกมาแบบไหน” สุดฟ้าพูดหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความกังวล

          “งั้นก็เป็นคนที่ไม่อยู่ในประเทศไทยก็น่าจะได้” ธัชนนท์เสนอ

          “นั่นสิ หน้าตาเหมือนซี ชวิศาดีกว่าไหม รายนั้นสวยขนาดผู้หญิงยังอายเลย” ธัชนันท์เป็นลูกคู่รับอย่างดี

          “ผู้หญิงยังอาย... ยังไงอ่ะ”

          “ก็ชวิศาเขาเป็นผู้ชายไง หนังสือรุ่น” ประโยคหลัง ธัชนันท์หันไปพูดกับพี่ชายที่เดินไปหยิบหนังสือรุ่นสมัยมหาวิทยาลัยซึ่งเก็บอยู่บนชั้นวางหนังสือของบ้านศิริกรมาอย่างรวดเร็ว พวกเขารีบเปิดหน้ากระดาษพร้อมทั้งผลัดกันสาธยายใต้ภาพ

          “ตอนนั้นนายอาจจะจำไม่ได้ แต่ฉันว่านายไม่ใส่ใจเสียมากกว่า” มือก็ชี้ให้ดูภาพผู้ชายคนหนึ่ง ภาพถ่ายเป็นรูปเต็มตัวของคนหลายคน แต่ใบหน้าขาวใสพร้อมรอยยิ้มหวานของคนที่ชื่อชวิศาก็ยังเตะตาคนที่ได้เห็น

          “ซี ชวิศาเรียนคณะเดียวกับพวกเราแต่อยู่คนละสาขา มีอยู่วิชาหนึ่งที่เขามาเรียนรวมกับพวกเรา ฉันยังจำได้ ผู้ชายสาขาเราแทบจะขอย้ายกันหมด”

          “ฉันไม่เห็นจำได้” สุดฟ้าพยายามนึกแต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก

          “ตอนนั้นนายเคยสนใจใครที่ไหน วันๆ เอาแต่ผสมน้ำอะไรก็ไม่รู้”

          “น้ำอะไรนั่นมันคือยาอายุวัฒนะเชียวนะ ถึงจะยังไม่สำเร็จก็เถอะ” สุดฟ้าแย้ง

          “เออ เออ ช่างมันเถอะ ฉันเล่าถึงซีต่อแล้วกัน” ทั้งธัชนันท์และธัชนนท์ยังคงมีสีหน้าชื่นชมและเคลิ้มฝัน

          “ซีเป็นเดือนมหา’ ลัยที่หน้าตาสวยชนิดที่ว่าดาวมหา’ ลัยต้องชิดซ้าย ถ้านายได้ควงกับคนคนนี้ไม่ว่าจะไปไหนก็ตาม รับรองได้ว่าไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายต้องอิจฉาทั้งนั้น”

          “แต่เขาเป็นผู้ชายนะ”

          “แล้วยังไงล่ะ หน้าตาของซีสวยกว่าผู้หญิงบางคนอีกนะ”

          สุดฟ้าลังเลใจเล็กน้อย “ก็ได้ ซีชวิศาก็ซีชวิศา” หลังจากทำใจได้แล้วก็คว้าเอาหนังสือรุ่นเข้าห้องนิรภัยที่คู่แฝดเรียกทันที

          “เอ่อ... อาท แกว่าไอ้สุดจะรู้หรือเปล่าวะว่าให้ทำหน้าตาแบบซี แต่รูปร่างเป็นผู้หญิง”

          แฝดผู้น้องเกาหัวหยิก “เออว่ะ ฉันก็ลืมพูดให้มันเข้าใจแบบเคลียร์ๆ”

          “แต่ว่าช่างเหอะ แฟนมันไม่ใช่แฟนพวกเราซะหน่อย ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ว่าแล้วสองพี่น้องก็หัวเราะให้กันอย่างขำขัน

 

          ด้วยประการฉะนี้แล อีกหนึ่งเดือนต่อมาสองพี่น้องหน้าตาเหมือนกันจึงถูกโทรตามให้มาเยือนบ้านตระกูลศิริกรตั้งแต่เช้าตรู่ ซึ่งทั้งสองก็ไม่ได้อิดออดเช่นทุกครั้งเพราะรู้ดีว่า ‘หุ่นยนต์แฟนร่านสวาท’ ของสุดฟ้านั้นสำเร็จแล้วนั่นเอง การมาเยือนครั้งนี้ทั้งสองคนก็เตรียมตัวมาหัวเราะ ‘หุ่นยนต์ซีชวิศา’ เต็มที่เช่นเดียวกัน

          เสียงออดดังขึ้นไม่นานประตูบ้านศิริกรก็เปิดออก และพวกเขาต้องยืนอึ้งด้วยความตกใจ

          “สะไปซ์”

          ถ้าเป็นปกติ ธัชนันท์คงเดินเข้าไปตบศีรษะไอ้เพื่อนปัญญาอ่อนคนนี้สักที ข้อหาเล่นมุกดึกดำบรรพ์ไม่เลิก แม้อันที่จริงพวกเขาจะรู้ว่ามันไม่ใช่มุข เพราะสุดฟ้าเข้าใจผิดระหว่างคำว่าเซอร์ไพรซ์กับสะไปซ์มาตั้งแต่เด็ก แน่ล่ะนี่ไม่ใช่เวลาปกติเพราะพวกเขากำลังอึ้งและทึ่งกับคนตรงหน้า หากไม่รู้มาก่อนว่าสุดฟ้าจะสร้างหุ่นยนต์ซีชวิศา พวกเขาจะต้องคิดว่าเป็นตัวจริงๆ เป็นๆ แน่นอน ธัชนนท์อดไม่ได้กับการเอื้อมมือไปจับ ซึ่งสุดฟ้าก็ตีมือนั้นที่เอื้อมมาสัมผัสดังเพี๊ยะเช่นเดียวกัน ชายหนุ่มร่างสูงผู้ถูกประทุษร้ายนึกก่นด่าตัวเองในใจ ลืมได้ไงวะ ของเล่นใหม่ๆ แบบนี้เจ้าสุดฟ้ามันหวงจะตาย ใครจะแตะของมันไม่ได้เชียว

          “อ่ะ ฉันให้พวกแกจับ จะได้รู้ว่าเหมือนจริงขนาดไหน” ครั้งนี้สุดฟ้าตั้งใจจะอวดเต็มที่ จึงยอมให้คนอื่นสัมผัสของรักของหวงของตนได้ตามสบาย ฝาแฝดทั้งคู่ไม่รอช้าคนหนึ่งเปิดเสื้อดูหน้าอก อีกคนถลกกางเกง เห็นหน้าอกแบบราบกับน้องน้อยของหุ่นยนต์ซีชวิศาที่ดูไม่ออกว่าของจริงหรือของปลอม ก็ต้องยอมซูฮกเจ้าบ้าสุดฟ้าในใจ มันเก่งจริงๆ เว้ยเฮ้ย

          “ทำไมแกทำเป็นผู้ชายวะ”

          “ก็พวกแกบอกว่าไม่เป็นไร ชวิศาสวยกว่าผู้หญิงไง นี่นะฉันทำออกมาเหมือนในหนังสือนี่เขียนไว้เด๊ะ” สุดฟ้าพูดพลางโชว์หน้าประวัติในหนังสือรุ่นฯ ซึ่งบอกลักษณะรูปร่างความสูงของซีชวิศาอย่างละเอียด

          สองคนคิดในใจ บางครั้งมันก็โง่ไม่มีใครเกินเช่นกัน.....

          “แกจะนอนกับหุ่นของแกไม่ใช่เหรอ แล้วทำออกมาเป็นผู้ชาย แกทำเป็นหรือไง” ธัชนันท์พูดออกมาด้วยความรู้สึกซึ่งแกล้งหงุดหงิดเล็กน้อย สุดฟ้าหน้ามองฝาแฝดด้วยใบหน้าเหลอหลา ก่อนจะเจื่อนซีดขยับปากมุบมิบ

          “ไม่เป็น”

          “ว่าแล้ว แต่ไม่ต้องห่วง พวกฉันจะช่วยสอนแกเอง” สองพี่น้องรู้ใจเข้าขากันอย่างดี ทีแรกเพราะคิดว่าจะออกมาไม่ได้เรื่องเหมือนสเตบาสเตียนแต่มาเห็นแบบนี้พวกเขาก็อยากลองป่ามป๊ามกับหุ่นยนต์นี่เหมือนกัน แต่เหมือนว่าสุดฟ้าเองก็จะรู้ใจฝาแฝดเช่นเดียวกัน ร่างสูงจึงได้โอบร่างของหุ่นยนต์เข้าหาตัว กอดรัดไว้แน่นอย่างหวงแหน

          “ถึงฉันทำไม่เป็นก็ไม่ต้องให้พวกแกมายุ่งหรอก ฉันรู้นะว่าพวกแกกำลังคิดอะไรอยู่” สายตาดุจ้องมองเพื่อนสนิทคาดเอาโทษหากมาแตะต้องของของเขา ฝ่ายฝาแฝดเองก็นึกละเหี่ยใจ บางครั้งไอ้บ้านี่มันก็หัวไวจริงโว้ย

          “บอกไว้ก่อนนะ ถ้าพวกแกแตะต้องชวิศาละก็ บ้านบึ้ม”

          แค่ได้ยินคำขู่ก็สยอง เพราะคำว่าบ้านบึ้มที่ว่า คือ บึ้มจริงๆ ไม่ใช่แค่คำขู่ ขอเล่าย้อนกลับไปครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้วสุดฟ้าเคยทำแบบนั้นกับบ้านของพวกเขาจริงๆ ส่งระเบิดไปถล่มบ้านช่วงที่แม่ของพวกเขาออกไปซื้อกับข้าว พ่อยังไม่กลับจากทำงาน และพวกเขากำลังเอ้อระเหยลอยชาย มองเห็นบ้านตัวเองอยู่ข้างหน้าเพียงไม่กี่ร้อยเมตร และแล้วมันก็หายไปต่อหน้าต่อตา เหลือแต่ตอม่อ โชคดีที่สุดฟ้าไม่ค่อยข่มขู่ด้วยคำพูดนั้นบ่อยนัก (พูดกันตามจริง แค่ครั้งนั้นครั้งเดียวเท่านั้นเอง) พวกเขาสามคนเลยยังเป็นเพื่อนกันเรื่อยมา

          สุดฟ้าโบกมือไล่ฝาแฝด ก่อนจะโอบไหล่พาชวิศาเดินเข้าห้องนอน เป็นอันว่าจบการสนทนาเพียงเท่านี้

          ชายหนุ่มล้มตัวลงนอนบนเตียง โดยดึงร่างหุ่นยนต์ของชวิศาให้ล้มตัวลงนอนข้างๆ ชายหนุ่มมุโหมงานหนักสร้างหุ่นยนต์ที่หน้าตาเหมือนซี ชวิศาขึ้นมาแบบแทบไม่หลับไม่นอน เมื่อหัวถึงหมอนเขาจึงหลับเป็นตายทันที แต่กระนั้น เขายังโอบกอดร่างซึ่งนอนอยู่ข้างกันไว้ในอ้อมแขน ด้วยความอัจฉริยะหาใครเปรียบไม่ได้ของเขา ร่างหุ่นยนต์ที่เขาสร้างขึ้นมานั้นจึงไม่มีผิวเนื้อแข็งกระด้าง รวมถึงผิวเนื้อก็อุ่นสบายชนิดที่ไม่ว่าใครก็ไม่อยากปล่อยเลยทีเดียว

 

          หลังจากนอนหลับเหมือนตายมาสองวันสองคืนเต็มๆ สุดฟ้าลืมตาขึ้นมาพร้อมความหิวโหยของร่างกาย เมื่อชายหนุ่มลุกขึ้น ชวิศาก็ลุกขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน สุดฟ้ารู้สึกอิ่มเอมใจอย่างไรบอกไม่ถูกที่ตื่นลืมตาขึ้นมาแล้วเจอหน้าใครสักคนอยู่ข้างๆ ทั้งที่เป็นหุ่นยนต์ แต่สุดฟ้ากลับเห็นว่าชวิศาน่ารักมากจนอดไม่ได้ที่ต้องหอมแก้มไปหนึ่งที

          “หิวข้าว ทำอะไรให้กินหน่อยนะ”

          “ได้ครับ ด็อกเตอร์ หลังจากที่ด็อกเตอร์ล้างหน้าล้างตา อาบน้ำเรียบร้อยแล้ว ตามออกมานะครับ” นี่คือความพิเศษอีกอย่าง หุ่นยนต์ชวิศาที่สุดฟ้าสร้างขึ้นนั้นมีอารมณ์และความรู้สึกที่คล้ายกับมนุษย์ แม้ว่าจะเป็นระบบสมองกลที่จำลองอารมณ์ของมนุษย์ก็ตาม โดยที่สุดฟ้าได้ใส่อารมณ์ความรู้สึกที่ชวิศารักเขาเพียงแค่คนเดียว และมีความสำนึกของการมีเขาเป็นเจ้าของ ต้องออดอ้อน เอาใจ ตามใจเขาและซื่อสัตย์ต่อเขาเพียงคนเดียว

          สุดฟ้าออกมาจากห้องนอนอีกครั้งพร้อมกับกลิ่นตัวหอมฉุย เขาเดินตามกลิ่นหอมฉุยของอาหารไปด้วยเช่นกัน นอกจากทำอาหารแล้วชวิศายังทำได้อีกหลายอย่าง สุดฟ้าบรรจุความสามารถต่างๆ ที่คนหนึ่งคนซึ่งสมบูรณ์พร้อมควรมีลงไปในระบบสมองกลของหุ่นยนต์ชวิศาด้วย

          “ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ ที่ผมทำได้แต่อาหารง่ายๆ ในตู้เย็นมีของสดไม่กี่อย่างเอง”

          สุดฟ้ามองข้าวผัดตรงหน้าแล้วยิ้มออกมา แค่มีคนทำอาหารให้กินเขาก็ดีใจมากแล้ว แม้ปกติสเตบาสเตียนจะเป็นคนทำให้เขาก็เถอะ แต่มีคนน่ารักๆ มาทำให้มันย่อมดีกว่าอยู่แล้วล่ะ

          เสียงมอเตอร์เฟืองล้อของสเตบาสเตียนดังฟีด ฟีด อยู่ไม่ไกล สเตบาสเตียนกำลังทำความสะอาดบ้านเช่นปกติ

          “งือๆ ไม่เป็นไร ฉันกินได้ เดี๋ยวเราออกไปซื้อของกันไหม ฉันจะพาไปดูสถานที่รอบๆ” แต่เรื่องที่เขาไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรกับชวิศายังไม่ออกไปจากหัว กะว่าหลังจากกลับมาจากข้างนอกเขาไปศึกษาข้อมูลในเว็บเสียหน่อย แน่นอนว่าการถามจากสองพี่น้องฝาแฝดคงจะเป็นเรื่องที่ง่ายกว่า แต่เชื่อเถอะ เจ้าสองคนนั่นต้องคิดค่าจ้างแพงแน่ และค่าจ้างที่ว่าเขาก็ไม่มีทางยอมให้ได้หรอก!!!

          กินข้าวเสร็จสุดฟ้าและชวิศาจึงเตรียมตัวออกจากบ้าน

          “ฝากดูแลบ้านด้วยนะ คุณสเตบาสเตียน” ชวิศาหันไปบอกกับสเตบาสเตียนเป็นครั้งสุดท้าย

          “ครับ ไป-ดี-มา-ดี-นะ-ครับ”

 

          วันนี้ช่างเป็นวันที่อากาศดีเหลือเกิน ชายหนุ่มคิดพลางขยับแว่น ตอนนี้เป็นช่วงปลายฤดูฝนแต่วันที่ไม่มีเมฆครึ้มเช่นนี้ แสงแดดสว่างจ้าสดใส ดอกไม้ใบไม้ต่างผลิดอกออกใบแข่งกันอวดช่อชูดอก สุดฟ้าสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอด ช่างเป็นวันที่สุขใจเสียจริง เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นข้างกายดึงให้เขากลับไปสนใจคนที่เดินอยู่ข้างกันอีกครั้ง

          “มีอะไรเหรอ”

          “ท่าทางของด็อกเตอร์ดูมีความสุขนะครับ สูดลมหายใจเข้าปอด อย่างนี้ อย่างนี้” ชวิศาพูดพร้อมทำท่าเลียนแบบชายหนุ่มไปด้วย

          “กลิ่นเป็นอย่างไรหรือครับ อากาศที่ด็อกเตอร์สูดเข้าไป” ชวิศาถามด้วยความสงสัย หากมันก็ไปกระตุ้นให้สุดฟ้านึกขึ้นได้ว่าตนนั้นลืมบรรจุข้อมูลเรื่องกลิ่นรอบกายให้ชวิศา

          “ขอโทษนะ นี่ฉันพลาดไปได้อย่างไรเนี่ย ไว้กลับไปฉันจะแก้ไขให้นายเลย”

          “อ๊ะ... ไม่ต้องก็ได้ครับ ผมไม่ได้ว่าอะไร”

          “ไม่หรอก เพราะถึงอย่างไรฉันก็ต้องแก้ไขนายอยู่แล้ว”

          “อืม นั่นสินะครับ เพราะตอนนี้ผมทำในสิ่งที่แฟนต้องทำไม่ได้” พูดจบชวิศาก็หัวเราะคิกคัก จนสุดฟ้าอดรู้สึกเขินไม่ได้ เหมือนโดนเยาะเย้ยว่าตัวเองไร้เดียงสาเรื่องพรรค์นั้นอย่างไรก็ไม่รู้อันที่จริงสุดฟ้าบรรจุความรู้ทางเพศศึกษาให้ชวิศาเช่นเดียวกัน แต่ก็เหมือนที่สุดฟ้ารู้ เขารู้แค่ว่าผู้หญิงกับผู้ชายทำกันอย่างไรเท่านั้น

          “อย่าหัวเราะนะ ผิดหรือไงที่ฉันไม่เคย”

          “ด็อกเตอร์ลืมไปแล้วหรือครับ ว่าผมก็ไม่เคยเหมือนกัน” จากนั้นทั้งคู่ก็จูงมือคุยกันกระจุ๋งกระจิ๋งหัวเราะต่อกระซิกอย่างมีความสุข ราวกับโลกนี้มีแค่พวกเขาสองคน

 

          สุดฟ้าดาวน์โหลดวิดีโอความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชายกับผู้ชายมาหลายไฟล์ ทั้งยังอ่านข้อมูลเบื้องต้นมาหลายต่อหลายชั่วโมงและหลังจากที่เขาจัดการเชื่อมต่อระบบให้ไฟล์วิดีโอเล่นบนจอโทรทัศน์ขนาดสี่สิบสองนิ้ว โลกรอบตัวพลันหายไปจากมโนสำนึก ฝ่ายชวิศาเองนั่งดูอยู่ข้างๆ ไม่รบกวนหรือเอ่ยปากพูดอะไร เพียงแค่ซบศีรษะลงบนบ่ากว้าง ภาพที่จะได้เห็นหากใครสักคนเดินเข้ามาที่บ้านศิริกร ณ เวลานี้ ชายหนุ่มสองคนกำลังนั่งดูหนัง AVเกย์ราวกับเป็นหนังรักธรรมดาอย่างไรอย่างนั้น

          เมื่อดูวิดีโอซึ่งโหลดมาจนจบสุดฟ้าก็ลากชวิศาเข้าสู่ห้องแห่งความลับ ผลักร่างหุ่นยนต์ลงนอนบนเตียงซึ่งทำมาจากอะลูมิเนียม ดึงนิ้วก้อยเท้าข้างขวา มีเสียงวืดเบาๆ ดังขึ้น เบาขนาดที่แม้จะตั้งใจเงี่ยหูฟังยังไม่ได้ยิน มันคือระบบพาวเวอร์ออฟ (Power off) ขั้นต้น ชวิศาจะหลับตาลง อกกระเพื่อมเล็กน้อย มีลมเบาๆ ออกจากปลายจมูกเสมือนคนคนหนึ่งซึ่งกำลังหลับ สุดฟ้าลูบที่กลางฝ่าเท้าข้างขวาของชวิศา ผิวตรงนั้นจะแตกต่างกว่าจุดอื่น แต่ก็นั่นล่ะ คงมีแต่ชายหนุ่มเท่านั้นที่รู้ว่ามันแตกต่าง เขาปุ่มตรงกลางฝ่าเท้า พลังงานทุกอย่างถูกตัดลง ก่อนโครงสร้างของร่างกายจะแยกออกเผยให้เห็นโครงเหล็กและสายไฟระโยงระยางภายใน สุดฟ้าขยับนิ้วมือไปมาเพื่อวอร์มร่างกาย หยิบไขควงไฟฟ้าขึ้นมาแล้วลงมือปรับปรุงชวิศาขึ้นใหม่!!!

 

+++++โปรดติดตามตอนต่อไป+++++

•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

0
โหวต 0 /10 คะแนน
จากสมาชิก 0 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

0 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

0 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...