น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

นิยาย : ปริศนาอาถรรพ์ วังเปรต

อ่าน 274
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
8 บท
แต่งเมื่อ:
วันที่ 23 ส.ค. 2560 13:05 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง ไปรยาลน้อย
หัดอ่านหัดเขียน (6)
เด็กใหม่ (0)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

บท 1. เสียงแปลก ๆ

เขียนเมื่อ วันที่ 23 ส.ค. 2560 13:49 น.
•»
   
  
บทที่ 1 เสียงแปลก ๆ
 
  ภาพเหตุการณ์ย้อนไปเมื่อซักสิบเกือบยี่สิบปีก่อน ภาพเบื้องหน้าแรกเริ่มของเหตุการณ์เริ่มต้นที่วันนั้นเป็นเสียงผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาในสถานีรถไฟหัวลำโพง มีแต่เสียงเบียดเสียดเข้าหูกันอึกทึกฟังไม่ได้ความ แต่สำหรับผมก็เคยชินกับความวุ่นวายของเมืองหลวงแห่งนี้
 
   ผมนั่งท่ามกลางความแออัด พร้อมกับสัมภาระพะรุงพะรัง ทั้งเสื้อผ้าและข้าวของ และกำลังรู้สึกทั้งความดีใจหลังจากที่ได้สอบติดเข้าทำงานในกรมที่ดินมาหมาด ๆ ปนปนกับความหมนเหม่อที่ต้องไปทำงานในต่างจังหวัดที่แม้ไม่ห่างไกลจากกรุงเทพในตำบลเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคอีสาน ซึ่งเป็นจังหวัดบ้านเกิดของแม่ผม แต่ก็เป็นชุมชนที่ได้ยินข่าวแว่ว ๆ มาบ้างว่า ค่อนข้างลำบาก จะไปอยู่ได้เหรอ จริง ๆ
 
   สำหรับผมก็น่าจะเรียกว่าปกติสำหรับอำเภอตามชนบทในสมัยนั้น เพียงแต่อำเภอนี้ตั้งอยู่แห่งหนึ่งในอาณาบริเวณเขาใหญ่ ที่ยังไม่ได้เจริญเป็นแหล่งท่องเที่ยวเหมือนดั่งสมัยนี้ 
 
     ในที่สุด รถไฟขบวนที่ผมเฝ้ารอก็มาถึงซะที ผู้คนลุกขึ้นพรือ ยกโขยงกันขึ้นขบวนรถไฟกันอย่างไม่รอช้า ผมถึงที่นั่งจัดวางสัมภาระ และลี้นั่งลงโดยเร็วอยากจะรีบพร้อยให้หลับไป เพราะเมื่อคืนมัวแต่ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับแถมยังต้องมาตื่นแต่เช้าอีก หลังจากที่ผมหลับไป ผมตื่นขึ้นมานั่งเหม่อชั่วครู่ …
 
    หลังจากหลับและนั่งเหม่อมาหลายชั่วโมง ก็ใกล้จะถึงจุดหมายแล้ว รถไฟที่ผมนั่งก็เตรียมเข้าจอดยังสถานีที่ผมจะต้องลง ผมเตรียมจัดแจงข้าวของ สะพายกระเป๋า และข้าวของพะรุงพะรังลงไป ผมเดินออกจากมาจากสถานีผ่านถนนที่มีตลาด ร้านค้าขายของเรียงรายริมทางรถไฟ ผมเดินไปถามทางแม่ค้าคนหนึ่งซึ่งดูจากท่าทางแล้วเป็นคนที่นี่ แม่ค้าคนนี้ได้บอกทางให้ขึ้นรถสองแถวคันหนึ่งคันนั้นไป ซึ่งจะผ่านไปทางสำนักงานที่ดินจังหวัด สาขาของอำเภอแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ทำงานของผมที่ผมจะต้องไปรายงานตัวพรุ่งนี้นั้น
 
ผมขึ้นสองแถวสายนั้นและบอกคนขับรถว่าผ่านสำนักงานที่ว่านี้ไหม คนขับตอบว่าผ่าน ( น้ำเสียงเหมือนไม่อยากไปส่ง ) และผมได้บอกว่าถ้าถึงช่วยบอกผมหน่อยได้ไหม เขาก็บอก อืม! ผมก็ได้แต่พยักหน้า ผมขึ้นไปด้านหลังรถสองแถวซึ่งวันนี้มีแค่ผมกับผู้หญิงรุ่นยายแก่ ๆ ผมเซิง ๆ อยู่หนึ่งคน ต่างคนต่างก็ไม่ได้พูดอะไรกัน
 
     ผมนั่งหันข้าง มองวิวตามข้างทางหันหน้าออกทางหน้าต่างรถสองแถวฝั่งตัวเองไป นั่งเรื่อยจนมาถึงสำนักงานที่ดิน คนขับรถก็บอกว่า ถึงแล้ว! ผมเดินลงรถสองแถว ก้าวเท้าอย่างโงน ๆ เงน ๆ เพราะผมค่อนข้างเป็นคนที่ตัวสูงอยู่พอสมควร แม้เทียบทั้งคนในสมัยนั้น และสมัยนี้ก็ยังเป็นคนที่สูงในระดับหนึ่ง ส่วนคุณยายคนนั้น ผมก็ไม่ทันเห็นว่าลุกไปตั้งแต่เมื่อไร แต่ก็เดินไปจ่ายเงินรถสองแถวก่อนแล้ว หลังจากที่ผมจ่ายเงินเสร็จ หันไปก็เห็นผู้ชายตัวสูงพอ ๆ กับผม ผิวขาวหน้าตาดี กำลังไล่ตะเพิดคุณยายคนนั้นไป
 
     ชายคนนั้นมองมาที่ผม และก็เดินเข้ามาทักว่า “ ย้ายมาใหม่ใช่ไหม ” เขาคงจะเห็นจากที่ผมใส่ชุดสีกากีมา ผมใส่มาตั้งใจจะใส่มารายงานตัววันนี้ 
 
     ผมตอบว่า “ ใช่ครับ ” แล้วก็ถามว่าทำไมถึงตะเพิดยายคนนั้นไป 
 
ชายคนนี้ก็บอกว่า “ ยายคนนั้นแกเป็นคนบ้าสติไม่ดี แกนั่งรถผ่านมาทางนี้ประจำ แล้วแกถึงจะเดินต่อไปหมู่บ้านแก ”
 
 แล้วชายคนนั้นก็แนะนำชื่อว่าเขาชื่อชาย แล้วก็ถามว่า “ เห็นว่ามาจากกรุงเทพทำไมผิวถึงสีออกแทน ๆ ” 
 
ผมตอบไปว่า “อ้อ แม่ผมเป็นคนจังหวัดนี้แหละครับ แล้วก็ไปอยู่กับพ่อที่กรุงเทพ ” “อ่าว แม่คนที่นี่เหรอ แล้วมาจากอำเภอไหนล่ะ “ ชายคนนั้นถาม “
 
 ผมตอบว่าไม่รู้ครับ แม่กับพ่อผมหย่ากันตั้งแต่เด็ก ๆ และก็เสียไปตั้งแต่ผมยังเล็ก ๆ เลยไม่ค่อยรู้เรื่องแม่เท่าไหร่ครับ ”  ชายเปลี่ยนสีหน้าเหมือนกำลังสงสารผม แล้วชายถามก็ชื่อผม ผมตอบ “ ผมชื่อโรจน์ครับ “ จากนั้นชายก็พาผมเข้าไปสำนักงาน
 
     วันนั้นผมก็ไปแนะนำตัวกับหัวหน้า และบรรดาเพื่อนร่วมงาน ซึ่งมีไม่กี่คนหรอกครับ แล้วผมก็ขอตัวรีบไปบ้านพักได้ไหม เพราะข้าวของผมพะรุงพะรังเหลือเกิน แล้วจะมารายงานตัวอีกรอบ เจ้านายบอก “ วันนี้ไม่ต้องแล้ว ย้ายเข้าที่พักเลยพรุ่งนี้ให้มาทำงาน วันนี้ไปพักก่อนเถอะ ” แล้วก็เรียกให้ ชายพาไปที่บ้านพักเป็นบ้านพักข้าราชการ พอผมไปถึงก็จัดของ กว่าจะจัดเสร็จก็เกือบค่ำแล้ว 
 
     ผมก็ตัดสินใจออกไปหากินข้าว เจอชายอีกแล้ว และพี่เขาก็เลี้ยงข้าวผม จากนั้นเราก็กลับกันมา และได้ทราบว่าพี่เขาอยู่ห้องข้าง ๆ ผมนี่เอง แล้วผมก็ไปอาบน้ำ ห้องน้ำไม่มีน้ำอุ่นแบบสมัยนี้ เป็นโอ่งใส่น้ำใช้ตักอาบเอา เวลาอาบไปก็จะเงียบมากเพราะไม่มีเสียงน้ำไหลเหมือนฝักบัวสมัยนี้ แต่จะมีเสียงตุ๊กแกจิ้งจกดังสนั่นกันตรึม แต่ผมก็ได้ยินเสียงเหมือนเสียงถูพื้น เสียงถู ๆ ไถ ๆ เหมือนเสียงของขาที่ถูกันตลอดเวลาตอนอาบน้ำเลย ซึ่งก็เป็นเสียงแปลก ๆ ก็สังเกตว่าไม่น่าจะมาจากขาของผมเพราะผมยืนนิ่ง ๆ ไม่ได้เอาขาถูกันก็ยังมีเสียงอยู่
 
      บางทีอาจจะดังมาจากห้องข้าง ๆ ก็ได้ แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรเลย คืนนั้นผมเข้านอนและผมก็หลับไป
 
 
     เช้าวันต่อมา วันเริ่มทำงานวันแรกของผม ผมตื่นแต่เช้าแปรงฟัน อาบน้ำครั้งนี้ไม่มีเสียงถู ๆ ไถ ๆ แบบเมื่อคืนอีกแล้ว จากนั้นก็ไปหากินข้าว และว่าจะชวนชายไปกินด้วย ผมไปเคาะประตูห้องของชาย ชายตอบกลับมาด้วยเสียงงัวเงีย บอกว่า” ขอนอนต่อ “ ผมถามไปว่า “ อ่าว วันนี้ไม่ได้ไปทำงานเหรอ “ ชายตอบกลับมาว่า “ เปล่า แต่จะเข้าสายหน่อยนึง “ ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร และก็ไปกินข้าวต่อ ผมกินข้าวเช้าเสร็จสรรพก็ไปทำงานต่อเลย 
 
      วันนี้ตอนเช้าก็ไม่ได้มีงานอะไรเข้ามา จนสาย ๆ ก็เห็นชายเข้ามาทำงาน สักพักป้าหวีซึ่งเป็นพนักงานรังวัดก็เดินมาบอกว่าหัวหน้าเรียกผมกับชายไปพบ
 
พอไปถึงห้องหัวหน้าพร้อม ๆ กับชาย หัวหน้าบอกว่า “ มีงานใหญ่เข้ามาจะให้ทำ “ 
 
ผมก็แสดงความกระตือรือร้นออกไปและตอบว่า “ ครับผม ผมอยากจะลองงานอยู่พอดี “ 
 
ส่วนชายถามว่า “ งานอะไรครับ “
 
หัวหน้าบอกว่า “จะให้ไปรังวัดที่ สอบเขตที่ดิน “ ชายถามโดยพลันว่า “ แล้วมันเป็นงานใหญ่อย่างไง ก็งานปกติ “
 
หัวหน้าตอบว่า “ งานนี้ ไม่ได้มีคนแจ้งเข้ามาขอรังวัด แต่ทางอำเภอจะให้เข้าไปตรวจสอบที่รกร้าง เป็นหมู่บ้านร้างเก่า เขาเห็นว่าไม่มีคนอยู่มาเป็นสิบปีแล้ว ที่ดินก็เป็นที่รกร้างว่างเปล่า อำเภอเขาจะเอาไปทำที่สาธารณประโยชน์ “ 
 
ชายก็ถามต่อว่า “ แล้วเราไม่มีข้อมูลที่ดินหลักเขตเลยเหรอ “
 
หัวหน้าบอกว่า “ ผมก็หาแล้ว แต่ข้อมูลเป็นเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว มันเก่าและบางข้อมูลก็ไม่
ชัดเจน “ 
 
ชายบอกว่า “ หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านเลยเหรอ “ หัวหน้าตอบ” ใช่ “ 
 
ชายถามกลับต่อ “ งั้นงานนี้ก็ต้องใช้เวลาเยอะสิ แล้วคนเราก็ไม่เยอะด้วย “
 
หัวหน้าบอก “ เรื่องเวลาผมก็ห่วง ทางอำเภอก็เร่งรัดมาด้วย “ “ ผมจะให้คุณกับโรจน์ รับผิดชอบเป็นเจ้าหน้าที่พนักงานที่ดิน ไปกับพนักงานรังวัดที่ดินอีกสองคน “ 
 
หัวหน้าตอบกลับชาย และทำหน้าครุ่นคิด “ เอาเป็นป้าหวี กับไอ้แชมป์แล้วกัน “ 
 
ชายถามต่อ “ หมู่บ้านแถวไหน “ ก็หมู่บ้านแถวบ้านแกเลยชาย หมู่บ้านวังจะกะน่ะ “ ชายทำหน้าอึ้ง ๆ 
 
หัวหน้าบอกอีกว่า “ เออ งานนี้พวกคุณต้องลงพื้นที่ด้วย ไม่ใช่นั่งรอเซ็นรับรองอย่างเดียวด้วยนะ งานนี้จะมีผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านนั้นดูแลด้วย เอาหน้าเขาหน่อยนะ “ 
 
หัวหน้าพูดต่อว่า “ เออ เริ่มงานพรุ่งนี้เลยล่ะกัน งานจะได้เสร็จเร็ว ๆ พวกคุณก็จะได้ว่าง “
 
       เราสองคนออกมาจากห้อง ส่วนชายออกมาเสร็จก็หันมาคุยกับผมว่า  "ไม่อยากทำงานนี้เลย “
 
ผมถามกลับว่า “ ทำไม “
 
 ชายบอกว่า “ก็ไอ้หมู่บ้านนี้น่ะ คนแถวหมู่บ้านบอกว่ามันเป็นหมู่บ้านร้าง แถมยังมีผีด้วย “ 
ผมถามชายว่า “ เชื่อเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ แล้วอีกอย่างเราก็ทำงานกันตอนกลางวันด้วย “ 
 
ชายบอกว่า “ ไม่เป็นไร มีนายเราไม่กลัวหรอก แต่ขี้เกียจมากกว่า ปกติงานเราก็แค่เซ็นรับรอง พวกรังวัดไปที่ไปรังวัดที่ กับงานเอกสารมากกว่า งานนี้ต้องลงพื้นที่อีกน่าเบื่อ “ 
 
ผมเห็นว่าชายเป็นคนพื้นที่ เลยถามว่า “ แล้วผู้ใหญ่บ้านเขาเป็นใครเหรอ ทำไมต้องเอาหน้าด้วย “ 
 
ชายตอบ “ เขาเป็นผู้ใหญ่บ้าน มีอิทธิพลเยอะ จริง ๆ ใหญ่กว่าระดับผู้ว่าด้วยซ้ำ “
 
 ชายทำท่าเหมือนกระซิบกระซาบ “ จริง ๆ แล้ว เขาว่าแกน่ะ อยากได้ที่รกร้างตรงนั้นนี่แหละ เห็นแกสนใจมาตั้งนานแล้ว “ 
 
ผมก็ถามว่า “ อ่าว แล้วทำไมแกไม่จ้างคนไปครอบครองล่ะ ก็มันเป็นที่รกร้าง ซักสิบปีก็อ้างกรรมสิทธิ์ได้แล้วนี่ “
 
 ชายตอบว่า “ ก็เคยมีใครไปครอบครองได้ครบสิบปีสะที่ไหน เฮี้ยนขนาดนั้น แกน่ะใช้อิทธิพลกับทางอำเภอ เห็นว่าแกอยากเปลี่ยนหมู่บ้านร้างนั้นเป็นวัดหรือสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่นี่แหละ “ 
 
ผมถามว่า “ ทำไมเหรอ “ ชายตอบว่า “ ไม่รู้เหมือนกัน แต่ชายว่าก็ดีนะ จะได้หายเฮี้ยนไง “ 
 
     วันนั้น ไม่ได้มีงานอะไรมากมาย เป็นงานเอกสารสะส่วนใหญ่ 
 
ตกเย็นป้าหวี ก็มาชวนผมไปกินข้าว แต่ผมบอกป้าหวีไปว่า “
 
 ผมนัดกับชายไปแล้วน่ะ ป้าหวี “ ป้าหวีตอบว่า “ เรียกฉันป้าเลยเหรอ เรียนฉันพี่ก็พอไอนาย แปบเดียวตัวติดกับชายเลยนะ “
 
 ผมก็ยิ้ม ๆ เวลาผมมองป้าหวีแกไว้ผมเหมือนของอาจารย์ประจำชั้นของผมที่จะย้อมผมสีดำสนิท แต่ด้านข้างมีหงอกโผล่แซม ๆ แถมนิสัยก็เหมือนกันที่ค่อนข้างจะเจ้าระเบียบ ออกไปในทางปากร้ายก็จริงแต่ว่าใจดี แถมหวีผมทรงสูง พออยู่กับชุดข้าราชการแล้วมันดูหัวเทอะทะ ตลก ๆ  ป้าหวีแกเป็นเจ้าพนักงานรังวัดที่ดิน ซึ่งก็เป็นงานที่ออกไปรังวัดที่ดินบ่อย ๆ ไม่ใช่งานเฝ้าอยู่สำนักงานแบบผม แต่ก็แต่งตัวจัดเต็มทุกครั้ง
 
     เสร็จแล้วผมก็ชวนชายไปกินข้าว เราก็กินไปแล้วก็คุยกันไปเรื่อยเปื่อย ผมกลับมาก็อาบน้ำจะเข้านอนเลย พรุ่งนี้จะต้องรีบไปรังวัดที่ต้องไปเร็วหน่อย เพราะถึงแม้จะเป็นหมู่บ้านในอำเภอ
 
     แต่จะเดินทางไปทีก็ไกลใช้ได้เลย เพราะต้องขึ้นเขาลงเนิน และถนนลูกรังอีกต่อหนึ่ง วันนี้ผมอาบน้ำไปก็ได้ยินเสียง ถู ๆ ไถ ๆ เหมือนเมื่อคืนก่อนอีกแล้ว คิดว่าต้นตอเสียงไม่ได้มาจากในห้อง แต่น่าจะมาจากห้องข้าง ๆ นี่ล่ะ ซึ่งห้องน้ำผมนี่ก็ติดกับห้องอื่น สองด้านด้านซ้ายกับขวา รู้แค่ว่าด้านซ้ายเป็นห้องชาย ขวาเป็นห้องใครนี่ผมไม่รู้ ผมกะว่าจะถามชายพรุ่งนี้
 

 

•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

0
โหวต 0 /10 คะแนน
จากสมาชิก 0 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

0 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

0 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...