น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

นิยาย : Tear of Snow เทพนิยายทะลุมิติ

อ่าน 555
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
28 ตอน (จบบริบูรณ์)
แต่งเมื่อ:
วันที่ 19 มี.ค. 2560 21:12 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง reven
ขีดเขียนหน้าใหม่ (35)
เด็กใหม่ (7)
เด็กใหม่ (2)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1. บทนำ

เขียนเมื่อ วันที่ 19 มี.ค. 2560 21:42 น.

( แก้ไขเมื่อ วันที่ 20 มี.ค. 2560 08:59 น. โดย เจ้าของบทความ )

•»

บทนำ

 

           นานมาแล้ว มีคำพูดหนึ่งที่กล่าวเอาไว้ว่า

“หากต้องการสิ่งใดต้องลงมือทำ ตามหาและไขว่คว้ามาด้วยกำลังของตัวเอง และบางครั้งเราอาจจะต้องสูญเสียหรือยอมละทิ้งบางสิ่งไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ เพียงเพื่อแลกกับสิ่งที่สำคัญกว่า…”

           ตอนเด็กๆฉันคิดอยู่เสมอว่ามีโลกที่เต็มไปด้วยความเหลือเชื่อและสุดจะจินตนาการสำหรับมนุษย์ธรรมดา มันอาจจะมีตัวตนอยู่จริงๆโดยที่มีประตูแห่งห้วงกาลเวลาคอยกั้นกลางเอาไว้ระหว่างโลกปัจจุบันที่พวกเราอยู่ เพื่อไม่ให้ผู้ใดล่วงล้ำเข้าไปสร้างความเสียสมดุลในโลกของพวกเขา ยกเว้นเสียแต่ บางสิ่งบางอย่างในโลกแห่งนั้น จะทะยานข้ามประตูมาที่โลกของเราอย่างเงียบๆ…..

 

           ภายในเปลวเพลิงที่ลุกไหม้อย่างบ้าคลั่ง ไอร้อนที่แผ่ขยายเป็นอุโมงค์แคบๆ ทำให้มองเห็นร่างสูงบางผิวสีแทนเข้ม สวมชุดแขนยาวคลุมข้อเท้าสีขาวที่ประดับประดาด้วยเครื่องประดับสีทองบนบ่าสองข้าง ผมสีดำยาวเคลียไหล่และปรกใบหน้าคมสันเกือบครึ่งถูกลมร้อนๆพัดสะบัดออกไปเผยให้เห็นดวงตาสีฟ้าสดใสดุจน้ำทะเลและต่างหูไม้กางเขนสีทองลวดลายละเอียดที่ห้อยระย้าอยู่ที่หูข้างขวา เขาคือเจ้าชายแห่งเทพกษัตริย์ ผู้สืบทอดเพลิงกาฬจากขุมนรก

           โฮโนโอะที่เพิ่งจะย่างเข้าสู่วัยหนุ่มและยังไม่บรรลุนิติภาวะ กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปตามอุโมงค์แคบๆอันร้อนระอุเพื่อตามหาพ่อแม่ เพลิงนรกนี้คือจิตใจของราชันย์ผู้เป็นพ่อ และมันก็ทำอะไรเขาไม่ได้เพราะเขาเป็นทายาทที่มีเพลิงห่อหุ้มผิดจากน้องชายทั้งสองที่มีพลังน้ำแข็งซึ่งถูกเล่นงานจนสะบักสะบอมอยู่ด้านนอก

           ชายหนุ่มเข้ามาถึงใจกลางของต้นตอของเพลิง ร่างของราชันย์ผู้เป็นพ่อสูญสลายและกลายเป็นเนื้อเดียวกับเปลวเพลิง ข้างกายนั้นคือผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งนิ่ง ในมือของเธอคนนั้นมีเด็กทารกคนหนึ่งที่กำลังจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา

“ท่านพ่อ! ท่านแม่!”

“โฮโนโอะ เจ้ากลับมาจริงๆ”

หญิงงามผู้เลอโฉมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ โฮโนโอะรู้สึกผิดอย่างมหันต์ คุกเข่าลงตรงหน้าผู้หญิงที่เขาเรียกว่าแม่ เด็กทารกผู้หญิงสลายหายไปจนไม่เหลือแม้แต่ส่วนเสี้ยว

“เด็ก….ทารก”

“แบบนี้ดีแล้วล่ะ...นะ~”

“อดทนอีกนิด ข้าจะพาท่านออกไป!”

            โฮโนโอะไม่รอช้า ตรงเข้าจะพยุงร่างอันอ่อนปวกเปียกนั้นขึ้น แต่ผู้เป็นแม่กลับปรามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและรั้งแขนเสื้อของชายหนุ่มให้หันกลับไปเผชิญหน้า

“อย่า โฮโนโอะ”

“ท่านแม่ ทำไมขอรับ”

“ไม่มีประโยชน์หรอก เวลาของพ่อกับแม่ได้หมดลงแล้ว…ขอให้แม่ได้อยู่ข้างๆพ่อของเจ้าเถอะนะ”

           ราชินีโจคาผู้เลอโฉมเอื้อนเอ่ยพลางยกมืออันไร้เรี่ยวแรงของตนขึ้นมาประคองใบหน้าของชายหนุ่มให้หันไปเผชิญหน้ากับตน ทั้งมือและส่วนต่างๆของร่างกายของเธอกำลังเกิดรอยร้าวและแตกออกเป็นเสี่ยงๆทีละน้อย เพราะนางคือเทพกษัตริย์ เป็นมังกรธาตุดิน เพราะความร้อนจากเพลิงบัลลัยกัลป์นี้ทำให้ร่างกายของนางต้องแตกร้าว ซึ่งหมายถึงการสิ้นลมหายใจของนาง แต่ถึงกระนั้นนางก็ยังยืนยันจะอยู่ในนี้และแตกสลายไปอย่างเต็มใจ

“ฟังนะ โฮโนโอะ เจ้าต้องมีชีวิตต่อไป”

“ทำไม ข้าไม่เข้าใจ ทำไมท่านไม่ไปกับข้า!”

“เด็กทารกที่เจ้าได้เห็นคือเทพธิดาเหมันต์ที่มาจุติ ชื่อของนางคือ….”

            คำพูดประโยคสุดท้ายได้ขาดหายและถูกกลบเกลื่อนด้วยเสียงปะทุของเพลิงนรกที่บ้าระห่ำ แต่โฮโนโอะก็ยังรับรู้ได้ถึงน้ำเสียงและคำพูดท่อนนั้น และเขาก็ไม่ได้เอ่ยคำใดๆออกมานอกจากการรับฟังคำสั่งเสียของแม่

“อีกไม่นานดินแดนแห่งนี้ก็จะล่มสลายเพราะคำสาป มีเพียงเด็กคนนั้นคนเดียวที่จะแก้คำสาปได้ นางจะมีชีวิตอยู่ที่ไหนสักแห่ง และสักวันเจ้าต้องตามหานางให้พบ เข้าใจไหม โฮโนโอะ”

“ข้า…ไม่เข้าใจ”

“ออกตามหาเทพธิดาเหมันต์ให้พบ จากนั้นก็จงพานางกลับไปยังอาณาจักรของนางก่อนที่คืนพระจันทร์สีเงินจะมาบรรจบในอีกสามพันหกร้อยหกสิบห้าราตรีข้างหน้า สัญญากับแม่ได้ไหม…โฮโนโอะ”

           คำพูดสุดท้ายสิ้นสุดลงไม่นาน ร่างของราชินีโจคาก็เริ่มสลายกลายเป็นฝุ่นสีดำล่องลอยออกไปทีละน้อย นางใช้มือทั้งสองข้างที่ยังไม่สูญสลายหยิบผ้าผืนหนึ่งขึ้นมาคลุมให้โฮโนโอะ

“ถึงจะเป็นทายาทแห่งราชันย์ที่ควบคุมเพลิงได้ แต่เจ้ายังเด็กที่จะทนความร้อนรุ่มของจิตใจพ่อเจ้าได้ สิ่งนี้จะช่วยปกป้องเจ้าให้ออกไปจากที่นี่อย่างปลอดภัย”

“นี่มัน…”

“นี่คืออาภรณ์สวรรค์ที่ห่อหุ้มกายเจ้ามาตั้งแต่เกิด เป็นของดูต่างหน้าของแม่ที่แท้จริงของเจ้า”

“…!”

 

แม่ที่แท้จริงงั้นเหรอ ผู้หญิงคนนี้ต้องการอำเขาเล่นอีกรึไง

 

“รีบไปเถอะ ก่อนที่ประตูเพลิงนี้จะปิดลง”

“ไม่! ข้าจะพาท่านออกไปด้วยกัน ข้าขอร้องท่านแม่ ไปกับข้าเถอะ”

          โฮโนโอะกำลังอ้อนวอนเสียงสั่น ทั้งที่ชั่วชีวิตนี้เขาไม่เคยอ้อนวอนร้องขออะไรจากใคร กระทั่งชีวิตตัวเอง แต่ครั้งนี้เขาทนเห็นมารดาจากไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้จริงๆ แต่ถึงจะยอมทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำมาตลอดชีวิต คำตอบก็ยังเป็นสิ่งที่ทำให้เขาต้องผิดหวังเหมือนเดิม โจคาส่ายหน้าทั้งน้ำตาและมองหน้าเขาเยี่ยงคนผิดที่ต้องการการยกโทษและให้อภัย

“พ่อกับแม่รู้สึกผิดเหลือเกินที่ปิดบังเจ้ามาตลอด แต่เจ้าแข็งแกร่งมากโฮโนโอะ…แกร่งเสียจนไม่มีใครปกป้องเจ้าได้อีกแล้ว”

เปรี๊ยะ!

          คำพูดประโยคสุดท้ายล่องลอยออกไปไกล พร้อมๆกับร่างกายส่วนสุดท้ายที่แตกซ่านและสูญสลายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงสีแดงของเพลิงอันร้อนระอุ ถึงอยากไขว่คว้าให้กลับมาแม้เพียงเศษเสี้ยวก็ยังไม่เหลือให้ติดมือ โฮโนโอะกำผ้าผืนบางอันล้ำค่าเอาไว้แน่นจนสั่นพร้อมกับเสียงสบถอันสั่นเครือที่ดังออกมาแผ่วเบา

“บ้าที่สุด”

..........................................

          บนหน้าผาสูงชันที่มีกองไฟลุกไหม้อยู่อย่างบ้าคลั่ง เด็กชายวัยประมาณเจ็ดขวบกว่าๆสวมชุดแขนยาวที่ขาดวิ่นจนไม่เหลือความสง่างามเพราะผลพวงจากถูกไฟคลอก เส้นผมสีเงินสลวยยาวปรกกลางหลังถูกสายลมพัดจนสะบัดยุ่งเหยิงไปพร้อมกับเชือกฟั่นสีน้ำเงินที่ใช้รวบผมเอาไว้ด้านหลัง แต่ถึงกระนั้นดวงตาสีน้ำเงินเข้มก็ยังคงจับจ้องไปที่กองเพลิงอันลุกโชนอย่างมีหวังโดยมีเด็กผู้ชายตัวกระจ้อยที่สูงเพียงสะโพกของเขายืนเกาะชายเสื้ออยู่ข้างๆ และเงยหน้าขึ้นมาถามคำถามเดิมๆเป็นครั้งที่สิบ

“พี่ชาย ท่านพ่อกับท่านแม่ไปไหน”

         คำถามซ้ำซากของเด็กน้อยที่กำลังอยู่ในวัยพูดจาอ้อแอ้นี้ ทำให้เจ้าชายน้ำแข็งอย่างมิราอิถึงกับขบกรามอย่างจนด้วยคำตอบ สักพักสายตาของเขาก็เห็นเงารางๆเดินออกมาจากกองเพลิง

“ท่านพี่!”

“โฮะ โนะ โอะ”

         เด็กชายตัวเล็กกระจ้อยละมือจากชายเสื้อของเขาเข้าไปกอดขาของคนที่เดินออกมาจากกองเพลิงด้วยใบหน้าอันไร้เดียงสา ผิดกับเขาที่ยืนนิ่งเพราะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น โฮโนโอะคือพี่ชายคนโตของเขาและเด็กชายตัวกระจ้อยคนนั้น พี่ชายมองมาทางเขาก่อนที่จะหันไปยิ้มบางๆให้พร้อมทั้งคุกเข่าลงให้อยู่ในระดับเดียวกับส่วนสูงของน้องชายคนเล็ก

“ว่าไง ฟุยูกิ”

         มือข้างหนึ่งที่ถูกเพลิงคลอกจนเกือบสุกยกขึ้นลูบไล้เส้นผมสีเงินของน้องชายคนเล็กอย่างถนอม เด็กชายวัยเพียงสามขวบเศษๆ ผิวขาวผ่องดุจหิมะสวมชุดแขนยาวสีดำยาวปรกจนเหลือให้เห็นเพียงปลายเท้าเล็กๆ ดวงตากลมโตสีเงินสว่างจ้องมองเขาอย่างสดใสไร้ราคี พร้อมกับคำถามเสียงใสที่เรียกรอยยิ้มแบบฝืนๆจากโฮโนโอะได้ในทันที

“กลับมาแล้วเหรอ”

“อื้อ…ข้ากลับมาแล้ว” ชายหนุ่มฝืนยิ้มและตอบคำถามด้วยน้ำเสียงที่ยังสั่น

“ท่านพ่อกับท่านแม่ ไปไหนเหรอ”

         คำถามของน้องชายตัวน้อยทำให้โฮโนโอะเงียบกริบ รั้งศีรษะน้องชายเข้ามาซบไหล่และกอดเอาไว้อย่างแผ่วเบา

“เอาไว้สักวัน…เมื่อเจ้าโตขึ้น เจ้าจะรู้ว่าพวกเขาไปไหน”

“ทำไมเหรอ ท่านพ่อท่านแม่ทิ้งพวกเราแล้วเหรอ”

         ฟูยูกิเอ่ยถามเสียงสั่นพร้อมทั้งน้ำตาที่เริ่มรื้นขึ้นมาคลอ โฮโนโอะดันร่างน้อยออกมาประจันหน้าพลางยิ้มให้เจื่อนๆ ก่อนที่จะชี้เข้าที่อกซ้ายของเด็กชายเบาๆ

“ไม่ใช่หรอก พวกเขายังอยู่กับเจ้า และจะอยู่กับเจ้าตลอดไป ฟุยูกิ”

“แล้วพวกเขาไปไหนเหรอขอรับ”

“พวกเขาไปในที่ไกลแสนไกล ไกลมาก”

        น้ำเสียงสั่นเครือแทบจะขาดหายเพราะความรู้สึกอันแสนเจ็บปวดทรมานที่เอ่อล้นขึ้นมากั้นกล่องเสียงเอาไว้เสียสนิท วงแขนที่โอบร่างของเด็กน้อยกระชับแน่นพร้อมๆกับไหล่ทั้งสองข้างที่เริ่มสั่นเพราะกำลังร้องไห้

“แล้วโฮโนโอะ ร้องไห้ทำไม”

“เปล่า ข้าไม่ได้ร้อง ข้าแค่ อึ้ก~…”

“ไม่เอานะ อย่าร้องไห้นะ”

         เด็กชายตัวน้อยเอื้อนเอ่ยอย่างไร้เดียงสาพร้อมโอบรอบคอของเขาเอาไว้เหมือนปลอบประโลมตามประสาเด็ก ทว่าการกระทำอันแสนบริสุทธิ์นั้นกลับทำให้เขายิ่งหวั่นไหวและปล่อยน้ำตาร้อนๆให้ไหลออกมาเต็มที่ และพอมองไปที่มิราอิน้องชายคนรองที่ยืนเงียบมาตั้งแต่ต้น ก็เห็นเขากำมือแน่นและแสร้งเสมองไปทางอื่น นั่นคงเป็นเพราะไม่อยากเห็นภาพที่แสนจะเจ็บปวด รวมทั้งไม่อยากให้ใครเห็นน้ำตาของตัวเองที่กำลังไหลออกมาจากตาทั้งสองข้างนั้นด้วย แต่เด็กยังไงก็ยังเป็นเด็ก ลำพังเด็กที่อายุเพียงเจ็ดแปดขวบนั้น ยากนักที่จะเก็บไว้คนเดียว

 

“มิราอิ”

         โฮโนโอะสะกิดเรียกให้น้องชายหันกลับมาหา ก่อนจะปั้นหน้ายิ้มทั้งน้ำตาและยื่นมือไปหาเขา ทำให้ความอดทนที่พยายามมาตลอดของเจ้าชายน้ำแข็งพังทลายลงและโผเข้ามากอดเขาพร้อมทั้งปล่อยเสียงร้องไห้โฮออกมาดังๆ

“ฮึก~ อึก~….ฮืออออออออออออออ!!!!!!!”

 

'ข้าจะร้องไห้เพียงครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย และขอสาบานว่าข้าจะไม่เสียน้ำตาอีกเป็นครั้งที่สอง'

 

      คือคำอธิฐาน แอบแฝงเอาไว้ด้วยความร้าวรานที่ต้องสูญเสียคนสำคัญอย่างไม่มีวันหวนกลับ ต่อหน้ากองเพลิงของราชันย์ผู้เป็นพ่อที่กำลังลุกโชติช่วง ท่ามกลางดินแดนน้ำแข็งอันหนาวเหน็บที่สักวันต้องล่มสลายเพราะคำสาป ตอนนี้พวกเขาทั้งสามยังเด็กนัก พวกเขาต้องเติบโตและมีชีวิตต่อไป เพราะยังมีอีกหลายอย่างที่ยังเป็นเรื่องโหดร้ายและสุดจะยากเย็นที่พวกเขาต้องเผชิญในโลกใบนี้ และได้แต่หวังว่าซักวันมันอาจจะเป็นเพียงส่วนเสี้ยวหนึ่งในชีวิตประจำวัน แต่กว่าจะถึงวันนั้นมันอาจจะนานเหลือเกินสำหรับการรอคอย

............................

....................

•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

8.2
โหวต 8.2 /10 คะแนน
จากสมาชิก 2 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

7 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

8 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

9.5 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...