น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

นิยาย : The recorder ผู้พิทักษ์บันทึกแห่งชีวิต

อ่าน 732
วิจารณ์ 1
แนว:
จำนวน:
6 บท
แต่งเมื่อ:
วันที่ 10 ธ.ค. 2559 13:40 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง Ncherry
หัดอ่านหัดเขียน (12)
เด็กใหม่ (2)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

บท 1. หน้าบันทึกที่ถูกฉีกออก

เขียนเมื่อ วันที่ 10 ธ.ค. 2559 13:49 น.

( แก้ไขเมื่อ วันที่ 10 ธ.ค. 2559 13:57 น. โดย เจ้าของบทความ )

•»
ตอนที่ 0
หน้าบันทึกที่ถูกฉีกออก
 
          "เลือกเอาว่าจะนอนตายอนาถอยู่นี่หรือจะส่งมันมาให้ข้า"น้ำเสียงทุ้มเยือกเย็นชวนให้หนาวจับขั้วหัวใจ ดาบยาวสีเงินยวงจ่อลำคอขาวของผู้เป็นเหยื่อจนเลือดไหลซึม ทั้งรอยยิ้มเย็นที่สื่อผ่านมาทางดวงตาสีดำคมกริบไร้ซึ่งความปราณีใด...
          "ของแบบนั้นข้าทำลายมันทิ้งไปแล้ว"
          "อย่ามาโกหก!"
          "อึก"ความคมนั้นเฉือนลึกลงไปอีก เรียกเลือดหยดแล้วหยดเล่าไหลเปรอะเปื้อน ผู้บุกรุกสถานที่ต้องห้ามแห่งชีวิตหวังนักว่าการเพิ่มความทรมานอันน่าสะพรึงจะทำให้เขาเปิดปากพูด แต่คนเจ็บกลับหัวเราะเสียงดังลั่น ชะงักไปชั่วครู่ก่อนสะบัดหัวไล่ความมึนงง แววตาสีทองฉายถึงความสะใจก่อนจะถุยเลือดในปากใส่หน้าชายตรงหน้า
          "อย่าหวังว่าจะได้มันไปเลย เจ้าคนทรยศ!"
          ฉึก!
          "อ๊ากก"
          เขาใช้ดาบยาวของตนแทงทะลุผ่านท้องคนเจ็บซ้ำรอยเดิมเลือดสีแดงฉานไหลเอ่อนองไปทั่ว ชายหนุ่มผมทองได้แต่นอนบิดตัวไปทั้งการเปล่งเสียงนั้น เจ็บ... ทรมาน... อยากจะปล่อยให้ตัวเองพ้นไปจากมันสักที แววตาเริ่มพร่ามัวไป การเสียเลือดมากจากบาดแผลนับสิบรอบตัวไม่ทำให้เหลือเรี่ยวแรงใด สิ่งสุดท้ายที่จะเอ่ยให้ได้คือคำพูดอวดดีก่อนตาย
          "สุดท้ายเจ้ามันก็เป็นได้แค่คนขี้แพ้เท่านั้น"
          ก่อนจะสิ้นลมหายใจ ร่างซีดเผือดนอนจมแอ่งเลือดอยู่ตรงนั้น ผู้ล่าคุกเข่าลงมองร่างไร้วิญญาณ ฝ่ามือขาวซีดราวศพจับใบหน้านั้นบิดไปมาก่อนจะลุกขึ้น หยิบยาสูบประจำตัวขึ้นมารับควันสีขาวเข้าจนเต็มปอด
          "..."
 
          "ยังคงทำงานได้เละเทะเหมือนเคย สมกับเป็นเจ้าเลย โครว์"
          "..."กระจกบานใสยามนี้ถูกทำลายยับจนไม่มีชิ้นดี เปิดทางเข้าให้ผู้มาใหม่อีกคนกระโดดเข้ามานั่งยิ้มกริ่มอยู่ตรงนั้น หญิงสาวเส้นผมสีส้มส่งยิ้มหวานมาให้ นัยน์ตาเหลือบมองพื้นที่โดยรอบ ห้องสมุดอิกดริลสีขาวสะอาดอันศักดิ์สิทธิ์ที่สูงเด่นตระหง่านจากผืนฟ้าถูกทำลายยับไม่มีชิ้นดี ทั้งร่างของผู้ไร้ชีวิต กองเลือดและชั้นหนังสือเวทมนตร์ในห้องสมุดสองชั้นที่ไม่เหลือเค้าโครงเดิม ...ทั้งหมดนั่นคือฝีมือของพวกเขา...
          ครึก ครึก
          "ได้เวลาที่เราต้องไปแล้ว"แผ่นดินตอนนี้สั่นไหวไปพร้อมกับตัวอาคาร หญิงสาวก้มลงมองรากไม้เบื้องล่างกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง ส่งความรุนแรงมีผลมาถึงตัวข้างบน โครว์เก็บยาสูบเข้ากระเป๋าเสื้อก่อนมือทั้งสองจะยื่นออกไปข้างหน้า วงเวทสีฟ้าอ่อนปรากฎขึ้นใต้เท้าอีกทั้งลายอักขระโบราณเหล่านั้น
          "แล้วสมุดบันทึกแห่งชีวิตล่ะ"
          เธอว่าพลางมุ่ยหน้าสงสัย โครว์สูดลมหายใจเฮือใหญ่ก่อนจะตอบในสิ่งที่เขาเกลียดมากที่สุด
 
          "เรื่องนั้นค่อยว่ากัน"น้ำเสียงเฉียบขาดไม่สื่อถึงอารมณ์ใดเรียกรอยยิ้มบางจากเธอ...
          แสงสีขาวอาบล้อมพวกเขาทันทีที่เธอยืนใกล้ เพียงเสี้ยววินาทีทั้งสองก็หายไป ห้องสมุดแห่งชีวิตทรุดตัวร่วงลงสู่รากไม้ที่พันเกี่ยวไว้ข้างใต้ เหลือเพียงเศษซากของความตายลอยอบอวล แท่งคริสตัลแห่งชีวิต จุดศูนย์รวมความเป็นไปของโลกเบื้องล่างตรงกลางห้องสมุดถูกกดทับจนแตกร้าวไปทั้งอัน ไฟสีขาวนวลอบอุ่นค่อยมืดดับลงพร้อมไอสีดำสนิทที่เข้าดูดกลืน แสงไฟกระพริบถี่รัวจนน่าใจหายก่อนที่มันจะมอดดับลงไป... 
 
 
          "!!"เด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือกขึ้นกลางคัน ดวงตาสีน้ำตาลส้มเบิกโพลงกว้างด้วยความตกใจ เหงื่อเย็นไหลซึมชื้นไปทั่วร่าง หอบหายใจสูดอากาศเย็นชื้นเข้าเต็มปอดแต่ก็พลันยิ่งใจหายมากกว่าเก่า เขากุมสร้อยจี้เหล็กรูปหัวใจแน่นไว้ในมือ ดวงตาสอดส่ายหาตะเกียงที่พอจะจุดให้ความสว่างกับห้องพักได้ ไม้ขีดแท่งเดียวที่เหลืออยู่ในกล่องบัดนี้ถูกขูดยับจนมันหักงอคามือ 
          เวรกรรมจริง ๆ 
          ครั้นจะยกนิ้วขึ้นจุดไฟ หัวก็พลันไปนึกถึงความสามารถครั้งก่อน เสกไฟได้น้ำแข็ง เสกน้ำแข็งได้ดอกไม้ คิดดูอีกทีแล้วก็อย่าเลยดีกว่า เสียดายพลังแถมยังน่าอับอายเปล่า ๆ สุดท้าย เมล โอนิกซ์ ผู้อับจนเวทมนตร์ก็ได้แต่ถอนหายใจ พาตัวเองคลานจากเตียงมาส่องหน้าต่างแทน แสงอาทิตย์ยามเช้าเริ่มเข้ามาเยือนบ่งบอกถึงวันใหม่ หลังจากได้นอนเต็มอิ่มไปกว่าสิบชั่วโมงร่างกายก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาจนแทบจะทรุดลงไปนอนต่อ
          'ง่วงชะมัด'เพราะฝันที่แปลกประหลาดไปเมื่อคืนดันทำให้รู้สึกเหมือนคนนอนไม่พอ แต่ถ้าจะให้นอนต่อก็คงได้หลับอีกยาว เมลตบแก้มเต็มแรงไล่ความง่วง แต่ยังไม่ทันจะได้ทำธุระส่วนตัวเสียงเคาะประตูก็ดังรัวขึ้นจนน่ารำคาญ เด็กหนุ่มขยี้หัวยุ่งเหยิงของตัวเองรัวก่อนจะรีบตรงดิ่งไปเปิดประตู ส่งยิ้มบางทักทายคนคุ้นเคย
          "สร้อยของนายยังอยู่ดีไหม"
          "..."เปิดมาถึงก็เอ่ยถ้อยคำทักทายชวนงงแต่เช้า คิ้วสีน้ำตาลขมวดเข้าหากันจนจะเป็นปม ชายหนุ่มผมสีม่วงอ่อนชูจี้ธนูสีทอง มันร้าวนิดหน่อยเผยให้เห็นเนื้อสีเงิน บ่งบอกถึงความผิดปกติอันน่ากลัว รีบหันขวับลงมองจี้ของตัวเองทันที ก่อนมือจะกำสร้อยแน่น เด็กหนุ่มหลับตาลงสัมผัสกับไอเย็นของสร้อย ลำแสงสีอุ่นแล่นวาบผ่านทางฝ่ามือก่อนสมุดบันทึกสีน้ำตาลจะปรากฏขึ้น
          "นี่มัน..."
•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

8.5
โหวต 8.5 /10 คะแนน
จากสมาชิก 2 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

8.5 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

8.5 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

8.5 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...