น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

นิยาย : บันทึกป่วน วิญญาณนิสัยแย่

อ่าน 808
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
20 ตอน
แต่งเมื่อ:
วันที่ 23 ส.ค. 2559 10:31 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง Broskev
หัดอ่านหัดเขียน (6)
เด็กใหม่ (0)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1. สองด้านทำนายทัก วิบัติรุ่งเรื่อง ล่มจมเฟื่องฟู อยู

เขียนเมื่อ วันที่ 23 ส.ค. 2559 11:16 น.

( แก้ไขเมื่อ วันที่ 23 ส.ค. 2559 11:20 น. โดย เจ้าของบทความ )

•»

9 ปี ก่อน

ดึกดื่นค่ำคืน พายุกระหน่ำโหม

ลั่นดาล ลงกลอน มุดหาไออุ่น

ทุกบ้านเป็นเช่นนี้ ทุกตรอกซอยล้วนเป็นเช่นนี้

หากยามนี้ ณ จวนตระกูลเศรษฐีที่ใหญ่ที่สุดในปราการหงค์เพลิง 

ผู้คนหลายสิบวิ่งวุ่นวาย บ้างวิ่งเข้า...บ้างวิ่งออก

คนนั้นชนนั้น คนนี้ชนนี่ ทั้งยังชนกันเองจนวุ่นวายหัวหมุน ข้าวของหล่นกระจาย

หากเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดจากหญิงสาวภายในห้อง

ยิ่งกลายเป็นเร่งให้คนอกสั่น ขวัญแขวน สับมือเร่งเท้าพัลวัน  

 

ไม่มีใครสนใจเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าที่ดังลั่นหู ทั้งไม่มีใครกล้าสนใจ

บ่าวชายหญิงทุกผู้ เพียงสนใจเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น

นายหญิงน้อยของพวกมันกำลังจะให้กำเนิดบุตรคนแรกแก่เจ้าบ้าน

บุตรคนแรกที่ได้คลอดออกมาใต้หลังคาจวนแห่งนี้

ความตื่นเต้นตึงเครียดอย่างที่สุดนี้ทำเอา 

หัวหงอก หัวดำทุกผู้ ล้วนมือไม้อยู่ไม่สุข

 

 บ้านฝั่งตะวันออกโกลาหลออกปานนั้น

 

หากโถงรับแขกกลับตึงเครียดในอีกความหมาย 

ด้วยแขกผู้ไม่ได้รับเชิญกลุ่มหนึ่งแจ้งเรื่องเข้าพบเจ้าบ้านในเวลาเช่นนี้

ทั้งคนกลุ่มนี้ยังประกอบด้วย 

ราชครู ปราชญ์ ปรมาจารย์ เจ้าอาวาสวัดหลวง และ นักพรตวัดใหญ่

ทุกผู้ล้วนเป็นที่นับหน้าถือตา ทั้งเคารพนบนอบจากทั้งสูงต่ำในอณาจักร

คนทั้งห้าล้วนเย่อหยิ่งถือดีในวิถีของตัว ยึดมั่นอย่างไม่ไว้หน้า สายตาสูงเลยหัว 

ไม่มีผู้ใดกล้านึกฝันว่าคนเหล่านี้จะมารวมตัวกัน ทั้งยังคิดเห็นตรงกัน

ทั้งอย่างยากเย็นจึงจะมารวมตัวกันได้สักครั้ง

 

ครั้งนี้ กลับเป็นครั้งที่ยากเย็นนั้น 

ทั้งยังมีความคิดเห็นตรงกันอย่างที่เจ้าตัวเองยังไม่อาจทำใจเชื่อ

และที่ไม่น่าเชื่อมากกว่านั้น คือ

 บุคคลผู้ทรงเกียรยติทุกผู้กลับมารวมตัวกันโดยไม่ได้นัดหมาย 

ในวัน เวลา และสถานที่เดียวกันนี้

 

เพียงเป็นบ้านเศรษฐีผู้หนึ่งเท่านั้น!! 

นอกจากสร้างความแตกตื่นจนอยากจะร่ำไห้แก่เจ้าบ้านแล้ว 

พวกมันยังแตกตื่นกันเองจนตาเป็นประกายราวคนหนุ่มอีกครั้ง!!

 

เจ้าบ้านวัยกลางคนพยายามปั้นหน้าให้ราบเรียบสงบนิ่ง 

แต่หน้าผากหลั่งเหงื่อเป็นเม็ด ทั้ง กังวล สับสน ทั้งตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา 

ใจกังวลถึงบุตรคนแรกที่กำลังจะคลอด 

เสียงร้องของอนุคนล่าสุดดังแววมาให้พะว้าพะวง 

พร้อมกับเสียงคำรามของพายุที่ผสานมา

 

 

 

สายตาจับไปที่เบื้องหน้า สับสนที่บุคคลสำคัญเหล่านี้ฝ่าสายฝนรุนแรงมาเยือนอย่างฉุกละหุกถึงที่ 

คนแก่เหล่านี้แต่ไรมาสนใจแต่เรื่องใหญ่ ทั้งยังเป็นเรื่องใหญ่ประเภทบรรลัย บัดซบทั้งสิ้น 

เรื่องดี คนพวกนี้ไม่ชอบทำนาย แต่จะกระชุ่มกระชวยกับเรื่องความฉิ บหายเป็นพิเศษ 

คนโรคจิตเหล่านี้มาเยื่อนถึงบ้าน ใยเลยจะเป็นเรื่องดี ทั้งใยเลยจะเป็นเรื่องเล็ก

พวกมันคงไม่ได้คิดจะมาเพียงอวยพรวันเกิดบุตรเราเป็นแน่

ดังโบราณว่า เจตนาดีไม่มา คนมาไม่มีเจตนาดี 

 

กวาดมองสีหน้าท่าทาง (ที่ดูเหมือน) กลัดกลุ่มกังวลไม่อาจตัดสินใจบางสิ่งได้ของผู้ชราทั้งหมด

 

ฟันธงได้ถึงการคาดการณ์ของตัวเอง .....ไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน

 

มันรวบมือลุกขึ้นคารวะคนทั้งหมด 

"ท่านผู้ทรงภูมิความรู้ทุกท่าน กลางคืนพายุโหม ให้เกียรติมาเยี่ยมเยียน ไม่ทราบต้องการให้

ผู้น้อย ช่วยเหลืออันใด หากผู้น้อยกระทำได้ จะกระทำทันทีอย่างสุดความสามารถ"

หากเป็นไปได้ เราจะยินดีอย่างมากกว่าหากท่านจะส่ายก้นออกไปในบันดล

วาจาเปล่งออกไปไม่อ่อนน้อมไม่เย่อหยิ่ง แม้น้ำเสียงจะออกอาการเร่งรัดกลายๆ แต่ก็เจือจางเบาบางจนทำให้ไม่อาจทราบได้ว่าผู้พูดกำลังคิดอะไร

 

ผู้เฒ่าชราเหล่านั้นกลับยังรีรอ มองหน้ากันไปมา

ต่างคนต่างใช้ภาษาจิตคุยกัน

เดี๋ยวกลอกตา เดี๋ยวขยิบตา คนนี้เหล่ตา คนนั้นเหลือกตา

 

แม้จะน่าขบขัน หากแต่น่าเสียดาย เจ้าบ้านกลับไม่อยู่ในอารมณ์รื่นเริง

นับ 1-100 รอคอยคำตอบท่านผู้เฒ่าอย่างอดทน

 

3 ก้านธูปผ่านไป  

ผู้ชราที่สุดในที่นั้น ก็ทำการกระไอเล็กน้อยเป็นพิธี 

 

"ขอกล่าวกับท่านฉีอย่างตรงไปตรงมา เราท่านทั้งหลายล้วนทราบดีว่า 

แต่ละคนล้วนมีความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับจากประชา”

ผู้เฒ่าทุกคนก็ผงกศีรษะสนับสนุน  มองทั้งหมดรอบหนึ่ง ผู้ชรานั้นก็เอ่ยต่อ

 

“วันนี้พวกเราทั้ง 5 แม้อยู่คนละทิศ กลับประจวบพบกัน ณ ที่แห่งนี้

เพียงเพราะคำทำนายดวงดาว ตรงกันอย่างนั้นอัศจรรย์"

 

"ท่านราชครู โปรดชี้แจง เป็นคำทำนายสูงส่งใด" 

ฉีหยางจินสงสัยใคร่รู้ บุคคลเหล่านี้เล็กๆไม่ ใหญ่ๆทำ

หมกมุ่นแต่การทำนายกิจการบ้านเมือง วันๆเอาแต่นำคำทำนายพิลึกพิลั่นมาสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าแก่เราท่านตาดำๆ

กลับเป็นนักพรตหัวล้านผู้ชราอีกฟากที่ตอบคำถามของมัน

"เป็นคำทำนายถึงอนาคตบ้านเมือง ในอีก 15-20 ปีข้างหน้า

ชะตาเมืองจะไปสู่จุดอับ ราชวงศ์ปัจจุบันจะล้มสลาย มหันตภัยกลืนกินประชา 

ไฟสงครามในนอก ลุกลามจนถึงสิ้นชาติ" 

 

ผู้เฒ่าทุกท่านต่างพยักหน้าเสริมด้วยความกลัดกลุ้ม ท่านปรมาจารย์ที่นั่งอยู่ท้ายสุดจึงกล่าวเสริม 

 "เหตุที่เกี่ยวข้องกับท่านฉี คือคำทำนายช่วงต่อมา ตระกูลฉีของท่านจะให้กำเนิด

จักรพรรดิทรราชผู้หนึ่ง จอมทัพผู้โหดเหี้ยมผู้หนึ่ง และขุนนางใหญ่กังฉินผู้หนึ่ง"

 

 

เปรี้ยงงง

 

 

ดังฟ้าผ่าดังจากเบื้องนอกราวลงกลางกระหม่อม

คำกล่าวหานั้น ออกจะหนักหนาสาหัสเกินไปแล้ว!!

เพียงข้ออ้างนี้ และเพราะเพียงคำพูดไม่กี่คำของบุคคลใกล้ตายจิตไม่ปรกติเหล่านี้ 

ก็ทำให้ตระกูลฉีถูกล้างทั้งตระกูลได้แล้ว

 

 

มารดามันเถอะ

 

 

 

เจ้าบ้านตระกูลฉีคนปัจจุบัน ฉีหยางจิน ถึงกับหน้าซีดเผือดแข็งขาอ่อนแรง

ดีที่กลับไปนั่งเก้าอี้แล้วจึงยังคงสามารถรักษาหน้าหัวหน้าตระกูลเศรษฐีใหญ่ได้

 

ประหวั่นคิดไปถึงนอกจวน...ใช่มีทหารราชสำนักรอคอยเข้าล้างตระกูลอยู่ภายนอกหรือไม่

 

ใช่พวกมันผู้เฒ่าวิกลจริตพวกนี้ วิกาลดึกดื่น ฝนตก 

ฟ้าผ่านอนไม่หลับจึงหาเรื่องสนุกสนานทำหรือไม่

 

ตาเฒ่าเหล่านี้ใช่รู้สำนึกหรือไม่ แม้ตัวมันแก่ชรา กลับมีวาจากำหนดเป็นตายของผู้คน เ

พียงคนหนึ่งคนใดถวายรายงานคำทำนายนี้แก่จักรพรรดิ ผู้แซ่ฉีทั้งหมด ก็ไร้ที่กลบฝังแล้ว!!

 

อย่าว่าแต่วันนี้มาถึง 5 คน...

 

 เปรี้ยงงงงง

 

เห็นสีหน้าแววตาตื่นตระหนกของเจ้าบ้าน จิตทั้ง 7 ล้วนออกจากร่าง 

เจ้าอาวาสเฒ่ารีบปรามด้วยกลัวว่าเจ้าบ้านฉีจะเป็นลมไปเสียก่อน

"ประสกอย่าพึ่งแตกตื่นไป คำทำนายยังไม่หมดเพียงเท่านั้น 

หากเป็นเยี่ยงนั้นกลับทำให้ตัดสินใจล้างตระกูลท่านได้โดยง่าย 

หากแต่คำทำนายนั้นมี 2 ด้าน อีกด้านหนึ่งนั้นกลับตรงกันข้ามอย่างที่สุด

ตระกูลฉีท่านจะให้กำเนิด มหาจักรพรรดิผู้ปรีชาผู้หนึ่ง จอมทัพผู้กอบกู้ผู้หนึ่ง 

และขุนนางแห่งประชาราชผู้หนึ่ง อันว่าลิขิตฟ้า มนุษย์ไม่อาจรู้แจ้ง 

ในวันเวลาแห่งความเป็นตายในอีก 15-20 ปีข้างหน้า

เราไม่อาจทราบได้เลยว่า 3 บุคคลตระกูลฉีนี้ จะตัวหายนะ หรือผู้กอบกู้

 ดังนั้น พวกอาตมาจึงมาที่นี่ เพื่อปรึกษาท่าน ในฐานะเจ้าบ้านตระกูลฉี 

ท่านมีความเห็นต่อเรื่องนี้ว่าอย่างไร?"

 

 

คำถามเมื่อยิงออก ฉีหยางจินพลันได้สติ 

คำตอบของมันจะเป็นตัวกำหนดความเป็นตายของทั้งตระกูลในวันนี้ 

หากผู้เฒ่าทั้งหมดไม่พอใจในคำตอบ ไม่แน่....อาจตัดสินเป็นหายนะ

 

หากตอบดีเป็นที่พอใจ ก็ไม่ยังแน่ว่าจะดี เนื่องด้วยผู้กอบกู้นั้น

 คนหนึ่งจะได้เป็นจักรพรรดิ อย่างไรยังคงนับเป็นภัยต่อราชวงศ์ปัจจุบัน

 

ในเมื่อใคร่ครวญอย่างไร ก็ล้วนเป็นภัย คนเหล่านี้มาปรึกษามันเช่นนี้ใช่ต้องการใช้เป็นข้ออ้าง

ว่าตระกูลฉีมีความคิดเป็นจักรพรรดิหรือไม่

 

 เจ้าบ้านสูดลงหายใจลึกหลายครา ใคร่ครวญสิ่งที่คิดว่าต้องกล่าวออกไป

จากนั้นยืนขึ้นต่อหน้าทั้งหมด

"ท่านทั้งหลาย ไม่ว่าอดีตกาล ปัจจุบัน หรือแม้แต่อนาคต

 ไม่มีจักรพรรดิใด ขุนพลใด หรือขุนนางใด ได้ชื่อว่าสะอาดบริสุทธิ์แม้สักคน

ผู้ที่ทำการใหญ่ได้ ผู้น้อยเห็นว่าไม่มีใครที่ยังคงเป็นผ้าขาวได้ 

อันว่าปรีชาหรือไม่ กอบกู้หรือไม่ รักประชาหรือไม่ เป็นคำพูดที่มาจากมุมมองของผู้ที่ได้ประโยชน์ทั้งสิ้น แม้แต่ทรราช หรือกังฉิน ก็เป็นคำกล่าวของผู้เสียผลประโยชน์เช่นกัน

ที่สำคัญคือ เจตจำนงของคนผู้นั้น และจำนวนผู้ที่ได้ผลประโยชน์จากคนผู้นั้น

 หากท่านทั้งหลายทำนายว่า ในอีก 15-20 ปีข้างหน้า อาณาจักรนี้จะแตกดับ

อย่างนั้น....พวกท่านลองพิจารณาอย่างตรงไปตรงมาได้หรือไม่ 

สถานะของราชวงศ์ในยามนี้ ต่อให้ล้มล้างตระกูลฉีไปจริง จะสามารถช่วยต่ออายุแก่บ้านเมืองได้จริงหรือ ? จากสายตาผู้เฝ้ามอง ยามนี้บ้านเมืองสงบร่มเย็น ไร้ศึกสงคราม หากแต่มองให้ลึกซึ่ง

ทั้งที่บ้านเมืองร่มเย็น ชาวบ้านกลับอพยพหนีอุทกภัยทางใต้ขึ้นมามากมายจนนครหลวงไม่อาจรองรับไหว ราคาข้าว เกลือ ล้วนขึ้นราคา

ขณะที่ราชสำนักประกาศเพิ่มภาษี ออกนโยบายสร้างสวนสวรรค์ราชอุทยาน

เกณฑ์แรงงาน ช่างฝีมือมหาศาล ยิ่งทำให้ขาดแรงงานท้องถิ่นมาทำไรนา 

ชาวบ้านยิ่งไม่มีผลผลิตมาจ่ายภาษี หากเป็นเยี่ยงนี้ต่อไป ต่อให้ไร้คนสกลุฉีในแผ่นดินนี้จริง

ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงคำทำนายของท่านทั้งหลายได้ ในความเห็นของผู้น้อย ไม่แน่ว่าตระกูลฉีจะเป็นหายนะ และไม่แน่ว่าจะได้ขึ้นเป็นบุคคลสำคัญดังคำทำนาย

ท่านทั้งหลายล้วนทราบดีว่าพ่อค้าไม่อาจรับราชกาลได้ จะเป็นบุคคลเหล่านั้นได้อย่างไร

และหากคำทำนายเป็นจริง เกิดหายนะแก่บ้านเมืองจริง

แต่กลับปราศจากตระกูลฉีไปตามคำทำนาย ใช่จะไร้ ผู้กอบกู้บ้านเมืองหรือไม่

ใช่ว่าเราสมควรตระเตรียมการเพื่ออนาคตดีกว่าหรือไม่??"

 

 

ณ วันนี้ สายฟ้านับสิบสาย ได้ผ่าลงมายังลานห้องโถงอย่างอัศจรรย์

 พร้อมกันนั้น แว่วเสียงร้องจ้าของเด็กน้อยแรกเกิด 

 

 

 

อนาคตของตระกูลฉี คงฝากไว้ที่เด็กคนนี้แล้ว

 

 

 

----------------------

 

 

 

•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

0
โหวต 0 /10 คะแนน
จากสมาชิก 0 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

0 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

0 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...