น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

นิยาย : เพลิงเมือง

อ่าน 825
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
8 ตอน
แต่งเมื่อ:
วันที่ 8 มี.ค. 2559 13:20 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง Grammee
หัดอ่านหัดเขียน (8)
เด็กใหม่ (3)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1. ต้นเพลิง

เขียนเมื่อ วันที่ 8 มี.ค. 2559 13:32 น.

( แก้ไขเมื่อ วันที่ 9 มี.ค. 2559 11:19 น. โดย เจ้าของบทความ )

•»

ต้นเพลิง

สุขใดจะเสมอ เท่าฉันมีเธอ เป็นคู่ดวงใจ
เคลียคลอ อยู่ทุกวันไป เหมือนทิวาคู่ราตรี
ดั่งแผ่นน้ำคู่ฟ้า ไปตลอดปี
รักมั่นภักดี เหมือนปลารักท้องนทีธาร

หากชีวิตของฉัน ถ้าแม้นขาดเธอ คงหมดจิตใจ
คงครวญพร่ำหวนอาลัย เหมือนคนที่ไร้วิญญาณ
เธอได้ฟัง ฟังฉันรำพันกล่าวขาน
จงได้สงสาร เห็นใจในรักที่ภักดี

สุขใดจะเสมอเท่า ฉันมีเธอเป็น คู่ดวงใจ
เคลียคลอ อยู่ทุกวันไป เหมือนทิวาคู่ราตรี
ดั่ง แผ่นน้ำ คู่ฟ้า ไปตลอดปี
รักเธอ เท่าชีวี ดั่งปลารักน้ำ นิรันดร

เจ้าพระยาสุรศักดิ์นั่งหน้าบึ้งบอกบุญคงจะไม่อยากได้เมื่ออารักษ์ถูกนำตัวมาสอบปากคำ “ท่านเป็นเจ้ากระทรวงธรรมการมีหน้าที่ดูแลเรื่องการศึกษาของกุลบุตรกุลธิดาของสยาม แต่มีรึที่คนต่ำต้อยชั้นไพร่กระดุมภีร์จะมีโอกาสเยี่ยงนี้อันว่าหนังสือที่ท่านแลสหายอีหรอบมิสเตอร์รอยด์บรัดเลย์ซึ่งมีการนำออกมาตีพิมพ์สำหรับเป็นของชำร่วยในงานพิธีการนั่นเล่าก็อีกประการหนึ่งตราสิงห์โตแดงที่ประทับตัวต้นฉบับ ย่อมบ่งบอกถึงชาติพันธ์ของสิงห์โตหนุ่มตัวนั้นอยู่ในทีจะให้กระผมกล่าวว่าประการใดออกไปดีเล่าท่าน....”
หลายครั้งหลายคราที่หนังสือพิมพ์ได้ตีพิมพ์ข้อความอันวิบัติ ก่อความเสียหายประวัติศาสตร์ชาติไทยได้เคยบอกเล่าถึงการสื่อสารที่เป็นเท็จในลักษณะเยี่ยงนี้อยู่หลายคราว คราวนั้นเรื่องหนังสือของท่านพระยาสุรศักดิ์หนวดงามผู้นี้ก็มีความผิดแผกแตกต่างจากความเป็นจริงของบ้านนี้เมืองนี้ แต่ท่านกลับอหังการกล้าทำตามความประสงค์ของสหายฝรั่นชาวอีหรอบของท่านโดยไม่นำพาถึงความเป็นจริงแต่ประการใด มิหนำซ้ำยังก้าวหน้าอย่างรวดเร็วชนิดลัดนิ้วมือเดียวปานหนุมานไม่มีผิด ว่ากันว่าท่านจางวางหร่ำเป็นลูกหลานในตระกูลของท่านเกิดแต่แม่แน่งหลานลุงของท่านเจ้าพระยาฯ ด้วยอำนาจวาสนาเลยก่อเกิดปัญหาให้แก่ศิลปินอย่างท่านหร่ำ “ข้ามิกล้าอาจเอื้อมเยี่ยงนี้หากแต่ลุงข้าเมตตาช่วยเหลือจนได้กินตำแหน่งจางวางซึ่งข้าย่อมเห็นดีเห็นงาม แต่มันกลายเป็นเฝือเสียจนทุกผู้คนรอบข้างข้าเกิดความเอียนกลายเป็นความชังน้ำหน้ามิมีดีมีคุณแต่ประการใดตรงกันข้ามกลับทำให้ข้ากลายเป็นจำอวด แทนที่นักดนตรีระนาดผู้มีฝีไม้ลายมืออย่างที่ข้าใฝ่ฝันอยากจะเป็นข้ากลายเป็นขี้เมาด้นกลอนพระสุนทรโวหารร่ำไป ค่ำไหนนอนนั่นเหมือนนกขมิ้นอาละวาดตีลูกตีเมียจนมันพากันหนีเตลิดหายไปจากชีวิตข้าแม้นยามใกล้สิ้นใจแก่เฒ่า ไม่มีแม้แต่เงามาให้ข้าได้ชื่นใจครั้นเห็นหลานเหลนผู้อื่นกลับยิ่งช้ำชอกใจเหลือคณานับ....”
บ้านเก่าในซอยพระรามสองแปดสิบแปดแถวย่านบางขุนเทียน แสมดำรายรอบด้วยวัดแสมราย วัดพรหมราษฎร์ วัดแสมขาว วัดแสมดำที่อยู่ใกล้ทางไปทะเลป่าชายเลนต้นโกรงกรางอันมีรากยาวเพื่อยึดเกาะชายฝั่งไว้มิให้ลำต้นมันล้มทั้งยืนและตายไปตามสภาพปกติของต้นไม้ที่รากแก้วขาด “ที่แปลงนี้เดิมสัญญาราวสักเกือบหนึ่งชั่วอายุคนเป็นของนายการุณ แซ่เซียพ่อแท้ ๆ ของท่านหร่ำแต่ว่าแกสิ้นบุญไปนานโขอยู่จางวางหร่ำแกสิ้นไปราวสักปี พุทธศักราช 2480 กลาง ๆ สรุปได้ไม่แน่ชัดนักแต่ราว ๆ นี้เองครับหลังจากนั้นเปลี่ยนคนเช่ามาจนเป็นบ้านของครูปุ้ยนี่เองครับแต่สภาพวัดโดยรอบถูกทำลายทุบทิ้งดิบ ๆ กลายสภาพเป็นบ้านคฤหาสต์เศรษฐีหรูราคานับสิบล้านบาทมีลูกหลานของพวกท่านหนวดงามมาอยู่ตรึมทุกคูหาคงเหลือไว้เพียงวัดแสมดำซึ่งอยู่เข้าไปลึกหน่อยราวสักห้าร้อยเมตรเห็นจะได้”
“ยายแน่งเราลูกจีนเป็นถึงลูกขุนน้ำขุนนางจะยังไงก็แล้วแต่เมื่อแต่งงานไปแล้วตบตีลงไม้ลงมือจำต้องเลิกเจ้าคุณพ่อเป็นถึงเจ้ากระทรวงพระธรรมนูญจะกลัวไปใยจะเริ่มต้นใหม่กับ เอ้อ พ่อการุณก็เป็นการดีจะมารังเกียจรังงอนเดี๋ยวคุณพ่อท่านย่อมเห็นเป็นธุระอย่าได้กังวลไปลูกเต้าเองท่านไม่ทอดทิ้งหลานชายทั้งคน พ่อหร่ำเองมันก้อสิบห้าปีนี้แล้วฝึกฝีไม้ลายมือไปตีระนาดทุกบ่อยอะไรก็ตามหมั่นฝึกหมั่นหัดมันย่อมเก่งหาครูเก่ง ๆ มาถ่ายทอดวิชาระนาดให้มันขี้คร้านจะเก่งติดลมบนไหนจะบารมีเจ้าพระยาคุณลุงของเค้าญาติทางคุณพ่อท่านเองอีกย่อมเป็นการดี เพราะทางแม่เองคนจีนเก่งแต่ค้าขายไอ้เรื่องงานราชการไม่มีใครรู้ได้ดีเท่าคุณพ่อดอกหนาแม่แน่ง”
ยายนีนั่งทบทวนความหลังครั้งรุ่นสาวสิบสามสิบสี่เท่านั้นเองยังสาวรุ่นอยู่มากไม่น่าเลย “ฉันทำหรือไม่ไม่รู้รู้แต่ว่าโกรธทะเลาะกับมันด่ากันอะไรกันมันหึงมันบอกว่ามันท้องมันไส้ฉันเลยพลาดกลายเป็นเครื่องมือไอ้แก่แอนดูร์ แต่มันก็ดีไม่โกหกเหมือนหนุ่มสมัยนี้เผลอมันโยนให้ฉันทั้งหมดปะไรคนสมัยก่อนเลวยังไงก็ไม่ขนาดนี้ ดูแต่ไอ้หมอพ่อนังหมวยเมียไอ้แก่วินัยรุ่นเดียวกับฉันแต่มันฆ่าหมาของอาเจ็กมันโหดเหี้ยมยังหนุ่มอยู่เลยแต่ใจมัน.....ฉันไม่รู้จะเปรียบกับอะไรสมัยก่อนไม่ค่อยมีแม้นมีก็ด่ากันขรมเชียวอีแบบนี้ล่ะก้อ”
นายบุญเพ็ง หีบเหล็กเป็นคนชาวนครพนมแซ่เจียงรับราชการไม่ได้ดอกถ้าไม่ปลอมชื่อเสียงเรียงนามเลยใช้นามสกุลของแม่แท้ ๆ ของตัวเองที่เดิมเป็นคนบางปะหัน จังหวัดอยุธยา นายบุญเพ็ง.... “กระผมกระทำแบบนี้กับอีนังเจ้าจอมเอี่ยมมันเมียเก่าผมภายหลังมันบอกว่ามันได้ดิบได้ดีเป็นเจ้าจอม.... ผมโกรธความจอมปลอมของมันเลยฆ่ามันแล้วหั่นศพซ่อนไว้ในหีบ รายอื่นก็มีฝรั่งบ้างประปราย พวกกรมการเมืองขี้โกงทรยศหักหลังเอาตารางให้กระผมฝ่ายเดียวมันไม่ถูกนี่ขอรับใต้เท้าไอ้มังกรเขียวนี่ญาติกระผมมันพำนักอยู่แถวสะพานเหล็ก ตึกแถวครึ่งไม้ครึ่งปูนรับจ้างเชื่อมพวกอะไหล่เครื่องเรือเครื่องจักรอยู่ ๆ พวกก๊กอั้งยี่บุกมาย่ำตอนดึกดื่นปล้นชิงทรัพย์ข่มขืนชำเราลูกหลานมันฉุดคร่าไปขายด้วยก็มีมันแค้นคนแซ่เดียวกันญาติ ๆ ของมันแต่มันไม่เกี่ยวสุดท้ายมันตามมาฆ่าไม่เลือกมันเลยเป็นบ้าคล้ายกระผมนี่ล่ะขอรับมันกินเครื่องในศพแบบสด ๆ มันบอกกินแล้วมีแรงต่อสู้ มันจำต้องมีแรงมากกว่าผู้อื่นในก๊กอั้งยี่มังกรเขียวเพราะมันเป็นหัวหน้าไว้เล็บเขียวยาวเป็นศอกเห็นจะได้แล้วจะให้ทำอย่างไรดีใต้เท้ากระผมสู้ไม่ได้ต้องฆ่าดะส่งไป...ใต้เท้าเองกระผมมีโอกาสฆ่าได้ก้อจะฆ่าแล้วหั่นศพใส่หีบเหมือนกัน”
ช่วงนั้นราวปี พุทธศักราช 2489 หรือ 2490 เรื่องนี้ฮือฮาเพราะดังมานานแล้วพ่อใหญ่ผู้นี้แต่เพิ่งจับตัวแกได้แล้วโดนประหารชีวิตว่ากันว่าเป็นคนสุดท้ายที่โดนประหารแบบเก่า ๆ คือตัดคอแต่ไม่รู้ว่ายังไงจริงเท็จแค่ไหนรู้แต่ว่าพ่อใหญ่แกดังนักหนาเทียว แล้วกระทำการอุกอาจหลายต่อหลายครั้งแต่ยังไม่ลดระแม้แต่ในหลวงอานันทเองแกยังพูดด้วยแบบที่เล่าให้ฟัง ครั้นมาชั้นลูกหลานเลยปรับเปลี่ยนวิธีการมาใช้กระเป๋าเซลเพราะว่าหาง่ายและมีล้อลากไปมาได้สะดวกไม่ลำบากในการขนย้ายหนี.....”ลูกหลานบุญเพ็งหีบเหล็กนี่ล่ะครับตอบแบบนี้” เคยคุยกันก่อนที่จะถูกส่งตัวไปเรือนจำตอนนี้หนีออกมาได้แล้วด้วยว่ากันว่าเป็นเซลขับรถขายยายอยู่โอสถสภาเต็กเฮงหยูนี่ล่ะครับพี่น้องเอ๋ย แต่ผอมบักโกรกแล้วทำใบหน้าใหม่งามดูดีพิมพ์แซมหล่อแบบเล่าเกี้ยประสมอีหรอบหลายคนคาดเดาว่าเจ้าพ่อสหแพทย์ อายุส สหวงศ์นี่หรือเปล่าอายุดูกันไม่ใคร่ออกแต่ห้าสิบประมาณนั่นล่ะครับ.... แล้วเรื่องสับคอกันด้วยลวดวิทยาศาสตร์ที่ไปดักรถเครื่องเวลาวิ่งผ่านกลางคืนยามเปลี่ยวคนผ่านวืบคอหลุดนั่นล่ะไม่ได้ใช้มีดดอกเด้อ....แล้วอยู่ ๆ นายทิวา เด่นประภาเสียชีวิตแต่เผาในนามปอ ทฤษฏี สหวงศ์หลานชายยายณีแกบอกเองว่า “หลานของฉันลูกเจ้าวังท่าเตียนพี่ทิวาพี่ชายฉันคนนี้นี่แหล่ะที่ฉันเล่าว่าทำไมมาอยู่ต่ำ ๆ แล้วเรียกฉันว่าหนูนี ๆ ทุกคำอย่างว่าเรามันพวกเจ้าผู้ดีไม่รู้จะสู้ยังไงกับพวกขี้ข้าไพร่สะถุนถึงจะชนะ”
บรรยายความตามไท้....เสด็จยาศ.....ยังไทรโยคประพาส....ครูรอยด์รุ่นกว่าร้อยปีก่อนเสียชีวิตท่านเคยนั่งน้ำตารินไหลอาบสองข้างแก้มเมื่อถูกซักถามให้เล่าความหลังครั้งรุ่นกระทง “ข้าไม่มีหลักฐานการเกิดก็มิใช่ดอกข้าเกิดโน่นสังขะที่โน่นมันมีปูมหลังข้าเผารีสอร์ทของพวกเจ้านางที่มันมาหลบมาซุกกายากันเป็นกลุ่มแต่ทำทีท่าวางทีเหมือนคนชั้นสูงจะกินจะนอนยิ่งน่าหมั่นไส้แล้วมาหึงมาหวงด่าว่าแม่เชื้อกู จะว่าบุญบาปถึงขนาดจะเอาฝิ่นผงมาสอดในช่องคลอดแม่กูมองเห็นพวกกูเป็นอะไรพูดได้พูดเอา ตกดึกกูเมาได้ที่เลยพาพวกมาเผามันวอดตายสามสิบกว่าคนเด็กก็มีกูเลยรู้สึกบอกไม่ถูก อย่างอีนีมันไม่ได้เรียนน่าสงสารมันแล้วอีพวกนั่นก็อย่างนั้นไม่ต่างกันดอก แล้วพ่อเด็กนั่นหมอปลอมทำอัปรีย์กับคนไข้ผู้หญิงแม่ไอ้เล็กฮิวโก้นั่นก็โดนแค่มันเกลียดชัง แต่ลูกชายไอ้เล็กนั่นมันแค่ยุยงส่งไปไม่ได้ลงมือกระทำเอง....หนึ่งในกลุ่มนั้นมีลูกเจ้าชื่อนายวิศวามิตร มหิดลภายหลังเปลี่ยนชื่อใหม่ตามหลักฐานเป็นนายพีรนันท์ มหิดล เจ้าของหนังสือซีดซ้าดบ้าบอนี่ล่ะมันอ้างว่าเป็นลูกของลูกชายท่านอานันทเกิดที่สวิสต์ตอนนี้มันปรับปรุงแต่งเติมเวียงวังหลายแห่งถ้าจะเละแล้วบ้านเรา เฮ้อ....หลักฐานต่าง ๆ จากประเทศสวิสซ์ส่งมาหลายรอบแล้วยืนยันว่าใช่แต่หาตัวตนแม่ของนายวิศวามิตรยังไม่เจอ...ทราบแต่ว่าเป็นคนไทยข้าไม่รู้ว่าเป็นอีนังนีรึเปล่านะ...มันตามหาลูกชายอยู่ให้ควอก....ฟุ้งซ้าไม่มีอีฟุ้งเอ๋ย” ความรู้สึกคิดฝันของยายนีก่อเกิดทายาทงามหน้าขึ้นมาหนึ่งหน่อองค์รึไม่....ไม่มีใครคาดคิดแม้ปลอมหลักฐานเมืองนอกบอกตอบรับยืนยันจริงไม่จริงไม่มีใครล่วงรู้หญ้าแพรกต่ำเสียแหงนมองไม่เห็นฟ้าไม่กล้าแหงนมากด้วยคอจะหลุด แม้นแหงนจนคอตั้งบ่าตั้งฉากกับผืนพสุธามองเห็นแล้ว เพียงเค้าเมฆฝนทะมึนดำพายุมาฟ้าแดงฉาดฉานเลือดทาผืนดินหาอันใดได้หากินฝืดเคืองชักหน้าไม่ถึงหลังยังไม่ลำบากลำบนเท่ากลายเป็นทาสผู้ค้ายาเสพติดหลายท่านที่ชราภาพล่วงสู่วัยปัจฉิมห้าสิบริม ๆ แตะขอบบ้างแล้วยังรู้สึกว่ามันไม่ได้เรื่องแล้ว ต้องรีบสารภาพหลายคนรีบเล่าทุกสิ่งอันพันละน้อยเกล็ดน้อยเกล็ดมากต้องรีบเร่งพายกันไปก่อนที่จะฝังร่างไว้แล้วไม่มีประโยชน์เป็นปุ๋ยยังไม่ได้เผา แล้วเหลือแต่กระดูกส่วนยายนีเหมือนอับจนปัญญาจนไม่มีสติเหมือนหลับแล้วรีบตื่นไม่ได้รู้เลยหรืออย่างไรอายุเจ็ดศูนย์ “สิบปีกว่านี้ฉันอยู่ได้สบาย ๆ จะถอนทุนคืนแล้วกันคืนกำไรให้ฉันบ้างสิ” คงหรอกครับคุณคงมีสักวันไม่นานนี้ดอกหนาย่อมจะได้เห็นแกตายต่อหน้าต่อตาแม้นอยากจะช่วยย่อมไม่กล้าเสี่ยงต้องรักษาตัวรอดไว้ก่อนลูกเต้าเรายังต้องดูแลแล้วดูอุปนิสัยใจคอไม่น่าถึงขนาดแลกชีวิตให้แบบนั้นเลย....
“สื่อที่เป็นสัตว์ย่อมนำพาความฉิบหายมาสู่สูเจ้าเอาอะไรมาเล่าสู่ให้ผู้รับสื่อฟังนี่คือทรูแต่ลื้อมิใช่มังกรทรู”
แม้นสื่อเราฝากไปให้ได้ยินย่อมสุดสิ้นโมโหแลโกรธาให้ใจอ่อนนอนหลับคืนสติอันลัทธิดนตรีนี้ดีนักหนา.....
อซีพีภํกษา ปรมํลาภา......ความไม่บริโภคอาหารซีพีตามนโยบายคุณภาพ “แม้นกินแล้วผ่อนส่งชีวีให้ซีพี กินฟรีได้ไง” เป็นลาภอันประเสริฐ

•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

8
โหวต 8 /10 คะแนน
จากสมาชิก 2 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

8.5 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

7.5 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

8 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...