น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

นิยาย : Oh mygod! ไม่จริงใช่มั้ยผมแอบชอบผู้ชายด้วยกัน!!

อ่าน 2,787
วิจารณ์ 3
แนว:
จำนวน:
24 ตอน (จบบริบูรณ์)
แต่งเมื่อ:
วันที่ 9 มิ.ย. 2558 21:12 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง ตาตีบ
ขีดเขียนฝึกหัด (65)
เด็กใหม่ (6)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1. สารว่าจ้างจากหัวเขียว

เขียนเมื่อ วันที่ 9 มิ.ย. 2558 21:34 น.

( แก้ไขเมื่อ วันที่ 23 เม.ย. 2559 17:35 น. โดย เจ้าของบทความ )

•»

   “ไม่เอา”  ฉันนั่งลงเช็คปืนอย่างไม่สนใจเพื่อนหัวเขียวที่กำลังทำหน้าเหมือนจะขาดใจตาย จู่ๆมาขอร้องอะไรไร้สาระแบบนั้นใครมันจะทำให้กันเล่า อีกอย่าง ‘FBI’  มันตกต่ำถึงขนาดต้องไปทำงานคุ้มกันพลเรือนเลยหรือยังไง     

   “น่านะ ราพันเซล ช่วยฉันหน่อย นี่เป็นงานแรกของฉันตั้งแต่เข้า FBI นะ จะช่วยกันหน่อยไม่ได้หรอ”  ‘ควอซ’  กระพริบตาปริบๆอย่างน่าสงสาร FBI ที่ไหนเขาไปทำงานคุ้มกันพลเรือนกันล่ะฮะ!  หน้าที่มีแค่สอบสวนอะไรต่อมิอะไรอยู่ที่หน่วยเท่านั้น อีกอย่าง มีปัญญาจ้างวาน FBI แล้วทำไมไม่ไปจ้างหน่วยบอดี้การ์ดพิเศษของประเทศกันล่ะ แบบนั้นมันจะง่ายกว่าตั้งเยอะ      

   “เรื่องของแก นี่มันงานของแกนะ จัดการเอาเองสิ อีกอย่าง ฉันชื่อเอสเทียร์ เลิกเรียกแบบนั้นได้แล้ว”  ฉันเช็คสไนเปอร์เรียบร้อยก่อนที่จะเก็บมันเข้ากระเป๋า ที่มาของชื่อราพันเซลมาจากผมของฉันเอง หลายคนในหน่วยก็เรียกแบบนั้นเหมือนกัน  วันนี้ฉันไม่มีงานที่ไหนเลยตั้งใจจะนอนเล่นอยู่ที่หน่วยหลังจากไปสังเกตการที่ชายแดนนานเกือบเดือน เล่นเอาผิวกลายเป็นถ่านกลับมาเลย แต่ฉันไม่ได้สนใจอะไรมันนักหรอก คนเป็นสไนเปอร์ไม่ได้สบายอยู่แล้ว ถึงเงินเดือนจะมากกว่าคนอื่นสองเท่าก็เถอะนะ               

   “แหมๆ ที่ที่จะไปน่ะ ‘เมืองไทย’ เชียวนะ ไม่สนหรอ~”  ควอซยียวนก่อนที่จะโบกซองสีขาวในมือ มีตราของ FBI ประทับเอาไว้ว่าได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศ ฉันเหลือบมองมันนิดหน่อยก่อนที่จะถามกลับ            

   “แล้วเรื่องขอยืมตัวล่ะ? ฉันไม่ได้ถูกยืมตัวไปช่วยงานหน่วยไหนง่ายๆหรอกนะ”      

   “แน่นอนว่าเรื่องนั้นฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว ท่านผบ. ก็อนุมัติเรียบร้อยด้วย นี่ไงๆ”  ควอซยื่นซองที่เขาถืออยู่นานให้ฉัน ฉันรับมาก่อนที่จะเปิดอ่าน แน่นอนว่ามีชื่อฉันเขียนอยู่ด้วย อนุญาตให้เอสเทียร์ เออ เด-ฟรองก์ (ซึ่งคือฉัน) เข้าร่วมปฏิบัติงานพร้อม ควอซัส วาริล (ควอซ) เป็นระยะเวลาหนึ่งเดือน พร้อมอนุญาตให้แสดงตรา FBI และแสดงตัวว่าเป็น FBI ได้ เขาว่าอย่างนั้นน่ะ

    “โรคจิต”  ฉันว่าเบาๆ มีใครที่ไหนเขาใส่คำลงท้ายจดหมายราชการว่า ‘สู้ๆนะ เอสเทียร์ ^^’ พร้อมอีโม่ส่งจูบมาด้วยล่ะ หมอนี่มันโรคจิต                

   “ก็พี่ชายฉันเองแหละ หมอนี่มันปิ๊งเธอมาตั้งนานแล้วหนิ”  ควอซว่า พี่ชายของควอซเป็นผบ.ของที่นี่ อายุน่าจะห่างจากฉันสักห้าปีได้ นับว่าเก่งกาจมากที่เขาสามารถขึ้นเป็นผบ. ของ FBI ได้เพียงอายุสามสิบเท่านั้น  

   “ช่างหมอนั่นเถอะ เราจะเดินทางวันไหน?”

   “แน่นอนล่ะว่า…พรุ่งนี้ ^^”

    ขอแนะนำตัวสักนิดเผื่อมันจะแก้เซ็งได้ ฉันชื่อเอสเทียร์ เออ เด-ฟรองก์ เป็นคนฝรั่งเศสแต่มาทำงานเป็น FBI ที่อเมริกาเป็นเวลาสามปีแล้ว แต่เพิ่งเข้ารีบการสอบเพื่อเป็นสไนเปอร์เมื่อหนึ่งปีที่ผ่านมาเอง เรียกได้ว่าไม่แน่จริงไม่มีทางสอบได้ แต่ฉันก็สอบผ่านและได้เป็นสไนเปอร์ ส่วนควอซเพิ่งจะเข้ารับการสอบเป็น FBI เมื่อหนึ่งเดือนที่ผ่านมา และดูเหมือนนี่จะเป็นการปฏิบัติงานครั้งแรกหลังจากที่ได้เป็น FBI                

   ส่วนอุปนิสัยของฉัน เอาเป็นว่ามันก็เป็นอย่างที่ทุกคนเห็นนั่นแหละนะ และเพราะหน่วยสไนเปอร์ที่ฉันสังกัดอยู่มีแต่ผู้ชาย และมีสมาชิกเพียงแค่หนึ่งร้อยหกคนเท่านั้น เวลาปฏิบัติเขาก็ปฏิบัติเป็นคู่ แน่นอนล่ะว่าฉันก็มีคู่หูเหมือนกัน เป็นคนเล็งเป้าและวีถีกระสุนให้ฉันน่ะ  เหมือนคนทั่วไปจะเรียกคนยิงว่าสไนเปอร์ (Sniper)แล้วเรียกคู่หูว่า สคูลเตอร์ (Scouter) หรือว่าพลชี้เป้าน่ะ คู่หูของฉันเป็นผู้ชาย ว่ากันตามจริงมีแค่ฉันคนเดียวที่เป็นผู้หญิงน่ะ                 

   และเพราะฉันไม่ค่อยสนใจชาวบ้านและสนใจแต่หน้าที่ ฉันเลยไม่พูดคุยกับเพื่อนร่วมหน่วยเท่าไหร่ ที่พูดเป็นประจำก็มีแต่ควอซแล้วก็คู่หูที่ชื่อซาเอลเท่านั้น นอกนั้นก็ไม่ได้พูดคุยกับใคร อีกอย่าง สไนเปอร์มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตสูงมาก ฉันเลยไม่ได้ผูกมิตรกับใครหรือว่าสนิทกับใครเป็นพิเศษ นอกจากควอซเหมือนเดิม

    “พรุ่งนี้?”  ฉันทวนวันที่ควอซบอก อะไรกัน นึกจะไปก็ไปทันทีเลยงั้นหรอ? แบบนี้ไม่มีทางเตรียมอะไรต่อมิอะไรเรียบร้อยหรอก

   “ใช่ พรุ่งนี้ ฉันได้เตรียมเครื่องบิน อาวุธของเธอ เจ้าหน้าที่ FBI ที่จะทำหน้าเป็นบอดี้การ์ดอีกห้าสิบนาย รวมฉันที่เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการกับเธอที่เป็นผู้ช่วยเป็นห้าสิบสอง อยากได้อะไรเพิ่มมั้ย?”  หมอนี่จะเห่อไปถึงไหน เห็นว่ามีคนมาจ้างวานเมื่อสองวันก่อนเองไม่ใช่หรอ?        

   “ปกติบอดี้การ์ดเขาใส่ชุดสูทใช่มั้ย?”  ฉันว่าก่อนที่จะม้วนผมตัวเอง ผมของฉันก็เป็นอุปสรรคในการทำงานอยู่พอตัว เพราะมันยาวถึงพื้นเลยทั้งๆที่ยืนอยู่ ไหนจะสีบลอนที่เด่นสะดุดตาอีก ฉันยังแปลกใจที่ตัวเองไม่โดนเจอเวลาที่ปฏิบัติงาน มีหลายครั้งที่อยากตัดแต่ก็ตัดไม่ลงแล้วเพื่อนร่วมงานก็บอกว่า ฉันหาตัวไม่ค่อยจะเจอด้วย ไว้ผมยาวแบบนี้จะได้หาเจอง่ายหน่อย เขาว่างั้นน่ะ

   “ตามหลักสากลก็แบบนั้นแหละ ทำไม?”              

   “เย็นนี้ว่างมั้ย ไปเที่ยวเป็นเพื่อนฉันหน่อย”  ควอซทำหน้างงเมื่อฉันชวนไปเที่ยว ฉันยังแปลกใจที่ตัวเองชวนเขาไปเที่ยว              

   “ห๊ะ! นี่แกยังสติดีหรือเปล่าว่ะราพันเซล แกชวนฉันไปเที่ยว”  ควอซเอามืออังหน้าผากฉันส่งผลให้เขาไปนอนกุมท้องอยู่ที่พื้น โดนเข่าฉันเข้าไปลุกขึ้นมาได้ก็ไม่ใช่คน                

   “ตกลงจะไปไม่ไป?”                

   “ไปจ้าไป โหดเป็นบ้าเลยแกเนี่ย!”  ควอซกลิ้งอยู่ที่พื้นราวห้านาทีได้ก่อนที่จะลุกขึ้นมา เห็นสาวน้อยอย่างฉันยิงเป็นแต่ปืนหรือยังไง                 

   “งั้นเจอกันตอนเย็น ไม่สิ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็เย็นแล้วหนิ งั้นแกไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวฉันจะรอที่หน้าหน่วยนะ”  ควอซโบกมือให้ก่อนที่จะเดินออกไป ฉันหันกลับมามองซองสีขาวที่วางอยู่บนโต๊ะ เมืองไทย….เมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่สวยงามและเปี่ยมไปด้วยมิตรภาพ รอยยิ้มและความสุข ฉันจะได้รับมันบ้างมั้ยนะ? สิ่งเหล่านั้นน่ะ….. 

 

   รุ่งขึ้น…..             

   พวกเราทั้งหมดมารวมตัวกันที่สนามบินเป็นที่เรียบร้อย เครื่องจะออกในอีกสิบห้านาที พวกเราขึ้นเครื่องที่ทางสำนักงานเตรียมไว้ให้โดยเฉพาะ จะว่าเป็นอิทธิพลของพี่ชายของควอซก็ได้ หรูซะด้วย คิดซะว่าเป็นโบนัทเล็กๆน้อยจากการกลับมาจากการทำภารกิจหนึ่งเดือนก็แล้วกัน      

    “นี่เป็นข้อมูลของผู้ว่าจ้างและข้อมูลของคนที่เราต้องเข้าคุ้มกัน หน้าที่มีแค่การคุ้มกันไม่มีการสืบหา พวกเราจะแบ่งทีมกันทั้งหมดห้าทีม ทีมแรกจะประจำภาคกลางวัน ทีมที่สองประจำภาคกลางคืน ทีมที่สามจะทำการประกบตัวผู้คุ้มกัน ทีมที่สีจะทำการดักสุ่มอยู่บริเวณโดยรอบ ทีมที่ห้าเป็นทีมสังเกตการณ์ โดยแต่ละทีมจะแบ่งเป็นสองชุด รายชื่อฉันจัดเอาไว้แล้ว”  ฉันเปิดดูแฟ้มที่ควอซเอามาให้ รายชื่อของฉันไม่ได้อยู่ในทีมดักสุ่มอย่างที่คิดเอาไว้ แต่มันอยู่ในทีมประจำภาคกลางคืน ฉันเลยมองควอซอย่างสงสัยแล้วเขาก็ให้คำตอบมา                

   “คู่หูของแกไม่ได้มาด้วยใช่มั้ยล่ะ การทำงานจะล่าช้าถ้าต้องเปลี่ยนคู่ของสไนเปอร์ เพราะงั้นฉันเลยให้แกไปอยู่ทีมภาคกลางคืนเพราะแกจะได้ทำงานคนเดียวอย่างอิสระ อีกอย่าง แกมีประสาทสัมผัสที่ไวมาก การป้องกันตอนกลางคืนเลยเหมาะกับแกที่สุด”              

   “แกกำลังเปรียบเทียบว่าฉันเป็นหมานะ =_=*”  เห็นฉันไม่พูดหน่อยเปรียบเทียบฉันเป็นหมาเลยนะ                

   “เปล่าสักหน่อยฉันแค่อธิบายคุณสมบัติของแกเท่านั้นเอง T^T”  จะรอดจริงๆหรอที่ให้หมอนี่เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการน่ะ แบบนี้จะได้มั้ยน้อผลงานน่ะ เฮ้อ!                

   ระหว่างที่เครื่องบินกำลังแล่นอย่างเงียบกริบบนท้องฟ้าที่สดใส ฉันหวนนึกถึงสิ่งที่พ่อบอกเอาไว้….     หลังจากกลับมาจากเที่ยว ฉันก็ไปหาพ่อที่ห้องทำงานเพื่อบอกเขาว่าฉันต้องไปทำงานที่ต่างประเทศเป็นเวลาหนึ่งเดือน แค่บอกว่าจะทำงานที่ต่างประเทศเท่านั้นแหละ พ่อก็เกิดอารมณ์เกรี้ยวกร้าดเหมือนทุกครั้งที่ฉันจะย่างกรายออกนอกประเทศ                

   ‘แกจะไปทำงานที่ไหนฉันไม่ว่า แต่ถ้าออกนอกประเทศฉันไม่อนุญาต!!’  พ่อของฉันขว้างเอกสารบนโต๊ะกระจัดกระจาย มันเป็นเหมือนครั้งแรกที่ฉันบอกว่าอยากจะเป็นตำรวจไม่มีผิด

   ‘พ่อคะ มีคำสั่งออกมาแล้วนะคะ หนูปฏิเสธไม่ได้…’                 

   ‘เจ้านายแกเป็นใคร บอกฉัน มันอยากได้เงินแค่ไหนฉันจะให้มัน! แกจะได้ไม่ต้องไป!’  ในตอนนั้นพ่อเอาจริงมาก แต่ฉันไม่อยากเสียโอกาสนั้นไปเด็ดขาด!                 

   ‘หนูบอกไม่ได้ค่ะพ่อ ทำไมพ่อไม่ยื่นเงื่อนไขมาล่ะคะ หนูว่าทำแบบนั้นมันจะง่ายกว่า’  ทุกๆครั้งที่ฉันจะทำอะไรขัดใจเขาเขามักจะยื่นเงื่อนไขเสมอ                

   ‘ไม่ว่ายังไงฉันไม่ยอมให้แกไปเด็ดขาด!!’                

   ‘พ่อกำลังกลัวอะไร?’  คำถามนี้ทำให้พ่อชะงัก ฉันอยากจะถามหลายครั้งแล้วว่าเขากำลังกลัวอะไร ถ้าเขาทำได้เขาคงขังฉันเอาไว้แต่ในบ้าน แต่เขาทำไม่ได้เท่านั้น                

   ‘ฉันไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้น! แกอยากโดนทำโทษนักหรือไงห๊ะ!’  พ่อของฉันปาที่ทับประดาษมาแต่ฉันหลบได้ เขากลัวอะไรนักหนา                

   ‘พ่อคะ พ่อต้องเข้าใจว่านี่คืองานนะคะ’                

   ‘เพื่อแลกกับงานของแก แกคิดว่าจะทำยังไงให้ฉันพอใจ?’  พ่อพยายามสงบสติอารมณ์ สิ่งที่เขาจะพอใจมากที่สุดในตอนนี้คือ….                

   ‘ทันที่หนูกลับมา หนูจะยอมแต่งงานกับลูกชายของท่านลอร์ดเพื่อนพ่อค่ะ’  พ่อหันมามองฉันขวับทันที ร้อยวันพันปีลูกสาวของเขาปฏิเสธการแต่งงาน แต่จู่ๆถึงกับสละโสดเพื่อไปทำงานที่ต่างประเทศ มันต้องมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลที่ลูกสาวของตัวเองทำถึงขนาดนี้ แน่นอนว่าฉันอ่านความคิดพ่อออก แต่ตอนนี้ต้องนิ่งไว้ก่อนเหมือนอย่างที่เคยทำมา                

   ‘ได้ หนึ่งเดือนฉันจะเตรียมทุกอย่างให้พร้อม ทันทีที่แกกลับมาแกต้องแต่งงานฟราว ฉันจะอนุญาตให้แกทำงานเป็นตำรวจต่อ’  และเพราะเหตุผลนั้นฉันถึงได้มาที่เมืองไทย ยังไงฉันก็ต้องแต่งงานกับคนที่ชื่อฟราวอยู่แล้ว ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ต่อให้ไม่ยื่นเงื่อนไขพ่อก็ต้องบังคับฉันอยู่ดี ที่ฉันทำก็แค่ทำให้งานแต่งงานเกิดขึ้นเร็วขึ้นก็เท่านั้น                

   พ่อยอมย้ายมาอยู่ที่อเมริกาเพื่อดูฉันโดยเฉพาะ นานๆทีเขาจะกลับไปที่ฝรั่งเศส เพื่อไปเยี่ยมภรรยาของเขา ออ! ไม่ใช่แม่ฉันหรอก พ่อมีภรรยาหลายคน แต่ตอนนี้แม่…..              

   “มีเรื่องทุกข์ใจทำไมไม่เล่าออกมาไม่ทราบ?”  ควอซที่ฉันนึกว่าหลับไปแล้วลืมตาขึ้นมาดีดหน้าผากฉัน เดี๋ยวแม่ยิงทิ้งเลยหนิ!                

   “ไม่มีอะไรหนิ”  ฉันว่าก่อนที่จะหันกลับไปมองนอกหน้าต่าง เมืองที่ว่าใหญ่ๆเล็กลงถนัดตาเมื่อมาอยู่บนนี้                

   “ตามใจ”                 

   “นี่ควอซ….”  ฉันเรียกเขา ฉันรู้สึกสงสัยมานานแล้วล่ะนะ                 

   “อะไรครับคุณเพื่อน?”                 

   “เขาบอกว่าเทพอยู่บนฟ้าใช่มั้ย? นี่เราก็อยู่บนฟ้านะ ทำไมฉันไม่เห็นเลยสักตน”  ควอซที่กำลังดื่มน้ำสำลักพรวด หมอนี่ตกใจอะไร?                 

   “นี่แกถามจริงหรือว่ามุก? -_-**”                 

   “ถามจริง”                 

   “ยัยบ้า! ถ้าเทพมาอยู่บนฟ้าความสูงเท่าเครื่องบินบินผ่าน เทพคงตกลงไปตายบนพื้นโลกเกลื่อนแล้ว! >)<!”  จะโวยวายทำไมฉันแค่ไม่รู้                 

   “หรอ? แสดงว่าอยู่สูงกว่านี้งั้นสิ?”                 

   “ราวๆนั้นแหละ =_=++”  ออ! ความรู้ใหม่เลยนะ คาดว่าเทพคงอยู่เหนือพื้นดินราวหนึ่งหมื่นฟุตได้ -_-**                   

   เพียงไม่นานควอซก็กลับไปหลับต่อ ฉันสะดุ้งนิดหน่อยเมื่อหมอนั่นเอนหัวมาอิงฉัน จะบอกว่าหมอนี่ชี้เซาก็ได้มั้ง ถึงเห็นหมอนี่เป็นแบบนี้แต่หมอนี่พึงพาได้มากเลยนะ เสียอย่างเดียวตรงที่หมอนี่มันแยกเรื่องงานกับเรื่องเล่นไม่ออก เห็นรวมๆกันหมด แต่มีบางทีที่ออกอาการจนเว่อร์ เหมือนครั้งนี้ไง                

   ราวๆห้าชั่วโมงเราก็มาถึงสนามบินในเมืองหลวงของประเทศไทยที่ชื่อว่ากรุงเทพ ตอนนี้อาจจะประมาณเที่ยงแล้วก็ได้ ควอซบอกว่าทันทีที่มาถึงเราต้องไปรายงานตัวต่อกรมตำรวจของเมืองไทยก่อน แล้วไปที่บ้านของผู้ว่าจ้าง ตามที่เห็นในรายละเอียด เหมือนผู้ว่าจ้างจะเตรียมที่พักให้เรียบร้อยด้วย เหตุผลเพราะว่าเพื่อให้การคุ้มกันมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะถ้าที่พักของบอดี้การ์ดอยู่ไกลเกินไปถ้าเกิดอะไรขึ้นจะช่วยไม่ทันการ อีกทั้งที่พักอยู่ห่างจากบ้านใหญ่เพียงห้าสิบเมตรเท่านั้น ถ้าเกิดอะไรผิดปกติในบ้านใหญ่บอดี้การ์ดจะสามารถไปช่วยได้ในทันที            

   “ควอซ”                 

   “มีไรหรอ?”  เขาหันมาถามฉันระหว่างที่เรากำลังจะเตรียมตัวไปรายงานตัวต่อกรมตำรวจ ฉันลากเขามาที่หน้าห้องน้ำก่อนที่จะถามเขา                 

   “นายส่งข้อมูลของพวกเราให้ผู้ว่าจ้างหรือยัง?”                 

   “ยังเลย เขาบอกว่าไม่จำเป็น แต่ยังไงก็ต้องส่งให้กรมตำรวจในฐานะ FBI”  ฉันพยักก่อนที่จะล้วงลิงก์ปาล์มออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท ไฮเทคพอตัวเลยล่ะ FBI น่ะ เทคโนโลยีเป็นที่หนึ่งเลย

   “เฮ้ยๆ! ส่งข้อมูลเท็จมันผิดกฎหมายนะ” ควอซส่งเสียงเบาๆเมื่อฉันแก้ไขประวัติตัวเอง ทำไมเล่า ฉันแค่เปลี่ยนจากนางสาว เป็นนายเท่านั้นเอง …..                 

   “ไม่ผิดหรอก ฉันเพิ่มชื่อนี้เข้าระบบข้อมูลพลเรือนและระบบการทำงานของ FBI  แล้ว ต่อให้ตรวจสอบตัวจริงยังไงก็ยังถือว่า ‘เอส คาเมล’ มีตัวตนจริงๆ”  ฉันแก้ข้อมูลไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเรียบร้อยแล้วส่งข้อมูลนั้นให้ควอซ กว่าจะรู้ว่าเป็นข้อมูลปลอมฉันคงแก้ไขมันกลับไปเป็นเหมือนเดิมแล้วล่ะ

   “นี่แกเพิ่มชื่อไปตั้งแต่เมื่อไหร่?”                 

   “เมื่อคืน หลังจากที่กลับมาจากเที่ยวกับแกฉันก็ไปเพิ่มชื่อนี้เข้าระบบพลเรือน ฉันแจ้งเรื่องนี้ให้ผบ.ทราบแล้ว แน่นอนล่ะว่า…..”                 

   “ตอบตกลงสินะ ไม่อยากเชื่อว่าแกจะติดต่อกับผบ.โดยตรงแบบนี้”  ควอซบ่น ฉันปล่อยให้เขายืนอยู่หน้าห้องน้ำก่อนที่จะเข้าห้องน้ำไปจัดการกับตัวเอง สาวๆที่อยู่ในห้องน้ำมองกันตรึมเลย แค่คนต่างประเทศทำไมต้องมองกันด้วย?                

   ฉันเดินเข้าไปที่ห้องน้ำด้านในสุดก่อนที่จะปิดประตูล็อกอย่างดี เอาล่ะ มาแปลงโฉมเพื่อให้การทำงานง่ายขึ้นจะดีกว่า…..

•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

0
โหวต 0 /10 คะแนน
จากสมาชิก 0 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

0 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

0 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...