น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

นิยาย : I'm Not a Dog กูไม่ใช่ 'หมา' ของมึง [YAOI]

อ่าน 7,938
วิจารณ์ 6
แนว:
จำนวน:
11 ตอน
แต่งเมื่อ:
วันที่ 18 ต.ค. 2557 21:37 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง smoulder
ขีดเขียนชั้นอนุบาล (95)
เด็กใหม่ (13)
เด็กหัดอ่าน (25)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1. ▍▎1-Cedar ▎▍

เขียนเมื่อ วันที่ 18 ต.ค. 2557 21:46 น.

( แก้ไขเมื่อ วันที่ 18 ต.ค. 2557 23:13 น. โดย เจ้าของบทความ )

•»

 

▍▎1-Cedar ▎▍

 

 

 

            เฮงซวยเอ๊ย!

            เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งสบถยาวเป็นพรืดในใจให้กับสิ่งที่เจอในวันนี้  ก็ไอ้แก่ผัวยัยเจ๊เจ้าของร้านเสื้อแม่งเมาแล้วเชี่ย  เสือกตาบอดจะมาจับผมกดเลยโดนอัดกลับไปนิดๆหน่อยๆพอให้เรียกสติ  แต่ยัยเจ๊ดันกลับมาเจอเลยเป็นเรื่อง  แล้วแทนที่จะเอาโทษกับผัวดันมาหาเรื่องไล่ผมออกหน้าตาเฉย

            แม่งฉิบหาย...เงินก็ไม่ได้ เสือกได้ทำงานฟรีให้เค้าไปสิบกว่าวัน  วุฒิแค่ม.6 อายุก็แค่ 20 งานดีๆสบายๆหาได้ง่ายซะที่ไหนล่ะ

            นึกแล้วก็ยิ่งหัวเสียว่ะ!  หันซ้ายหันขวากะจะหาที่ระบายก็พอดีกับมีหมาแกว่งปากมาหาตีนเข้าให้

            “เฮ้ยมึงอ่ะ เท่าไหร่วะ?”

            ผมหันมองเจ้าของเสียงนั้น  เป็นเด็กหนุ่มหน้าตาบ้านๆธรรมดาๆ  ผมเผ้ากระเซิง ตาลอยๆเหมือนคนติดยา บรรยากาศที่มันแผ่ออกมาแม่งเถื่อนดิบสิ้นดี

            “เท่ากับค่าทำศพมึงอ่ะ”

            “อ่าว...นี่จะหาเรื่องเหรอวะ”

            ผมไม่ตอบแต่ถกแขนเสื้อขึ้นรอเลยเมื่อเห็นมันลงเดินมาจากรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่  หน้าตามันเอาเรื่องมากยังกับพวกเมายาบ้า  มือด้านหยาบที่เปรอะเลอะคราบน้ำมันเครื่องคว้าคอเสื้อผมอย่างแรงจนร่างปะทะเข้ากับชุดช็อปสีน้ำตาลซีดของมัน

            “เชี่ยย เสื้อผ้ากูเปื้อนหมดไอ้ควาย!” ว่าแล้วก็โบกทีนึงหนักๆจนไอ้เถื่อนหัวทิ่มเพราะไม่ทันตั้งตัว  มือกุมหัวร้องเสียงดังลั่น

            “เหี้ย! เจ็บนะเว้ยสัส”

            “สมน้ำหน้า เสือกกวนตีนดีนักไอ้ภัทร์” ผมหัวเราะแบบกวนตีนใส่หน้ามัน  มันหมั่นไส้เลยขยี้หัวผมซะเละลากไปที่มอเตอร์ไซค์ของมัน

            “เป็นไงล่ะไปทำยังไงถึงโดนไล่ออก” มันถามเข้าประเด็นเมื่อผมซ้อนท้ายแล้วมันขับออกสู่ถนน  ลมเย็นยามค่ำคืนปะทะหน้าขับไล่ความร้อนอบอ้าวที่ออกมาจากอารมณ์ร้อนรุ่มในตัวผมเอง  แล้วผมก็เริ่มเล่าให้มันฟังไปตลอดทาง...

            ไอ้ภัทร์เป็นเพื่อนที่มีความสำคัญยิ่งกว่าเพื่อนของผม  อย่า...หยุดเลยอย่าคิดลึก  มันเป็นเพื่อนที่ผูกพันกันมาขนาดที่ว่าตายแทนกันได้เลยนะ...สำหรับมันผมไม่แน่ใจ แต่ผมน่ะตายแทนมันได้จริงๆ  ยิ่งกว่าเพื่อน ยิ่งกว่าคนรู้ใจ ยิ่งกว่าพี่น้อง ยิ่งกว่าครอบครัว... 

            มันเป็นผู้ชายที่ภายนอกดูหยาบๆ นิ่งๆมึนๆ  แต่ที่จริงแล้วมันเป็นผู้ใหญ่มาก  สู้ชีวิตและเจออะไรในโลกมาเยอะกว่าอายุมันอีก  อันที่จริงมันเป็นน้องผมอยู่ปีนึงแต่เราเรียนชั้นเดียวกันนะ  ไม่ดิ่วะ...เคยเรียนอยู่ชั้นเดียวกัน  เพราะตอนนี้มันเรียนช่างกลปี 2 แล้ว  แต่ผมเลิกเรียนไม่ได้ต่อมหาลัยเหมือนมัน

            “ซวยไปนะมึง เสือกเกิดมาหน้าหวานก็เงี๊ย” มันว่า

            -*- เฮ้ย...กูก็ไม่ได้อยากเกิดมาหน้าแบบนี้ป่าววะ

            “แล้วนี่รถมึงไปไหนทำไมได้โทรให้กูมารับล่ะ?” คำถามมันทำให้ผมชะงักไปนิด

            “ไอ้ซีดาร์เอาไป”

            “....”

            เราต่างคนต่างเงียบจนกระทั่งมาถึงตลาดไอ้ภัทร์ก็หาที่จอด  มันเป็นตลาดกลางคืนไอ้ภัทร์มันเลิกเรียนก็จะมาขายข้าวตามสั่งที่นี่ทุกวัน  เราเดินไปที่ร้านก็เห็นไอ้เหี่ยวเด็กขายน้ำเต้าหู้ร้านข้างๆกำลังดูร้านแทนไอ้ภัทร์อยู่

            “ขอบใจเว้ยเหี่ยว เดี๋ยวเก็บร้านเอาข้าวไปฝากที่บ้านด้วยนะ”

            “ไม่เป็นไรพี่  ร้านใกล้กันแค่นี้เอง ช่วยกันๆ” มันยิ้มทะเล้นแล้วกลับไปดูแลร้านของตัวเอง

            ไอ้นี่ก็เด็กสู้ชีวิตเหมือนกันนะ  มันไม่ได้เรียนหนังสือแล้ว  จบม.3 มันก็ออกมาทำงานข้างนอกเลยเพราะพ่อแม่มันไม่มีเงิน  มันก็อยากช่วยครอบครัวด้วย  ตอนนี้ถ้ามันยังเรียนอยู่ก็น่าจะม.5 แล้วนะ

            “ดึกขนาดนี้ไอ้ซีดาร์มันเอารถมึงไปไหน?” มาละ...สายตากดดันกับน้ำเสียงเรียบๆเรื่อยๆ  เฮ้อ...

            “ออกไปทำรายงานบ้านเพื่อนมั้ง” ผมตอบปัด  แต่มันก็ยังมองหน้ากดดันจนผมต้องหลบสายตา ไม่พอต้องหันหลังหนีมันอีก

            “มึงรู้...กูรู้...ว่าซีดาร์มันเป็นยังไง”  

            ผมเงียบทำท่าไม่สนใจแต่ในใจก็คิดตามที่มันพูด  เห็นท่าทางผมแบบนั้นไอ้ภัทร์ก็ถอนหายใจ

            “มึงอย่าลืม  คนเราชีวิตใครชีวิตมันนะ เรารับผิดชอบชีวิตใครสักคนไปตลอดชีวิตไม่ได้หรอก...ต่อให้คนนั้นจะเป็นใคร มีความสัมพันธ์กับเราแบบไหนก็ตาม  สุดท้ายก็ชีวิตใครชีวิตมันอยู่ดี”

            “....”

            ไอ้ภัทร์กลับไปขายกับข้าวของมันต่อ  ผมนั่งมองมันเงียบๆในใจคิดฟุ้งซ่านไปทั่ว  พูดน่ะมันพูดง่าย  คิดนะมันก็คิดได้  เข้าใจมันก็เข้าใจ...แต่เวลาลงมือทำ...มันไม่ง่ายแบบนั้นเลย

            “แล้วนี่เรื่องงานมึงจะเอาไงต่อ  ให้กูช่วยมั้ย?” มันเปลี่ยนประเด็นเอาซะผมตามไม่ทัน

            “อ่อ ไม่ต้องหรอก  กูว่าจะไปดูร้านเหล้าแถวย่านว่ะ  เหมือนเห็นประกาศอยู่สองสามร้าน”

            “....” OxO อุ๊ฟ!! หลุดปาก......

            “เฮ้อ...โตๆแล้ว คิดเอาเองละกัน”

            -x- กูเซ็งประโยคนี้ของมึงจริงๆนะภัทร์

            แล้วเราก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีก  ผมช่วยมันเสิร์ฟข้าวเสิร์ฟน้ำคิดนู่นคิดนี่เงียบๆไปอย่างที่มันบอกว่าให้คิดเอง

            ไม่รู้หรอก...ไม่รู้ว่าที่ตัวเองคิดมันจะถูกจะผิดยังไง  แต่ผมกับภัทร์เหมือนกันอย่างนึง...

            ถ้าคิดจะทำแล้ว ใคร ก็ ห้าม ไม่ ได้

 

 

            “แม่...ทำไมแม่มานอนตรงนี้!”

            ผมร้องถามหน้าตาตื่นหลังจากเข้าบ้านมาเจอแม่นอนหลับอยู่บนโซฟาหน้าทีวี  นี่มันตีสองแล้วนะเฮ้ย!  ปกติแม่เข้านอนตั้งแต่สี่ทุ่มละ

            “อืม  ซีดาร์กลับมาหรือยังลูก?  แม่เห็นดึกแล้วน้องยังไม่กลับก็เลยอยู่รอแล้วเผลอหลับไปน่ะ”

            ซีดาร์...เฮ้อ~

            ผมวางถุงกับข้าวลงบนโต๊ะแทบจะเป็นกิริยาที่เรียกว่าหลุดมือมากกว่า  รู้สึกห่อเหี่ยวหมดแรงขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

            แม่ทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน  กลับจากโรงงานกินข้าวแล้วก็นอน  ตื่นกินข้าวแล้วก็ไปทำงาน  แล้วก็กลับมากินข้าวนอนแบบนี้อยู่ทุกวัน  แทนที่จะได้พักผ่อนสบายๆกลับต้องมานอนรอไอ้ซีดาร์ที่โซฟาเนี่ยนะ...ซีดาร์...เป็นไอ้ซีดาร์เสมอ...แบบนี้ทุกที

            “แม่ไปนอนก่อนเถอะนะ  ซีดาร์มันไปทำงานแล้วหลับอยู่ห้องเพื่อน  เดี๋ยวผมไปรับกลับเอง”

            “อ้าวเหรอ  งั้นไม่ต้องลำบากหรอกลูก  ไปนอนเถอะนะ...ว่าแต่วันนี้ทำไมกลับดึกจังรอภัทร์เก็บร้านเหรอ?”

            ...ห่าเหว...

            “ครับ ไปนั่งคุยกับภัทร์มา...แม่ไปนอนนะ ยังไงเรื่องน้องเดี๋ยวผมจัดการเองนะครับ” ผมพยุงพาแม่ไปส่งที่ห้องนอน  ดูท่าทางแม่เหนื่อยมาก

            ...ไอ้ซีดาร์...

            “เอางั้นเหรอ? งั้น...ฝากน้องด้วยนะลูก”

            ...เอาล่ะ...

            “ครับ  ผมจะดูแลน้องเอง”

            ...

            หมดเวลาสนุกของมึงแล้วล่ะไอ้เด็กนรก!!!

           

 

            “แน่ใจนะว่าไม่ต้องให้กูอยู่ด้วย” ภัทร์ถามย้ำเป็นรอบที่ห้าหลังจากผมโทรให้มันมาเป็นคนขับรถให้

            “เออน่ะ  ดึกแล้วกลับไปนอนเหอะมึงน่ะ” ผมไล่มันกลับ

            “เออ...ดูแลตัวเองด้วยละกัน”

            ผมยืนส่งมันจนลับตาไปแล้วค่อยเดินไปกดกริ่งหอพักตรงหน้า  รถผมอยู่ที่นี่ไอ้ซีดาร์ก็น่าจะอยู่ที่นี่

            “มาหาใคร?” ผู้ชายอ้วนๆเดินมาถามผมแต่ไม่ยอมเปิดประตูให้  ก็น่าจะนะ...แม่งเวลาขนาดนี้แล้ว

            “ดันเจี้ยน”

            เค้ามองหน้าสำรวจผมสักพักก็กดโทรศัพท์หาใครสักคน  คงเป็นดันเจี้ยนนั่นแหละ  หมอนี่มันเพื่อนซี้ไอ้ซีดาร์  จะหาใครสักคนในกลุ่มพวกมันคนแรกที่ต้องนึกถึงก็คือดันเจี้ยน  ไอ้อ้วนบอกให้ผมรอที่หน้าประตูแล้วก็เดินกลับเข้าไป  ผมรอไม่นานดันเจี้ยนก็มา

            “พี่มาหาซีดาร์เหรอ?” มันเปิดประเด็นทันทีไม่มีอ้อมค้อม

            “อือ  ตามมันลงมาให้หน่อยแม่ให้มาตามกลับบ้าน”

            “ซีดาร์มันไม่ได้มาเรียนนะวันนี้  ยังไม่มีใครเจอมันเลย  ผมกลับหอมาก็เห็นรถจอดอยู่เนี่ย”

            ผมขมวดคิ้ว  ไม่ใช่ไม่เชื่อมันนะแต่ถึงขนาดไอ้ดันเจี้ยนก็ยังไม่รู้ว่าซีดาร์มันอยู่ไหนนี่ก็แปลกๆแล้วล่ะ

            “มีปัญหาอะไรหรือเปล่าช่วงนี้?” ดันเจี้ยนเหลือบมองผมเหมือนจะแฝงความหงุดหงิดกังวลวูบนึง

            “ไม่มี”

            “อ่อ...งั้นไม่กวนละ” ผมจะหันหลังกลับ “อ้อ รถนี่ฉันเอากลับนะ”

            “ครับ...อ้อ! ลองไปหาดูแถวย่านน่าจะเจอมันนะ”

            “อือ ขอบใจ โทษทีที่มารบกวน”

           

 

            แม่ง...อยู่ที่ไหนวะไอ้ซีดาร์!

            ผมขับรถวนหามันจนแทบจะครบทุกผับทุกบาร์ละแต่ไม่เจอแม้แต่เงาของมัน  ไม่รู้ไปมุดหัวอยู่ที่ไหนกับใครกันแน่  หรือต้องตามไอ้ภัทร์มาช่วยจริงๆ?

            “เอาล่ะ  ที่สุดท้ายแล้ว...ไม่เจออีกกูจะไม่สนมึงแล้วนะไอ้เด็กเวร”

            ผมขยับกำลังจะเดินเข้าไปหาการ์ดที่ยืนตรวจอยู่ตรงทางเข้า  แต่เสียงเอะอะบางอย่างดังมาจากแถวลานจอดรถห่างไปไม่ไกลนัก  น่าจะเป็นประตูทางเข้าออกสำหรับพนักงาน

            ผมชะงักเท้าไว้  เบนหันเป้าหมายไปทางต้นเสียงแทน  นึกไว้เลย...ที่ไหนมีเรื่องที่นั่นอาจมีซีดาร์  ไอ้เด็กนรกพวกนี้ชอบนักล่ะ

            และภาพที่ผมเห็นคือการ์ดหกคนกำลังยืนล้อมร่างเด็กหนุ่มคนหนึ่งในสภาพสะบักสบอมพอสมควร  กับชายอีกคนที่น่าจะเป็นโจทย์ขาใหญ่ของเจ้าตัว

            เหอะ!  ทำไมไม่ถูกหวยบ้างนะกู...เป็นไอ้ซีดาร์จริงๆด้วย

            “เอาของที่กูอยากได้มา...แล้วกูจะยกหนี้ให้มึง” โจทย์ไอ้ซีดาร์ยืนจุดบุหรี่สูบอย่างใจเย็น  ท่าทางสะใจกับสภาพของน้องชายผมมาก

            เหอะ น้องชาย...พูดคำนี้แล้วรู้สึกแย่

            ความจริงแล้วผมกับมันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันสักหน่อย...มันชอบทำตัวเหมือนมันเป็นส่วนเกิน  แต่คนที่เป็นส่วนเกินน่ะมันผมต่างหาก  ไม่อยากจะคิด  แต่มันชอบทำให้ผมรู้สึกว่าผมติดค้างมันอยู่  และถ้าผมจะต้องชดใช้...ก็ขอให้นี่เป็นครั้งสุดท้ายก็แล้วกัน

            ผมก้าวเข้าไปหาคนกลุ่มนั้นอย่างใจเย็น  เมื่อคนหนึ่งสังเกตเห็นผมคนที่เหลือก็เริ่มหันมาให้ความสนใจทันที

            !!

            “ใครวะ!?”

           

            “จะใครก็ช่างเหอะ  แต่หนี้ของหมอนั่นน่ะ...ฉันขอใช้แทนเอง!”

 

 

_______________________ :P

•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

9.3
โหวต 9.3 /10 คะแนน
จากสมาชิก 2 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

9.5 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

9 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

9.5 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...