นิยาย : Lost of Light When Darkness Come

อ่าน 1,157
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
2 ตอน
แต่งเมื่อ:
วันที่ 29 มิ.ย. 2557 17:54 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง ชาโดวร์
เด็กใหม่ (2)
เด็กใหม่ (0)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1. ยินดีต้อนรับสู่สถาบันวิจัยเทคโนโลยีอวกาศ

เขียนเมื่อ วันที่ 29 มิ.ย. 2557 18:02 น.
•»

บนเกาะแห่งหนึ่งในทวีปเอเชีย

สถานบันวิจัยเทคโนโลยีอวกาศ เป็นสถาบันวิจัยที่ตั้งอยู่บนเกาะแห่งหนึ่งที่เพิ่งถูกค้นพบไม่นานในทวีปเอเชีย โดยเป็นโครงการโดยความร่วมมือของสหประชาชาติ UN เพื่อการพัฒนาเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ใช้ในด้านอวกาศ สถาบันแห่งนี้ได้รับเงินสนับสนุนจากหลายๆประเทศ สถาบันแห่งนี้มีหน่วยทหารและหน่วยคอมมาโด จำนวนมากคอยอยู่รักษาความปลอดภัย ขณะเดียวกันที่สถาบันแห่งนี้ได้พัฒนาชุดเกราะพาวเวอร์สูท ซึ่งเป็นชุดเกราะที่เบาแต่มีความคงทน และมอบให้กับหน่วยที่อยู่คอยรักษาความปลอดภัย

“พวกเราคือองค์กรที่พัฒนาเทคโนโลยีของมนุษย์ให้ถึง ขีดสุดเพื่อที่จะก้าวหน้าเพื่อพิชิตความลับของจักรวาล เผ่าพันธ์ของพวกเรานั้นช่างยิ่งใหญ่นัก เพราะพวกเราข้ามพ้นคำว่าวิวัฒนาการมาช้านานแล้ว ต่างจากพวกสิ่งมีชีวิตและเผ่าพันธ์อื่นๆที่ยังดักดานจมปลักอยู่กับการวิวัฒนาการ พวกเราสถาบัน S.T. จะช่วยทำให้มนุษย์เดินหน้าไปมากกว่านี้”

ประธานขององค์กรกล่าวปฐมนิเทศ แก่พนักงานที่พึ่งจะเข้ามาใหม่ ในห้องปฐมนิเทศที่มีพนักงานใหม่แถวหน้าจะเป็นพวกพนักงาน ด้านการวิจัยที่คัดเลือกมาดี แถวกลางจะเป็นพนักงงานเทคโนโลยี ส่วนแถวหลังสุดซึ่งมีเพียงคนเดียวนั่ง เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ชายหนุ่มในเสื้อสีน้ำเงินกางเกงวอร์ยาวสีดำซึ่งเป็นยูนิฟรอมพื้นฐานของพนักงานรักษาความปลอดภัย ก่อนที่จะไปใส่พาวเวอร์สูท ที่ด้านหลังเสื้อมีตัวเลขเขียน 101 ซึ่งเป็นเลขที่ของพนักงงานรักษาความปลอดภัย ชายหนุ่มค่อนข้างจะสมบูรณ์ไม่ผอมหรือ้วนจนเกินไป ผมดำออกมาทางหยิกๆ คนเอเชียร์ กำลังนั่งฟังประธานบริษัทกล่าวปฐมนิเทศด้วยความเบื่อหน่าย

‘ให้ตายเถอะ จะบอกว่าฉันเป็นคนเดียวหรือไงที่มาสมัครเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย จริงสิน่ะพวกที่มาส่วนใหญ่มักจะเป็นพวกหัวกะทิ คงไม่แปลกทีที่นี้จะมียามน้อยคนจนนับได้’ชายหนุ่มบ่นในใจ

“พวกเราเป็นองกรค์ชั้นนำ จงอย่าแปลกใจถ้าที่นี้จะไม่มีการแข่งขัน เพราะพวกเราต้องทำงานร่วมกันเพื่อสร้าง Portal Gate ให้สมบูรณ์จากนั้น พวกเราก็จะได้นำพามนุษย์ไปสู่กาแล็คซี่อีกแห่ง”

หลังจากกล่าวจบแล้วทุกคนในห้องก็ปรบมือขึ้น ยกเว้นชายหนุ่มที่ทำท่าตบมือเบาๆ เมื่อประธานเดินออกไปทุกคนก็แยกย้ายกันออกจากห้อง ทุกคนต่างก็มุ่งหน้าไปยังล็อคเกอร์ของแต่ละคน เพราะทุกคนจำคำสั่งของประธานที่พูดได้ว่า หลังจากนี้ให้แยกย้ายกันไปที่ล็อคเกอร์ของแต่ละคน เพราะได้เอาอุปกรณ์ของแต่ละคนไปไว้ที่นั้นแล้ว   ชายหนุ่มเดินอย่างเซ็งๆจนมาถึงล็อคเกอร์ของตัวเอง แล้วเปิดล็อคเกอร์ออก ข้างในล็อคเกอร์เป็นป้ายชื่อของตัวเอง ไฟฉายกระบอกหนึ่ง ปืนพกขนาด

9mm. แม็กกระสุนปืนสองแม็ก ซองใส่ปืนและแม็ก โทรศัพท์สำหรับใช้ในการทำงาน

‘พาวเวอร์สูทตูละเฮ้ย!!!!!’

ชายหนุ่มเหลือบไปเห็นโน้ตที่เขียนไว้ แล้วหยิบขึ้นมาอ่าน ในโน้ตเขียนไว้ว่า โทษทีน่ะพาวเวอร์สูทหมดสต็อกพอดีรออีกเดือนหน้าถึงจะถูกสร้างเสร็จครบอีกสองสต็อก ชายหนุ่มกำกระดาษโน้ตแน่นทันที

‘บัดซบจริงๆ เอาเถอะๆมีเวลาอีก 5 นาทีต้องรีบไปรายานตัวกับหัวหน้ายาม’

ชายหนุ่มหยิบป้ายชื่อขึ้นมา แล้วใส่ไปที่อกซ้ายของตัวเอง นายชาติชาย สลาตัน   ชื่อเล่นปักษา ตำแหน่งยามประจำการ อายุ 20 ปี

“เฮ้ย มีอีกชั้นเหรอล็อคเกอร์เนี่ย”

ปักษาเลื่อนเก๊ะที่อยู่ใต้ล็อคเกอร์ออกมาแล้วหยิบซองใส่อุปกรณ์มาใส่ที่หน้าอกด้านขวาแล้วหยิบไฟฉายมาติดตั้งลง จากนั้นก็หยิบซองใส่ปืนแล้วใส่เข้าที่เอวก่อนที่จะเอาปืนพกยัดใส่ แล้วหยิบโทรศัพท์มาใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง

“เรียบร้อย! ได้เวลาไปรายงานตัวแล้ว!!!”

ปักษาเดินออกจากห้องล็อคเกอร์ไป แล้วมุ่งหน้าไปยังห้องรายงานตัวสำหรับยามที่มาใหม่ ขณะนั้นปักษาก็เดินผ่านห้องที่มีการประชุมอย่างดุเดือดจนได้ยินเสียงออกมาข้างนอก ปักษารู้สึกเอ๊ะใจ กับเรื่องราวที่พวกข้างในคุยกันจึงหยุดเดินเพื่อแอบฟังว่าพวกนั้นคุยอะไรกัน

“ก็บอกแล้วยังไง!!! ว่ายังไง Portal Gate ก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว! เหลือแค่ตั้งเป้าหมายเท่านั้น หลังจากนั้นพวกเราก็จะได้รับกำไรมหาศาลจาก พวก UN ยังไงก็ตามฉันก็จะขอเสนอให้เดินเครื่อง Portal !!”

“ดร.!! บ้าไปแล้วเหรอ!!! พวกเรารู้พิกัดของกาแล็คซี่อื่น ยังงั้นเหรอ??!!! ถ้าเกิดมันเปิดพลาดไปที่อื่นขึ้นมาจะทำยังไง!! ดีไม่ดีพวกเราอาจเปิดไปเจอกับแบล็คโฮลต์ขึ้นมา จะไม่พินาศเอาคราวนี้เหรอ!!!!”

“หึ่ย!!! ยานโพรเมเธอุส ที่ถูกส่งออกไปสำรรวจนอกโลก ก็ส่พิกัดมาแล้วด้วยซ้ำ!! จะกลัวอะไรกัน!!!!”

“ถ้าคุณคิดจะทำยังงั้นต่อไป ผมจะรายงานเรื่องนี้แก่ UN!! ข้อหาเดินเครื่อง Portal โดยที่ไม่ระวังภัยอะไร!!!”

ปักษารู้สึกได้ว่าประตูกำลังเปิด จึงรีบเดินหนีจากบริเวณนั้นทันทีแล้วมุ่งหน้าต่อไปยังห้องรายงานตัวที่ อยู่ไม่ไกลจากที่นี้สักเท่าไหร่ ปักษาเริ่มสงสัยเรื่อง Portal Gate อย่างมาก  

“เห้ย! ไอ้หนุ่ม!!!!”เสียงหนึ่งดังขึ้น

ปักษาสะดุ้งทันที และพบหัวหน้ายามยืนรออยู่แล้ว ปักษาพึ่งรู้สึกตัวเพราะมัวแต่เหม่อเรื่อง Portal Gate

“มาสายน่ะรู้ไหม!?”

“ขอโทษครับ!!! ผมแค่มั่วแต่สงสัยว่าทำไหมผมไม่ได้รับพาวเวอร์สูทเหมือนคนอื่นแค่นั้นครับ!”

“ฮ่าๆ นายมาผิดวันน่ะเจ้าหนุ่ม ไม่ต้องห่วงหรอกเดียวก็ได้เองล่ะ”

“แต่ เอ๊ะ หัวหน้าก็ยังไม่ได้เหรอครับ”

“ใครว่าล่ะ พาวเวอร์สูทในความคิดของนายคงเป็นชุดเกราะเท่ๆสิน่ะ”

หัวหน้ายามถอดเสื้อจัมสูทออก เผยให้เห็นชุดเกราะที่เชื่อมกับแขนเกราะแขนและเกราะขา ที่ดูแล้วยังไงก็ควรจะหนักแต่กลับเบา แต่ที่น่าแปลกใจสำหรับปักษาคือ มันมีดีไซส์ที่คล้ายชุดเกราะธรรมดาทั่วไป

“เหมือนชุดเกราะธรรมดา?”

“ฮ่าๆ แต่ประสิทธิภาพของเจ้านี้เหลือเชื่อเลยน่ะ ทำให้วิ่งเร็วขึ้นเล็กน้อยและทำให้กระโดดสูงเล็กน้อย ซ้ำยังกันกระสุนได้ดีอีกด้วย ถึงจะดูธรรมดาแต่ก็เจ๋งน่ะ เอาล่ะนี้ไอดีฉันแอดมาสิ”

หัวหน้ายามโชวร์ไอดีที่ปลอกแขนซ้ายที่เป็นที่คอมพิวเตอร์ขนาดเล็กในรูปแบบข้อมือ ปักษาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดไปหมวดแอดไอดี แล้วแอดไอดีหัวหน้ายามไป

“แอดแล้วครับแต่ว่า............ ผมใช้โทรศัพท์คนเดียวเหรอครับ!!!!!!”

“ก็ใช้น่ะสิ เอาล่ะตั้งใจทำงานน่ะ”

ปักษาเดินด้วยอาการห่อเหี่ยว เพราะตัวเองเป็นคนเดียวในบรรดายามทั้งหมด 101 คนที่ใช้อุปกรณ์โลวเทคโนโลยีที่สุด ปักษาหยิบ GPS ออกมาดูแล้วดูเป้าหมายว่าพื้นที่ของตัวเองที่ต้องไปตรวจการคือที่ไหน

“หือ ชั้นใต้ดินที่ปิดร้างมากว่า 2 ปี....”

ปักษายืนนิ่งสักพักหลังจากที่อ่านรายละเอียด

“2 ปี!!!!!!!!!!!!! ร้างมา 2ปี!!!! โอ้ว!! นี้ตรูจะเปิดผู้บุกเบินหรือเนี่ย!!!!!”

ชั้นใต้ดิน

ปักษาเดินมาถึงหน้าประตูของชั้นใต้ดินที่ปิดไว้ และการเปิดประตูเป็นการกดรหัสที่ประตู

“มาถึงจนได้เรา แต่ว่า พาสเชี้ยไรว่ะ!”

ปักษานึกขึ้นมาได้ว่าลืมถามพาสเวิดกับหัวหน้ายาม เป้ง! กระป๋องโค้กถูกโยนใส่หัวของปักษา ปักษาหันไปหาที่มาของกระป๋องโค้กทันที ยามหญิงสาวผอมสูง ในเสื้อพาวเวอร์สูทผมยาวสีดำแต่รวบผมเดินเข้ามา

“เธอเป็นใครอ่ะ?”ปักษาถาม

“ไอ้ปัญญาอ่อน เอ่ย จำเพื่อนแกไม่ได้ไง”หญิงสาวพูดใส่

“เธอโชคดีจังเลยน่ะ ข้าวฝ้าง ที่มาเป็นคนที่ 100 แล้วได้พาวเวอร์สูท แต่ฉันอะดิ อ้าก!! โลวเทคที่สุดในบรรดายาม”

“แล้วนายมาทำอะไรที่นี้”

“ก็หัวหน้าไล่มาตรวจชั้นใต้ดินอ่ะดิ แต่เจือกลืมพาสเปิดประตู”

“เอามา ฉันเปิดให้ ฉันก็พึ่งได้รับคำสั่งเหมือนกัน”

ข้าวฝ้างเดินไปที่ประตูแล้วกดพาสเวิดเปิดประตู 5 5 5   แล้วประตูก็เปิดออก

‘พาสเวิดแม่มอย่างง่าย!?!’ปักษาตกใจ

ทั้งคู่มองเข้าไปข้างในแล้วเห็นว่ามืดอย่างมาก

“มืดจริงๆแหะร้างมาสองปีแล้วจริงๆด้วย”

ปักษาเปิดไฟฉายที่อกขวา แล้วเดินเข้าไปขณะนั้นข้าวฝ้างก็กดปุ่มที่คอมพิวเตอร์ปลอกแขนซ้ายแล้วทันใด ไฟฉายก็ฉายออกมาจากชุดพาวเวอร์สูทรอบทิศ

“ไปกันเถอะ”ข้าวฝ้างพูดชวน

‘ตูมันโลวเทคจริงๆล่ะ’ปักษาคิดลอยๆ

ทั้งสองเดินเข้าไปในความมืดของชั้นใต้ดิน ปักษามองไปสำรวจรอบๆเห็นมีคอมพิวเตอร์หลายเครื่องตั้งอยู่โดยที่ไม่ได้ใช้อะไรเลย ก็แน่ล่ะมันร้างมาตั้ง 2 ปีแล้วนี้ ถัดไปเล็กน้อยก็มีชั้นวางของที่วางแผ่นดิสมากมายเอาไว้บนชั้นวาง ปักษาและข้าวฝ้างต่างก็สังเกตได้ว่ามีฝุ้งอยู่เต็มไปหมด   ทั้งสองเดินมาถึงบันไดลงไปข้างล่างอีกชั้น

“บางทีที่ปั้นไฟอาจอยู่ข้างล่างก็ได้มั้ง”ข้าวฝ้างพูดขึ้น

“ไปลงไปกันเลย”

ทั้งสองเดินลงไปข้างล่างอีก เมื่อทั้งสองเดินลงบันไดมาจนถึงชั้นล่างสุดก็พบว่า มืดยิ่งกว่าข้างบนอีกแต่ปักษาก็เหลือบไปเห็นตะเกียงไฟฟ้าที่วางอยู่ ปักษาหยิบมาด้วยความหวังว่าจะใช้ได้ แป๊ะ! ปักษาเปิดสวิทซ์ปรากฏว่าตะเกียงไฟฟ้ายังใช้ได้และให้แสงสว่างที่ค่อนข้างจะเยอะมากออกมา ปักษาปิดไฟฉายเพราะได้ของที่ให้แสงสว่าดีกว่าแล้ว

“ไม่ได้ใช้งานมา 2 ปีแล้วไม่คิดเลยว่าจะยังใช้งานได้อยู่ แต่ก็ดีแล้วล่ะฉันจะได้ไม่เปลืองพลังงานชุด”ข้าวฝ้างพูดจบก็ปิดสวิทซ์ไฟฉายทั้งหมดทันที

ปักษาเดินนำข้าวฝ้างเดินต่อไปอีก ทั้งสองเดินผ่านทางที่มีประตูของหลายๆห้องได้แก่ ห้อง IT  ห้อง INETERNET Master ห้องวิจัย และห้องปั่นไฟ ทั้งสองเดินต่อไปทันที เอ๊ะ อะไรน่ะห้องปั่นไฟ

“เดียว พวกเราเดินเลยห้องปั่นไฟมาแล้วนี้น่า”ปักษาพูด

“เฮ้ย เดินเพลินอีกแล้วน่ะนายน่ะ”ข้าวฝ้างพูดติ

ทั้งสองเดินย้อนกลับเข้าไปในห้องปั่นไฟ ซึ่งในห้องไม่คอยมืดเท่าข้างนอกเพราะมีไฟที่ติดๆดับๆทำงานอยู่ ปักษาเดินตรงไปที่คัตเอาที่ตกอยู่ แล้วดึงขึ้น วืด!! เครื่องปั่นไฟเริ่มทำงานแล้วไฟฟ้าในชั้นใต้ดินก็เริ่มติดแล้ว ก็สว่างขึ้นเพราะหลอดไฟทำงานแล้ว

“เห้ย สว่างซักทีขึ้นไปสำรวจชั้นบนให้ละเอียดกันเถอะ”ปักษาพูดชวน

“เดียวก่อนสิ ก่อนที่จะเดินย้อนกลับมาที่ห้องปั่นไฟ นายสังเกตว่ามีใครกำลังจ้องมองเราหรือเปล่า?”

“เปล่านี้ ทำไหม แต่ว่าก็รู้สึกเหมือนถูกจ้องมองจริงๆนั้นแหละ”

ปักษาและข้าวฝ้างเดินออกมาจากห้องปั่นไฟ ข้าวฝ้างหันไปมองทางที่สัมผัสได้ว่ามีคนกำลังจ้องมอง ปรากฏว่าทางนี้ถูกชั้นวางของจำนวนมากล้มตันทางไว้ และมีช่องเล็กๆไม่กี่ช่อง ข้าวฝ้างรู้สึกไม่ค่อยดีแต่ก็ตัดสินใจเดินตามปักษาขึ้นไปชั้นบน เพื่อที่จะสำรวจชั้นบนให้ละเอียดอีกรอบ ปรากฏว่าชั้นบนคอมพิวเตอร์หลายเครื่องที่น่าจะปิดระบบอยู่กลับกำลังทำงาน อยู่โดยมีข้อมูลจำนวนมากปรากฏบนจอ

“นี้มันอะไรกัน ปกติมันควรจะถูกปิดอยู่ไม่ใช้เหรอ?”ข้าวฝ้างสงสัย

“มันแปลกๆน่ะ จู่ๆหัวหน้ายามก็สั่งให้พวกเราลงมาสำรวจ ชั้นใต้ดินที่ร้างมากว่า 2 ปี และไหนจะพาสในการเข้าที่แสนจะง่ายด่ายแบบนี้ รวมถึงสัมผัสที่รู้สึกได้ว่ามีคนกำลังจ้องมองอีก นี้มันอะไรกัน”

ขณะนั้นเองจอขนาดใหญ่ก็มีสัญญาญติดต่อขึ้นมา แล้วฉายภาพประธานขององกรค์

“ประธานขององกรค์อย่างงั้นเหรอ?”ปักษาตกใจ

“ฮ่าๆ ขอบใจทั้งสองมาน่ะที่เปิดเครื่องปั่นไฟให้ เพราะที่นั้นร้างมากว่า 2 ปี และไม่มีใครกล้าเข้าไปอีก เพราะเป็นที่อยู่ของ ดร.ซีโร่ ฆาตกรโรคจิตที่ฆ่าหน่วยของ UN ไปจำนวนมาก ต้องขอบใจความกล้าของทั้งสองจริงๆ”

แล้วสัญญาญก็ตัดขาดไป ทั้งสองมองหน้ากันทันทีด้วยความตกใจกับคำว่า ฆาตกรโรคจิตที่ฆ่าหน่วยของ UN ซึ่งรู้ๆกันว่าหน่วยนั้นถูกฝึกมาอย่างนั้นและรับศึกได้ทุกประเภท แต่ถูกคนที่ไม่ธรรมดาแบบนั้นฆ่าเอาง่ายๆ

“ขนาดหน่วย UN ยัง แล้วพวกเราจะรอดจากคนไม่ธรรมดาแบบนั้นได้เหรอ?!”ข้าวฝ้างตกใจ

“ใช้ไม่ธรรมดา เพราะเขาเป็นคนพิการใส่ขาหุ่นยนต์ข้างซ้าย”

“นายรู้ได้ไง?!”

“ข้างหลังเธอ!!!”

ปักษาตะครุบข้าวฝ้างกลิ้งหลบเข้ามุมทันที ทันใดเสียงปืนกลที่คาดว่าจะเป็นมินิกัน ก็ถูกสาดเข้าใส่อย่างรวดเร็วแต่พวกปักษาปลอดภัยเพราะอยู่ในเขตกำบัง

‘เสียมินิกัน?! คนบ้าอะไรมีแรงถือซะขนาดนั้น’

ปักษาค่อยๆหันหน้าออกไปดู ผมร่างชายในชุดกราวถือมินิกันสองอันด้วยมือสองข้าง ปักษากลับเข้ามาหลบทันที ด้วยความตกใจและความกลัว

“เป็นอะไรไปเหรอ ปักษา?!”ข้าวฝ้างถาม

“คนเชี้ยไรว่ะ ถือมินิกันสองอันไล่ยิงคน มันแรงคนหรือแรงอะไรว่ะน่ะ! หลบ!!!”

ปักษาและข้าวฝ้างกระโดดหลบออกจากที่กำบังไปคนละทิศ บึ้ม! ที่กำบังจุดนั้นระเบิดไปทันที ทั้งสองไม่มีที่กำบังแล้ว ข้าวฝ้างและปักษาชักปืน .9mm ออกมาเล็งไปที่ ดร.คนนั้นทันที

“อ้าว ไม่ใช้คนของ UN หรอกเหรอตกใจหมดเลย”ชายคนนั้นที่ชื่อดร.ซีโร่พูดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“คุณคือดร.ซีโร่ ฆาตกรโรคจิตน่ะเหรอ?!!”ปักษาถามไป

“เห สงสัยตาลุงประธานหัวเหม่งพูดข่าวลือให้ฟังอีกแล้วล่ะสิ”

ดร.ซีโร่โยนมินิกันทั้งสองทิ้ง แล้วเดินผ่านปักษากับข้าวฝ้างไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่กำลังทำงานอยู่ แล้วพิมโค๊ดอะไรไม่รู้ลงไป ทำให้คอมเครื่องนั้นตัดภาพไปยังศูนย์ทดลองที่อยู่ชั้นบนสุด

“เอาล่ะ เลิกเล็งปืนมาที่ฉันได้แล้ว ฉันไม่ทำอะไรหรอก ที่ประธานนั้นพูดว่าฉันฆ่าทหาร UN ไปเพราะเจ้าพวกนั้นจะมาปิดปากฉันต่างหาก”

“ปิดปากเหรอ? หมายความว่ายังไง”

ปักษาเก็บปืนลงไปในซอง ข้าวฝ้างยังไม่ยอมเก็บแต่ปักษาเอื้อมมือไปแตะปืนของข้าวฝ้าง แล้วกดลงเพื่อไม่ให้ไปเล็งดร.ซีโร่ ข้าวฝ้างเลิกเล็งปืนแต่ยังไม่เก็บปืน

“ฉัน เป็นหนึ่งในบรรดานักวิทยาศาสตร์ชั้นแนวหน้าของที่นี้ ฉันได้คัดค้านการเปิดประตู Portal เพราะจากการคำนวนแล้วมันยังไม่เสถียร หากเปิดเมื่อไหร่ละก็ มันจะเชื่อมไปที่ นรก...”

“นรกเหรอ? แบบนั้นก็น่าจะได้รู้นี้ว่าที่นรกมันเป็นยังไง”

“ไม่นรกที่ว่าไม่ใช้นรก ตามความเชื่อในศาสนา แต่ว่าที่นรกน่ะเต็มไปด้วยพวกปีศาจร้าย อสูรกายที่น่ากลัวและเหล่าวิญญาญแห่งความเคียดแค้น ความเกลียด ความชิงชัง และความยิ่งผยอง ถ้าเกิดประตูนั้นถูกเปิดออกละก็ โลกนี้จบเห่แน่นอน!!!”

แต๊ดๆ!! แต๊ดๆ!! เสียงสัญญาญเตือนดังขึ้นไปทั่ว

[ประกาศๆ ขอให้นักวิทยาศาสตร์ทุกคนที่เกี่ยวข้องเข้าประจำตำแหน่งด้วย อีกไม่นานจะทำการเปิดประตู Portal Gate เป้าหมายของกาแล็คซี่แอนโดรมีดา]

“แย่ล่ะสิ!!! ตามฉันมา ฉันจะพาลงไปที่คลั่งอาวุธ!”ดร.ซีโร่วิ่งนำไปทันที

“เราสนิทกับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่?”ปักษาหันไปถามข้าวฝ้าง

“ไม่รู้สิ เขาคิดไปเองมั้ง”

อีกชั้นข้างล่างคลังอาวุธ

“นี้มัน!”ปักษาตกใจอย่างมาก

ชั้นเก็บของจำนวนมากเต็มไปด้วยกระสุนจำนวนมาก และมีกระสุนหลายแบบถัดไปอีกเป็นที่เก็บปืนประเภทลูกซองหลายรูปแบบ ถัดไปอีกเป็นที่เก็บปืน Assuat Rifle เกือบทุกรูปแบบ และมีอุปกรณ์หลายอย่างถูกเก็บไว้

“นี้มันอะไรกัน? พาพวกเราลงมาห้องเก็บของแบบนี้ทำไหมกัน?”ปักษาถาม

“อีกไม่เกิน 5 นาที Portal Gate จะเปิดแน่เมื่อถึงตอนนั้นที่นี้จะถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ต้องใช้ของพวกนี้ อยากได้อะไรก็หยิบเอาไปเลย”

ซีโร่ถอดชุดกราวทิ้งแล้วไปหยิบเอาชุดเกราะเบามาสวมใส่ จากนั้นก็หยิบไฟฉายสองกระบอกมาใส่ไว้ในซองเก็บ ซีโร่ใส่ถุงมือเข้าไปทั้งสองข้าง จากนั้นก็หยิบมีดยาวใส่ฝักแล้วเอามาเสียบไว้ที่เอว แล้วเอื้อมมือไปหยิบเอาปืน Glock47 มาบรรจุกระสุนพร้อมทดลองเปิดและล็อคเซฟตี้ จากนั้นก็ใส่ซองเก็บปืนพร้อมกับคว้าแม็กปืนมาสำรองไว้

“สำหรับฉัน ปืนประเภทกราดยิงคือตัวตนของฉัน!”

ซีโร่หยิบเอาปืน Uzi คู่ออกมาสองกระบอกแล้วเสียบใส่ซองสำหรับเก็บไว้ที่ตนออกแบบไว้ด้านหลัง แล้วก็คว้ากระสุนของปืน Uzi มาเก็บไว้จำนวนมาก

“เอาล่ะ พวกนายรีบไปเลือกอาวุธสิ”

“จะเชื่อใจได้จริงๆเหรอ?”ปักษาถาม

“อีก 2 นาทีเร็วเข้า ถ้าไม่อยากตายแบบง่ายๆ”

บึ้ม!! เสียงระเบิดดังขึ้นพร้อมกับเสียงสัญญาญเตือนภัยที่ดังขึ้นมา ไฟถูกตัดลงไปแต่ในคลังไฟยังคงติดๆดับๆพอให้มีแสงสว่างอยู่บ้าง

“รีบเลือกของกันเถอะ ข้าวฝ้าง เขาพูดถูก”ปักษาหันไปเลือกของ

ปักษาคว้าเอาปืน M16ติดเครื่องยิงระเบิดมาทันที แล้วสะพายไว้ที่ด้านหลังจากนั้นก็หยิบเอาแม็กกาซีนพร้อมกับลูกระเบิดจำนวนหนึ่งมายัดเข้าใส่กระเป๋าสะพายเล็กแล้วสะพายไว้ ปักษาหันไปดึงเอา Hunting Shotgun ลูกซองแฝดมาถือไว้พร้อมกับหยิบเอากระสุนลูกซองจำนวน 5 ชุดมาเก็บไว้

“ขอแค่นี้แหละ”

“นายเอาแค่นี้จริงๆเหรอ”ซีโร่ถาม

ข้าวฝ้างหยิบเอาปืน AK-64 มาถือไว้พร้อมกับแม็กกาซีนอีก 5 ชุดยัดเข้าใส่ในช่องเก็บของ

“เห้อ แต่ละคนมั่นใจในฝีมือกันจริง แต่ว่าถ้าไม่มีฝีมือคงเข้ามาเป็นยามที่นี้ไม่ได้หรอก เอาล่ะไปกันเถอะ”ซีโร่พูดขึ้น

“จะไปไหนกัน?”

“ขึ้นไปปิดประตู Portal Gate ที่อยู่ชั้นบนสุดยังไงล่ะ”

“ห๊า! ชั้นบนสุด! อาคารนี้มีความสูง 80 ชั้น! ลิฟต์ใช้งานไม่ได้ต้องเดินอย่างงั้นเหรอ!!!”ปักษาตกใจ

“เอาเถอะน่า เราจะได้พิสูจน์ด้วย ว่าสิ่งที่จะออกมาจากประตูนรกนั้นคืออะไรกัน”ข้าวฝ้างพูดปลอบ

ทั้งสามเดินออกมาจากห้องเก็บอาวุธ ก็ได้ยินเสียงประหลาดตามช่องแอร์และช่องทางแคบๆ เป็นเสียงลักษณะเหมือนมีอะไรกำลังไต่ไปมาในท่อพวกนั้น และจากเสียงก็พอคาดคะเนได้ว่าพวกมันมีสเกลพอๆ กับมนุษย์! หรืออาจจะมากกว่านั้น ทั้งสามเดินขึ้นบันไดไปชั้นบนโดยไม่ใส่ใจเสียงรอบๆข้างนั้น

“ไฟสำรองจะอยู่ได้นานแค่ไหน?”ข้าวฝ้างถามขึ้น

“น้อยสุด 1 เดือน มากสุด 2 เดือน”ซีโร่ตอบ

“ทั้งสองคนหยุดก่อน”

ทั้งสามคนหยุดเดินแล้วเสียงของการไต่ตามท่อ ก็ดังขึ้นเรื่อยๆแล้วใกล้เข้ามาเรื่อยๆวายุหันไปทางท่อระบายท่อหนึ่งที่อยู่ด้านหลังแล้วยิงปืนลูกซองแฝดอัดเข้าไปทันที ทันใดเหลือก็กระฉูดออกมา ปักษารีบบรรจุกระสุนสองลูกเข้าไปใหม่ทันที แล้วเก็บลูกซองแฝดไปพร้อมกับชัก M16 ออกมาถือไว้ทันที

“พวกมันออกมาแน่!”

เป้ง! ร่างกายที่มีสเกลเท่ามนุษย์กระโดดลงมาจากท่อหนึ่ง ร่างกายที่คล้ายมนุษย์แต่ใบหน้าคือใบหน้าของอสรูรร้าย มีเล็บที่แหลมคบที่สุด เมื่อมันร้องคำรามก็เผยให้เห็นว่ามันอ้าปากได้ถึง 4 แฉก

“เจ้าพวกอสูรจากนรก!”ซีโร่พูดขึ้น

“เจ้านี้น่ะเหรอ!!! อสูรจากนรก!!!!”ข้าวฝ้างตกใจ

“...............”ปักษารู้สึกกลัวเล็กน้อย

เจ้าอสูรตัวหนึ่งปล่อยกรดบางอย่างออกมาจากปากเข้าใส่ทั้งสาม ทั้งสามกลิ้งหลบได้ทันแล้วซีโร่ก็กราดยิงปืนยูซีเข้าใส่อสูรตัวนั้นทันที กระสุนจำนวนมากเข้าทะลุร่างของอสูรตัวนั้นทันที เลือดของมันกระจายออกมาจำนวนมากแล้วมันก็ล้มลงนอนแน่นิ่งสนิท ซีโร่เปลี่ยนแม็กกาซีนใหม่ทันที

“เจ้านี้ไม่ทนต่อกระสุน โดนยังไงก็ตายแน่นอนผลสรุป กระสุนใช้งานกับเจ้าพวกนี้ได้โดยเฉพาะพวกช็อตกัน ที่ทำให้นัดเดียวจอด เอาล่ะช่วยกันผลิกร่างเจ้านั้นทีสิ”

ปักษากับข้าวฝ้างจำใจเดินไปผลิกร่างเจ้าอสูรตัวนั้นให้นอนหงายขึ้น ร่างของมันเต็มไปด้วยร่องรอยของกระสุนที่ฝังอยู่ในร่างกาย ซีโร่เดินเข้ามาเก็บปืนยูซีไว้ในซองแล้วชักมีดออกแล้วแทงลงไปกลางท้องของมัน เพื่อแหวกหนังของมันออกมาเมื่อแหวกหนังของมันออกมา ก็พบว่าข้างในมีเพียงแค่เนื้อเท่านั้น

“ไม่มีอวัยวะ อย่างอื่นนอกจากเนื้อกับเส้นเลือด”ซีโร่กำลังวิเคราะห์

“หมายความว่ายังไงกัน เมื่อกี้มันพ่นกรดออกต้องมีอะไรสักอย่างที่เป็นตัวผลิตกรดในร่างกายมันแน่นอน”ข้าวฝ้างพูดขึ้น

“ถ้าให้คาดเดา มันน่าจะเป็นเนื้อของมัน”ปักษาพยายามวิเคราะห์

“บิงโก พูดถูกแล้ว”

ซีโร่ตัดเนื้อส่วนหนึ่งของอสูรตัวนั้นออก ปรากฏว่ามีกรดไหลออกมาจำนวนหนึ่ง ซีโร่ใช้มีดแหวกร่างกายของมันเข้าไปปรากฏว่าพบ เนื้อเยื่อบางอย่างที่ขนาดใหญ่กว่าหัวใจและตั้งอยู่กลางลำตัว ซึ่งซีโร่พิจารณา ดูแล้วพบว่ามีรอยกระสุนทะลุ

“ร่างกายของพวกมันสามารถผลิตกรดในร่างกายได้ ผ่านเนื้อของพวกมัน อวัยวะอย่างอื่นไม่มีในร่างกาย กะเพราะ ไต ลำไส้ มีเพียงแค่สองอย่างคือเนื้อ และหัวใจของพวกมัน กระสุนสามารถทะลุพวกมันได้”

“เป็นไปได้ไหม ว่าพวกนี้ยังมีอีกเยอะที่ด้านนอก”ข้าวฝ้างถามขึ้น

“แน่นอน คงจะเยอะมากด้วยแน่นอน เอาล่ะรีบไปกันเถอะ”

ทั้งสามรีบเดินหน้าต่อไปทันที ขณะเดียวกันปักษาก็สังเกตเห็นบางอย่าง กำลังไต่ไปมาตามท่อซึ่งมันมีจำนวนมากมาย เกินกว่าที่จะคาดการณ์ได้

“ดร.! เหมือนไอ้เจ้าพวกนั้นมันกำลังเตรียม ที่จะจู่โจมพวกเราแล้วน่ะ!”ปักษาพูดเตือน “ถ้าพวกมันคิดจะทำแบบนั้น ฉันก็พร้อมที่จะสาดกระสุนฆ่าพวกมันทุกเมื่อ”ข้าวฝ้างพูดแล้วปลดเซฟตี้ปืนเตรียมพร้อม

“เจ้าพวกนี้ ขอตั้งชื่อให้มันละกัน ฮันเตอร์!”ซีโร่กล่าวขึ้นก่อนจะชักยูซีออกมา

ประตูทางออกของชั้นใต้ดินอยู่ ต่อหน้าทั้งสามแล้วเพียงไม่กี่ก้าว ทันใดพวกฮันเตอร์จำนวนหลายตัวก็พุ่งออกมาจากท่อแล้ววิ่งเข้าไล่ทั้งสามจากด้านหลังทันที

“รีบเร็วเข้า!! พวกมันกำลังมา!!!!”ข้าวฝ้างเตือน “ก็รีบอยู่!!!”ซีโร่พูด

ปักษากระโดดไปข้างหน้าแล้วหันมาเล็งปืนไปทางพวกฝูงฮันเตอร์ จากนั้นก็ยิงลูกระเบิดออกไป ลูกระเบิดพุ่งออกไปในอากาศไปกระแทกหน้าเข้ากับฮันเตอร์ตัวหนึ่ง บึ้ม!!!! ฝูงฮันเตอร์กลุ่มนั้นโดนระเบิดแยกร่างออกเป็นชิ้นๆกระจัดกระจายไปทั่วห้อง ปักษาบรรจุระเบิดเข้าไปใหม่แล้วรีบวิ่งตาม ซีโร่กับข้าวฝ้างไปต่อ

“เอาล่ะเปิดซะ!”ซีโร่ออกคำสั่งเสียง

ประตูเปิดออก ทั้งสามเดินออกไปจากประตูทันทีแล้วประตูก็ปิดลง

“โอ๊ะ โอ....”ปักษาอุทานขึ้น

สภาพหน้าห้องชั้นใต้ดินก็คือ ยามหลายคนถูกฉีกร่างออกเป็นชิ้นๆ อย่างไม่มีการปราณีอะไรทั้งสิ้น เลือดกระจัดกระจายไปเต็มห้อง ขณะนั้นเองไฟฟ้าของสถาบันก็ทำงานเมื่อสว่างก็เผยให้เห็นกองศพของพนักงาน และยามหลายคนกองตามทาง ทั้งสามค่อยๆเดินสำรวจไปเรื่อยๆ

‘นี้น่ะเหรอ ฝีมือของพวกมัน! พวกเราจะต้องรอดให้ได้!’ปักษาคิดในใจ

บนชั้นบนสุด

ประตู Portal Gate ตอนนี้กำลังทำงาน กองทัพฮันเตอร์จำนวนมาก กำลังเดินออกมาจากพอทอลเกท ขณะเดียวกันนั้นเองก็มีดร.คนหนึ่งยืนมองการเดินออกมาจากพอทอลเกทของเหล่าฮันเตอร์ ได้โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ดร.!! เจ้าทำงานได้ดีมาก เจ้ามีอะไรจะขอจากพวกข้าไหม?!”เสียงหนึ่งดังขึ้น

“ขอบคุณสำหรับคำชมขอรับ ที่ผมอยากจะขอก็คือ พวกผู้รอดชีวิตสามคนที่ท่านได้เห็นไปแล้ว ว่าพวกมันจัดการกับฮันเตอร์ของเราได้อย่างชาญฉลาด และไม่มีความหวาดกลัวนั้น ขอให้เป็นหน้าที่ของผมกับหลานสาวผมเถอะครับ”

“ได้สิ!! อะไรเป็นเหตุให้เจ้าคิดจะลงมือด้วยตัวเจ้าเอง?”

“เพราะเจ้าดร.ซีโร่ครับ เจ้าหมอนั้นจะขึ้นมาข้างบนเพื่อปิด พอทอลเกทแน่นอน ลอร่า! ปู่จะขอมอบหน้าที่นี้ให้!”

หญิงสาวผอมสูงในเสื้อสีแดง ผมน้ำเงินเดินออกมาจากมุมมืด

“ค่ะ ท่านปู่ ด้วยประสิทธิภาพของพาวเวอร์สูท ที่ท่านปู่ปรับแต่งจนกลายเป็น แม็กซิมัมสูท หลานรับรองว่าจะทำภารกิจนี้เสร็จแน่นอนค่ะ”

ทันใดฮันเตอร์สองตัวก็แบกเอาชุดแม็กซิมัมสูท ที่มีลักษณะคล้ายพาวเวอร์สูทแต่ด้านหลังชุด เป็นไฟลท์ไทป์อุปกรณ์ที่เสริมความสามารถทำให้บินได้ และเกราะแขนที่ติดตั้งมินิกันไว้ด้านขวา และร็อคเกทล้อนเชอร์ไว้ด้านซ้าย ลอร่าเดินเข้าไปและปล่อยให้ฮันเตอร์ทั้งสองตัวสวมชุดให้จนเสร็จ

“หลานขอตัวไปทำภารกิจก่อนละค่ะ”

ลอร่าเปิดระบบบินแล้ว บินผ่านกองทัพฮันเตอร์เพื่อลงไปชั้นล่าง

•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

0
โหวต 0 /10 คะแนน
จากสมาชิก 0 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

0 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

0 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...