น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

นิยาย : เมียกลับ

อ่าน 868
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
1 ตอน
แต่งเมื่อ:
วันที่ 16 เม.ย. 2557 18:23 น.
ผู้แต่ง Phatcha
เด็กใหม่ (1)
เด็กใหม่ (0)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1. ข่าวลือ!

เขียนเมื่อ วันที่ 16 เม.ย. 2557 19:42 น.

ตอนที่1

ข่าวลือ!

ที่บ้านสณุธัชที่เปรี่ยมล้นไปด้วยความรักและความสุขของสองสามีภรรยาคู่หนึ่งที่ครองรักกันมาแต่ยาวนานนับ10ปีร่วม เขาและเธออยู่ด้วยกันมาแต่ไม่มีลูกที่จะมาสืบทอดสายเลือดมีเพียงลูกติดของ‘ธิดารัตน์’ที่เธอได้นำมาเลี้ยงหลังจากเลิกรากับสามีเก่าที่มีลูกด้วยกัน                                                                                                                                             

‘อนันต์’ หลังจากที่แต่งงานกับธิดารัตน์และเห็นว่า‘ศิริพิมพ์’ ยังคงเด็กมากและเป็นลูกไม่มีพ่อ เขาก็นึกสงสารเด็กตัวเล็กๆที่ลืมตามาดูโลกได้เพียงไม่กี่เดือนก็ต้องถูกพ่อทิ้งเขาจึงจดทะเบียนรับให้ศิริพิมพ์มาเป็นลูกบุญธรรมของเขา..อนันต์เลี้ยงศิริพิมพ์มาตั้งแต่เด็กจนเธอโตจนเป็นสาวเขามีรักเธอเหมือนลูกแท้ๆแต่ก็คงไม่มากจนถึงที่สุดเพราะอย่างไรเธอก็ไม่ใช่ลูกแท้ๆของเขาแต่ความผูกพันที่มีตั้งแต่เด็กเขาจึงรักเธออยู่ระดับหนึ่ง                                                                      

ความไฝ่ฝันของเขาที่เขามาแต่งงานกับธิดารัตน์มีอยู่เพียงสองอย่างคือเขาแอบชอบเธอมานานแล้วตั้งแต่สมัยยังเคยเรียนมัธยมด้วยกันแต่เพียงแค่อยู่คนละห้อง ธิดารัตน์เป็นผู้หญิงที่สวยแต่ปากร้ายขี้เหวี่ยงขี้วีนเวลาที่ใครทำอะไรไม่ถูกใจจนทำให้คนเอือมละผู้ชายหลายต่อหลายคนเอือมละอากับนิสัยของเธอการที่เขามาแต่งงานกับเธอเพราะสงสารเธอที่ถูกผู้ชายทิ้งหลายครั้งจนนับไม่ถ้วนและที่สำคัญเธอก็มีลูกตัวน้อยๆมาด้วย..อย่างที่สองเขามาแต่งงานกับเธอเพราะต้องการมีลูกกับเธอเพื่อจะได้มีคนมาสืบสกุล                                                                                                                                                           

ส่วนอย่างที่สามไม่ได้อยู่ในสิ่งที่เขากำหนดไว้ก็คือการไม่มีลูกด้วยกันกับเธอ เขาต้องการที่จะมีลูกเพื่อมาสืบสกุลตามความไฝ่ฝันอย่างที่สองแต่ทำไงได้เมื่อเธอทำให้เขาไม่ได้เพราะเธอทำหมันแล้ว เขาจึงต้องนอนร่วมเตียงกับเธอทุกคืนมีความสุขสมรมใจกันแต่ไม่มีวันที่จะมีวันนั้นคือวันที่เขาและเธอจะมีลูกด้วยกัน                                                                        

ถ้าเขารู้อย่างนี้ตั้งแต่ทีแรกแน่นอนว่าเขาคงจะไม่เอาธิดารัตน์มาทำเป็นเมียหรอกเขา เพราะเธอทำให้เขาไม่ได้ ที่เขาต้องการมีลูกก็มีเหตุผลอยู่สองอย่างเช่นกันคือต้องการมีลูกมาสืบทอดสกุล กิจการและมรดก ส่วนอย่างที่สองเขาก็จะได้รู้ตัวเองว่าเขาเป็นชายแท้หรือเกย์                                                                                                                                                                    “จริงหรอคะป้าปลา! ค่ะๆโอเคค่ะ ขอบคุณนะคะที่บอกให้ทราบ สวัสดีค่ะ” เสียงของธิดารัตน์ที่คุยโทรศัพท์กับปลายสายสนทนาที่มีน้ำเสียงจริงจังเมื่อ‘ปลา’แม่บ้านวัย55ปีที่ทำงานรับใช้อยู่ภายในบ้านของแม่เธอได้โทรมารายงานให้เธอรับทราบว่าเห็นอนันต์สามีของเธอไปเดินที่ตลาดกับหญิงสาวนิรนามสองต่อสอง                                                                                  ธิดารัตน์ถึงกลับทรุดตัวลงนั่งลงกระแทกกับโซฟาอย่างแรงในมือที่ถือโทรศัพท์เธอได้กำไว้แน่นก่อนจะมืออ่อนจนโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมือตกลงไปกระแทกกับพื้น เพราะเธอได้ยินข่าวลือแบบนี้หลายครั้งแล้วจากคนรอบข้างบ้างที่มาบอกเธอ เธอได้แต่เก็บคำบอกเล่าของทุกคนมานั่งคิดแต่ทุกคนก็ยืนยันคำเดียวกันว่าเดียวนี้เห็นอนันต์ออกไปไหนมาไหนกับหญิงสาวนิรนามบ่อยๆ เธอนั่งกุมขมับหลับตาเพื่อตั้งสติเพราะเธอรักเขามากเธอกลัวว่าเขาจะทิ้งเธอไปอย่างผู้ชายคนอื่นๆระหว่างที่เธออยู่กับเขาเธอพยายามระงับอารมณ์เวลาร้อนจนพุ่งสุดขีดเมื่อได้ยินเรื่องพวกนั้นเธออยากจะเข้าไปถามเขาตรงๆแต่ไม่กล้าเพราะกลัวว่าเขาจะหาว่าเธอคิดมากหลงระเริงไปกับคำพูดของคนพวกนั้น                                                                เสียงเลื่อนประตูบ้านดังขึ้นฉุดให้ธิดารัตน์หลุดจากภวังค์แห่งความคิดเธอเหลือบตาขึ้นมาอย่างช้าๆก่อนที่จะลุกขึ้นไปมองว่าเป็นใคร ศิริพิมพ์ที่เดินก้าวลงมาจากบันไดได้เข้ามานั่งที่โซฟาข้างๆธิดารัตน์ก่อนจะเอ่ยถามผู้เป็นแม่ถามไถ่เรื่องของพ่อว่า “พ่อกลับมาแล้วหรอคะ?” เธอก้มลงมองนาฬิกาที่ข้อมือก่อนจะเอ่ยถามธิดารัตน์ที่นั่งอยู่ข้างๆ                                                   “อืมใช่..สงสัยงานเยอะมั้ง” ธิดารัตน์ตอบกลับพรางเปรยยิ้มเล็กๆให้เด็กสาว                                                                     มาแล้วจ้ะ” อนันต์เอ่ยขึ้นหลังจากก้าวขาเข้ามาในประตูบ้าน                                                                                            “งานเยอะหรือคะพ่อกลับมาซะค่ำเชียว” ศิริพิมพ์ถามผู้เป็นพ่อกลับด้วยน้ำเสียงเรียบๆ                                                                    “ก็นิดๆน่ะลูก พอดีมีประชุมใหญ่เลยกลับช้า” เขาตอบกลับพรางถอดเสื้อคลุมออก                                                            “ประชุมใหญ่แล้วมีเวลามาเดินเที่ยวซื้อของที่ตลาดด้วยเหรอคะ..คุณอนันต์” ธิดารัตน์แทรกขึ้นแล้วหันมาหาอนันต์ที่ยืนอยู่ทางด้านหลังของโซฟา สายตาของธิดารัตน์จับจ้องมาที่อนันต์อย่างโหดเหี้ยมเล่นเอาอนันต์ชะงักจนหน้าถอดสีไปเลยทีเดียว “แม่พูดอย่างนี้หมายความว่าไงคะ” ศิริพิมพ์ที่นั่งอยู่ข้างๆถามแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบอย่างสงสัย                           “ไม่ใช่เรื่องของเด็ก พิมพ์ขึ้นไปบนห้องก่อนพ่อกับแม่มีเรื่องที่จะต้องคุยกัน!” ธิดารัตน์หันมาตอบกลับลูกสาวก่อนจะเอ่ยปากสั่งให้ศิริพิมพ์ขึ้นไปอยู่บนห้อง                                                                                                                                                        “ค่ะ” ศิริพิมพ์ตอบกลับอย่างเข้าใจแล้วลุกขึ้นเดินก้าวบันไดขึ้นไปบนห้อง เมื่อธิดารัตน์หันขึ้นไปมองศิริพิมพ์ที่กำลังก้าวขึ้นบันไดจนลอดพ้นจากสายตาของเขาแล้วเพราะได้ยินสียงล็อคประตูห้องของเธอ ธิดารัตน์จึงหันกลับมาจับจ้องไปที่อนันต์ที่นั่งอยู่โซฟาตรงกันข้ามด้วยแววตาเป็นประกายดั่งไฟ                                                                                                                 “นี่คุณพูดอย่างนี้คุณหมายความว่าไง” อนันต์ตวัดเสียงถามธิดารัตน์                                                                                       “ก็มันจริงไหมล่ะ..ฉันได้ยินเรื่องนี้มาหลายครั้งหลายหนแล้ว ได้ยินว่าคุณแอบไปไหนมาไหนกับผู้หญิงปริศนาคนนั้นแล้วที่สำคัญช่วงนี้คุณดูห่างเหินฉันผิดปกติ ปกติทุกวันเราต้องเข้านอนพร้อมกันแต่นี่อะไรคุณก็มีแต่อ้างว่าจะดูหนังก่อนแล้วช่วงนี้คุณประชุมบ่อยจริงนะ..ประชุมบ่อยจนน่าสงสัยแล้วที่สำคัญเมื่อก่อนไม่เห็นจับจ้องโทรศัพท์ขนาดนี้เห็นนานๆเล่นครั้งส่วนมากก็อยู่แต่หน้าจอคอมแต่เดี๋ยวนี้อะไรแค่จะขอยืมโทรศัพท์โทรเฉยๆก็ทำเป็นห่วงนักหวงหนาทำไมห๊ะ มันมีอะไรนักหนาในโทรศัพท์เครื่องนั้น” ธิดารัตน์ตวัดเสียงชี้แจง                                                                                                                  “มันไม่ได้เป็นอะไรอย่างที่คุณคิดทั้งนั้นอ่ะ..งานคืองาน”                                                                                                                   “คิดหาคำตอบอยู่เหรอช้าเชียว ขอบอกคุณไว้เลยนะถ้าฉันได้เหวี่ยงวีนเมื่อไหร่วันนั้นคุณไม่รอดแน่ เออ..ใช่แล้วถ้าฉันได้ยินเรื่องพวกนี้อีกหรือเห็นกับตาอย่าหวังว่าคุณจะอยู่ดีมีสุขกับยัยนั่น” เธอเอ่ยทิ้งท้ายด้วยการขู่เขา                                หลังจากนั้นธิดารัตน์ก็ได้ลุกขึ้นจากโซฟาด้วยอาการที่ไม่สบอารมณ์แล้วเดินก้าวขึ้นบันไดขึ้นห้องไปปิดประตูห้องดังลั่น อนันต์มือหนาสองข้างยกขึ้นกุมหัวไว้แน่นเขานั่งก้มศีรษะลงเล็กน้อยกลอกตาไปมาเพราะปวดหัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถ้าเกิดจะเถียงคงไม่เป็นผลเพราะสิ่งที่ธิดารัตน์พูดมาก็ถูกทุกอย่างเขามีคนใหม่จริงๆแต่ที่เขาเลือกที่จะเงียบไม่เถียงกลับเพราะกลัวเรื่องจะบานปลายไปมากกว่านี้เพราะขนาดว่าเขาคิดว่าอัมพลางตัวไปขนาดนั้นแล้วยังมีคนจำได้

ภายในห้องนอนธิดารัตน์ยืนร้องไห้อยู่ที่บานหน้าต่างเธอล็อคห้องไว้เพราะไม่อยากให้ใครเข้ามาขัดจังหวะ เธอรักผู้ชายคนนี้มากเพราะผู้ชายที่ผ่านมานับแล้วต่อครั้งไม่ถ้วนนอกจากจะไม่รักเธอแล้วยังคิดที่จะรีดเงินเธออีก แต่อนันต์ตรงกันข้ามเขาไม่เหมือนผู้ชายคนก่อนๆคือรักเขาด้วยใจไม่ได้ด้วยเงินและอาจเพราะว่าเธอทำอะไรบางอย่างนั่นก็คือการมีลูกให้เขาไม่ได้เขาก็เลยต้องไปหาผู้หญิงคนใหม่ที่พร้อมจะมีครอบครัวที่มีเด็กตัวน้อยๆมาสืบทอดสกุลอยู่ด้วย                                                     ที่แท้จริงการที่อนันต์มาแต่งงานกับเธอก็ไม่ใช่เพราะว่าอะไรเพราะเขาและเธอก็ต่างเป็นลูกเศรษฐีรวยพอๆกันแต่ทั้งคู่ก็เจอชะตากรรมเดียวกันมาตลอดคือการถูกผู้ใหญ่บีบบังคับจับให้แต่งงานกับคนนั้นทีคนนี้ที                                                          ธิดารัตน์เป็นน้องสาวคนเล็กและเป็นบุตรสาวของคุณนาย ‘คุณหญิงธรามิน’ หญิงสาววัย50ที่มีบุตรธิดาถึงสามคนด้วยกันกับสามี ‘กรุณ’โดยมีหนึ่งธิดาเป็นบุตรคนแรกพี่สาวคนโต คนที่สองชื่อณีธิดาเป็นบุตรคนกลางส่วนคนที่สามคือตัวเธอนั่นเองธิดารัตน์น้องคนสุดท้อง พี่น้องสามคนมีนิสัยแตกต่างกันออกไปอย่างหนึ่งธิดาจะออกแนวเป็นผู้ใหญ่เป็นผู้นำแบบพ่อ เงียบขรึม นิ่งและฉลาดหลักแหลมสุดๆเพราะเธอได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแพทย์หญิงของโรงพยาบาลเอกชนที่พ่อเธอได้ก่อตั้งขึ้นณีธิดาจะออกแนวห้าวๆลุยๆปากไวตรงไปตรงมาเปิ่นๆและมีบางมุมที่อ่อนหวานเหมือนแม่กับอาชีพนักสืบส่วนคนสุดท้ายธิดารัตน์ไม่เหมือนทั้งพ่อไม่เหมือนทั้งแม่เพราะเธอไม่รู้เจ้าอารมณ์ได้ใครปู่ย่าตายายก็ไม่ใช่เอาแต่ใจตัวเองสุดๆขี้เหวี่ยงขี้วีนไม่มีคนตามอารมณ์เธอทันรสนิยมหรูปากจัดปากร้ายและค่อนข้างที่จะหยิ่งแบบว่าสวย เริศ เชิด รวย                                    

เช้าวันรุ่งหลังจากที่อนันต์ได้ตื่นขึ้นไปทำงานตามปกติเหมือนทุกวัน ธิดารัตน์รอให้อนันต์ผู้เป็นสามีออกจากบ้านไปก่อนเธอถึงลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวแล้วขับรถไปหาธิดาณีที่บ้านเกิดของเธอที่อยู่ไม่ใกล้จากกันสักเท่าไหร่เพื่อหวังให้ผู้เป็นพี่สาวช่วยสืบหาอะไรบางอย่างให้                                                                                                                                                   “พิมพ์วันนี้แม่ไม่อยู่นะลูก” ธิดารัตน์พูดพรางสวมใส่แว่นตา                                                                                             “แม่จะไปไหนคะ?” ศิริพิมพ์ที่นั่งเล่นไลน์อยู่ถามกลับ                                                                                                    “ไปธุระน่ะ ยังไงก็เฝ้าบ้านด้วยมีอะไรก็โทรไปหาแม่ เดี๋ยวแม่กลับมา” ธิดารัตน์สั่งพร้อมกำชับลูกสาว เด็กสาวพยักหน้ารับพรางกระดกแก้วน้ำที่อยู่บนโต๊ะอาหารขึ้นดื่ม                                                                                                                          ธิดารัตน์ได้เดินก้าวออกมาจากบ้านแล้วเดินไปเลื่อนรั้วที่หน้าบ้านออกจนสุดก่อนที่จะหมุนตัวกลับมากดกุญแจปลดล็อครถเก๋งคันส่วนตัวของเธอ เธอได้เปิดประตูรถออกแล้วเข้าไปนั่งตรงที่คนขับแล้วปิดประตูรถอย่างเบาเธอจึงได้หยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าวางตรงเบาะคนหน้าข้างคนขับขึ้นมากดโทรไปหาณีธิดา                                                       “ฮัลโหลพี่ณี..วันนี้พี่อยู่บ้านมั้ย” ธิดารัตน์เอ่ยถามไปยังปลายสายสนทนาหลังจากที่ณีธิดากดรับโทรศัพท์                                 “อยู่มีอะไรรึป่าว” ณีธิดาตอบกลับ                                                                                                                                         “อืม..งั้นเดี๋ยววันนี้ฉันเข้าไปหา มีอะไรอยากให้พี่ช่วยหน่อย” ธิดารัตน์เอ่ยทิ้งท้ายก่อนจะบิดกุญแจสตารท์รถแล้วถอยออกจากรั้วแล้วเดินหน้าไปยังเป้าหมาย      

ณ บ้านเวียงเหลาทองซึ่งเป็นบ้านเกิดของธิดารัตน์เมื่อเธอขับรถมาถึงจุดมุ่งหมายเธอก็ได้ขับรถไปจอดที่โรงจอดรถก่อนจะบิดกุญแจดับรถแล้วเปิดประตูรถออกก้าวขาเรียวลงจากรถเท้าที่แตะพื้นอย่างมั่นคงจึงหันกลับไปปิดประตูรถดังสนั่นพรางกดกุญแจที่อยู่ในมือล็อครถ                                                                                                                                                      หลังจากนั้นเธอก็ได้ก้าวขึ้นบันไดบ้านสองสามขั้นแล้วเปลี่ยนไปสวมรองเท้าที่ใช้สวมสำหรับเดินภายในบ้าน เธอเดินเข้ามาท่ามกลางสายตาคู่หนึ่งที่จับจ้องมาที่เธอ เธอจึงได้ถอดแว่นตาที่สวมใส่ปิดนัยน์ตาสีน้ำตาลวาวประกายนั้นออกก่อนจะเดินมานั่งที่โซฟาห้องรับแขกด้วยอาการที่ไม่สบอารมณ์                                                                                                             “ว่าไงยัยรัตน์มีอะไรได้มาที่บ้านนี้” ธรามินเอ่ยถามลูกสาวที่ได้เดินมานั่งที่โซฟาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น                      “แหม..แม่ถ้าไม่มีธุระฉันมาเหยียบที่นี่ไม่ได้เลยใช่ไหม” เธอกระชากเสียงตอบราวประชด                                           “ยัยลูกคนนี้หนิ” สาววัย50บ่นพึมพำให้ลูกสาว                                                                                                                               “แล้วนี่พี่หนึ่งไม่อยู่หรอ” เธอกวาดสายตามองดูรอบๆบ้านก่อนจะเอ่ยถามผู้เป็นแม่                                                           “วันนี้หนึ่งเข้าโรงพยาบาลแต่เช้าเห็นบอกว่าวันนี้คนไข้มีเยอะ”                                                                                                 “อืม..แล้วพ่อล่ะไปไหน”                                                                                                                                                                   “พ่อแกจะทำอะไร วันๆก็มีแต่ไปดูงานที่ไร่”                                                                                                                         ธิดารัตน์พยักหน้ารับแล้วกวาดสายตามองบ้านหลังที่คุ้นเคยไปรอบๆปลาได้เอาน้ำเปล่าสองแก้วมาให้ธิดารัตน์และธรามินได้ดื่มตามมารยาทของคนใช้ที่ต้องทำ สองแม่ลูกนั่งสนทนากันเรื่อยเปื่อยก่อนที่ณีธิดาจะลงมาจากห้องนอนหลังจากที่เคลียร์งานเสร็จจึงได้มาร่วมนั่งสนทนา                                                                                                                                      “คุยอะไรกันคะ ดูท่าทางสนุกเชียว” ณีธิดาถามแทรกขึ้นมาท่ามกลางสองแม่ลูกที่กำลังคุยติดลม                                               “คุยเรื่องเรื่อยเปื่อยน่ะ” ธรามินเป็นฝ่ายหันมาตอบกลับ                                                                                                               “อืมยัยรัตน์ที่แกบอกว่ามีเรื่องให้ฉันช่วยแกมีอะไร” ณีธิดาหันกลับมาถามน้องสาว                                                               “อ๋อ..คือฉันอยากให้พี่ช่วยสืบหาอะไรสักอย่างให้ฉันหน่อย” ธิดารัตน์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง                                                “สืบ?” ณีธิดาทวนคำตอบของน้องสาวอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ                                                                                                    “ใช่สืบฉันว่าเราไปคุยกันข้างบนห้องพี่ดีกว่านะ”ธิดารัตน์ตอบกลับพรางลุกขึ้นจากโซฟาที่นั่ง                                               “แหม..เรื่องแค่นี้ให้แม่รับรู้ไม่ได้เลยนะ” ธรามินแทรกขึ้นดักคอธิดารัตน์                                                                        “ใช่..เรื่องนี้แม่รู้ไม่ได้” เธอตอบเสียงเรียบพร้อมแสยะยิ้มให้แล้วเดินนำหน้าณีธิดาไป สาววัย50ส่ายหัวไปมาเพราะไม่ว่าธิดารัตน์จะมีครอบครัวแล้วนิสัยก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงยังคงเถียงฉะฉานเหมือนเดิม                                                        ...ภายในห้องของณีธิดาห้องที่ดูสะอาดเรียบร้อยแต่เต็มไปด้วยเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะไม่ว่าจะหันมองไปทางไหนก็เห็นเพียงแต่โน๊ตใบเล็กๆติดทั่วเต็มผนังห้อง ธิดารัตน์ได้เดินมานั่งที่เตียงนอนของณีธิดาเธอกวาดสายตามองรอบห้องแล้วถอนหายใจใหญ่เฮือกหนึ่งคิดในใจคนอะไรบ้านชะมัด                                                                                                            เธอแตกต่างจากพี่สาวทั้งสองโดยสิ้นเชิงพี่สาวทั้งสองของบ้างานซะจนไม่มีเวลาแม้แต่กระทั่งจะไปเที่ยววันๆก็อยู่เพียงสองที่คือที่ทำงานและบ้านทุกวันพี่สาวของเธอนอนดึกเพราะต้องเคลียร์งาน พี่สาวของเธอแตกต่างกันไม่มากนักแต่ที่เห็นได้ชัดว่าคล้ายคลึงกันคือขยันซึ่งต่างกับเธอยังกะไม่ใช่พี่น้องร่วมสายเลือดกันเธอไม่ได้ทำงานอยู่บ้านกินเงินเดือนสามีไปวันๆ ขี้เกียจสันหลังยาวพูดจาไม่อ่อนน้อมถ่อมตนแต่มีเพียงอย่างเดียวที่คล้ายคลึงกับพี่สาวคือ..นอนดึก ไม่ใช่ว่าเธอนอนดึกเพราะต้องทำงานหรอกนะเธอนอนดึกเพราะติดละครต่างหาก                                                                                                                 “แล้วนี่พิมพ์ไม่ได้มาด้วยเหรอ” ณีธิดาที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะทำงานเอ่ยถามน้องสาวที่กำลังนั่งกวาดสายตามองรอบห้องนอนของเธอฉุดให้ธิดารัตน์หลุดจากภวังค์                                                                                                                                                “ไม่อ่ะ..ฉันสั่งให้เฝ้าบ้าน” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น                                                                                              “อืม..แล้วนี่มีอะไรให้พี่ช่วย”                                                                                                                                                                  “ออ..เกือบลืมไปเลย พอดีช่วงนี้ฉันได้ยินข่าวลือบ่อยๆว่าคุณอนันต์เขาแอบควงผู้หญิงไปนู่นนี่แล้วฉันได้ยินบ่อยมากเลยอยากให้พี่สืบให้หน่อยว่าเป็นไปได้ไหมที่คุณอนันต์จะไปมี..เมียน้อย” ธิดารัตน์เล่าให้ณีธิดาฟัง ณีธิดาพยักหน้ารับในมือถือปากกาก้มจดโน๊ตใบเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วถามน้องสาวกลับว่า                                                   “แสดงว่าแกกำลังระแวงคุณอนันต์”                                                                                                                                    “ไม่ใช่แต่ใกล้เคียง เอาเป็นว่าพี่รีบสืบให้ฉันเถอะฉันอยากจะรู้ความจริงเร็วๆว่าเป็นอย่างข่าวลือที่ฉันได้ยินนับสิบครั้งหรือป่าว”                                                                                                                                                                                               “อืม..งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะให้ชุดกำลังสืบสวนแอบตามคุณอนันต์ก็แล้วกัน”                                                                         “ขอบคุณนะคะ..คุณผู้กองณีธิดา”                                                                                                                                               “ไม่ต้องมาทำน้ำเสียงประชดฉันอะไรที่ฉันพอจะช่วยได้ฉันก็ช่วย”                                                                                              “แล้วถ้าเกิดว่าคุณอนันต์ไปมีกิ๊กจริงแกจะทำไง”                                                                                                                                ธิดารัตน์มองไปที่พี่สาวที่นั่งอยู่ข้างหน้าพร้อมกระตุกยิ้มเหี้ยมที่มุมปากให้ก่อนจะตวัดเสียงกลับว่า “พี่จะให้ฉันบอกอยู่เหรอ พี่ก็น่าจะรู้จักนิสัยฉันดี”                                                                                                                                                     “เออๆแล้วอย่าทำอะไรให้มากเกินควรล่ะ ถ้าเกิดว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นเพื่อนหรือคนรู้จักของสามีแกขึ้นมาล่ะ”                        “ก็จะทำอะไรเพื่อนก็คือเพื่อน แต่..เมียน้อยก็คือเมียน้อย”                                                                                                            “โอ.เค งั้นพรุ่งนี้ฉันจะรายงานความคืบหน้าแกก็แล้ว ฉันว่าตอนนี้แกกลับบ้านไปหาลูกได้แล้วไป คิดยังไงปล่อยให้ลูกอยู่คนเดียวยิ่งเป็นสาวเป็นแส้อยู่ด้วย” ณีธิดาตำหนิน้องสาว                                                                                                           “ได้ทีไล่เลยนะ”                                                                                                                                                                                “ไม่ได้ไล่ก็จริงป่ะล่ะ ลูกโตเป็นสาวแล้วนะเพื่อมีโจรบุกขึ้นบ้านฉันว่าลูกแกไม่รอดแน่”                                                               “ปากเป็นลางเชียวนะ อืมๆกลับก็กลับ ยังไงก็อย่าลืมล่ะ” ธิดารัตน์เอ่ยทิ้งท้ายก่อนจะกล่าวลาผู้เป็นพี่แล้วเดินออกจากห้องไป ณีธิดาส่ายหัวไปมากับน้องสาวของตนก่อนที่จะโทรไปบอกให้ลูกน้องของตนเตรียมกำลังส่วนหนึ่งสำหรับปฏิบัติการในพรุ่งนี้

ธิดารัตน์ที่กำลังขับรถอยู่แล้วติดไฟแดงเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น เธอเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าขึ้นมาแล้วพบว่าเป็นเบอร์ของศิริพิมพ์จึงกดรับสายแล้วเอ่ยถามลูกสาวผ่านทางโทรศัพท์                                                            “ว่าไงลูก”                                                                                                                                                                        “ตอนนี้แม่อยู่ไหนคะ”                                                                                                                                                              “ติดไฟแดงอยู่น่ะ มีอะไรหรือป่าว”                                                                                                                                   “แม่คะแวะซื้อขนมเค้กให้พิมพ์ด้วยนะคะ ร้านเพื่อนแม่อ่ะค่ะ”                                                                                      “จะๆงั้นเดี๋ยวแค่นี้ก่อนนะ ใกล้จะไฟเขียวแล้ว บาย”                                                                                                                   “ค่ะ” ศิริพิมพ์เอ่ยทิ้งท้ายก่อนกดวางสายโทรศัพท์                                                                                                                                    ธิดารัตน์ได้เหยียบรถให้เคลื่อนเร็วขึ้นหลังจากมีสัญญาณไฟเขียว เธอขับออกจากตัวเมืองกรุงเทพได้ประมาณ2-3กิโลแล้วตีไฟเลี้ยวหักพวงมาลัยรถเข้าไปจอดในร้านSweet Cake of oneซึ่งเป็นร้านของเพื่อนเธอ เธอจอดรถแล้วก้าวลงจากรถขณะที่กำลังเดินจะไปเข้าไปในภายในร้าน เธอบังเอิญเหลือบไปเห็นป้ายทะเบียนรถคันหนึ่งซึ่งมันเป็นหมายเลขเดียวกันกับรถของอนันต์สามีเธอทำให้เธอชะงักไปเล็กน้อย เธอจับจ้องอยู่ที่ป้ายทะเบียนนั้นนานระดับหนึ่งได้บอกตัวเองว่า ..คงไม่ใช่.. ...คงไม่ใช่... เขาจะออกมาที่นี่ได้ยังไงในเมื่อเขาทำงานอยู่ เธอจึงรวบรวมสติแล้วเงยหน้าขึ้นเธอเหลือบสายตาขึ้นไปมองภายในร้านนั้นแล้วกลับพบว่าคำภาวนาของเธอไร้ผลเพราะตอนนี้อนันต์นั่งทานเค้กอยู่ในร้านกับหญิงสาวปริศนาสองต่อสอง เธอถึงกลับชะงักไปเลิกคิ้วขึ้นสูงตาเบิกกว้างเป็นกลายสองมือกำหมัดไว้แน่นเพราะกำลังคิดว่าเขาคงจะมีกิ๊กดั่งคำล่ำลือแน่นอน!ธิดารัตน์เดินเข้ามาภายในร้านอย่างไม่สบอารมณ์ เธอเดินมุ่งหน้ามาหาอนันต์ที่กำลังคุยกับผู้หญิงที่นั่งอยู่ต่อเขาอย่างมีความสุขธิดารัตน์เดินเข้ามาหายืนที่หัวมุมโต๊ะทำเอาอนันต์ชะงักไปในทันทีก่อนเขาจะลุกขึ้นเพื่อถามไถ่ว่าเธอมาได้ยังไง “อ้าว..รัตน์คุณมา...” เขายังพูดไม่จบประโยคกลับต้องหยุดประโยคกะทันหันเพราะถูกแรงตบที่ฟาดมาที่ใบหน้าหล่อคมอย่างแรง                                                                                                                                                                                    “เพี๊ยะ!” หญิงสาวใส่แรงตบไปที่หน้าของเขาอย่างแรงน้ำตาไหลคลอเต็มหน่วย ผู้คนต่างๆที่กำลังนั่งรับประทานเค้กก็ต่างหันขวับจับจ้องมาที่อนันต์และธิดารัตน์                                                                                                                                                 “นี่คุณรัตน์คุณทำอะไรลงไป..ห๊ะ!” มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาลูบแก้มที่พึ่งถูกตบเบาๆก่อนจะกระชากเสียงถามภรรยาอย่างไม่เข้าใจ“แล้วคุณล่ะทำอะไรลง มีความสุขนักรึไงที่ได้อยู่ด้วยกันสองต่อสองกับยัยนี่!” เธอตวัดเสียงตอบก่อนจะตวัดสายตาไปมองหญิงสาวที่นั่งอยู่อยู่อย่างอาคาดแค้น                                                                                                                              “คุณชักจะไปกันใหญ่แล้วนะ คุณเข้าใจผิดแล้ว” เขาตวัดเสียงตอบ                                                                                          “จะให้ฉันตอบว่าฉันเข้าใจผิดอย่างนั้นหรอ คุณจะให้ฉันคิดยังไงเป็นเพื่อนอย่างนั้นเหรอ เพื่อนที่ไหนเขาจะมานั่งคุยกันสองต่อสองแถมยังมีไอ้ดอกไม้ช่อนี้ด้วยที่คุณพึ่งมอบให้มัน ถ้าเขาไม่เรียกว่ากิ๊กจะให้เรียกว่าอะไร” เธอหันกลับมากระชากเสียงตอบเขาอย่างไม่สบอารมณ์                                                                                                                                                             “คุณชักไปกันใหญ่แล้วนะ..มานี่ออกมาคุยกันข้างนอก” เขาพูดพรางใช้มือหนาเอื้อมไปจับข้อมือเล็กให้เดินไปคุยกันข้างนอก เธอได้สะบัดแขนของเธอออกจากข้อมือของเขาแล้วมือของเขาก็หลุดออกจากข้อมือของเธออย่างง่ายดายเพราะเธอใช้แรงสะบัดอย่างเต็มกำลัง                                                                                                                                                     “เคลียร์กันตรงนี้แหละทำไมอายคนอื่นเขานักหรือไง ทีแอบหย่องพาเมียน้อยออกไปเที่ยวไหนต่อไหนท่ามกลางผู้คนนับร้อยฉันยังไม่เห็นคุณจะอายเลย” เธอกระชากเสียงตอบกลับอนันต์ถึงกลับหน้าถอดสี                                                       “คุณคะคุณฉันว่าคุณเข้า...” หญิงสาวที่นั่งอยู่แทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบของสองสามีภรรยาที่กำลังทะเลาะกันยุ่งแต่ต้องหยุดประโยคไปเพราะธิดารัตน์หันกลับมาชี้หน้า                                                                                                                         “หุบปากของเธอไปนี่มันเป็นเรื่องของผัวเมียไม่ใช่เรื่องของผัว-เมียและ..เมียน้อย” เธอหันมาชี้หน้าสั่งหญิงสาวที่มานั่งทานขนมเค้กด้วยกันกับสามีเธอแววตาคู่นั้นจับจ้องมาที่หญิงสาวปริศนาที่กำลังถูกประณามว่าเป็นเมียน้อยอย่างดุดันและจริงจังทำเอาหญิงสาวต้องหลบสายตาของธิดารัตน์ไปในทันที                                                                                                           “นี่สินะ..ข่าวลือนักหนาว่าคุณมีคนใหม่แอบควงกันไปไหนต่อไหน” ธิดารัตน์หันมากระชากเสียงถามสามีที่ยืนอยู่ต่อหน้า “มันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่เมียน้อยผมแต่เธอเป็น..” เขากำลังจะพูดต่อให้จบแต่ธิดารัตน์ขัดแทรกขึ้นมา   “อะไรคุณจะบอกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นน้องสาว พี่สาว ลูกค้าหรือแฟนเก่า”                                                                                    “ใช่..เขาคือน้องสาวของผมที่พึ่งกลับมาจากอเมริกา ที่นี่เข้าใจหรือยังว่าผู้หญิงที่นั่งอยู่ต่อหน้าผมนั่งอยู่ข้างๆคุณไม่ใช่กิ๊กหรือเมียน้อย” เขาตวัดเสียงตอบ ในที่สุดความจริงที่เขาพยายามจะอธิบายตั้งแต่ทีแรกก็ได้เปิดเผย ผู้หญิงที่เขาพามานั่งทานขนมเค้กด้วยกันสองต่อสองไม่ใช่กิ๊กหรือเมียน้อยอย่างที่เธอคิดไว้ตั้งแต่ทีแรกแต่กลับเป็นน้องสาวของเขาที่พึ่งกลับมาจากอเมริกานั่นเอง                                                                                                                                                                                   เธออ้าปากอ้างชะงักไปเล็กน้อยหันขวับไปทางอนิชหรือน้องสาวแท้ๆของสามีอย่างไม่คิดคาดฝัน “คุณพูดอย่างนี้หมายความว่าไง” เธอถามกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น                                                                                                                                “คุณเข้าใจผิดมาตลอด” เขาตอบกลับสั้นๆ                                                                                                                                 “แล้วที่มีคนเที่ยวมาบอกฉันว่าคุณไปแอบเดินเที่ยวกับผู้หญิงคนอื่นล่ะ ฉันน้องสาวของคุณหรือป่าว” เธอไม่วายที่จะตั้งข้อสงสัยในตัวเขา                                                                                                                                                                                 คำถามนี้กำลังพุ่งเข้าไปถามอนันต์เข้าถึงกับชะงักและอ้าปากค้างเล็กน้อยเพราะไม่รู้จะตอบกลับยังไงเพราะน้องสาวของเขาพึ่งกลับมาถึงวันนี้เขาก็พึ่งจะไปรับน้องสาวของเขามาจากสนามบินและก็พาแวะเขามากินเค้กลองท้องก่อนจะพานั่งรถกลับไปส่งบ้านหาพ่อกับแม่ เขากำลังคิดนักเงียบไปเล็กน้อย                                                                                              “ตอบมาสิ เงียบทำไม!” ธิดารัตน์ตวัดเสียงทวงคำตอบ                                                                                                               ขณะที่เขากำลังจะอ้าปากตอบความเท็จที่พึ่งแต่งเสร็จในสมองได้กลับต้องหยุดลงเมื่อเสียงโทรศัพท์ของธิดารัตน์ดังเข้ามากะทันหัน                                                                                                                                                                             “เดี๋ยวพึ่งตอบฉันรับโทรศัพท์ก่อน” ธิดารัตน์สั่งอนันต์ว่าอย่าพึ่งพูดเพราะเธอต้องการที่จะคุยโทรศัพท์ก่อนถึงจะกลับมาเข้าเรื่องต่อ                                                                                                                                                                                                    เธอล้วงเข้าไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าที่สะพายอยู่ขึ้นมาแล้วพบว่าเป็นเบอร์ของหนึ่งธิดา เธอทำสีหน้างงงันเพราะถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญจริงๆพี่สาวคนนี้ของเธอจะไม่โทรหาใครทั้งนั้น ต้องมีเรื่องอะไรที่สำคัญแน่นอนพี่สาวเธอถึงได้โทรมาหาเธอ เธอจึงได้กดรับสายโทรศัพท์                                                                                                                                                     “รัตน์ตอนนี้เธออยู่ไหน” หนึ่งธิดาถามน้องสาวด้วยน้ำเสียงจริงจังผ่านปลายสายสนทนา                                                                  “เอิ่ม..อยู่ที่ร้านSweet cake of one มีไรรึป่าว”                                                                                                                       “มีสิ เธอรู้ไหมพิมพ์ถูกรถชน!!!”                                                                                                                                   “ห๊ะ!..จริงหรอพี่หนึ่งแล้วตอนนี้พิมพ์เป็นไงบ้าง”                                                                                                         “ตอนนี้พิมพ์อยู่ห้องฉุกเฉินพี่ว่าเธอรีบมาที่โรงบาลดีกว่า”                                                                                                             “โอ.เคๆ เดี๋ยวรัตน์ไป” ธิดารัตน์กดวางสายโทรศัพท์แล้วกำลังจะก้าวเดินออกไปแต่อนันต์คว้าข้อมือของเธอเอาไว้ก่อน         “ลูกเป็นไรรัตน์” อนันต์ถามธิดารัตน์ด้วยน้ำเสียงจริงจัง                                                                                                               “คุณห่วงลูกของฉันด้วยเหรอคะ” เธอหันกลับมาตอบ                                                                                                        “นี่รัตน์ตอนนี้มันไม่ใช่เวลาจะมาทะเลาะกันนะ” อนันต์กระชากเสียงตอบกลับ                                                                     “พิมพ์ถูกรถชนตอนนี้อยู่ห้องฉุกเฉินฉันต้องรีบไปดูลูก” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง                                                            “ห๊ะ..อะไรนะ งั้นผมไปด้วย”                                                                                                                                                 “เชิญแต่รถใครรถมัน”                                                                                                                                                               ธิดารัตน์เอ่ยทิ้งท้ายแล้วสะบัดข้อมือของเธอออกเพื่อให้หลุดจากข้อมือหนาแล้วหมุนตัวกลับรีบเดินกลับไปขึ้นรถแล้วขับออกไปอย่างเร็ว อนันต์และอนิชก็ได้จ่ายเงินค่าขนมเค้กและกาแฟก่อนจะรีบขับรถตามหลังธิดารัตน์เพื่อมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลอย่างติดๆ

บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

0
โหวต 0 /10 คะแนน
จากสมาชิก 0 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

0 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

0 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...