นิยาย : ลิขิตฟ้า...บัญชาสวรรค์

อ่าน 4,713
วิจารณ์ 1
แนว:
จำนวน:
2 ตอน
แต่งเมื่อ:
วันที่ 7 ก.ค. 2555 13:10 น.
ผู้แต่ง Nightrose
เด็กใหม่ (1)
เด็กใหม่ (1)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1. Midnight

เขียนเมื่อ วันที่ 7 ก.ค. 2555 13:41 น.
•»

 

บทที่ 1
Midnight
ติ๊ง ติง ติ้ง ติ่ง  ติ่ง ติง ติ๊ง ติ่ง  !
เสียงออดอำมหิตดังขึ้น   แสดงถึงเวลาเปลี่ยนชั่วโมงเรียน   นักศึกษาหลายคนเริ่มตั้งวงเม้าท์กันสนั่น   อาจจะเป็นเสียงสวรรค์สำหรับใครบางคน   แต่สำหรับฉันแล้ว   มันคือเสียงนรกชัดๆ  - _ -
   “มุก  เธอว่าวันนี้อาจารย์จะไปขุดคุ้ยประวัติศาสตร์อะไรมาอีกกันนะ”  ลิเดียเพื่อนสุดที่รักของฉันพูดขึ้น   ด้วยใบหน้าเซ็งสุดขีด  =_= *
   “ฉันจะไปรู้ได้ยังไงกัน  ฉันก็นั่งอยู่กับเธอทุกวินาทีเนี่ย”  ฉันพูดอย่างเบื่อหน่าย  การเรียนประวัติศาสตร์เป็นเรื่องที่น่าเบื่ออย่างมาก  ย้ำ มากของมากที่สุด  สำหรับฉันคนเดียวนะ  (แล้วแกจะเลือกเรียนคณะโบราณคดีทำไม/ไรเตอร์)
   “อาจารย์มาแล้ว”  เสียงนกรู้ประจำห้องตะโกนบอกเหล่านักศึกษาทั้งหลาย   ที่ตอนนี้มานั่งประจำที่พร้อมเรียนอย่างมาก
ฉันได้แต่นั่งมองนาฬิกาแขวนผนังอย่างใจจดใจจ่อ   อีกตั้งห้าสิบเก้านาที   T_T
  “นักศึกษา....เคารพ”  เสียงลิเดีย เพื่อนสนิทของฉันพูดขึ้น  ลิเดียทั้งเก่งทั้งฉลาด  ไม่รู้ว่าจะมาคบฉันเป็นเพื่อนทำไม  -_-
 “วันนี้ อาจารย์จะพาพวกเธอมาศึกษาประวัติศาสตร์จีน เทอมนี้ เป็นเทอมสุดท้าย ที่พวกเราจะเห็นหน้ากัน  ดังนั้น ตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด”  อาจารย์สิเรียม  ที่ขึ้นชื่อว่า เนียบที่สุด ในเรื่องกฎระเบียบ ของมหาวิทยาลัยยูบีเอพูดขึ้น
“นางสาวกรรณิการ์”
“มาค่า”
“นางสาวพัชรี”
“มาค่า”
“นายปฏิพล”
“มาคร้าบ”
“นายกิตติ”
“มาคร้าบ”
“นางสาวมุกดาวัลย์”
“..................”
“มุกดาวัลย์อยู่ไหน”  เสียงอาจารย์เริ่มขุ่น
“ไอ้มุก”  ลิเดียสะกิดฉัน 
ตุ้บ!
  เสียงหัวเราะดังสนั่นห้อง  ไม่มีอะไรหรอก  แค่ฉันเผลอเหม่อมองนาฬิกาไปประเดี๊ยวเดียว   แล้วศอกลื่น ทำให้หน้าผากกระทบโต๊ะอย่างแรง  =_= !
“มุกดาวัลย์  ทำไมวิชาของอาจารย์ดูเธอไม่ค่อยสนใจเรียนเลย”  อาจารย์เดินเข้ามาหาฉันที่โต๊ะ  ด้วยใบหน้าโมโหแกมห่วงใย
“หนูไม่ค่อยชอบวิชาประวัติศาสตร์น่ะค่ะ”  ฉันตอบ  ด้วยใบหน้าเศร้า  พร้อมแววตาปิ๊งๆ  ให้กับอาจารย์ทันที  
“งั้นวันนี้  เธอไปหาอาจารย์ที่ห้องด้วย ”  อาจารย์สั่งแล้วเดินกลับไปหน้าชั้นเรียน
“วันนี้ อาจารย์ จะใจดีเป็นพิเศษละกัน  วันนี้จะให้ดูสารคดี”  อาจารย์มองมาที่ฉัน  ทุกคนเริ่มตั้งใจฟัง  แต่ฉันขนลุกชอบกล O_O
“เรื่องวัฒนธรรมจีนโบราณ”  ทุกคนฮือฮาเมื่ออาจารย์พูดจบ  มีแต่ฉัน  ที่อยากจะถอดวิญญาณออกจากห้องนี้  -_-*
      เสียงผู้พากย์ในสารคดีดังเจื้อยแจ้ว    ภาพในโทรทัศน์เริ่มแสดงถึงวัฒนธรรมประเพณีของจีน   วิถีความเป็นอยู่   ฯลฯ 
ติ๊ง  ติง  ติ้ง ติ่ง ติ่ง ติง ติ๊ง ติ่ง
“เย้ๆๆๆๆๆๆๆ”  ทุกคนหันมามองหน้าฉัน  นี่ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย  o_o
“มุกดาวัลย์”  อาจารย์มองฉันด้วยแววตาโมโหแบบรุนแรงมาก  
“ค่า”  ฉันวิ่งไปหาอาจารย์แบบเร็วรี่
“อาจารย์อยากรู้ว่าทำไมเธอถึงชอบเหม่อ”  อาจารย์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้
“คือว่า..วันนี้หนูไม่ค่อยสบายค่ะ  เลยเหม่อไปนิด”  นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันโกหก   สาบาน!  ครั้งแรกจริงๆ  T T
“หนูสัญญาว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกค่ะ  อาจารย์อย่าให้เกรด F หนูเลยนะคะ นะคะ อาจารย์สุดสวย”  ฉันส่งแววตาออดอ้อนให้อาจารย์สิเรียม  ที่ตอนนี้นั่งฟังฉันโม้อยู่ 
“ได้ อาจารย์ตกลง”  อาจารย์สิเรียม  เป็นอย่างนี้ทุกที  แค่ชมนิดเดียว เดี๊ยว เกรด A ก็ลอยมาใส่สมุดพกฉันแล้ว
ฉันเดินออกมาจากห้องได้สักพัก   ก็มาเจอกับคุณพี่สุดที่เลิฟของฉันแล้ว  ^ ^
“พี่หยกจ๊า”  ฉันวิ่งเข้าไปกอดพี่สาวที่ยืนทำหน้านิ่ง  อยู่ข้างรถ BMW สีขาวคันหรู  ของขวัญวันเกิดชิ้นสุดท้าย ที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้  ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุกับท่านทั้งสอง  จนถึงขั้นเสียชีวิต
“กลับบ้านกันดีกว่า”  พี่หยกเดินไปเปิดประตูขึ้นฝั่งคนขับ  ส่วนฉัน ก็นั่งดูทัศนียภาพเมืองตลอดทางกลับบ้านเหมือนเดิม
“นั่นใครน่ะ”  พี่หยกทำหน้าตกใจเมื่อมาถึงหน้าบ้าน
“คนชรา”  ฉันรีบวิ่งลงจากรถทันทีที่พี่หยกหยุดรถ   หญิงชราใส่ชุดจีนโบราณ  นอนหายใจรวยรินอยู่ริมรั้วหน้าบ้าน
“เป็นอะไรรึเปล่าคะ”  พี่หยกถามหญิงชราอย่างรีบร้อน    แต่หญิงชรากลับยื่นถุงกำมะหยี่สองถุงให้แทน
“ฟ้าลิขิตเจ้า   ให้เป็นผู้กอบกู้โลก  เจ้าจะเป็นผู้ช่วยมนุษย์โลกให้พ้นภัย”  หญิงชราบีบมือฉันแน่น
“ในถุงคืออะไรคะ”  ฉันถามด้วยความสงสัย   คำว่ากอบกู้โลก!  คุณยายจะให้หนูเป็นซูเปอร์แมนหรอคะ  =_=
“หยกสุริยา  มุกสุริยัน”  หญิงชราเริ่มหายใจถี่ขึ้น
“จงเปิดมันเมื่อถึงเวลา*ยามสาม”  ฉันกับพี่หยกต้องผละออกจากคุณยายทันที   เพราะอยู่ๆ ลมก็พัดมาอย่างแรงพร้อมกลีบดอกไม้สีแดงสด  ฝุ่นผงปลิวว่อน  ร่างของหญิงชราหายไปทันที
“พี่หยกเห็นเหมือนที่มุกเห็นป้ะ”   ฉันสะกิดแขนพี่หยก   ตอนนี้เราสองคนรู้สึกเหมือนบรรยากาศรอบตัว หนาว เย็น  ขนลุก ขวัญหนีไปหมดแล้ว  O_O
“เห็น”  พี่หยกพูดแล้วเดินกลับไปที่รถ   ส่วนฉันเดินไปเปิดประตูรั้ว   นี่ถ้าฉันสวมสร้อยพระอยู่  ฉันคงสวดมนตร์ไปสิบจบแล้ว  -o-
“พี่ว่าเมื่อตะกี๊เกิดอะไรขึ้น”  ฉันเดินเข้าไปหาพี่สาวของฉัน  ที่กำลังลงจากรถ   พี่ฉันถือถุงกำมะหยี่แน่น  แล้วรีบวิ่งเข้าบ้าน
“พี่หยก”  ฉันรีบวิ่งตามเข้าไป   แต่แล้วก็ต้องเบรกล้อตาย
“กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ   ผีหลอก”
นั่นแหละพี่ฉัน -_-*   ฉันเดินเข้าไปนั่งบนโซฟา  แต่พี่ฉันยังคงพนมมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วสารทิศ
“หายกลัวรึยัง”   ฉันบ่น  ไม่มีอะไรหรอก  ตอนนี้หิวแสบไส้แล้ว  =_=
“ทำไมต้องเจอเรื่องแบบนี้ด้วยเนี่ย”  พี่หยกยังไม่วายบ่น   นี่ฉันเป็นน้องสาวนะ พี่ต้องปกป้องฉันสิ  *_*
“ต้มบะหมี่ให้หน่อยสิ  เดี๊ยวมุกไปอาบน้ำก่อน”  ฉันวิ่งไปทันที  ก่อนจะเดินมูนวอล์กกลับที่เก่า
“เร็วๆนะ หิ๊วหิว”  ตอนนี้ฉันกำลังวิ่งร้อยคูณร้อยเมตรไปที่ห้องน้ำ   ต้องรีบอาบ  น่ากลัวแฮะ O_O “
“ไอ้มุกนะไอ้มุก”  พี่สาวของฉันยังบ่นกระปอดกระแปด   แต่ฉันไม่แคร์  คริ คริ   ^ ^
“ไอ้ยามสามคืออะไรน้า”  ฉันยังนึกไม่ออก  ได้แต่บ่นกับตัวเอง   จริงสิ  ฉัน..ฉัน..ฉันมีกูเกิลนี่นา  อ๊ายยยย  ><
ติ๊ดๆๆ  เสียงแห่งสวรรค์ดังมา  ขณะที่ฉันกำลังกดโทรศัพท์   แบตหมด  =_=  นี่มันอะไรก๊านนนนน   T T
แต่เดี๊ยวก่อน   บทเรียนวันนี้  ฉันก็ยังฟังบ้างนะ  .......  เที่ยงคืน...ใช่แล้ว..มันคือเที่ยงคืน  ทำไมฉันฉลาดอย่างนี้นะ  ^ ^
(อ้วกได้ตามใจชอบ/ไรเตอร์)
“พี่หยกๆๆๆๆๆๆ”  ฉันรีบวิ่งออกมาจากห้อง  หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวสวยเช้ง   ปรกติฉันก็สวยอยู่แล้ว   
(อ้วกอีกได้/ไรเตอร์)
“อะไร  อ้อ! เสร็จพอดี  มาทานบะหมี่ได้แล้ว”  พี่หยก ยกถ้วยบะหมี่มาวางบนโต๊ะอาหาร  ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้  ฝั่งตรงข้าม
“ยามสามคืออะไรหรือพี่หยก”  ฉันแกล้งถาม  คนอย่างพี่ฉันไม่รู้เรื่องพวกนี้หรอก
“เที่ยงคืนไง”
“ไม่นะ  พี่หยกรู้ได้ยังไง”  ฉันท้วงขึ้น  นะ..นี่พี่ฉันรู้เรื่องนี้ได้ยังไง   o_o
“พี่รู้ละกัน”  พี่หยกยิ้ม   หลังจากนั้นการทานบะหมี่ ก็เป็นไปอย่างเงียบเชียบ คล้ายป่าช้าวัดดอนอะไรประมาณนั้น
“ล้างถ้วยด้วย”  พี่หยกยิ้ม   แล้วเดินออกไป  แบบ..แบบว่า  ฉันต้องล้างถ้วย   ก็ได้ค่ะ  ฉันเป็นแม่ศรีเรือน (อ้วกแล้วอ้วกอีก)
“ฟู่”  ฉันถอนหายใจ  ฉันเพิ่งจะล้างถ้วยเสร็จไปหมาดๆ   ตอนนี้เวลาสามทุ่มแล้ว   จะมีอะไรเกิดขึ้นน้า
“อีกกี่ชั่วโมงน้า”  พี่หยกเดินเข้ามา   แต่งตัวสวยเลิศ  แต่ยังไงก็แพ้ฉัน  อิอิ
“สองชั่วโมง”  ฉันตอบแบบเบื่อหน่าย   ถ้ายายคนนั้นโกหกขึ้นมาล่ะ   ถ้ามันเป็นยาบ้าขึ้นมาล่ะ  ถ้ามันทำให้ฉันตายล่ะ !
“ทำไมทำหน้างั้นอ้ะ”  ฉันถามพี่หยก  ที่ตอนนี้นั่งหน้าบอกบุญไม่รับอยู่บนโซฟา   
“ง่วงนอนน่ะสิ”  ฉันคิดอะไรออกแล้ว
“ดูละครสิ”  ฉันเปิดโทรทัศน์  ตอนนี้ขุนศึกกำลังเล่น  ตอนจบซะด้วย  ว้าวๆๆๆๆๆ   ^ ^
“อืม ก็ได้”   ดูไปซักพักใหญ่ๆ นาฬิกาในบ้านก็ดังขึ้น   เสียงฝนเทกระหน่ำอย่างแปลกประหลาด
“เปิดเลย ยามสามแล้ว”  ฉันกระโดดโลดเต้น  ตอนนี้รายการวาไรตี้บันเทิงกำลังเล่น   มีความสุขจังเล้ย  =_=
“เปิดละนะ”  ฉันกับพี่หยกเปิดถุงคนละถุง   พี่หยกหยิบสิ่งนั้นออกมา  หยกสีฟ้าน้ำทะเลส่องแสงระยิบระยับ  มันมีครึ่งเดี่ยว  รูปครึ่งวงกลมนั้นแสดงรอยหักอย่างชัดเจน    ฉันหยิบออกมา  สิ่งนั้นเป็นหินสีขาวบริสุทธิ์  ซึ่งดูๆไปแล้วมันคือมุก!
“สวยจัง”  ฉันลูบมุกครึ่งวงกลมชิ้นนี้ไปมา  แสงสะท้อนวิบวับสวยพริ้งกับแสงไฟ
“มันมีแค่ครึ่งเดียวหรอ”  ถามยังไม่ทันจบฟ้าก็ผ่าลงมา    ตอนนี้ไฟดับ  บรรยากาศรอบตัวเงียบเชียบ  ยิ่งกว่าป่าช้าอีก  o_o
“พวกเจ้าคือผู้ถูกเลือก   พวกเจ้าคือผู้ถูกกำหนด”   เสียงของบุรุษหนึ่งดังขึ้น   ควันสีม่วงลอยคละคลุ้ง   
“ถูกเลือก..ถูกเลือกอะไรฮะ”  ฉันถามตะกุกตะกัก  ใจเต้นระส่ำระส่าย  ความกลัวปรอทแตกได้แล้ว
“หยกสุริยา  มุกสุริยัน  จะชี้หนทางแก่เจ้า  ต่อจากนี้  ข้าหมดหน้าที่แล้ว  ลาก่อน”  จากนั้นพี่หยกก็ทรุดลงไปกองกับพื้น  ฉันเริ่มเกิดอาการมึนเมา  ง่วงโงนเงน  ในที่สุด  ประสาทสัมผัสทั้งหมดก็จบสิ้นลง............
Top  1 :  “คำว่ากอบกู้โลก!  คุณยายจะให้หนูเป็นซูเปอร์แมนหรอคะ”

 

บทที่ 1Midnight

ติ๊ง ติง ติ้ง ติ่ง  ติ่ง ติง ติ๊ง ติ่ง  !

เสียงออดอำมหิตดังขึ้น   แสดงถึงเวลาเปลี่ยนชั่วโมงเรียน   นักศึกษาหลายคนเริ่มตั้งวงเม้าท์กันสนั่น   อาจจะเป็นเสียงสวรรค์สำหรับใครบางคน   แต่สำหรับฉันแล้ว   มันคือเสียงนรกชัดๆ  - _ - 

 “มุก  เธอว่าวันนี้อาจารย์จะไปขุดคุ้ยประวัติศาสตร์อะไรมาอีกกันนะ”  ลิเดียเพื่อนสุดที่รักของฉันพูดขึ้น   ด้วยใบหน้าเซ็งสุดขีด  =_= *   

“ฉันจะไปรู้ได้ยังไงกัน  ฉันก็นั่งอยู่กับเธอทุกวินาทีเนี่ย”  ฉันพูดอย่างเบื่อหน่าย  การเรียนประวัติศาสตร์เป็นเรื่องที่น่าเบื่ออย่างมาก  ย้ำ มากของมากที่สุด  สำหรับฉันคนเดียวนะ  (แล้วแกจะเลือกเรียนคณะโบราณคดีทำไม/ไรเตอร์)   

“อาจารย์มาแล้ว”  เสียงนกรู้ประจำห้องตะโกนบอกเหล่านักศึกษาทั้งหลาย   ที่ตอนนี้มานั่งประจำที่พร้อมเรียนอย่างมากฉันได้แต่นั่งมองนาฬิกาแขวนผนังอย่างใจจดใจจ่อ   อีกตั้งห้าสิบเก้านาที   T_T 

“นักศึกษา....เคารพ”  เสียงลิเดีย เพื่อนสนิทของฉันพูดขึ้น  ลิเดียทั้งเก่งทั้งฉลาด  ไม่รู้ว่าจะมาคบฉันเป็นเพื่อนทำไม  -_- 

“วันนี้ อาจารย์จะพาพวกเธอมาศึกษาประวัติศาสตร์จีน เทอมนี้ เป็นเทอมสุดท้าย ที่พวกเราจะเห็นหน้ากัน  ดังนั้น ตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด”  อาจารย์สิเรียม  ที่ขึ้นชื่อว่า เนียบที่สุด ในเรื่องกฎระเบียบ ของมหาวิทยาลัยยูบีเอพูดขึ้น

“นางสาวกรรณิการ์”

“มาค่า”

“นางสาวพัชรี”

“มาค่า”

“นายปฏิพล”

“มาคร้าบ”

“นายกิตติ”

“มาคร้าบ”

“นางสาวมุกดาวัลย์”

“..................”

“มุกดาวัลย์อยู่ไหน”  เสียงอาจารย์เริ่มขุ่น

“ไอ้มุก”  ลิเดียสะกิดฉัน ตุ้บ!  เสียงหัวเราะดังสนั่นห้อง  ไม่มีอะไรหรอก  แค่ฉันเผลอเหม่อมองนาฬิกาไปประเดี๊ยวเดียว   แล้วศอกลื่น ทำให้หน้าผากกระทบโต๊ะอย่างแรง  =_=

“มุกดาวัลย์  ทำไมวิชาของอาจารย์ดูเธอไม่ค่อยสนใจเรียนเลย”  อาจารย์เดินเข้ามาหาฉันที่โต๊ะ  ด้วยใบหน้าโมโหแกมห่วงใย

“หนูไม่ค่อยชอบวิชาประวัติศาสตร์น่ะค่ะ”  ฉันตอบ  ด้วยใบหน้าเศร้า  พร้อมแววตาปิ๊งๆ  ให้กับอาจารย์ทันที  

“งั้นวันนี้  เธอไปหาอาจารย์ที่ห้องด้วย ”  อาจารย์สั่งแล้วเดินกลับไปหน้าชั้นเรียน

“วันนี้ อาจารย์ จะใจดีเป็นพิเศษละกัน  วันนี้จะให้ดูสารคดี”  อาจารย์มองมาที่ฉัน  ทุกคนเริ่มตั้งใจฟัง  แต่ฉันขนลุกชอบกล O_O

“เรื่องวัฒนธรรมจีนโบราณ”  ทุกคนฮือฮาเมื่ออาจารย์พูดจบ  มีแต่ฉัน  ที่อยากจะถอดวิญญาณออกจากห้องนี้  -_-*     

  เสียงผู้พากย์ในสารคดีดังเจื้อยแจ้ว    ภาพในโทรทัศน์เริ่มแสดงถึงวัฒนธรรมประเพณีของจีน   วิถีความเป็นอยู่   ฯลฯ 

 

ติ๊ง  ติง  ติ้ง ติ่ง ติ่ง ติง ติ๊ง ติ่ง

“เย้ๆๆๆๆๆๆๆ”  ทุกคนหันมามองหน้าฉัน  นี่ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย  o_o

“มุกดาวัลย์”  อาจารย์มองฉันด้วยแววตาโมโหแบบรุนแรงมาก

 “ค่า”  ฉันวิ่งไปหาอาจารย์แบบเร็วรี่

“อาจารย์อยากรู้ว่าทำไมเธอถึงชอบเหม่อ”  อาจารย์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้

“คือว่า..วันนี้หนูไม่ค่อยสบายค่ะ  เลยเหม่อไปนิด”  นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันโกหก   สาบาน!  ครั้งแรกจริงๆ  T T

“หนูสัญญาว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกค่ะ  อาจารย์อย่าให้เกรด F หนูเลยนะคะ นะคะ อาจารย์สุดสวย”  ฉันส่งแววตาออดอ้อนให้อาจารย์สิเรียม  ที่ตอนนี้นั่งฟังฉันโม้อยู่ 

“ได้ อาจารย์ตกลง”  อาจารย์สิเรียม  เป็นอย่างนี้ทุกที  แค่ชมนิดเดียว เดี๊ยว เกรด A ก็ลอยมาใส่สมุดพกฉันแล้ว

 

  ฉันเดินออกมาจากห้องได้สักพัก   ก็มาเจอกับคุณพี่สุดที่เลิฟของฉันแล้ว  ^ ^

“พี่หยกจ๊า”  ฉันวิ่งเข้าไปกอดพี่สาวที่ยืนทำหน้านิ่ง  อยู่ข้างรถ BMW สีขาวคันหรู  ของขวัญวันเกิดชิ้นสุดท้าย ที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้  ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุกับท่านทั้งสอง  จนถึงขั้นเสียชีวิต

“กลับบ้านกันดีกว่า”  พี่หยกเดินไปเปิดประตูขึ้นฝั่งคนขับ  ส่วนฉัน ก็นั่งดูทัศนียภาพเมืองตลอดทางกลับบ้านเหมือนเดิม

“นั่นใครน่ะ”  พี่หยกทำหน้าตกใจเมื่อมาถึงหน้าบ้าน

“คนชรา”  ฉันรีบวิ่งลงจากรถทันทีที่พี่หยกหยุดรถ   หญิงชราใส่ชุดจีนโบราณ  นอนหายใจรวยรินอยู่ริมรั้วหน้าบ้าน

“เป็นอะไรรึเปล่าคะ”  พี่หยกถามหญิงชราอย่างรีบร้อน    แต่หญิงชรากลับยื่นถุงกำมะหยี่สองถุงให้แทน

“ฟ้าลิขิตเจ้า   ให้เป็นผู้กอบกู้โลก  เจ้าจะเป็นผู้ช่วยมนุษย์โลกให้พ้นภัย”  หญิงชราบีบมือฉันแน่น

“ในถุงคืออะไรคะ”  ฉันถามด้วยความสงสัย   คำว่ากอบกู้โลก!  คุณยายจะให้หนูเป็นซูเปอร์แมนหรอคะ  =_=

“หยกสุริยา  มุกสุริยัน”  หญิงชราเริ่มหายใจถี่ขึ้น

“จงเปิดมันเมื่อถึงเวลา*ยามสาม”  ฉันกับพี่หยกต้องผละออกจากคุณยายทันที   เพราะอยู่ๆ ลมก็พัดมาอย่างแรงพร้อมกลีบดอกไม้สีแดงสด  ฝุ่นผงปลิวว่อน  ร่างของหญิงชราหายไปทันที

 “พี่หยกเห็นเหมือนที่มุกเห็นป้ะ”   ฉันสะกิดแขนพี่หยก   ตอนนี้เราสองคนรู้สึกเหมือนบรรยากาศรอบตัว หนาว เย็น  ขนลุก ขวัญหนีไปหมดแล้ว  O_O

“เห็น”  พี่หยกพูดแล้วเดินกลับไปที่รถ   ส่วนฉันเดินไปเปิดประตูรั้ว   นี่ถ้าฉันสวมสร้อยพระอยู่  ฉันคงสวดมนตร์ไปสิบจบแล้ว  -o-

“พี่ว่าเมื่อตะกี๊เกิดอะไรขึ้น”  ฉันเดินเข้าไปหาพี่สาวของฉัน  ที่กำลังลงจากรถ   พี่ฉันถือถุงกำมะหยี่แน่น  แล้วรีบวิ่งเข้าบ้าน

“พี่หยก”  ฉันรีบวิ่งตามเข้าไป   แต่แล้วก็ต้องเบรกล้อตาย

“กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ   ผีหลอก” นั่นแหละพี่ฉัน -_-*   ฉันเดินเข้าไปนั่งบนโซฟา  แต่พี่ฉันยังคงพนมมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วสารทิศ

“หายกลัวรึยัง”   ฉันบ่น  ไม่มีอะไรหรอก  ตอนนี้หิวแสบไส้แล้ว  =_=

“ทำไมต้องเจอเรื่องแบบนี้ด้วยเนี่ย”  พี่หยกยังไม่วายบ่น   นี่ฉันเป็นน้องสาวนะ พี่ต้องปกป้องฉันสิ  *_*

“ต้มบะหมี่ให้หน่อยสิ  เดี๊ยวมุกไปอาบน้ำก่อน”  ฉันวิ่งไปทันที  ก่อนจะเดินมูนวอล์กกลับที่เก่า

“เร็วๆนะ หิ๊วหิว”  ตอนนี้ฉันกำลังวิ่งร้อยคูณร้อยเมตรไปที่ห้องน้ำ   ต้องรีบอาบ  น่ากลัวแฮะ O_O

“ไอ้มุกนะไอ้มุก”  พี่สาวของฉันยังบ่นกระปอดกระแปด   แต่ฉันไม่แคร์  คริ คริ   ^ ^
 

“ไอ้ยามสามคืออะไรน้า”  ฉันยังนึกไม่ออก  ได้แต่บ่นกับตัวเอง   จริงสิ  

ฉัน..ฉัน..ฉันมีกูเกิลนี่นา  อ๊ายยยย  ><ติ๊ดๆๆ  เสียงแห่งสวรรค์ดังมา  ขณะที่ฉันกำลังกดโทรศัพท์   แบตหมด  =_=  นี่มันอะไรก๊านนนนน   T Tแต่เดี๊ยวก่อน   บทเรียนวันนี้  ฉันก็ยังฟังบ้างนะ  .......  เที่ยงคืน...ใช่แล้ว..มันคือเที่ยงคืน  ทำไมฉันฉลาดอย่างนี้นะ(อ้วกได้ตามใจชอบ/ไรเตอร์)

“พี่หยกๆๆๆๆๆๆ”  ฉันรีบวิ่งออกมาจากห้อง  หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวสวยเช้ง   ปรกติฉันก็สวยอยู่แล้ว   (อ้วกอีกได้/ไรเตอร์)

“อะไร  อ้อ! เสร็จพอดี  มาทานบะหมี่ได้แล้ว”  พี่หยก ยกถ้วยบะหมี่มาวางบนโต๊ะอาหาร  ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้  ฝั่งตรงข้าม

“ยามสามคืออะไรหรือพี่หยก”  ฉันแกล้งถาม  คนอย่างพี่ฉันไม่รู้เรื่องพวกนี้หรอก

“เที่ยงคืนไง”

“ไม่นะ  พี่หยกรู้ได้ยังไง”  ฉันท้วงขึ้น  นะ..นี่พี่ฉันรู้เรื่องนี้ได้ยังไง   o_o

“พี่รู้ละกัน”  พี่หยกยิ้ม   หลังจากนั้นการทานบะหมี่ ก็เป็นไปอย่างเงียบเชียบ คล้ายป่าช้าวัดดอนอะไรประมาณนั้น

“ล้างถ้วยด้วย”  พี่หยกยิ้ม   แล้วเดินออกไป  แบบ..แบบว่า  ฉันต้องล้างถ้วย   ก็ได้ค่ะ  ฉันเป็นแม่ศรีเรือน (อ้วกแล้วอ้วกอีก)

“ฟู่”  ฉันถอนหายใจ  ฉันเพิ่งจะล้างถ้วยเสร็จไปหมาดๆ   ตอนนี้เวลาสามทุ่มแล้ว   จะมีอะไรเกิดขึ้นน้า

“อีกกี่ชั่วโมงน้า”  พี่หยกเดินเข้ามา   แต่งตัวสวยเลิศ  แต่ยังไงก็แพ้ฉัน  อิอิ

“สองชั่วโมง”  ฉันตอบแบบเบื่อหน่าย   ถ้ายายคนนั้นโกหกขึ้นมาล่ะ   ถ้ามันเป็นยาบ้าขึ้นมาล่ะ  ถ้ามันทำให้ฉันตายล่ะ !

“ทำไมทำหน้างั้นอ้ะ”  ฉันถามพี่หยก  ที่ตอนนี้นั่งหน้าบอกบุญไม่รับอยู่บนโซฟา   

“ง่วงนอนน่ะสิ”  ฉันคิดอะไรออกแล้ว

“ดูละครสิ”  ฉันเปิดโทรทัศน์  ตอนนี้ขุนศึกกำลังเล่น  ตอนจบซะด้วย  ว้าวๆๆๆๆๆ   ^ ^

“อืม ก็ได้”   ดูไปซักพักใหญ่ๆ นาฬิกาในบ้านก็ดังขึ้น   เสียงฝนเทกระหน่ำอย่างแปลกประหลาด

“เปิดเลย ยามสามแล้ว”  ฉันกระโดดโลดเต้น  ตอนนี้รายการวาไรตี้บันเทิงกำลังเล่น   มีความสุขจังเล้ย  =_=

“เปิดละนะ”  ฉันกับพี่หยกเปิดถุงคนละถุง   พี่หยกหยิบสิ่งนั้นออกมา  

 

หยกสีฟ้าน้ำทะเลส่องแสงระยิบระยับ  มันมีครึ่งเดี่ยว  รูปครึ่งวงกลมนั้นแสดงรอยหักอย่างชัดเจน    ฉันหยิบออกมา  สิ่งนั้นเป็นหินสีขาวบริสุทธิ์  ซึ่งดูๆไปแล้วมันคือมุก!

“สวยจัง”  ฉันลูบมุกครึ่งวงกลมชิ้นนี้ไปมา  แสงสะท้อนวิบวับสวยพริ้งกับแสงไฟ

“มันมีแค่ครึ่งเดียวหรอ”  ถามยังไม่ทันจบฟ้าก็ผ่าลงมา    ตอนนี้ไฟดับ  บรรยากาศรอบตัวเงียบเชียบ  ยิ่งกว่าป่าช้าอีก  o_o

“พวกเจ้าคือผู้ถูกเลือก   พวกเจ้าคือผู้ถูกกำหนด”   เสียงของบุรุษหนึ่งดังขึ้น   ควันสีม่วงลอยคละคลุ้ง   

“ถูกเลือก..ถูกเลือกอะไรฮะ”  ฉันถามตะกุกตะกัก  ใจเต้นระส่ำระส่าย  ความกลัวปรอทแตกได้แล้ว

“หยกสุริยา  มุกสุริยัน  จะชี้หนทางแก่เจ้า  ต่อจากนี้  ข้าหมดหน้าที่แล้ว  ลาก่อน”  จากนั้นพี่หยกก็ทรุดลงไปกองกับพื้น

 ฉันเริ่มเกิดอาการมึนเมา  ง่วงโงนเงน  ในที่สุด  ประสาทสัมผัสทั้งหมดก็จบสิ้นลง....

 

Top  1 :  “คำว่ากอบกู้โลก!  คุณยายจะให้หนูเป็นซูเปอร์แมนหรอคะ”

 

•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

4
โหวต 4 /10 คะแนน
จากสมาชิก 1 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

4 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

4 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

4 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...