น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

สาระความรู้ : กำลังใจ..ที่คุณไม่ควรลืม....จากพี่ถึงน้อง..

อ่าน 2,102
วิจารณ์ 1
หมวด:
จำนวน:
1 ตอนเดียวจบ (จบบริบูรณ์)
แต่งเมื่อ:
วันที่ 25 ก.ย. 2553 15:39 น.
ผู้แต่ง jundee
ผู้ช่วยคนที่ 2 (369)
เด็กเข้าเรียน (104)
เด็กหัดอ่าน (212)
ดูคำวิจารณ์

ตอนเดียวจบ 1.

เขียนเมื่อ วันที่ 25 ก.ย. 2553 15:39 น.

             ค่ะวันนี้มีพี่อีกคนมาอ่านแล้วก็ยัง"ติด"ในเรื่องบางเรื่องอยู่

ผู้เขียนไม่อาจบอกให้แกเป็นสมาชิกได้เพราะลากแกมาอ่านเองและไม่ใช่ประเด็นหลักที่จะพูดถึงในหน้านี้

                แต่ที่ติด"ใจ"คือเหตุการณ์ในค่ำวันวานที่ 7-11สาขาที่เลขหลักพันหน้าตลาดโต้รุ่งของจังหวัดค่ะ  ผู้เขียนชอบดื่มกาแฟเย็นของ7-11เป็นพิเศษ  เพราะนอกจากอร่อยแล้วราคาพอสู้ไหว  และสามารถกดได้เองตามใจชอบด้วยสิคะ   ผู้เขียนไม่ได้จ้องเอาเปรียบ7-11แต่อย่างใด  แต่กดที  มันเกินปริมาณทุกทีค่ะ  ใส่น้ำแข็งน้อยๆแต่ไม่หกเลอะนะคะและเหมือนกับว่าเรากดได้ใจของตัวเองดีจัง  เลยติดค่ะ

            แต่เรื่องที่ผู้เขียนเจอมาเมื่อคืนก่อน  มันน่าคิดค่ะ  ..ลองนึกตามๆดูนะคะ  ว่า  หากเราเป็น"คนมาทำงานใหม่" ในที่ทำงาน และเรายังไม่รู้อะไรดีมากนักและเรา  เกิดผิดพลาดขึ้นมา  คำใหนคะ?  ที่จะทำให้เราสามารถ"คิด"  หรืออยาก"มุ่งมั่น" อยู่ทำงาน"ต่อไป"  หรือไม่ก็ลาออกไปให้รู้แล้วรู้รอด...

             นี่ไม่ใช่คำถามค่ะ...แต่เรามานึกถึงการทำงานเป็นทีม  เป็นองค์กรใหญ่ๆและเป็นเหมือนผู้ที่ลงเรือลำเดียวกันแล้วในช่วงเวลาหนึ่งและมี"โอกาส"ที่จะลงต่อไป หรือ  ทำต่อไปนานๆหรือจะเลิกทำไปเลยก็ได้หากมีโอกาสที่ดีๆมากกว่านี้  มากกว่าการประจำเคาร์เตอร์ร้านสะดวกซื้อเล็กๆที่มีเกือบทั่วโลก....

              ตอนเกือบสองทุ่ม  ผู้เขียนเดินเข้าไปใน7-11ที่ว่า จุดประสงค์คือกาแฟเย็นแก้วโต24บาท  แต่น้องผู้หญิงคนหนึ่งกำลัง

ทำความสะอาดโหลและเครื่องกดที่ขายกาแฟเย็นและโอวัลติน  ชา , และชานมเย็นอยู่  ผู้เขียนรอได้ค่ะ เลยเดินเลี่ยงไปหาหนังสืออ่านแถวๆโซนหนังสือที่มีบริการอยู่ในร้านเพราะรู้ว่าเดี๋ยวก็เรียบร้อย  อีกอย่างผู้เขียนไม่ได้รีบเร่งอะไร  เปิดดูหนังสือที่มีวางไว้บ้าง  ไส่ตะแกรงหมุนบ้างตามสะดวก  และแล้ว  เสียงดังเหมือนของตกแต่ไม่แตกดังขึ้น  แน่นอนว่าเรียกความสนใจให้กับทุกคนค่ะ  ยิ่งภายในร้านสะดวกซื้อแล้วยิ่งดังมากกว่าปกติ  เพราะทั้งกรุกระจก  คนน้อยแล้ว  เสียงเพลงที่เปิดคลอเบาๆนั้นอีก  ส่งให้เสียงนั้นดั่งว่า  ดังแปลก  และดังดึงความสนใจของทุกคน และดังเพิ่มสายตาให้มุ่งพุ่งความสนใจไปหาต้นตอแห่งเสียงนั้น  แต่ผู้เขียนแยกได้ค่ะ  ว่าเสียงนี้มาจากความสะเพร่านิดหน่อย  ไม่ใช่จากเสียงที่มีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้น  และลูกค้าในร้านก้อไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือหงุดหงิดอะไรเลย

           แต่เสียงที่ได้ยินตามมาสิคะ   มันช่างทำให้อารมณ์ที่แทนที่จะเงียบลงกลับกลายเป็น เรื่องที่ชวนสนใจไปได้ในทิศทางที่แสนโง่เง่า.... "โอ้ยๆๆนี่เท้อ...หนู...รู้มั้ยราคาเท่าไหร่..มัวดูอะไรอยู่หา...."น้ำเสียงกึ่งปนโมโหกึ่งดุกึ่งอะไรก็ไม่อาจรู้ได้  แต่คนฟังอย่างผู้เขียน  นึกอยากมองเห็นหน้าเจ้าของคำพูดค่ะ  เลยเหลือบตามองแวปหนึ่ง  ไปทางต้นเสียง   ที่หน้าเคาร์เตอร์คิดเงิน  มีคนอยู่ทั้งหมดสามคน  ดูๆแล้วก็รู้ว่าเก่งและทำงานมานานเพราะผู้เขียนมาซื้อทุกวันนี่คะเลยคุ้นหน้าคุ้นตาไปด้วย   ทำท่าระอาใจ  ส่ายหน้าเหมือนตัวเป็นเจ้าของและผู้รู้ทุกอย่าง...ทั้งสามคนส่งสายตาเชิงดูหมิ่น  มีบางคนแอบยิ้มมุมปากที่ใครมองก็รู้ว่าเป็นการยิ้มแบบถากถาง...

           ผู้เขียนไม่ใช่นางเอกที่แสนดีหรอกค่ะ  ..แต่เดินไปจุดที่ว่าเพราะเรารู้นี่ว่าเค้าทำอะไรหล่น  แค่ตัวกดที่เป็นสแตนเลสของตู้ขายเครื่องดื่มเท่านั้นเอง   แถมตอนเดินไปถึง  มีเด็กนักเรียนในเครื่องแบบของโรงเรียนประจำจังหวัดเป็นเด็กผู้ชายอ้วนๆ ที่คงมาทานข้าวกับครอบครัว  เพราะฝั่งตรงข้ามเป็นศูนย์อาหาร  กำลังส่งตัวกดให้น้อง"คนใหม่ของ7-11"อยู่ด้วย  เหมือนมันหล่นแล้วกระเด็นไปไกลกว่าเดิมค่ะ  ภาพต่างเลยนะคะที่นี้

           เด็กผู้ชายอายุไม่เกิน11ปีอ้วนๆ  ตัวเองยังกินสเลอปี้อยู่เลยแต่ช่วยพี่ผู้หญิงที่ทำงานใหม่และต้องไม่รู้จักกันมาก่อนแน่นอน  แต่ช่วยเก็บของส่งใส่มือให้  ในขณะที่สามคนที่ต่างเป็นผู้และเป็นคนเก่าที่รู้หน้าที่ดีกว่าใคร  กลับยืนทำตัวเป็น"เจ้านาย"  ยืนมองด้วยสายตาตำหนิและบ่นว่าน้อง"คนใหม่"ไม่เลิกลา  แถมพอตอนที่ผู้เขียนเดินไปใกล้  หนึ่งในสามยังเดินมาดูเครื่องและพูดว่า "นี่..เธอต้องรับผิดชอบนะ  อะไรอ่ะ  วางยังไงให้มันหล่น  เดี๋ยวเขียนรายละเอียดในใบรายงานด้วย" แล้วก้อเดินกลับไปอยู่ที่เคาร์เตอร์เหมือนเดิม จากที่เห็นนะคะ  ไม่มีอะไรเลยค่ะที่บุบสลาย  น้องคนนั้นหน้าซีดงกๆเงิ่นๆกว่าที่เธอควรจะเป็น  แถมมองผู้เขียนแบบหวาดๆ  เหมือนว่าเราจะไปดุด่าว่ากล่าวเขาเพิ่มอีก      ผู้เขียนเลยพูดกับน้องเขาว่า  "น้องคะ พี่ขอกาแฟนะ"ว่าพลางกดน้ำแข็งใส่แก้วขนาด24บาทยื่นส่งให้   แต่น้องเขาไม่กล้ารับค่ะ  มองหน้าผู้เขียนเหมือนจะบอกว่า  "หนูยังล้างเครื่องไม่เสร็จเลยพี่  และเพิ่งโดนด่าไป  นี่พี่ยังจะใช้ให้หนูขายกาแฟพี่อีกเหรอ?..ใจพี่ทำด้วยอะไร  อยากได้  ก้อรอก่อนสิ  หรือไม่พี่ก้อไปซื้อสาขาอื่นเลย.."  นี่คือสิ่งที่ผู้เขียนเห็นในสีหน้าน้องเขาค่ะ  น้องเขาเหมือนกลัวมาก  จนลำดับความอะไรไม่ได้เลย...

            ผู้เขียนถือวิสาสะใช้ปลายนิ้วมือทั้งห้าแตะที่ต้นแขนน้องเขา

พร้อมกับมองหน้าแล้วยิ้ม  "  เอาน่า...คิดมาก  ทุกอย่างแก้ไขได้น่า...พี่เห็นเหยือกกาแฟวางอยู่นะ   เอามาเทให้พี่เลยบัดเดี๋ยวนี้."  ค่ะผู้เขียนเล่นสำนวนไปให้เหมือนลิเก  ให้เหมือนหมอลำ..แล้วยิ้มกว้างๆเหมือนจะหัวเราะ  ได้ผลค่ะ  น้องเขาทั้งยิ้มทั้งหัวเราะ  และผู้เขียนรู้สึกว่าเธอแกร่งขึ้น  เลยทีเดียวในช่วงเวลานั้น   เธอนำแก้วกาแฟมาส่งให้ผู้เขียน  เรามองตากัน  และต่างยิ้มให้กันแบบไม่มีเงื่อนไข...แต่ที่แน่ๆ เรามีกำลังใจให้กันค่ะ  เป็นกำลังใจที่คนแปลกหน้ามอบให้กัน

            ทั้งที่ๆควรจะเป็น"ลูกพี่"หรือ  "รุ่นพี่" หรือ "หัวหน้า"  ที่อยู่ในหน่วยงานเดียวกัน  มอบให้กันมากกว่า  หากคุณเคยเป็นรุ่นน้อง...และแน่นอนคุณต้องมีโอกาสเป็นรุ่นพี่  เป็นหัวหน้า  เป็นผู้มีอำนาจมากกว่าคนมาใหม่  คุณอยากเป็นเป็น"รุ่นพี่"แบบใหนคะ....แบบที่คนรุ่นหลังรักและชื่นชม ด้วยใจจริง หรือแบบที่เขาเฝ้านับวันให้คุณถูกไล่ออก  หรือเกษียญทุกเมื่อเชื่อวัน.

             

                                  *-------*

บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

0
โหวต 0 /10 คะแนน
จากสมาชิก 0 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

0 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

0 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...