นิยายฟิค/ฟิคชั่น : จำเลยรัก..ทาสหัวใจ

อ่าน 1,124
วิจารณ์ 25
แนว:
จำนวน:
4 ตอน
แต่งเมื่อ:
วันที่ 21 ม.ค. 2561 20:02 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง จูปีเต้อ
เริ่มเข้าขีดเขียน (20)
เด็กใหม่ (6)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 1. 01 : เกมส์นี้ฉันไม่ได้เริ่ม

เขียนเมื่อ วันที่ 21 ม.ค. 2561 20:32 น.

( แก้ไขเมื่อ วันที่ 23 ม.ค. 2561 20:35 น. โดย เจ้าของบทความ )

•»

 

 

 

 

 

01 : เกมส์นี้ฉันไม่ได้เริ่ม

 

 

 

 

 

เพราะเธอเป็นคนสร้างเกมส์นี้ขึ้นมาเอง ฉันแค่เป็นคนเล่นเกมส์ที่เธอสร้างก็เท่านั้น

 

 

 

 

 

เช้าวันอาทิตย์ที่สดใสกับหญิงสาวที่กำลังแต่งตัวอยู่ในห้องแต่งตัวของเธอ ก่อนจะย่างกายลงไปชั้นล่างของบ้าน วันนี้ฟางมีนัดกับเพื่อนๆของเธอที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เป็นเรื่องปกติของฟางไปแล้วพอถึงวันหยุดทีเธอและเพื่อนๆก็จะพากันไปช้อปปิ้งสังสรรค์กันอยู่ตลอด วันนี้ก็เช่นกัน..

 

 

 

“แม่คะ ฟางไปก่อนนะ” ไม่ว่าเปล่าเธอเข้าไปหอมแก้มแม่ผู้เป็นที่รักที่ตอนนี้กำลังนั่งทำงานในห้องทำงาน ฟางมักจะแสดงความรักด้วยท่าทีแบบนี้กับแม่ตลอด เป็นเรื่องปกติอย่างที่สองของเธอ

 

 


“แม่โอนเงินเข้าบัญชีลูกแล้วนะ ถ้าไม่พอก็บอกแม่ได้นะลูก” คำพูดของผู้เป็นแม่ทำให้ฟางพอใจพอสมควร ตั้งแต่เล็กจนโตพ่อและแม่ของเธอก็เลี้ยงเธอด้วยเงินมาโดยตลอด อะไรไม่ได้ดั่งใจเพียงแค่เธอบอก พวกท่านก็จะหาประเคนมาให้

 

 


ฟางไม่เคยพบเจอกับความลำบากสักครั้ง พ่อและแม่ของเธอไม่เคยให้เธอทำในสิ่งที่ลำบากเลย พวกเขาเลี้ยงดูอย่างทะนุถนอม แม้ว่าจะไม่ค่อยมีเวลาให้ก็ตาม บริษัทของครอบครัวฟางเปิดเป็นธุรกิจเครื่องประดับชื่อดัง รายได้ต่อปีก็เยอะพอตัวเลยล่ะ แต่ฟางไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับงานมากนัก เธอยังเรียนไม่จบและเธอเพียงแค่ผลาญเงินพ่อและแม่ไปวันๆเท่านั้นเอง

 

 


“ได้เลยค่ะ” ฟางหอมแก้มผู้เป็นแม่อีกครั้ง ก่อนจะเดินออกจากบ้าน วันนี้เธอไม่เอารถไปด้วยเพราะคืนนี้มีปาร์ตี้ดื่มหนักจึงให้คนขับรถที่บ้านขับไปส่งที่จุดหมาย

 

 

 

ว่าแต่..คนขับรถหายไปไหนกันหมด ทุกทีจะมีคนขับรถรออยู่หน้าบ้านเพื่อมาถามเธอว่า ‘วันนี้คุณหนูเอารถไปไหมครับ’ หรือ ‘วันนี้ให้ผมไปส่งรึเปล่าครับ’ แต่วันนี้กลับแปลกไม่มีใครโผล่หน้ามาสักคน มันชักจะเอาใหญ่แล้วนะ เดี๋ยวเธอจะไล่ออกให้หมดเลยคอยดู

 

 

 

“คุณหนูให้ผมไปส่งไหมครับ” เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหลังฟาง เธอรีบหันไปหาด้วยสีหน้าโกรธจัดพร้อมอาละวาดได้ทุกเมื่อ ชายหนุ่มข้างหน้าเธอยืนเอามือกุมกันไว้ข้างหน้ามองฟางที่เตรียมตัวอาละวาดอยู่ ก่อนจะหลุบตาต่ำลง

 

 

 

“คนขับรถหายไปไหนหมด นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว ฉันไปสายใครจะรับผิดชอบ อยากโดนฉันไล่ออกนักใช่ไหม”

 

 

 

“............”

 

 

 

“แล้วนายเป็นใคร หน้าตาไม่เหมือนคนขับรถของที่นี่เลย ฉันจะไว้ใจนายได้รึเปล่า แต่งตัวก็ไม่เรียบร้อย ไม่รู้กฎการทำงานของบ้านฉันรึไง”

 

 

 

“ขอโทษครับคุณหนู ผมพึ่งเข้ามาทำงานวันนี้วันแรก คุณหนูไปไหนเดี๋ยวผมจะพาไปครับ”

 

 

 

“รีบๆไปเอารถมา สายแล้วเห็นรึเปล่า เสียเวลาจริงๆเลย” ฟางพูดด้วยท่าทีหงุดหงิดชายหนุ่ม ยืนรอได้สักพักก็มีรถมาจอดเทียบเธอ ไม่รอช้ารีบเปิดประตูรถด้านหลังแล้วขึ้นไปทันที โดยที่เธอไม่รู้เลยว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้เห็นหน้าพ่อแม่ของเธอ

 

 

 

 

 

 

 

 


“นี่นายจะขับไปไหนน่ะ ทางนี้ไม่ใช่ทางที่ฉันจะไปนะ” ฟางเริ่มไม่คุ้นชินกับเส้นทางที่คนขับรถของเธอพามา แต่เขาเพียงแค่นั่งนิ่งไม่ได้สนใจในสิ่งที่ฟางพูด ฟางมองไปที่กระจกมองหลังก็เห็นสายตานั้นจ้องมองเธออยู่ “นายมองอะไร!”

 

 

 

“หึ..”

 

 

 

“ตอบฉันสิ นายจะพาฉันไปไหน!!”

 

 

 

“ถึงแล้วเธอก็จะรู้เองล่ะ” น้ำเสียงแน่นิ่งของเขาทำให้ฟางรู้สึกหวั่นใจแปลกๆ เขามองเธอมาตลอดทางตั้งแต่ขับออกมาจากบ้านจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่วางตาจนเธอเริ่มสงสัยขึ้นมา

 

 

 

“พาฉันไปที่ที่ฉันจะไปเดี๋ยวนี้นะ! จะพาฉันไปไหน ฉันจะไม่ไปกับนายเด็ดขาด!!”

 

 

 

“..........”

 

 

 

“นี่!!! พาฉันกลับเดี๋ยวนี้นะ พูดไม่ได้ยินรึไง หูหนวกหรอ ฉันบอกให้พาฉันกลับเดี๋ยวนี้!!!” ฟางเริ่มอาละวาดขึ้นทันที พร้อมยื่นหน้าไปหาชายหนุ่มที่ขับรถอยู่อย่างไม่รู้สึกอะไร ไม่มีท่าทีกับคำพูดของฟางสักนิด “นายอยากโดนฉันไล่ออกใช่ไหม ฉันพูดทำไมไม่ได้ยิน!!”

 

 

 

เอี๊ยด!!!!

 

 

 

จู่ๆชายหนุ่มก็เบรกรถกะทันหันทำให้ฟางเกือบหน้าทิ่ม เธอมองเขาที่จอดรถอย่างสงสัยว่าหมอนั่นจะทำอะไร เขาเดินลงจากรถแล้วเปิดประตูรถเบาะหลังฝั่งที่ฟางนั่ง

 

 

 

“จะทำอะไร!!!”

 

 

 

“เงียบสักทีเหอะน่า” ชายหนุ่มจิ๊ปากขัดใจ ก่อนจะจับแขนร่างบางแน่นให้ลงมาจากรถ แล้วไปนั่งทางเบาะหน้ากับเขา แต่เธอเอาแต่ดิ้นไปมาไม่ยอมเขาท่าเดียว เขาจึงออกแรงดึงมากกว่าเดิมจนเธอร้องออกมา

 

 

 

“โอ้ย! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ฉันเจ็บ”

 

 

 

“ขึ้นไป แล้วก็อยู่นิ่งๆด้วย อย่าพูดมาก ฉันรำคาญ” เขาพูดจบก็ยัดฟางเข้าไปในรถพร้อมคาดเข็มขัดให้เธอ ก่อนจะเดินอ้อมมาฝั่งคนขับเพื่อขับรถไปต่อ ฟางมองเขาอย่างโกรธจัด นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน เขาจะพาเธอไปไหนกันแน่

 

 

 

“นายจะพาฉันไปไหน ฉันไม่ไปกับนายหรอกนะ ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้!!”

 

 

 

“.......”

 

 

 

“นายต้องการอะไร เงินหรอ เดี๋ยวฉันโอนให้ก็ได้ ปล่อยฉันลงไปเถอะนะ”

 

 

 

“.......”

 

 

 

“ฉันพูดไม่ได้ยินรึไง!!!” ฟางที่นั่งพูดอยู่ไม่ทันไร ชายคนนั้นก็จอดรถอีกครั้งก่อนจะข้ามไปอยู่ฝั่งฟาง เขาขึ้นคร่อมฟางพร้อมกดเบาะลง “น..นายจะทำอะไร อย่าทำ..อื้อ!” ชายคนนั้นรวบแขนฟางขึ้นข้างบนพร้อมจูบคนตรงหน้า ริมฝีปากของเขาเข้าไปบดเบียดปากของคนตัวเล็ก ลิ้นหนาหาทางเข้าไปในโพรงปากของฟาง

 

 

 

ฟางปิดปากแน่นพร้อมดิ้นไปมาไม่ให้ลิ้นหนาของเขาเข้ามาบดเบียดโพรงปากของเธอ แต่เขาไม่ยอมแพ้ใช้มืออีกข้างบีบปากฟางพร้อมสอดลิ้นเข้าชกชิมลิ้นอีกคนอย่างไม่มีหยุด ริมฝีปากเขาขบเม้มปากของอีกคนจนแดงเจ่อโดยไร้การจูบตอบเขา เป็นจูบที่ไม่ได้เรื่องเลยสักนิด แต่เขาก็พอเข้าใจเพราะนี่คงเป็นจูบแรกของคนตัวเล็กตรงหน้า

 

 

 

“........”

 

 

 

“อยู่นิ่งๆ ถ้าเธอไม่อยากโดนแบบเมื่อกี้” ฟางเม้มปากเป็นเส้นตรง เขามองเธอนิดนึงแล้วย้ายไปนั่งฝั่งคนขับตามเดิม เขากดเบาะขึ้นให้ฟางก่อนจะขับรถออกไปต่อ ฟางนิ่งเงียบไม่พูดอะไรต่อจากนั้นพร้อมหันหน้าไปมองวิวข้างทาง

 

 

 

ขับรถอยู่ราวๆชั่วโมงกว่าก็ถึงที่หมาย เป็นท่าเรือที่มีเรือจอดอยู่เทียบท่าเต็มไปหมด เขาดึงแขนเธอให้เดินมาด้วยกัน คนตัวเล็กที่เงียบอยู่นานก็พูดขึ้นมา “นายจะพาฉันไปไหน”

 

 

 

“บอกแล้วไงถึงแล้วเธอจะรู้เอง” เขาพาฟางเดินมาที่เรือเจ็ทลำหนึ่ง ก่อนจะเดินขึ้นไปบนเรือนั้นโดยไม่ลืมคนตัวเล็กที่พามาด้วย เขาดึงเธอให้ลงเรือไป ก่อนจะทำหน้าที่ขับเรือออกจากท่าเรือทันที

 

 

 

ที่ที่เขาจะไปนั่นก็คือ ‘เกาะไข่มุก’ เป็นเกาะขนาดใหญ่ถูกดูแลโดยป๊อปปี้และโทโมะพี่ชายของเขา ป๊อปปี้จะดูแลบริษัทเครื่องประดับ ส่วนโทโมะจะดูแลในส่วนของรีสอร์ทและโรงแรม ถ้าพูดถึงมรดกและเงินทองของพวกเขาบอกเลยว่ามีมากมายมหาศาลเพราะรายได้เฉลี่ยแต่ละปีก็ราวๆหลายหมื่นล้านได้ พวกเขาต่างก็เป็นคนเก่งด้วยกันทั้งคู่ที่สามารถบริหารประสานงานกันได้ดี โดยเฉพาะป๊อปปี้ที่เก่งกาจและฉลาดเป็นอย่างมาก แก้ไขสถานการณ์เก่งและทันเวลาเสมอ

 

 

 

“นายจอดเรือเดี๋ยวนี้เลยนะ พาฉันกลับบ้านเดี๋ยวนี้นะ ไอ้บ้า” ฟางยืนกำมือแน่นมองป๊อปปี้ที่กำลังขับเรืออยู่ไม่สนใจเธอเลยสักนิดเดียว ฟางจึงทุบแขนเขาไปทีนึงก่อนที่เขาจะหันมาด้วยสีหน้าเรียบเฉยและเย็นชา ฟางขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะเอ่ยอย่างช้าๆ “พา ฉัน กลับ บ้าน เดี๋ยว นี้!”

 

 

 

“ไม่มีทาง”

 

 

 

“หมายความว่าไง”

 

 

 

“เธอจะไม่ได้กลับบ้าน เพราะฉันจะไม่ปล่อยเธอไว้แน่”

 

 

 

“นายจับฉันมาทำไม ต้องการอะไรกันแน่”

 

 

 

“.........”

 

 

 

“ตอบสิ ฉันบอกให้ตอบไง!!” ฟางเริ่มโวยวายเสียงดังทำให้ป๊อปปี้จอดเรือไว้กลางทะเลแล้วลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับฟาง เขาก้มมองคนตัวเล็กกว่าที่มองเขาอย่างเดือดจัด เขาค่อยๆยื่นหน้าเข้าไปหาฟางจนตอนนี้หน้าเขาและเธออยู่ใกล้กันแค่คืบเดียว

 

 

 

“ฉันจอดเรือให้แล้ว อยากหนีก็ไปสิ กระโดดน้ำลงไปเลย ว่ายกลับเข้าฝั่งไปเลยสิ” ป๊อปปี้จ้องมองฟางที่มองซ้ายมองขวาหาทางหนี แต่สองฝั่งก็มีแต่น้ำทะเลซึ่งมีทางเดียวที่จะหนีคือว่ายน้ำหนีไป แต่ใครจะบ้าทำแบบนั้นกันล่ะ ฟางจ้องเขม้นไปที่ป๊อปปี้ทันที

 

 

 

“นายมันชั่ว นายมันเลว จับฉันมาทำไม ฉันไปทำอะไรให้”

 

 

 

“ฉันก็เลวเหมือนพ่อของเธอไงไม่ดีใจหรอที่เจอคนเลวเหมือนกันอยู่ร่วมโลกเดียวกัน หึ”

 

 

 

“หมายความว่าไง พ่อฉันไปทำอะไรให้นาย”

 

 

 

“เธอมันจะไปรู้อะไร วันๆเอาแต่เที่ยวเล่นผลาญเงินพ่อแม่ไปวันๆ ไม่รู้สึกบ้างเลยรึไงที่เอาแต่ใช้เงินไม่เคยช่วยงานพ่อกับแม่ของเธอเลยน่ะ”

 

 

 

มันก็จริงอย่างที่เขาว่า ฟางไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวงานของพ่อเธอเลย วันๆเอาแต่เที่ยวเล่น เช้าไปเรียน ไปเที่ยว เย็นก็กลับมานอน เธอไม่ค่อยได้ใช้เวลาอยู่กับพ่อแม่เท่าไหร่นักเพราะพวกท่านไม่ค่อยอยู่บ้าน บางครั้งกลับบ้านมา ฟางก็นอนแล้ว หรือตื่นมาพวกท่านก็ออกไปทำงานแล้ว เธอมีแต่เพื่อน มีแต่ใช้เงินเล่นไปวันๆ

 

 

 


“นี่นายกล้าว่าฉันแบบนี้ได้ไง ไอ้ชั่ว ไอ้เลว” ฟางเดือดจัดเข้าไปทุบไหล่ป๊อปปี้อย่างแรงจนเขาต้องถอยหลังหนี เขาจึงรวบแขนฟางไว้ไม่ให้ทุบเขา พร้อมกับดึงฟางเข้ามากอดแน่น “ปล่อยฉันนะ ปล่อย!!!”

 

 

 

“เลิกโวยวายสักที! รับไม่ได้ในสิ่งที่ฉันพูดหรอไง มันคือเรื่องจริงทั้งนั้น เหอะ”

 

 

 

“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ! แล้วยังไงล่ะ นายจะมายุ่งกับฉันทำไม ฉันไม่เคยทำอะไรให้นายเลยนะ”

 

 

 

“ถูกต้อง เธอไม่เคยทำอะไรฉัน แต่พ่อของเธอไง พ่อของเธอเป็นคนทำ”

 

 

 

“พ่อของฉันไปทำอะไรให้นาย”

 

 

 

“เงินที่เธอใช้ทุกวันๆทั้งหมดมันคือเงินฉัน เงินที่พ่อของเธอโกงฉันไปไง ฟาง!!” ป๊อปปี้ตะคอกใส่ฟางอย่างแรงจนเธอสะดุ้งและตกใจที่ได้ยินในสิ่งที่เขาพูดออกมา เธอไม่รู้เรื่องเลยจริงๆ ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับงานของพ่อ ป๊อปปี้นิ่งเงียบไป ก่อนจะไปขับเรือต่อเพราะนี่ก็กินเวลามามากแล้ว เดี๋ยวพายุจะเข้าซะก่อนที่จะไปถึงฝั่ง

 

 

 

“ไม่จริง ไม่มีทาง พ่อฉันไม่ทำแบบนั้นแน่ๆ พ่อฉันเป็นคนดี” ฟางตะโกนไล่หลังป๊อปปี้ เขาได้แต่ยกยิ้มสมเพชคำพูดของฟาง เพราะพ่อของฟางโกงเงินเขาไปเป็นหมื่นล้าน ช่วงนั้นเขาเสียสูญไปพักใหญ่เลย ป๊อปปี้ไม่ได้ตอบอะไรฟางอีก ฟางจึงนั่งลงตรงที่นั่งข้างหลังป๊อปปี้ก่อนจะเผลอหลับไป ป๊อปปี้เห็นว่าเงียบแปลกๆจึงหันไปดูก็พบคนตัวเล็กที่หลับไปแล้ว

 

 

 

“พ่อเธอมันคนชั่วที่หลงระเริงในอำนาจเงินทองบ้าบอนั่น เธอไม่รู้อะไรหรอก และเธอก็ไม่เคยรู้..”

 

 

 

 

 

 

 

 

 


และแล้วป๊อปปี้และฟางก็ถึงที่หมาย ป๊อปปี้ช้อนร่างบางลงมาจากเรือ โดยมีหญิงสาวคนหนึ่งเดินมาต้อนรับ เธอเป็นเหมือนแม่บ้านของที่นี่เลยก็ว่าได้ รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเกาะนี้และคอยช่วยงานในเกาะนี้มาตลอด ป๊อปปี้เองก็มองว่าเธอคือเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง เป็นอดีตพี่สะใภ้ที่ยังซื่อสัตย์ภักดีต่อโทโมะไม่เคยขาด

 

 

 

“นั่นใครหรอป๊อปปี้”

 

 

 

“อย่าพึ่งถามเลยแก้ว เธอช่วยดูแลยัยนี่ด้วยนะ ฉันจะไปจัดการงานต่อ” ป๊อปปี้พูดจบก็รีบพาฟางเข้าบ้านของเขาที่ขนาดไม่เล็กมากและไม่ใหญ่มากมีชั้นเดียวเพราะเขาอยู่คนเดียว ส่วนโทโมะก็มีบ้านของตัวเองที่อยู่อีกฝั่งของเกาะที่เป็นรีสอร์ท ป๊อปปี้พาฟางไปนอนในห้องนอนของเขา สร้างความแปลกใจให้แก้วอยู่นัยๆ เพราะป๊อปปี้ไม่ค่อยพาผู้หญิงมาที่เกาะ ส่วนใหญ่จะเป็นเธอที่คัดสรรผู้หญิงทุกคนที่มานอนกับป๊อปปี้และโทโมะเองก็เหมือนกัน ถึงแม้เธอจะเจ็บใจอยู่ลึกๆที่ต้องคอยหาผู้หญิงมาให้โทโมะผู้ชายที่เธอรัก แต่พอนึกถึงเรื่องในอดีตเธอก็สมควรได้รับสิ่งนี้แล้วล่ะ

 

 

 

เธอและโทโมะมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ซึ่งโทโมะไม่เคยป่าวประกาศเรื่องระหว่างเขากับแก้วและไม่เคยพูดว่าแก้วเป็นเมียของเขา ให้ตายยังไงโทโมะก็จะไม่พูดคำนั้นออกมา แต่เขาและแก้วก็นอนด้วยกันอยู่บ่อยครั้ง เพราะวันไหนไม่มีผู้หญิงมานอนด้วยเขาก็เรียกแก้วให้ไปนอนกับเขาอยู่เสมอ และแก้วก็เต็มใจและยอมรับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นระหว่างเธอและโทโมะ เธอยอมรับความเจ็บปวดเพราะเธอรักและซื่อสัตย์กับโทโมะมาก

 

 

 

สามชั่วโมงผ่านไป ร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงก็ค่อยๆลืมตาพร้อมบิดตัวอย่างสบายใจก่อนจะมองไปรอบแล้วต้องสะดุ้งทันทีเพราะไม่ใช่ห้องนอนของเธอ สายตาเหลือบไปเห็นชายหนุ่มที่พาเธอมาที่นี่นั่งอยู่ที่เก้าอี้โยกมุมห้อง เขาจ้องมองเธออยู่ตรงนั้น

 

 

 

“ตื่นแล้วหรอ ตื่นแล้วก็ดี ไปอาบน้ำได้แล้วไป”

 

 

 

“ฉันไม่อาบ ฉันจะกลับบ้าน” ฟางลุกออกจากเตียงก่อนจะรีบวิ่งไปที่ประตูทันที แต่ร่างสูงไวกว่ารีบเดินเข้ามาขวางเธอไว้จนเธอเซเกือบจะล้ม ป๊อปปี้จึงรีบประคองเอาไว้ได้ “ปล่อยฉันนะ ปล่อย”

 

 

 

“จะไปไหน ฉันบอกให้เธอไปอาบน้ำ ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องรึไง”

 

 

 

“ฉันไม่อาบ ปล่อยฉันนะ” ฟางดิ้นสุดฤทธิ์จนร่างสูงจิ๊ปากขัดใจ เขาเกลียดแสนเกลียดคนที่เอาแต่ใจเป็นสุด โดยเฉพาะฟางที่ขี้เหวี่ยง ขี้วีนแล้วด้วยนั้น ยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดง่ายมากขึ้นไปอีก และจะเพิ่มความโกรธให้เขามากขึ้นเรื่อยๆ

 

 

 

“ไปอาบน้ำ จะไปอาบเองดีๆ หรือจะให้ฉันอาบให้”

 

 

 

“ฉัน ไม่ อาบ!”

 

 

 

“ก็ดี หึ..” ป๊อปปี้ดึงแขนฟางให้เข้าไปในห้องน้ำทันที ก่อนจะฉีกเสื้อร่างบางจนเสื้อของฟางขาดออกจากกันจนท่อนบนเหลือเพียงบราตัวเดียว

 

 

 

“กรี๊ดดดดดด!!! อย่าทำฉันนะ ฮึก” ฟางรีบเอามือมากอดตัวเองทันทีที่ถูกป๊อปปี้ฉีกเสื้อ ป๊อปปี้จับเธอลงไปในอ่างอาบน้ำพร้อมถือฝักบัวมาเปิดน้ำใส่ฟางจนเธอเปียกไปหมดทั้งตัว ฟางไม่รอช้ารับปัดฝักบัวออกให้โดนเสื้อป๊อปปี้จนตัวเขาเปียกไปทั่วทั้งตัวในที่สุด

 

 

 

“ทำอะไรของเธอยัยบ้า” ป๊อปปี้ถอดเสื้อออกทันทีด้วยความโกรธจัด เผยให้เห็นซิคแพคและกล้ามแขนที่เป็นมัดๆ ก่อนจะลงไปในอ่างอาบน้ำกับฟางพร้อมนั่งหันหน้าไปทางเธอ ฟางรีบยกมือขึ้นมาปิดร่างตัวเองทันที “อยากมองตายล่ะ”

 

 

 

“ก็ไม่ต้องมองสิ ลงมาทำไม ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้โรคจิต”

 

 

 

“หยุดโวยวายสักที ฉันบอกให้เธออาบน้ำไง ทำไมดื้อด้านแบบนี้ ห้ะ!”

 

 

 

“ออกไปเลยนะ!! ฉันไม่อาบ นายจับฉันมาทำไม ปล่อยฉันไปเดี๋ยวนี้นะ ปล่อยฉัน!!” ฟางทุบเข้าที่อกแกร่งของป๊อปปี้ด้วยความโกรธ น้ำตาเริ่มคลอเบ้าเสียงเริ่มสั่น มองป๊อปปี้ที่กำลังจ้องเธออยู่ไม่วางตา “พ่อฉันเป็นคนทำ ทำไมนายไม่ไปคุยกับพ่อฉัน นายจับฉันมาเพื่ออะไร ฉันเกลียดนาย เกลียดๆๆ คนอย่างนา..อื้อ”

 

 

 

ร่างสูงจับหน้าร่างบางเข้ามาจูบปิดปากทันที เขาขบเม้มริมฝีปากร่างบางอย่างแรงจนฟางต้องร้องออกมาในลำคอ “อื้อ ฮึก..” เขาดูดเม้มริมฝีปากของฟางอย่างแรงจนมันบวมเจ่อ ก่อนจะสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากอีกคนเพื่อฉกชิ้มความหวานหอมของฟาง สองมือเล็กทุบอกแกร่งไม่หยุดเป็นการขัดขืน แต่มันก็ไม่เป็นผลกับป๊อปปี้ เขายังคงขยี้จูบร่างบางไม่หยุดจนได้กลิ่นคาวเลือดที่เขาทั้งเม้มทั้งกัดปากฟาง ปากทั้งสองเปียกชื้นไปด้วยน้ำ เป็นการจูบที่เกิดจากอารมณ์โกรธของป๊อปปี้ล้วนๆ

 

 

 

“อืม..”

 

 

 

“คนโรคจิต ฉันเกลียดนาย” ฟางตบหน้าป๊อปปี้อย่างแรงหลังจากที่ป๊อปปี้ถอนจูบแล้วจนอีกคนหน้าหัน ป๊อปปี้มองฟางที่เอาหลังมือถูปากตัวเองอยู่ เขาจ้องเขม้นไปที่ฟางทันที ก่อนจะดึงตัวเล็กให้เข้ามาชิดแนบกายของเขา

 

 

 

“ฉันก็เกลียดเธอเหมือนกันนั่นแหละ ฉันเกลียดคนเอาแต่ใจแบบเธอ เกลียดพ่อของเธอ เกลียดทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอ”

 

 

 

“พ่อฉันไปทำอะไรให้นาย นายถึงต้องมาใส่ร้ายพ่อฉัน ถ้าพ่อฉันทำจริงๆทำไมนายไม่ไปจัดการพ่อฉันเองล่ะ มาจัดการฉันทำไม!”

 

 

 

“เธอเห็นนี่ไหม เห็นรึเปล่า เห็นสิ่งที่พ่อของเธอทำไหม” ป๊อปปี้พูดจบก็จับมือฟางมาจับที่อกซ้ายของเขาที่รอยแผลเป็นไม่ใหญ่มากน่าจะเป็นแผลจากรอยกระสุนที่เฉียดหัวใจของเขาไปแค่ไม่กี่เซน ป๊อปปี้จ้องฟางอย่างโกรธจัด “พ่อของเธอโกงเงินบริษัทฉันไปเป็นหมื่นล้าน ดิสเครดิตบริษัทของฉันจนขาดทุน แถมยังสั่งให้คนมาเก็บฉันอีก โชคยังดีที่กระสุนมันแค่เฉียดหัวใจและฉันก็ยังไม่ตาย”

 

 

 

“ไม่จริง”

 

 

 

“เงินที่เธอใช้อยู่ทุกวันนี้มันเป็นเงินของฉันทั้งนั้น เป็นไง ตาสว่างบ้างรึยัง พ่อของเธอเลวขนาดไหน”

 

 

 

“.........”

 

 

 

“ที่ฉันจับเธอมาก็เพราะว่า จับพ่อเธอมามันไม่สะใจยังไงล่ะ หมอนั่นต้องได้ลิ้มรสความทรมานให้สาสมกับที่ทำกับฉันไว้”

 

 

 

“งั้นก็ฆ่าฉันไปเลยสิ เรื่องทุกอย่างจะได้จบไปสักที”

 

 

 

“เธอตายเกมส์มันก็ไม่สนุกสิ หึ” ป๊อปปี้ลูบแก้มฟางพร้อมกระตุกยิ้มอย่างชั่วร้าย ฟางปัดมือป๊อปปี้ออกทันที พร้อมหันหน้าหนีไปทางอื่น “อย่ามายุ่งกับฉัน” ร่างบางปฏิเสธป๊อปปี้พร้อมเขยิบถอยหนีเขาช้าๆ

 

 

 

ฉันจะยื่นข้อเสนอให้เธอละกัน

 

 

 

“........”

 

 

 

“ระหว่างเป็น ‘เมียฉัน’ คอยปรนนิบัตฉัน กับ เป็นแค่ ‘เมียเก็บ’ ที่ต้องทรมานไปจนวันตาย เธอจะเลือกอะไร”

 

 

 

“ทุเรศที่สุดเลย ฉันไม่เลือกอะไรทั้งนั้น”

 

 

 

“ยังไงเธอก็เป็นเมียฉันอยู่ดี ไม่ต้องห่วงหรอกนะ เป็นเมียฉันไม่ได้แย่อะไรสักหน่อยนี่” ป๊อปปี้กระตุกยิ้มพร้อมทำหน้าตาหื่นกระหายใส่ฟาง เขามองฟางตั้งแต่หัวจรดเท้า “แล้วอย่าคิดนะว่าเป็นเมียฉันแล้วฉันจะรักหรือพิศวาสเธอ เพราะฉันจะไม่รักลูกของศัตรู ฉันเกลียดเธอได้ยินไหมว่าฉันเกลียดเธอ”

 

 

 

เพี้ยะ!!!

 

 

 

“ไอ้คนโรคจิต” ฟางตบหน้าป๊อปปี้อย่างแรง ก่อนที่จะรีบนำชุดคลุมอาบน้ำมาใส่ ไม่รอช้าก็รีบวิ่งออกจากห้องน้ำ ป๊อปปี้ลูบแก้มตัวเองเบาๆ วันนี้เขาโดนคนตัวเล็กตบหน้าไปแล้วกี่ครั้งกัน เขาลุกออกจากอ่างอาบน้ำพร้อมตามฟางออกไปทันที

 

 

 

ฟางเปิดประตูห้องออกมาก็เจอเข้ากับชายหญิงคู่หนึ่งกำลังนัวเนียกันอยู่บนโซฟา ฟางรีบยกมือขึ้นปิดตาทันทีที่เห็นภาพน่าเกลียดแบบนั้นจนเธอทำตัวไม่ถูก ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะเห็นฟางแล้วรีบสะดุ้งตกใจทันที

 

 

 

“เฮ้ย” ชายคนนั้นพูดขึ้นพร้อมจัดแจงเสื้อผ้าให้เป็นปกติ เช่นเดียวกับหญิงสาวที่ก้มหน้าด้วยความอายเพราะเมื่อกี้เธอและโทโมะกำลังจะมีอะไรกันตรงนั้น ไม่นานนักป๊อปปี้ก็ออกมาจากห้องตัวเองพร้อมผ้าขนหนูผืนเดียวที่ปิดท่อนล่างไว้อยู่เดินเข้ามาเคียงกับฟาง

 

 

 

“ฟาง!! อะ อ้าว” ป๊อปปี้ที่จะเดินมาหาฟาง ไม่ทันมองว่ามีโทโมะและแก้วยืนอยู่ตรงนั้น ป๊อปปี้มองไปที่คอของแก้วที่มีรอยแดง เช่นเดียวกับโทโมะที่ยังจัดแจงเสื้อผ้าไม่เรียบร้อยดี “มาทำอะไร” เป็นป๊อปปี้ที่เอ่ยทักโทโมะ

 

 

 

“มีเรื่องจะคุยด้วย แล้วนี่ใคร พึ่งเสร็จกันมาหรอ” โทโมะแซวป๊อปปี้ เพราะป๊อปปี้มีผ้าขนหนูปิดท่อนล่างอย่างเดียว ส่วนฟางก็มีผ้าคลุมอาบน้ำอย่างเดียวเช่นกัน

 

 

 

“ฉันไม่ใช่พี่ แก้วพายัยนี่ไปจัดการให้เรียบร้อยที” ป๊อปปี้พูดจบแก้วก็รีบพาฟางออกไปจากตรงนั้น ป๊อปปี้มองโทโมะเป็นเชิงบอกว่าให้ไปรอที่ห้องทำงาน ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อไปใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย

 

 

 

“มีอะไร” ป๊อปปี้แต่งตัวเสร็จก็เข้ามาในห้องทำงานของเขา โทโมะมองป๊อปปี้พร้อมยิ้มแซวป๊อปปี้ ซึ่งแค่เขามองหน้าก็รู้แล้วว่าพี่ชายของเขากำลังคิดอะไรอยู่

 

 

 

“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร คู่นอนใหม่นายหรอ” โทโมะพูดแซวอีก เป็นเรื่องปกติเพราะตัวเขาเองก็ช่ำชองเรื่องผู้หญิงอยู่แล้ว ป๊อปปี้ได้แต่ส่ายหน้ากับคำพูดของโทโมะ ก็คิดแต่เรื่องแบบนี้สินะ

 

 

 

“พูดมาเลยดีกว่าว่ามีเรื่องอะไร ถ้าไม่มีฉันจะทำงานต่อ”

 

 

 

“ฉันแค่เอาเอกสารมาให้” โทโมะยื่นให้ป๊อปปี้ ก่อนจะหย่อนตัวนั่งลงที่เก้าอี้ที่อยู่ตรงข้ามกับป๊อปปี้ “ผู้หญิงคนนั้นน่ารักดีนะ ตกลงเอากันยัง” ถามอย่างไม่คิดอะไร ป๊อปปี้ที่เปิดเอกสารอ่านอยู่นานก็นิ่งไปความจริงเขาไม่ได้อ่านเอกสารที่พี่ชายเขาเอามาให้เลยสักนิดเพราะพี่ชายของเขาเอาแต่พูดถึงเรื่องของฟาง

 

 

 

“ผู้หญิงคนนั้นเป็นลูกของศัตรูเรา”

 

 

 

“อ่า ศัตรูที่ว่าคือคนที่ทำให้นายเกือบตายตอนนั้นน่ะเหรอ ได้ตัวมาแล้วงั้นสิ”

 

 

 

“ใช่”

 

 

 

“ให้ฉันช่วยไหม”

 

 

 

“ไม่ต้อง ฉันจัดการเอง ไปทำงานของพี่เถอะ”

 

 

 

“ถ้านายต้องการจะย่ำยีผู้หญิงคนนั้น ฉันก็จะช่วยไง ไม่ดีหรอวะ” โทโมะเอามือลูบคางอย่างช่างใจพร้อมมองหน้าน้องชายที่ตอนนี้ขมวดคิ้วมุ่นอยู่กับเอกสาร ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ารายนั้นฟังเขาอยู่รึเปล่า

 

 

 

“ไม่ต้อง ฉันจัดการของฉันเอง ส่วนพี่ไปจัดการเรื่องของตัวเองเถอะ เลิกทำตัวแบบนี้ได้แล้ว ควรจะมองเห็นคนที่รักพี่ ยอมพี่ขนาดนั้นอย่างแก้วบ้างนะ” เหมือนพูดให้คนตรงหน้าฉุกคิดขึ้นมาได้ แต่มันก็ไม่เป็นผลอะไรหรอก โทโมะไม่เคยเห็นแก้วอยู่ในสายตาสักนิด..

 

 

 

“จะพูดถึงยัยนั่นขึ้นมาทำไม ฉันพูดถึงเรื่องของผู้หญิงที่มากับนายอยู่นะเว้ย ไปดีกว่า เสียอารมณ์”

 

 

 

“แล้วก็ไม่ต้องมามีอะไรกันในบ้านของฉันด้วย ถ้ามีอารมณ์ก็ไปทำที่บ้านของพี่ บ้านฉันไม่ใช่ซ่อง”เป็นเพราะโทโมะมานั่งรอป๊อปปี้อยู่นานเพื่อที่จะนำเอกสารเรื่องของบัญชีเงินเข้าของรีสอร์ทมาให้ป๊อปปี้ดู แต่ดันเห็นแก้วที่พึ่งออกมาจากห้องของป๊อปปี้พร้อมบอกว่ามีผู้หญิงมากับป๊อปปี้เพราะเธอเข้าไปเตรียมน้ำสำหรับอาบน้ำให้แขกของป๊อปปี้มา เขาคงไม่สะดวกที่จะมาคุยกับโทโมะ และนั่นจึงทำให้โทโมะและแก้วทำอะไรกันอยู่ที่โซฟาในบ้านของป๊อปปี้

 

 

 

“ช่วยไม่ได้นี่ ยัยนั่นออกมาจากห้องของนายพอดี” ไม่ว่าเปล่าโทโมะเดินเอามือล้วงกระเป๋ากำลังจะเดินออกไปข้างนอก แต่ก่อนจะออกไปป๊อปปี้รีบทักท้วงเขา เป็นคำพูดที่ทำให้คนเป็นพี่ยิ้มออกมา

 

 

 

“อย่าแตะต้องผู้หญิงคนนั้นก็แล้วกัน ฉันเตือนพี่แล้ว” ป๊อปปี้ส่ายหน้าเบาๆ นั่งอ่านเอกสารและทำงานต่อ เพราะคำพูดเหล่านั้นทำให้โทโมะเริ่มไม่แน่ใจแล้วสิว่าน้องชายคนนี้จะตกหลุมรักลูกของคนที่ขึ้นชื่อว่าศัตรูแล้วรึเปล่า

 

 

 

 

จากลูกของศัตรูจะกลายเป็นคนของใจไหมนะ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


จูปีเต้อขอTalk

ตอนแรกมันก็จะงุ้งงิ้งกันนิดหน่อย ฟิคนี้เป็นฟิคดราม่าค่ะ สาบานได้55555 ก็ดราม่าแหละ ดราม่ามั้ง เราก็แต่งดราม่าไม่เป็นเหมือนกัน แต่ลองอ่านกันดูก่อนนะคะ ชอบก็ติดตามกันค่ะ เรื่องนี้เป็นฟิคเรื่องแรกในชีวิตเราเลย ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยนะคะ ไม่รู้จะมีคนอ่านไหม แต่ถึง10คนเราก็ดีใจแล้วค่ะ รักคนอ่านทุกคนนะคะ เลิ้บ..

•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

หมวดนิยายฟิคหรือฟิคชั่นนี้ สร้างขึ้นมาเพื่อให้เหล่าแฟนคลับหรือผู้ที่ชื่นชอบศิลปิน ดาราของตัวเองได้ทำการโปรโมทศิลปินหรือดารานั้นๆ โดยเขียนเรื่องราวฉบับนิยาย และถ้าทางสังกัดหรือผู้เสียหาย ไม่พึ่งพอใจ สามารถแจ้งทางเว็บเพื่อทำการระงับเรื่องนั้นๆ ได้ทันที

สำหรับนักเขียนฟิคชั่นทุกคน พึ่งพิจารณาและไตร่ตรองก่อนเขียนทุกครั้ง ว่าเรื่องของตัวเองที่เขียนนั้นส่งผลกระทบกับศิลปินหรือดาราที่ตัวเองชื่นชอบมากน้อยแค่ไหน

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

8.7
โหวต 8.7 /10 คะแนน
จากสมาชิก 2 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

8 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

9 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

9 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...