น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

นิยายฟิค/ฟิคชั่น : One way or Anorther {Draco y Hermione}

อ่าน 1,254
วิจารณ์ 4
แนว:
จำนวน:
1 chapter (จบบริบูรณ์)
แต่งเมื่อ:
วันที่ 22 ก.พ. 2559 11:46 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง Alexis_Awe
หัดอ่านหัดเขียน (8)
เด็กใหม่ (3)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

chapter 1. ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

เขียนเมื่อ วันที่ 22 ก.พ. 2559 12:26 น.

 

 

 

 

 

 

One way or Another {Draco y Hermione}

 

 

            เชื่อว่าใครหลายคนต้องเคยมีคนที่สนใจและมีคนเข้ามาสนใจในเวลาพิเศษหรือเมื่อเวลาแสนวิเศษกำลังมาถึง และไม่ว่าเขาจะมาด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม การปรากฏตัวของเขาก็สำคัญกับคุณเสมอเพราะมันสามารถทำให้คุณจินตนาการไปได้หลายแบบถึงการมาอย่างลึกลับและคาดเดาได้ยาก นั้นจึงเป็นช่วงวินาทีแห่งความตื่นเต้นในขณะที่เขากำลังอ้าปากเพื่อบอกจุดประสงค์ของเขาถึงแม้คำพูดที่หลุดออกมาจะบอกว่า เธอหยิบปากกาของฉันไป ฉันต้องการมันคืนเดียวนี้!

 

            แต่ในกรณีของตัวเด็กสาวมันช่างวุ่นวายยิ่งนักเพราะในสถานการณ์ที่เธอพบ มันเกิดขึ้นพร้อมกัน! ความบังเอิญในความบังเอิญและบังเอิญในอีกหลายๆอย่างช่างสร้างความรำคาญใจให้กับตัวเด็กสาวเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผลที่ว่าช่วงนี้เป็นช่วงใกล้เทศกาลฉลองคริสต์มาสอีฟซึ่งใกล้จะถึงกำหนดการในอีก 2 อาทิตย์ ศาสตราจารย์ใหญ่ได้ตระหนักว่าควรมีการจัดงานสังสรรค์แก่นักเรียนของเขา ดังนั้นชายชราจึงได้ประกาศจะมีงานเลี้ยงเต้นรำที่ทุกชั้นสามารถเข้าร่วมด้วยเงื่อนไขง่ายๆข้อหนึ่ง พวกเขาต้องมีคู่ควงเข้างาน เพราะเหตุนั้น นักเรียนส่วนใหญ่จึงพากันวิ่งวุ่นเพื่อตามหาคู่ที่เหมาะสมที่สุดให้กับพวกเขาจนกระทั่งในเวลานี้พวกเขาก็ยังไม่หยุดที่จะทำมันและแม้ว่าเป้าหมายที่เขาเลือกจะมีใครอีกคนเล็งไว้เหมือนกัน เหตุรถไฟชนกันจะเกิดขึ้นก็ไม่แปลกแต่สถานการณ์นั้นกลับเกิดขึ้นกับตัวประธานนักเรียนสาวคนล่าสุดอย่าง เฮอร์ไมโอนี่  จีน เกรนเจอร์!

 

            เฮอร์ไมโอนี่ยืนคั้นกลางระหว่างเด็กหนุ่มสองคนที่มาจากคนล่ะบ้าน ซึ่งคนหนึ่งเป็นเรเวนคลอและอีกคนเป็นกริฟฟินดอร์เหมือนเธอเพียงแต่อยู่คนละปีเท่านั้น พวกเขากำลังจ้องกันด้วยสายตากินเลือดกินเนื้อหลังประโยคที่หลุดพ้นผิวปากของเขาดันเป็นจุดประสงค์หลักเดียวกัน พวกเขาต้องการชวนเธอไปงานเต้นรำในคืนคริสต์มาสอีฟแต่เธอคงไม่สามารถควงพวกเขาพร้อมกันสองคนได้จึงทำให้ต้องมีใครคนหนึ่งพ่ายแพ้การแข่งขันนัดนี้

 

            “ฉันเป็นรุ่นพี่นาย ฉันมีสิทธิ์ที่จะได้เธอมากกว่าดังนั้นนายควรไปหาคนอื่นซะ” เด็กหนุ่มเรเวนคลอพูดอย่างหนักแน่นว่าเขาต้องการและไม่มีทางปล่อยไปแน่นอน ในขณะนั้นเขาก็มั่นใจความเป็นใหญ่ในฐานะรุ่นพี่จะข่มเหงเจ้าหนุ่มน้อยกริฟฟินดอร์ที่อายุน้อยกว่าได้แต่เหมือนมันจะไม่ได้มีประโยชน์อะไร “ไม่มีกฎข้อไหนระบุไว้เลยว่ารุ่นน้องต้องทำตามคำสั่งรุ่นพี่ทุกประการ ทุกคนมีสิทธิ์เท่ากันเห็นๆ ผมเองก็มีสิทธิ์ที่จะได้รุ่นพี่เกรนเจอร์ไปเหมือนกัน” เด็กหนุ่มกริฟฟินดอร์กล่าวอย่างห้าวหาญสมเป็นกริฟฟินดอร์โดยแท้ แต่นั้นยิ่งทำให้สงครามยืดเยื้อมากขึ้นและเรียกความสนใจพวกนักเรียนที่เดินผ่านมาได้ดีเยี่ยม จนในที่สุดพวกเขาก็นึกขึ้นได้ว่าต่อให้จ้องกันจนตาแทบทะลุเบ้าออกมามันก็ไม่ได้ช่วยอะไร พวกเขาต้องให้เธอเลือกใครสักคนดังนั้นพวกเขาจึงไม่รอช้าที่จะส่งสายตาวิงวอนขอคำตอบจากเด็กสาว

 

            เฮอร์ไมโอนี่มองพวกเขาสลับกันไปมาด้วยความลำบากใจก่อนตัวเธอจะก้มโค้งแทนคำขอโทษพร้อมกับประโยคที่เธอตอบเหล่าเด็กหนุ่มที่เข้ามาหาเธอนับไม่ถ้วนแบบเดิมว่า “ฉันขอโทษ ฉันไม่สามารถไปกับพวกเธอได้เพราะฉันมีคนที่จะไปด้วยแล้ว” หลังสิ้นวาจาเด็กสาว พวกเขาก็เหมือนจะช็อคไปตามๆกันและได้แต่หัวเราะแห้งๆด้วยความเสียใจก่อนจะพูดขอบคุณรวมทั้งขอโทษที่ทำให้เธอวุ่นวายแล้วจากไป เฮอร์ไมโอนี่มองเด็กหนุ่มทั้งสองที่เดินคอตกไปคนล่ะทิศคนล่ะทางด้วยความสงสารและรู้สึกเพลียที่จะต้องพูดโกหกว่ามีคู่แล้วทั้งที่จริงๆเธอไม่มีซะด้วยซ้ำไป เฮอร์ไมโอนี่กระชับสายสะพายพลางมองไปยังผู้คนที่เคยรุมดูพวกเธอแยกย้ายไปปฏิบัติกิจกรรมต่อไปของพวกเขา เธอพยายามสอดส่องหาใครบางคนในฝูงชนอย่างเหม่อลอยก่อนจะจัดการพาตัวเองออกไปหาที่ที่เธอควรอยู่เพราะในยามบ่ายของวันจนถึงอาหารเย็น เฮอร์ไมโอนี่ว่างจนไม่รู้ว่าเธอจะเก็บไล่อ่านหนังสือจบไปซักกี่เล่มแต่ใจเธอนั้นไม่ได้อยากอ่านหนังสือเลยสักนิด เธอต้องการบางอย่างที่สำคัญกับตัวเธอ เธอคิดอย่างนั้นตลอดเวลาที่เดินเหมือนคนไร้วิญญาณจนเธอไม่รู้ตัวเลยว่าได้เดินผ่านพวกเพื่อนๆของเธอที่ยืนรอเด็กสาวออกจากห้องเรียนอยู่นาน

 

            “....โอนี่ เฮอร์ไมโอนี่ เฮอร์ไมโอนี่!!!” ร่างของเฮอร์ไมโอนี่ถูกกระชากจนหงายหลัง เธอคิดว่าเธอตั้งตัวได้แต่เธอก็ต้องล้มลงไปด้วยน้ำหนักของกระเป๋าที่เธอสะพายนั้นช่างสาหัสยิ่งนัก เฮอร์ไมโอนี่ลูบสะโพกของเธอเบาๆระหว่างที่เธอพึ่งได้สติทันทีที่ก้นจ้ำเบ้ากับพื้นเย็นยะเยือก เธอเงยหน้าสบตาเด็กหนุ่มผมแดงอย่างไม่พอใจส่วนเขายิ้มแหย่หลังกระทำผิดร้ายแรงกับเธอ “ฉันไม่คิดว่าเธอจะล้มลงไปเพราะ เพราะ....” เขามีท่าทีลุกลนขณะหาข้อแก้ต่างให้ตัวเองสารพัดแต่เขาก็ไม่ลืมที่จะช่วยดึงเธอลุกขึ้นยืนและมีเด็กหนุ่มแว่นกลมช่วยหยิบกระเป๋าของเธออีกแรง

 

           “ถ้าจะบอกว่าฉันลื่นน้ำแข็งล้มเองล่ะก็ นั้นเป็นความคิดที่แย่มาก โรนัลด์” เฮอร์ไมโอนี่ฉุนเฉียวผ่านน้ำเสียงที่เปล่งออกไป เธอรู้ดีว่าถ้าเขาไม่กระชากแรงเธอก็ไม่มีวันหงายก้นกระแทกพื้น “บ้างที มันอาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้ ฉันคิดว่างั้นนะ เอ่อ..” รอนยังคงไม่ลดละที่เอาตัวพ้นผิดจนแล้วเขาก็ต้องยอมหุบปากเพราะมันกลับแย่หนักกว่าเดิมเมื่อเด็กสาวจ้องเขม็งเขา เฮอร์ไมโอนี่สะบัดหน้าเมินหันไปคว้ากระเป๋าจากเพื่อนชายอีกคน

 

            “ขอบใจ แฮร์รี่”

 

            “เธอเป็นอะไรรึเปล่า พวกเราเรียกเธอตั้งหลายรอบแต่เธอไม่ยักรู้ตัว”

 

            “พอดีมีเรื่องให้คิดเยอะน่ะ”

 

            “คนอย่างเธอมีอะไรให้คิดนอกจากเรื่องการสอบว.ร.พ.ส.กัน เอ๊ะ หรือว่าจะเป็น...”

 

            “หุบปากซะ รอน เรื่องนั้นมันไม่ได้หนักน่ากับฉันสักนิด ออกจะน่าเบื่อซะด้วยซ้ำ” เฮอร์ไมโอนี่หงุดหงิดใจขึ้นมาหลังคิดถึงเหตุการณ์ที่พึ่งประสบพบเจอไป เธอไม่ได้อยากเด่นดัง ไม่ได้อยากเป็นที่น่าสนใจ ถ้าเลือกได้เธอก็อยากที่จะมุดตัวเข้าผ้าห่มในห้องนอนส่วนตัวของเธอให้รู้แล้วรู้รอดระหว่างที่เพื่อนๆของเธอเริงระบำบนลานฟลอร์ บ้าจริง! งานฉลองครั้งนี้มันทำเธอปวดเส้นเลือดตุบๆ “มันไม่น่าเบื่ออย่างที่พี่คิดหรอกค่ะ ใครๆก็อยากได้คู่ควงที่สง่างามทั้งนั้น และรู้มั้ยพี่เฮอร์ไมโอนี่เป็นหนึ่งในนั้น” บุคคลใหม่ผู้มีสีผมและหน้าตาคล้ายคลึงกับเด็กหนุ่มผมแดงเข้ามาเยือน สามสหายหันไปมองเธออย่างพร้อมเพรียงก่อนที่เจ้าของแว่นกลมจะเดินไปโอบเอวเธอเพื่อรับตัวเธอเข้าวงสนทนาด้วย

 

            “หวัดดี จินนี่!” รอยยิ้มเป็นมิตรผุดบนใบหน้าพวกเขาทั้งสามโดยเฉพาะกับตัวแฮร์รี่ ดูจะมีความสุขมากกว่าใครเป็นพิเศษเช่นเดียวกับจินนี่ เธอมีอาการเขินอายเพราะสายตาหวานช้ำของเด็กหนุ่มอันเป็นที่รัก รอนยืนมองเขาก็รู้สึกพะอืดพะอมอยากจะอ้วก เขาทนไม่ได้ที่ต้องเห็นภาพตรงหน้า พวกเขาทำราวกับพลัดพรากกันมายาวนานทั้งที่มันพึ่งผ่านไปแค่ 3 ชั่วโมงเศษๆ ต่างกับเฮอร์ไมโอนี่ที่เผยรอยยิ้มจริงใจแต่เจือปนไปด้วยความเศร้า เธอกำลังอิจฉางั้นหรือ เธอกำลังอิจฉาภาพตรงหน้าเพราะเธอไม่เคยได้รับโอกาสนั้น

 

            “ให้ตายเถอะ! พวกเธอทำเหมือนจากกันเป็นปี” รอนรีบแยกแฮร์รี่กับจินนี่ออกเพราะเขาไม่อาจทนดูได้ต่อไปและอีกอนัยหนึ่งเขาหวงน้องสาวที่ถูกเพื่อนสนิทแสนรักหักเหลี่ยมโหดคาบไป แฮร์รี่ยักไหล่ยอมส่วนจินนี่ดูจะไม่พอใจเขาพอควร เฮอร์ไมโอนี่หัวเราะเบาๆด้วยภาพตรงหน้าเธอมันช่างวุ่นวาย อะไรเป็นเหตุให้สองพี่น้องวีสลีย์ชอบทะเลาะเบาะแว้งต่อหน้าเธอทุกครั้งกัน “รู้มั้ยพี่มันเป็นผู้ชายที่งี่เง่าที่สุดตั้งแต่หนูเคยรู้จักมา”

 

            “ฉันงี่เง่าตรงไหน สิ่งที่ฉันทำคือปกป้องเธอนะ!”

 

            “โอ้ นั้นหนูต้องขอบคุณพี่ว่างั้นที่อุส่าขัดขวางการแสดงความรักของหนูกับพี่แฮร์รี่น่ะ”

 

            “หึ่ย! ฉันไม่น่ายอมให้พวกเธอสองคนคบกันเลยจริงๆ”

 

            “ถึงพี่ไม่ยอมหนูก็จะคบกับเขา แต่ตอนนี้รู้มั้ยถ้าเปลี่ยนพี่ชายได้หนูยอมให้มัลฟอยเป็นพี่ชายหนูซะดีกว่าเพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่สมองน้อยแบบพี่”   

 

            “จินนี่!” รอนกับจินนี่จ้องกันแบบไม่วางตา แฮร์รี่ถอนหายใจพลางขอความช่วยเหลือจากเฮอร์ไมโอนี่ เด็กสาวอมยิ้มเมื่อหนุ่มน้อยผู้รอดชีวิตจากคนที่คุณก็รู้ว่าใครยังจนปัญญา เห็นทีต้องเป็นเธอที่คอยกำราบสองพี่น้องวีสลีย์ เธอแอบตลกในใจกับประโยคชั่ววูบยัยน้องสาวหัวแดงที่ว่ามัลฟอยฉลาดกว่ารอน ใช่! มันจริงทุกประการ เด็กหนุ่มผมบลอนด์ที่ว่า ถึงใครๆจะรังเกียจเขาเพราะนิสัยแต่ถ้าให้พูดเรื่องการเรียน เขาน่ะเป็นหนึ่งของชั้นถึงแม้จะรองลงมาจากเธอที่เป็นท็อปของทุกปีและที่สำคัญเขายังเป็น......

 

            แปะ แปะ แปะๆๆ

 

            เสียงปรบมือดังขึ้นขณะที่เฮอร์ไมโอนี่ช่วยแฮร์รี่ดึงรอนกับจินนี่แยกกัน พวกเขาทั้งสี่หันไปสบตาผู้มาเยือนใหม่อีกคนซึ่งไม่เป็นที่น่ายินดีสำหรับเด็กหนุ่มผมแดงเพราะเขาพึ่งถูกเอาไปเปรียบเปรยกับเขาคนนี้เมื่อไม่กี้วินาทีที่ผ่านมา “เป็นเกียรติอย่างยิ่ง วีสลีย์ตัวน้อย ขอบคุณสำหรับคำชมที่ว่าฉันฉลาดกว่าพี่ชายของเธอเพราะมันจริงอยู่แล้ว” ผ้าพันคอสีเขียวแทบขาวและผมบลอนด์เรียบสนิทหัว รอยยิ้มยียวนเป็นเอกลักษณ์ของเขาทำให้อารมณ์ของพวกเฮอร์ไมโอนี่ขุ่นมัวอย่างไม่ได้นัดหมาย เขามาหยุดยืนขนานกับพวกเธอและข้างหลังเขานั้นมีพวกลูกน้องตัวใหญ่หน้าโง่ติดสอยตัวเขามาด้วย

 

            “มัลฟอย” แฮร์รี่พึมพำชื่อเขาแบบไม่ชอบใจนัก เขารู้ได้เลยว่าศัตรูคู่อาฆาตเขาไม่ได้เผอิญเดินมาเฉยๆ มันเป็นแบบนั้นทุกครั้ง ถ้าไม่ใช่ด่าทออย่างเจ็บแสบก็หาเรื่องให้เขาโมโหจนได้โจทย์ในที่สุด “ไงเซนส์พอตเตอร์ ดูเหมือนนายจะลำบากนะ อยากให้ฉันช่วยอะไรไหม”

 

            “เราไม่ต้องการความช่วยเหลือจากแก มัลฟอย!”

 

            “ทำไมล่ะ นายน่าจะดีใจที่ฉันอุส่าลดตัวลงมาเกลือกกลั้วกับพวก ชั้น ต่ำ” เดรโกชำเลืองมองรอดูปฏิกิริยาที่เขาคาดไว้ รอนนั้นมีใบหน้าแดงฉ่าทั่วใบหน้าแทบจะกลมกลืนไปกับสีผมและตัวน้องสาวอย่างจินนี่เช่นกัน ถึงเธอจะว่ามัลฟอยดีกว่ารอนแต่ก็ใช่ว่าจะยอมให้ใครมาว่าพวกเธอเสียๆหายๆ เดรโกขบขันอย่างชอบใจโดยเฉพาะเด็กสาวผมลอนข้างหลังสองพี่น้องวีสลีย์ เธอมีใบหน้าทะมึนทึงเห็นๆ

 

            “ถ้านายไม่ว่าอะไรขอทางให้พวกเราด้วย พวกเรากำลังกลับหอ” แฮร์รี่เห็นท่าไม่ดีรีบพูดตัดจบสถานการณ์ด้วยตัวเขาเองก็ไม่อยากมีเรื่องมากนัก “โอ้ ได้แน่นอน แต่หลังจากที่นายพูดขอร้องฉันเสร็จเรียบร้อยล่ะนะ”

 

            “ว่าไงนะ!?”

 

            “ได้ยินแล้วนี้ ว่าฉันต้องการได้ยินนายพูดขอร้องฉัน แค่พูดว่า ได้โปรดเปิดทางให้พวกผมด้วยครับคุณมัลฟอย แค่เนี่ยเอง ง่ายๆ” รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนใบหน้าเด็กหนุ่มสลิธีรีน พวกแคลบกอยล์ยืนหัวเราะเสียงดังทันทีที่จะได้เห็นเรื่องสนุก แฮร์รี่ขมวดคิ้วเป็นปม เขาเกิดความลังเลใจ แน่นอนว่าเขาไม่มีทางทำอย่างที่มัลฟอยว่าแต่เขาจะทำยังไงถึงจะหลีกเลี่ยงพวกนี้ไปได้กัน “นายต้องการล้อเล่นอะไรกับพวกเรากัน”

 

            “ฉันไม่ได้ล้อเล่น เห็นอยู่ว่าฉันยืนรอนายและฉันก็ไม่ชอบรออะไรนานๆด้วยหรือนายต้องการให้ฉันหักคะแนนบ้านนายรอระหว่างที่นายมัวแต่คิดกัน”

 

            “แกไม่มีสิทธิ์หักคะแนนเขา มันไม่มีเหตุผล!” รอนตวาดพร้อมกับส่งสายตาชิงชังใส่ศัตรู “เหตุผลมันหาได้ไม่ยากสำหรับพวกสมองชั้นล่างแบบแก วีสลีย์ แกเคยใช้สมองคิดบ้างหรือเปล่าหรือว่าแกหิวซะจนกินสมองตัวเองเข้าไปแล้ว บ้านแกจนซะขนาดนั้น คงไม่แปลกเท่าไหร่ แม่จอมอ้วนตุตะแกคงปวดหัวแย่ เอ๊ะ หรือว่าแม่แกเองก็ไม่มีสมอ...” ยังไม่ทันได้กล่าวจบ รอนก็พุ่งตัวเข้ามากระชากคอเสื้อเด็กหนุ่มผมบลอนด์ก่อนจะตะโกนด้วยเสียงเกรี้ยวกราดพร้อมง้างหมัดอีกข้างไว้สุดแขน

 

            “อย่ามาลามปามแม่ฉัน!!!

 

            “รอน!!!” แฮร์รี่จินนี่อุทานอย่างตื่นตระหนก ดูเหมือนสถานการณ์จะเลวร้ายหนักกว่าเดิม แคลบกอยล์ที่เห็นหัวหน้าของเขาถูกรอนทำร้ายก็เตรียมเข้าช่วยเหลือแต่ไม่ทันได้ทำอะไร หัวโจกของเขาก็ยกมือห้ามก่อนเขาจะหัวเราะออกมาโดยไม่มีท่าทีกลัวหมัดข้างขวาที่รอง้างเลือดเขาเพียงนิด “ถ้าแกอยากต่อยฉันก็เชิญเลย ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าพวกเพื่อนร่วมบ้านแกมันจะใจดีพอให้อภัยกับการกระทำโครตสิ้นคิดทันทีที่บ้านกริฟฟินดอร์เหลือศูนย์เพราะเพื่อนสุดรัก เอ้าทำสิ” นัยน์ตาสีฟ้าปรายตาไปที่เข็มหน้าอกตัว ป หรือ ประธานนักเรียนอย่างจงใจทั้งแสยะยิ้มด้วยชัยชนะในมือ รอนชะงักพลางมองสลับระหว่างเข็มกลัดบนเสื้อหนุ่มสลิธีรีนและใบหน้าสุดเกลียด เขาไม่ได้กลัวคำขู่หรือตัวเด็กหนุ่มแต่หากจะเป็นผลที่ตามมาแม้จะมั่นใจได้ว่าเพื่อนๆของเขาไม่มีทางโกรธหลังได้ฟังเหตุผลแต่มันก็อดไม่ได้ที่จะกลัว

 

            “ไม่กล้ารึไง อย่างว่าพวกวีสลีย์มันก็ปอดแหกกันทั้งคอก” หลังสิ้นเสียง หนุ่มผมแดงเส้นสติขาดผึง ความโกรธเข้าครอบงำร่างกายสูงโตพร้อมสั่งให้หมัดขวารวบรวมพลังสุดแขนในชั่วอึดใจก่อนจะดีดกำปั้นพุ่งใส่หน้าคนที่ทำให้เขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ!

 

            “สตูเปฟาย!”

 

             เดรโกปรือตาหลังตัวเองเตรียมใจโดนหมัดของศัตรูตัวฉกาจเขาแต่น่าแปลกที่เขายังคงใบหน้าหล่อเหลาไว้ได้และภาพที่เห็นเป็นสิ่งแรกคือกำปั้นลอยค้างกลางอากาศ ห่างจากปลายจมูกเขาเพียงคืบ ก่อนเขาจะเหลือบมองรอนที่ตัวแข็งทื่อเพราะเพื่อนรักของเด็กหนุ่มผมแดง เฮอร์ไมโอนี่เป็นคนเสกคาถาสะกดนิ่งใส่รอน เธอมีท่าทีเหน็ดเหนื่อยขณะที่มือยังกำไม้กายสิทธิ์แน่นส่วนแฮร์รี่กับจินนี่ยืนอึ้งด้วยความที่ทั้งสองไม่ทันเหตุการณ์ชั่ววิที่เกิดขึ้น

 

            “ฉันจะคลายคาถาให้แต่เธอต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่ก่อเรื่อง” เฮอร์ไมโอนี่มองรอนที่กลอกตามาที่ตัวเธออย่างมึนงง ตัวหนุ่มผมแดงพึ่งรู้สึกตัวถึงอารมณ์ชั่ววูบก็ยอมทำตามคำขอเด็กสาวแต่โดยดี “เรนเนอวาเต้” ทันทีที่คาถาถูกเอ่ย ตัวรอนสำลักอากาศก้อนใหญ่ก่อนจะหันไปประจันร่างเด็กสาวที่เดินเข้ามาหาตนพร้อมกับพยักหน้าเป็นนัยๆว่าขอให้เธอจัดการเอง

 

            “แหม่ๆ รู้สึกดีจังที่อยู่ๆก็ได้รับการช่วยเหลื..” เดรโกพูดไม่ทันจบก็ถูกไม้คาถาของเฮอร์ไมโอนี่จี้คอ เขามองตัวเด็กสาวที่ฉายความโกรธในนัยน์ตาคู่เฮเซล ดวงตาคู่นั้นเล่นเอาเด็กหนุ่มสะอึกเล็กน้อยก่อนจะตีหน้านิ่งตามเดิม “ไปซะ มัลฟอย ถือซะว่าเรื่องนี้มันไม่เคยเกิดขึ้น” เสียงหวานเจือขมเปล่งออกมาอย่างราบเรียบ เธอไม่ต้องการให้ใครบาดเจ็บ ไม่ได้ต้องการให้เพื่อนๆของเธอต้องทะเลาะเบาะแว้งกับผู้ชายตรงหน้าเธอถึงมันจะเป็นเรื่องปกติที่หลายปีมานี้มันมักเกิดขึ้นซ้ำซากตลอดเวลา

 

            “เหอะ ทำไม!? เธอจะทำอะไรฉันเกรนเจอร์ เธอจะสาปฉันรึถ้าฉันไม่ทำตาม”

 

            “โอ้ นั้นเป็นข้อเสนอที่ยอดเยี่ยม มัลฟอย แต่ฉันมีวิธีที่ดีกว่านั้น ถ้าขืนนายยังแสดงกิริยาป่าเถื่อนไม่เลือกที่เห็นทีฉันในฐานะประธานนักเรียนหญิงคนหนึ่งจำเป็นต้องเอาเรื่องทั้งหมดไปรายงานให้ถึงหูศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์เพื่อพิจารณาลงความเห็นกับพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ของประธานนักเรียนชายของเขา นายว่ามันเป็นวิธีที่ดีไหม?” เฮอร์ไมโอนี่ยกยิ้มอย่างเหนือกว่า ชื่อศาสตราจารย์ใหญ่เป็นข้ออ้างชั้นดีพอปราบจอมพยศอย่างเขา เดรโกจ้องเด็กสาวแล้วเปลี่ยนเป็นพวกด้านหลังเธออย่างไม่พอใจ “ปกป้องกันดีเหลือเกินนะ เกรนเจอร์” เด็กหนุ่มพูดลอดไรฟันด้วยสีหน้าโกรธเคืองแบบสุดๆก่อนเจ้าตัวจะสะบัดผ้าคลุมหันหลังให้ตัวเด็กสาว

 

            “เราได้เห็นดีกันแน่!” เขาทิ้งท้ายไว้ก่อนจะแหวกทางด้วยการผลักลูกน้องปัญญานิ่มไปคนล่ะทิศคนล่ะทางส่วนตัวเขาก็เดินหายไปอย่างรวดเร็ว พวกแคลบกอยล์ที่กำลังแปลกใจเมื่อเห็นลูกพี่ใหญ่ยอมเด็กสาวเลือดสีโคลนเอาง่ายๆก็รีบตามไปและไม่ลืมที่จะชี้หน้าเอาเรื่องพวกแฮร์รี่ เฮอร์ไมโอนี่มองพวกเดรโกจนลับตาจึงถอนหายใจพลางส่ายหน้าอย่างปวดหัว เธอเจอแต่ปัญหาที่ชวนปวดขมับได้ทุกวันไม่เคยเบื่อ “ทำไมเขาถึงไม่เลิกสักที ไม่เบื่อบ้างรึไง”

 

            “ถ้ามันเลิกทำตัวโอ้อวดได้ เชื่อเลยวันนั้นฉันคงได้เห็นหิมะตกในฤดูร้อนเป็นครั้งแรก” รอนประชดประชันด้วยอารมณ์โมโหยังค้างคาอยู่ เฮอร์ไมโอนี่หันมาหน้าบึ้งใส่ตัวเด็กหนุ่มข้างๆจนตัวเขาสะดุ้ง “อะไรเล่า!”

 

            “ก็ไม่อะไรหรอกค่ะพี่รอน พี่เฮอร์ไมโอนี่แต่กำลังตำหนิพี่เพราะเมื่อกี้พี่เกือบทำเราซวยกันหมด” จินนี่ว่าพร้อมเดินเข้ามากอดเฮอร์ไมโอนี่ แฮร์รี่เดินมาเคียงข้างรอนที่กำลังทำหน้ายู่เหมือนเด็กถูกคาดโทษ “ก็มันว่าครอบครัวเราเลยนะจินนี่ เธอนิ่งดูดายอยู่ได้ยังไงกัน”

 

            “ใครว่าหนูนิ่งกันเล่า โดนพี่แฮร์รี่รั้งตัวไว้ต่างหาก!”

 

            “แต่เสียดายชะมัด ฉันน่าจะจัดให้มันสักหมัดสองหมัด เธอไม่น่าห้ามฉันเลย เฮอร์ไมโอนี่” รอนนึกเสียดายพลางชกกำปั้นใส่มือตัวเอง แฮร์รี่จัดการชกไหล่เพื่อนชายอย่างแรงจนอีกฝ่ายหน้างอ “ทิ้งความคิดบ้าๆนั้นลงไปได้เลย รอน ที่เฮอร์ไมโอนี่ทำน่ะถูกแล้ว นายเกือบหลงเข้าไปในแผนของมัลฟอยแล้ว รู้มั้ย” รอนเบะปากเซ็งก่อนจะผงกหน้าเอออออย่างเข้าใจเมื่อเฮอร์ไมโอนี่จ้องเขาตาเขียว เด็กหนุ่มหน้ากระจึงพึมพำเบาๆแทน “ฉันเกลียดมัน”

 

            “จริงสิตอนนี้ใครยังไม่มีคู่ควงไปงานบ้าง” จินนี่โพล่งขึ้นมาพลางกวาดมองพวกเพื่อนๆเธอ เฮอร์ไมโอนี่ยิ้มเล็กๆพลางยกมือได้ครึ่งแขนส่วนรอนพ่นลมอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะยกมือสุดแขนเพื่อบอกเขานี้แหละที่ยังหาคู่ไม่ได้ เขาเหล่คนข้างๆที่ยิ้มหวานให้แฟนสาวก็เกิดหมั่นไส้ขึ้นมาจึงจัดการแทงศอกคนข้างๆอย่างแรงจนเด็กหนุ่มแว่นกลมถึงกับตัวงอก่อนที่ผู้กระทำจะทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ จินนี่วิ่งไปพยุงแฟนหนุ่มพร้อมแว้ดใส่พี่ชายเธอ

 

            “ขอให้ไม่มีใครอยากควงพี่ไปงานเต้นรำสักคน อ้อ ไม่สิ พี่ไม่มีอยู่แล้วลืมไป!”

 

            “มีเยอะกว่าที่เธอคิดล่ะกัน ฉันแค่ไม่เอาและไม่คิดไปด้วย”

 

            “โธ่ บอกมาเหอะว่าพี่มันไร้น้ำยาน่ะ”

 

            “หนอย งั้นเตรียมอ้าปากค้างรอไว้ได้เลย ฉันจะทำให้เธออึ้งจนพูดไม่ออก”

 

            “นั้นหนูก็จะเตรียมเสียงไว้รอหัวเราะเยาะพี่” จินนี่คลี่ยิ้มอย่างมั่นใจแข่งกับรอนที่หน้าแดงด้วยความโมโหยัยน้องสาวตัวแสบ “จะว่าไปเธอยังไม่มีคู่เหรอ เฮอร์ไมโอนี่?” แฮร์รี่ถามเธอเมื่อเริ่มหายจุกได้สักพักทำให้สองพี่น้องวีสลีย์มุ่งสายตาไปที่เด็กสาวผมลอนอย่างพร้อมเพรียง

 

..............................................................................................................................................

 

            บรรยากาศช่วงกลางคืนของปราสาทฮอกวอสต์ช่างเลวร้ายยิ่งกว่าเมื่อตอนกลางวันเสียอีก หิมะข้างนอกกระหน่ำด้วยแรงพายุที่พัดผ่านตัวปราสาททำให้ ณ เวลานี้อุณหภูมิลดต่ำจนถึงขั้นคงไม่มีใครบ้าพอถ่อสังขารตัวเองออกมากลางดึกเว้นซะแต่ผู้ที่มีหน้าที่ในยามวิกาลอย่างพวกพรีเฟ็คและประธานนักเรียน แต่เวรวันนี้เหมือนจะตกเป็นของประธานนักเรียนเพราะศาสตราจารย์มักกอนากอลเป็นคนกำชับขอไว้เนื่องจากพรีเฟ็คที่มีหน้าที่ตรวจตราวันนี้จำเป็นต้องรวมตัวกับพรีเฟ็คคนอื่นๆเพื่อช่วยงานในส่วนของงานเฉลิมฉลองคืนคริสต์มาสอีฟ

 

            เฮอร์ไมโอนี่เดินออกมาจากหอดูดาวหลังตรวจสอบเรียบร้อย เธอลงบันได้มาเรื่อยๆพลางใช้สายตาทอดยาวไปในหนทางข้างหน้ายามความมืดเข้าครอบงำดวงตาสีเฮเซลเกือบบอดสนิท เด็กสาวหายใจฟืดฟาดออกเป็นกลุ่มก้อนควันสีขาวอย่างสม่ำเสมอ มือน้อยกำชับผ้าพันคอผืนแดงสลับเหลืองขึ้นปกปิดถึงจมูก ร่างกายบอบบางหนาวสั่นอย่างห้ามไม่ได้ อันที่จริงกลางอากาศเย็นเหยียบน้ำแข็งคงไม่มีใครออกมาเพ่นพ่านอยู่แล้ว เพราะมันบ้าบอเอามากๆที่จะต้องเลือกระหว่างเตาผิงไฟอันอบอุ่นกับลมหนาวเย็นจับ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นเลยที่เธอจะต้องเดินให้ครบชั่วโมง เธออยากจะกลับไปนอนหอตอนนี้เลยก็ยังได้แต่เธอไม่ทำ สำหรับเฮอร์ไมโอนี่ หน้าที่ก็คือหน้าที่ การที่เธอได้รับตำแหน่งนี้ถือเป็นความใฝ่ฝันอย่างหนึ่งและเธอจะไม่มีวันทำมันบกพร่องเด็ดขาด เธอคิดอย่างนั้น

 

            “บรื้อ บางมีมันก็หนาวเกินไป” เฮอร์ไมโอนี่ถูมือตัวเองอย่างแรงหวังให้มันร้อนด้วยแรงเสียดสีถึงแม้เธอจะใส่ถุงมือป้องกันไว้แล้ว อากาศหนาวก็ยังแทรกผ่านร่องใยผ้าเล็กๆได้ เธอหยิบตะเกียงที่วางบนพื้นหลังทำมือให้อบอุ่นขึ้นมาและตัดสินใจว่าจะเร่งฝีเท้าให้เร็วยิ่งขึ้นเพื่อที่เธอจะได้ปฏิบัติงานให้เสร็จจนเมื่อถึงทางเลี้ยวก็เกิดเสียงดัง กึก ข้างหลังเธอ เฮอร์ไมโอนี่ชะงักค้างก่อนจะหันกลับไปมองข้างหลังพร้อมกับชูตะเกียงในมือเพื่อมอบแสงสว่าง เธอพบเพียงความว่างเปล่าที่หนาวเหน็บ เด็กสาวรีบปลอบใจตัวเอง คิดว่าคงเป็นเสียงน้ำแข็งที่ไหนหักลงมากระทบพื้นเกิดเสียงดังก้อง ในขณะที่กุมหัวใจพร้อมผ่อนอาการขวัญเสีย เธอไม่ได้รู้เลยว่ามีมือปริศนาสอดเข้ามาด้านหลังอย่างเงียบเชียบก่อนมันจะเข้าตะครุบร่างเด็กสาวแบบไม่ทันตั้งตัว

 

            เพล้ง!

 

            “อื้อ!” เฮอร์ไมโอนี่เผลอปล่อยตะเกียงในมือจนมันหล่นลงมาแตกกระจายพื้นด้วยความตื่นกลัว เธอพยายามดิ้นสุดตัวขณะที่เธอไม่สามารถขอความช่วยเหลือใครได้เพราะปากถูกพันธนาการไว้ด้วยมือปริศนา มืออีกข้างฉุดลากเธอด้วยวงแขนแข็งแกร่งกระทั่งแสงไฟที่หลงเหลือจากตระเกียงที่แตกหักบนพื้นมอดลงพร้อมกับเจ้าของร่างที่หายไปในเงามืด

 

..............................................................................................................................................

 

            รุ่งอรุณฉายแสงหลังพายุหิมะลับหายไปในวันใหม่ ความอบอุ่นปกคลุมทั่วอาณาเขตที่แสงสว่างมอบให้ ทำให้หิมะบางส่วนละลายหายไป ตัวอาคารที่เคยถูกทับถมด้วยกองหิมะจำนวนมากเผยโฉมให้เห็นตัวตนเด่นสง่าเล็กน้อย แต่ถึงอาทิตย์จะฉายแสงความหนาวเหน็บก็ยังอยู่เพียงแต่ในห้องๆหนึ่งของตัวปราสาทเท่านั้นที่ความหนาวไม่อาจแทรกกลางระหว่างสองร่างที่นอนกองอยู่บนเตียงขนาดคิงไซส์ ผ้าปูสีเขียวเข้มยับยู่ยี่ไม่เป็นระเบียบ หากการเคลื่อนไหวบนเตียงยังสั่นไหวไม่หยุดตั้งแต่ท้องฟ้ายังไม่ทันเปิดกว้างต้อนรับยามเช้า รอบตัวมีกองเสื้อผ้ากระจัดกระจายไปทั่วแสดงถึงความเร้าร้อนที่พึ่งเกิดขึ้นเมื่อยามดึกในห้องนอนของประธานนักเรียนชาย..

 

            “ไม่..อื้อ” ริมฝีปากสีสวยถูกทาบทับด้วยริมฝีปากเหนือร่างก่อนจะเอาเปรียบโดยสอดแทรกลิ้นเข้าไปตักตวงความหวานและลมหายใจจนฝ่ายถูกกระทำอ่อนระทวย ร่างสูงฉีกยิ้มแต่ยังไม่หยุดที่จะกวาดรสสัมผัสในโพลงปากร่างเล็ก เขาขยับกายรุกรานเธออย่างร้ายกาจระหว่างพรมจูบไล่ตามสันกรามของเธอ ดวงตาสีฟ้าเก็บกวาดทุกส่วนของหญิงสาวที่เขากำลังพาเธอไปขึ้นสวรรค์อันไกลก่อนจะเลือนไปหยุดที่ใบหน้าสวยที่กำลังทรมานเพราะตัวเขา เธอเหนื่อยล้าเต็มทน เธออยากจะปฏิเสธความรู้สึกตอนนี้แต่ก็ไม่อาจบ่ายเบี่ยงมันได้ในเมื่อเธอนั้นก็ดันหลงคารมที่เขาหยิบยื่นให้ ทำได้แค่เกาะแผ่นหลังกว้างและจิกข่วนมันระบายอารมณ์ที่ถาโถมใส่เธอไม่หยุดไม่หย่อนครั้นเมื่อเธอตื่นจากกิจกรรมเมื่อกลางดึกไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา

 

            “อือ อ้ะ” เด็กสาวครางออกมาเมื่อความรู้สึกพุ่งพ่านพุ่งใส่ตัวเธอพร้อมกับความอบอุ่น ร่างกายเกร็งอยู่ชั่ววิก่อนจะปลดปล่อยตัวศิโรราบใต้ร่างกำยำเหนือตัวเธออย่างเหนื่อยหอบ ตัวเด็กหนุ่มหลังบรรลุสิ่งพึงประสงค์ก็ล้มตัวลงนอนข้างๆเด็กสาวพลางดึงร่างเล็กเข้ามากอดสูดดมบนเรือนผมสีน้ำตาลที่เขาหลงใหล “เป็นอีกเช้าที่เยี่ยมไปเลย เธอว่างั้นมั้ย”

 

            “มันแย่มากเลยต่างหาก” เธอเงยหน้าสบตาเจ้าของเรือนผมสีบลอนด์ด้วยท่าทีอ่อนแรง เขายิ้มกลับก่อนจะก้มลงจูบหน้าผากเธอและกระชับกอดแน่นขึ้น “อย่าโกหกฉันน่า จะบอกว่าเธอไม่ชอบที่ฉันทำไม่ได้นะในเมื่อเธอเล่นครางเรียกชื่อฉันทั้งคืน” เด็กสาวหน้าขึ้นสีก่อนจะฟาดมือลงบนแขนเด็กหนุ่มอย่างฉับพลันจนอีกฝ่ายสะดุ้งสุดตัว

 

            “โอ๊ย! เจ็บนะ” เด็กหนุ่มรีบกระเถิบตัวหนีพลางลูบรอยแดง ร่างเล็กหน้าบึ้งไม่สนใจเด็กหนุ่มสักนิด เธอพลิกตัวขึ้นหวังลุกไปหยิบเสื้อผ้าของเธอที่เรี่ยรายทั่วพื้นมาสวมใส่แต่ไม่ทันได้ทำก็ถูกแขนหยาบกร้านคว้าเอวลงไปสวมกอดโดยเธอนั่งอยู่บนตักเขาและหันหลังให้เจ้าของแขนแกร่ง “ปล่อยน่า เดรโก” ร่างเล็กดิ้นขลุกขลักพยายามดีดตัวออกจากอ้อมแขนเด็กหนุ่มแต่ตัวเธอนั้นไร้เรี่ยวแรงต่อกรเพราะยังอิดโรยหลังพบศึกหนักเมื่อเช้านานเกือบชั่วโมง เดรโกเม้มบนแผ่นหลังเปลือยเปล่าทำให้เธอสั่นระริก

 

            “จะรีบไปไหน เช้านี้เธอไม่มีเรียนไม่ใช่รึ เฮอร์ไมโอนี่”

 

            “ฉะ ฉันต้องกลับหอกริฟฟินดอร์”

 

            “ชิ จะรีบกลับไปหาพวกมันล่ะสิ” น้ำเสียงเขาแข็งกร้าวทันควัน เดรโกไม่ชอบที่เด็กสาวให้ความสำคัญพวกเพื่อนรักเธอมากกว่าเขา เขาต้องไม่พอใจอยู่แล้ว ก็ในเมื่อเธอเป็นของเขา มีรึเขาจะไม่หวง “ฉันถูกลักพาตัวนะ! เธอไม่สำนึกบ้างเหรอว่าการที่เธอเล่นซุ่มดักฉันตอนกลางคืนเนี่ยมันเป็นอะไรที่..”

 

            “หลักแหลม ฉันรู้อยู่แล้ว ฉันฉลาด”

 

            “บ้าบอสิไม่ว่า พวกแฮร์รี่ต้องตามหาฉันแน่ถ้าพวกเขารู้ว่าฉันหายไป”

 

            “เวลาอยู่กับฉันห้ามพูดชื่อพวกมันเด็ดขาด เธอก็รู้ว่าฉันไม่ชอบหรืออยากโดนทำโทษอีก!” เด็กสาวหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาหลังนึกได้ถึงเหตุผลที่เธอโดนเขาลักพาตัวมา เขาน้อยใจเธอ เขาไม่พอใจที่เธอออกตัวปกป้องเพื่อนรักของเธอแต่จะให้เธอตามน้ำยอมให้เขาแกล้งเพื่อนๆเธองั้นเหรอ เป็นไปไม่ได้อย่างแรงและยิ่งสิ่งที่เขาทำมันน่าโมโหสุดๆ “นั้นมันความผิดเธอต่างหากที่ไปแกล้งพวกแฮร์รี่ แล้วฉันจะไม่เข้าข้างเธอด้วยเพราะสิ่งที่เธอทำมันไร้สาระมากต่อให้ทุกคนรู้เรื่องของเรา” เฮอร์ไมโอนี่แหวใส่เขานึกโกรธในความเอาแต่ใจของเด็กหนุ่ม เธอกับเดรโกแอบคบกันมาตั้งแต่ปี 6 หลังพวกเขาต่างรู้ใจซึ่งกันและกันโดยทั้งคู่ตกลงกันไว้ว่าจะไม่มีใครรู้เรื่องนี้จนต่างฝ่ายจะพร้อม ไม่น่าเชื่อว่าพวกเธอจะสามารถรักษาความลับมาได้จนถึงทุกวันนี้ ฝ่ายเดรโกเหมือนจะพอใจที่จะอยู่อย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆต่างกับเฮอร์ไมโอนี่ที่บัดนี้เธอรู้สึกอึดอัดที่ต้องทำมัน  

 

            “เป็นอะไรไป?” เดรโกงุนงงที่อยู่ๆเฮอร์ไมโอนี่ก็เงียบไปดื้อๆ เขาดันตัวเธอลงนอนก่อนจะเกลี่ยผมทัดหูเพื่อที่เขาจะได้มองหน้าเธอได้ชัดขึ้น เฮอร์ไมโอนี่ส่ายหน้าพลางหรุบตาต่ำ”เปล่า ไม่มีอะไร” มือใหญ่สัมผัสใบหน้าอ่อนหวานทำให้เด็กสาวสบตาเขาอีกครั้งเพราะถ้าเธอหลบเท่ากับเธอยอมรับว่าเธอกำลังกังวล เมื่อเฮอร์ไมโอนี่มองเขา เธอเห็นถึงความอ่อนโยนในดวงตาสีฟ้าคู่นั้น แววตาที่ไม่มีใครเคยได้นอกจากเธอ

 

            “เฮ้ มีเรื่องไม่สบายใจอะไรก็พูดออกมาเหอะน่า ถึงฉันจะไม่ใช่ผู้ฟังที่ดีสักเท่าไหร่” เด็กหนุ่มพูดติดตลกในประโยคท้ายและมันได้ผลเธอยิ้มออกมาถึงจะเล็กน้อยมันก็ทำให้เขารู้สึกสำเร็จ เฮอร์ไมโอนี่จับมือใหญ่ที่แตะใบหน้าเธอและกุมมันไว้อย่างหวงแหน “เธอเคยคิดเปิดเผยเรื่องของเราบ้างหรือเปล่า เดรโก” เฮอร์ไมโอนี่จ้องเขาที่มีสีหน้าไม่สู้ดีแวบเดียวแล้วกลับมายิ้มตามเดิม เธอรู้สึกถึงความสั่นไหวบนมือใหญ่ที่เธอจับไว้ คำถามนี้คงไม่ใช่คำถามที่ดีเพราะมันเหมือนเธอต้องการให้เขาประจานตัวเอง มันคงตลกถ้าเกิดใครๆรู้เรื่องเธอกับเขา ขนาดแฮร์รี่กับรอนเธอยังไม่เชื่อเลยว่าพวกเขาจะยอมรับเรื่องของเธอ พวกเขาคงหาว่าเธอบ้าที่ไปรักศัตรูตัวฉกาจอย่างเดรโก มัลฟอย แต่การที่ถามออกไปนั้นก็แค่เธอต้องการความชัดเจน เธอต้องการรู้ว่าเขารักเธอจริงหรือแค่เล่นๆ

 

            “ทำไมเธอถึงถามล่ะ” ตัวเดรโกแอบตกใจที่อยู่ๆเด็กสาวก็ยิงคำถามสุดหินใส่เขา ไม่ใช่ว่าเขาไม่คิดแต่เขายังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้าเท่านั้น เขาต้องการเวลา มันอาจจะเป็นข้ออ้างของผู้ชายเห็นแก่ตัวถ้าเป็นเรื่องของคนทั่วไปแต่เขาไม่ใช่ เขาคือสลิธีรีนแต่เธอคือกริฟฟินดอร์ เขาคือเลือดบริสุทธิ์แต่เธอคือเลือดสีโคลน ทุกอย่างเหมือนสิ่งตรงข้ามแต่ใครจะรู้ว่าวันหนึ่งตัวเด็กหนุ่มดันมีใจให้เด็กสาวคนนี้ซึ่งเธอเองก็เช่นกัน ถนนหนทางอาจจะสวยงามกว่านี้ถ้าเราทั้งคู่ไม่มีอะไรขีดกั้น เขาหัวเราะแห้งๆให้เธอพยายามกลบเกลื่อนความจริงที่เขาคิดแต่ดวงตาคือหน้าต่างของความรู้สึก เขาไม่สามารถรู้ได้เลยว่าดวงตาของเขากำลังสั่นอยู่ “ฉันอยากรู้” เฮอร์ไมโอนี่พูด

 

            “เรื่องนั้นฉัน...ทำไม? ที่ผ่านมาเราก็โอเคกันทั้งคู่” เดรโกอึกอัก เขาไม่รู้ว่าเขาควรตอบอะไรหรือพูดอะไรที่ทำให้เขาดูแย่น้อยที่สุด “นั้นไม่ใช่คำตอบ” เฮอร์ไมโอนี่แอบเศร้าในใจเมื่อเห็นอาการเด็กหนุ่ม เธอเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องยากแต่การที่เขาพยายามหลีกเลี่ยงนั้นก็เท่ากับเขาแคร์คนอื่นมากกว่าเธอ

 

            “เฮ้อ เอาเถอะถ้าเกิดเธอไม่อยากก็ไม่เป็นไรฉันแค่ถามเล่นๆแต่มันก็ดีเหมือนกันถ้าวันหนึ่งเราต้องแยกทางกันจริงๆ เราทั้งคู่จะได้ไม่อับอายใคร”

 

            “ยะ แยกทางกัน!?”

 

            “ใช่ ถ้าเราเลิกกัน”

 

            “ฉันไม่มีวันเลิกกับเธอ!” เดรโกนิ่วหน้าหนักก่อนจะก้มลงบดจูบเฮอร์ไมโอนี่ เขาไม่ชอบที่เธอพูดอย่างงั้น เลิกกันเรอะ ไม่มีวันซะหรอก เขาไม่มีวันยอมให้เธอไป เธอเป็นผู้หญิงของเขา ของเขาคนเดียว! เฮอร์ไมโอนี่พยายามผลักตัวเด็กหนุ่มด้วยความตกใจทำให้เขาผงะออกจากเธอเล็กน้อย “แต่เธออาจจะอยากเลิกกับ...อุ๊บ” เฮอร์ไมโอนี่ฉวยโอกาสที่ได้รีบพูดกระทั่งถูกเดรโกปิดโอกาสนั้นด้วยริมฝีปากของเขาซ้ำเดิม

 

            “หยุดพูด ฉันบอกแล้วไงว่าไม่เลิก” เด็กหนุ่มระบายความรู้สึกผ่านจูบนั้นอย่างหนักหน่วง เขาไม่อยากให้เธอพูดคำนั้นออกมา เขาไม่อยากได้ยินมันและเขาไม่ต้องการให้มันเป็นจริงด้วย เมื่อเห็นเด็กสาวเลิกผลักดันเขาก็ปล่อยจูบแต่ยังคลอเคลียใกล้ใบหน้าหวานพลางหอบหนัก “อย่าพูดคำนั้นอีก” น้ำเสียงคำสั่งปนอ้อนวอนทำให้เฮอร์ไมโอนี่ยอมพยักหน้าแต่โดยดีอาจเป็นเพราะรสจูบทำให้เธอยอมไม่ก็คำพูดที่เขาพร้ำมันไม่หยุด สิ่งที่เขาแสดงออกก็ยังทำให้เธอมั่นใจว่าเขารักเธอถึงไม่ได้ออกมาจากปากเจ้าตัว

 

            “เดรโก ฉัน.....ขอโทษ”

 

            “เธอไม่ผิดหรอก เฮอร์ไมโอนี่ เธอแค่....แค่ต้องให้เวลาฉันหน่อย ฉันรู้ว่ามันยากแต่ถ้าล้มเลิก ทุกอย่างที่เราทำมามันจะหายไปหมด ฉันไม่อยากให้ใครมองเธอเสียหายเพราะเพียงสายเลือดของเราทั้งคู่ ฉันสัญญาว่าฉันจะทำมันให้ได้เพราะฉะนั้นอย่าพูดว่าเราจะเลิกกันอีก ขอร้องล่ะ” เดรโกสบตาเฮอร์ไมโอนี่ระหว่างที่เขาเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเด็กสาว เฮอร์ไมโอนี่กอดเขาตอบทำให้ใบหน้าเธอกับเขาแนบชิดแทบจะกลืนกินลมหายใจเดียวกัน “ฉันเข้าใจเดรโก ขอโทษที่พูดอะไรบ้าๆออกไป”

 

            “ช่างเถอะ ว่าแต่เธอจะควงใครไปงานเต้นรำ อย่าบอกนะว่าไอ้หัวแดงน่ะ มีหวังมันได้พาเธอไปสะดุดล้มไหนต่อไหน”

 

            “ฉันยังไม่มีแล้วก็ไม่ได้คิดจะควงรอนไปด้วย แล้วเธอล่ะ แพนซี่เหรอ?” เฮอร์ไมโอนี่ถามเด็กหนุ่มอย่างใคร่รู้เพราะช่วงหลังเธอเห็นแพนซี่เข้าหาเดรโกบ่อยครั้งจนเธอไม่รู้สึกหึงอย่างบอกไม่ถูก ตอนนี้เธอรอคำตอบจากเขาใจจดใจจ่อแอบหวังในใจคิดว่าเขาอาจจะชวนเธอ ใช่ มันเป็นสิ่งที่เธอหวัง ถึงมันจะเป็นไปไม่ได้ที่พวกเธอจะงานด้วยกันแต่แค่คำชวนเท่านั้นที่เธอต้องการให้เขาพูด เดรโกก้มหน้างุดพลางเกาหัวหลังใช้สมองใคร่ครวญคำถามเด็กสาวก่อนจะถอนหายใจเบื่อหน่าย ”ไม่รู้สิ ฉันเบื่องานเต้นรำชะมัด อะไรดลใจให้ตาแก่นั้นจัดมันขึ้นมาพร้อมกับเงื่อนไขงี่เง่ากัน” เดรโกบ่นไปตามที่เขาคิดอย่างหัวเสียโดยไม่ทันได้สังเกตสีหน้าผิดหวังของคนรักเลยสักนิด เธอเผื่อใจไว้อยู่แล้ว เขาไม่มีทางพูด แต่มันก็อดน้อยใจเขาไม่ได้จริงๆ น่าเบื่อ ว่าไปเธอเองก็คิดเหมือนเขาแต่ถ้าได้ไปกับเขา งานเต้นรำคงสนุกขึ้นเป็นกอง  

 

            “ข้อแรกเขาคือพ่อมดที่มาพร้อมกับเหตุผลเสมอ ข้อสองเธอไม่ควรเรียกเขาแบบนั้นอีกเพราะมันแย่มาก และข้อสาม เธอคิดว่าการไปงานคนเดียวมันสนุกนักหรือไง?” เฮอร์ไมโอนี่ดุเขากลับแต่ตัวเด็กหนุ่มเหมือนจะไม่ทุกข์ร้อนอะไรกลับยักไหล่ส่งเธอ “ฉันคนหนึ่งมั่ง”

 

            “ดี นั้นเชิญเธอควงตัวเองเข้างานไปเถอะ ฉันขอไปกับคนอื่น”

 

            “อ่าห้ะ อย่าให้ฉันรู้ว่าเธอไปกับใครนะ เฮอร์ไมโอนี่”

 

            “ทำไม?”

 

            “ฉันจะตามไปสาปไอ้หมอนั้นที่บังอาจควงผู้หญิงของฉันจนมันไปงานกับเธอไม่ได้”

 

            “เหอะๆ นั้นเธอคงเป็นคนสุดท้ายที่ฉันจะบอก”

 

            “เฮ้ ไม่ยุติธรรม ฉันเป็นแฟนเธอนะ!”

 

..............................................................................................................................................

 

            ช่วงเช้าของวันบวกกับอากาศที่หนาวเย็นจับสั่น นักเรียนฮอกวอสต์หลายคนเลือกที่จะนั่งๆนอนๆอยู่ในหอตัวเองก่อนเวลารับประทานอาหารเช้าทำให้ไม่มีใครได้เห็นภาพที่อาจได้เป็นเดอะทอล์คออฟเดอะฮอกวอสต์ของวันเลยก็ว่าได้ สองประธานนักเรียนเดินคุยกันบนโถงทางและที่สำคัญมือของพวกเขาแนบชิดสนิทแบบที่ว่ากลัวหล่นหายกลางทาง มันคงเป็นเรื่องธรรมดาถ้าสองคนนี้ไม่ใช่ศัตรูคู่อริมานานนม

 

            “บ้าจริง เดรโก ถ้าเธอยังระรานพวกเขา ฉันจะเอาเรื่องทั้งหมดไปฟ้องศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ให้หมดแล้วอย่าหวังว่าฉันจะช่วยด้วย” เฮอร์ไมโอนี่เสียงแข็งกับความดื้อรั้นของแฟนหนุ่ม ฝ่ายเดรโกชักสีหน้างอพลางบ่นพึมพำเงียบๆ “เข้าข้างผู้ชายคนอื่นทั้งที่นอนกับฉันเนี่ยนะ” แต่เสียงก็ไม่พ้นหูเธออยู่ดี เฮอร์ไมโอนี่จึงตีไหล่เขาอย่างแรงด้วยความอาย

 

            “ทำไมเธอถึงชอบทำร้ายฉันจังนะ!”

 

            “ก็เพราะเธอเป็นคนที่พูดจาด้วยไม่รู้เรื่องน่ะสิ”

 

            “ถึงทางทฤษฎีฉันจะไม่เก่งแต่ภาคปฏิบัติเนี่ยฉันมั่นใจเลยว่าฉันไม่เป็นรองใครแน่นอน” เดรโกดึงเฮอร์ไมโอนี่มากอดแน่นขณะที่เธอยังไม่ทันคำกล่าวของเขาก่อนที่หน้าเด็กสาวจะมีแถบสีแดงเข้มทั่วใบหน้าทันทีที่เข้าใจความหมาย เธออ้าปากค้างก่อนจะเข้ารัวกำปั้นอัดอกเด็กหนุ่มที่ยิ้มกริ่มเมื่อเห็นอาการเธอ “โอ๊ยๆ ฮะ ฮ่าๆ” เดรโกขบขันปนร้องเจ็บพร้อมหาทางรวบมือเด็กสาวได้ในที่สุดก่อนเข้าชิงจูบเด็กสาวระงับอารมณ์ร้อนของเธอ เฮอร์ไมโอนี่เผยอปากรับมันพร้อมสนองกลับตามบทจูบ เธอลดมือลงเมื่อเดรโกปล่อยข้อมือเธอเปลี่ยนเป็นจับผ้าคลุมด้านหลัง เด็กหนุ่มสลิธีรีนจูบเธอซ้ำที่ปากหนักทีหนึ่งถึงจะยอมปล่อยให้อิสระเธอแต่ยังเอาหน้าผากแนบชิดอยู่ ทั้งสองหัวเราะเบาๆอย่างมีความสุข จะว่าไปตั้งแต่หัวรุ่งพวกเขาจูบกันนับหลายครั้งแต่พวกเขาก็ยังชอบมันและอยากทำมันต่อไปเรื่อยๆ

 

            ตุบ!

 

            เฮอร์ไมโอนี่เดรโกสะดุ้งโหยง พวกเขาหันขวับไปตามเสียงดังก็ต้องผงะเมื่อความลับของพวกเขาไม่เป็นความลับอีกต่อไป

 

..............................................................................................................................................

 

            “ไม่จริงน่า!!!!” เด็กสาวผมแดงอุทานลั่นสนั่นห้องนั่งเล่นในหอกริฟฟินดอร์ ผู้คนที่อยู่ร่วมห้องกับพวกเธอจึงหันมาเป็นตาเดียว “ชู่วววว อย่าเสียงดังนักสิ อยากให้คนอื่นรู้หรือไง” เฮอร์ไมโอนี่รีบปิดปากเด็กสาวพร้อมกับเอ็ดเธอราวเสียงกระซิบก่อนจะหันไปก้มขอโทษทุกคนในห้อง จินนี่ยิ้มเจื่อนด้วยความอาย ดีที่พวกแฮร์รี่ไม่อยู่ ไม่งั้นพวกเขาคงพุ่งเป้ามาที่พวกเธออย่างไม่ต้องสงสัย

 

            “สิ่งที่พี่กำลังทำมันบ้ามาก”

 

            “อะไร!?”

 

            “ก็พี่กำลังปล่อยให้เขาโลดแล่นมากจนเกินไป ถ้าขืนพี่ยังทำแบบนี้คนที่เสียมันก็มีแต่ฝ่ายผู้หญิงอย่างเรานะ!” จินนี่พูดด้วยประสบการณ์ที่มีหลังฟังเรื่องราวความรักจากพี่สาวสุดหวง คนที่เห็นพวกเขาสวีทกันกลางโถงทางเดินก็คือเธอเอง เธอตื่นแต่เช้าเพื่อเอาการบ้านไปให้เฮอร์ไมโอนี่สอนแต่เด็กสาวไม่อยู่ เธอจึงคิดว่าบางทีเฮอร์ไมโอนี่อาจจะไปห้องสมุดแต่เช้าจึงได้ออกมาเพ่นพ่านกระทั่งพบเฮอร์ไมโอนี่จูบอยู่กับคนที่เธอแทบไม่เชื่อสายตา “แล้วจะให้พี่ทำยังไง ป่าวประกาศให้คนอื่นหัวเราะเยาะพี่ หาว่าพี่บ้าเหรอ” เฮอร์ไมโอนี่งึมงำพร้อมกอดอกทิ้งตัวพิงโซฟาสีแดง มันต้องหัวเราะอยู่แล้วขนาดจินนี่ยังแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ยังหาว่าเขาเสกคาถาสะกดใจใส่เธอซะงั้น

 

            “ก็ไม่ใช่ให้ทำแบบนั้น พี่ก็แค่พูดกับเขาว่าพี่ทนไม่ได้ที่จะต้องหลบๆซ่อนๆต่อไป“

 

            “พี่ทำมาเป็นร้อยครั้งได้แล้วมั่งแต่เขาก็มักจะให้เหตุผลเดิมตลอด”

 

            “เหตุผล! เหตุผลอะไรมันจะดีไปกว่าความรู้สึกของคนรัก นี้ถ้าเขายังไม่ยอมเปิดปากเรื่องพี่ล่ะก็หนูจะบังคับให้พี่เลิกกับตาบ้านั้นซะ”

 

            “แต่พี่กับเดรโก มันเป็นเรื่องยากนะจินนี่ พวกเราต่างชั้นกันมากเธอจำไม่ได้เหรอ”

 

            “เอ่อ เรื่องนั้น...มันก็จริงอยู่ ฮึ่ย! แต่เขามันน่าโมโหจริงๆ แล้วเขาได้ชวนพี่ไปงานเต้นรำหรือเปล่า?” จินนี่นั่งลงข้างๆเฮอร์ไมโอนี่พร้อมถามออกไป เฮอร์ไมโอนี่สะอึกเบาๆก่อนจะยิ้มอย่างเศร้าหมองตามด้วยหัวเราะแห้งๆ “ไม่ เขาไม่ได้พูด เขาแค่บอกว่างานมันน่าเบื่อ” จินนี่กดคิ้วสวยลงและอ้าปากหวอเล็กน้อย

 

            “ให้ตาย! เขามันซื่อบื้อยิ่งกว่าพี่รอนเสียอีก ไม่สิพี่รอนอาจจะบื้อกว่า”

 

            “ไม่หรอก เดรโกอาจรู้อยู่แล้วว่ายังไงพวกเราก็ไปงานพร้อมกันไม่ได้”

 

            “ถึงไม่ได้ก็ควรพูดสิ ไม่ใช่เงียบเอาดื้อๆ”

 

            “น่าจินนี่ เขาคงมีเหตุผล”

 

            “พี่เลิกแก้ตัวให้เขาเลยนะ ยังไงเขาก็ผิด!” จินนี่เดือดดาลแทนเฮอร์ไมโอนี่ เธออยากจะเอาสกรู๊ตปะทุไฟยัดปากนายมัลฟอยผู้โง่เขลาซะเหลือเกิน ไม่ติดว่าเขาเป็นประธานนักเรียน เฮอร์ไมโอนี่หุบปากแทบจะทันทีที่ถูกจินนี่ตำหนิ เธอเข้าใจความรู้สึกเด็กสาวผมแดงดี เป็นเธอถ้าเจอแบบนี้ก็ก็คงทำแบบจินนี่เหมือนกันแต่พอเจอเข้ากับตัวเอง ทำไมเธอถึงทำอะไรไม่ได้เลย “แล้วพี่จะเอายังไง พี่จะไปงานฉลองคริสต์มาสอีฟกับใคร?” จินนี่เห็นใบหน้าเซื่องซึมของเฮอร์ไมโอนี่ก็รู้สึกสงสารเธอจับใจก่อนจะถามเรื่องงานเต้นรำด้วยความเป็นห่วง

 

            “พี่อาจจะไม่ไปมั่ง อาจจะนั่งอ่านหนังสือสักสองสามเล่มในห้องนอนฆ่าเวลา ใช่ต้องแบบนั้นอยู่แล้ว...”

 

            “พี่อยากไปกับเขาใช่ไหม”

 

            “เรื่องนั้นเธอก็รู้”

 

            “ถึงแม้จะถูกมองแปลกๆ พี่ก็อยากงั้นสิ”

 

            “อืม...”

 

            “เยี่ยม! นั้นหนูจะทำให้พี่กับเขาได้ไปงานด้วยกันเอง ฮิๆ” จินนี่ดีดนิ้วดัง โป๊ะ! พร้อมยกยิ้มเจ้าเล่ห์ขณะปิ้งแผนการดีๆในหัวได้ เฮอร์ไมโอนี่เห็นรอยยิ้มนั้นก็ทำให้คิดถึงเดรโกเพราะเขามักเผยยิ้มอย่างนี้เวลาเขาคิดจะตะครุบเธอเป็นประจำ จนเธอเรียนรู้ได้ทันเมื่อถึงเวลาเธอต้องหนีแม้จะไม่เคยรอดได้เลย

 

            ตึง!

 

            เสียงประตูภาพเปิดอ้าพร้อมปรากฏร่างเด็กหนุ่มผมแดงซึ่งบนแก้มข้างซ้ายเขามีรอยแดงเหมือนโดนอะไรซัดหน้ามาสักอย่าง เฮอร์ไมโอนี่จินนี่ลุกขึ้นยืนพร้อมส่งสายตางุนงงระคนแปลกใจ โดยมีจินนี่เดินเข้าไปหาพี่ชายเธอเป็นคนแรกตามด้วยเฮอร์ไมโอนี่คนที่สอง “เกิดอะไรขึ้น?”  จินนี่กล่าวถามพี่ชายเธอ

 

            “รอน หน้านายไปโดนอะไรมา!?” เฮอร์ไมโอนี่ถามต่อจินนี่ทำให้รอนหันมามองเธอด้วยใบหน้าดุดัน “ลองถามตัวเองดูดีกว่า เฮอร์ไมโอนี่!” เขาแผดเสียงดังแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งขึ้นหอชายไป ทิ้งให้สองสาวมองตามอย่างคลุมเครือก่อนที่เสียงประตูจะเปิดอ้าอีกครั้งแต่ครั้งนี้เป็นหนุ่มแว่นกลมที่โผล่เข้ามาในห้อง แฮร์รี่ยิ้มให้สองสาวก่อนจะจดจ้องเฉพาะจินนี่จนแฟนสาวเริ่มออกอาการเขินแดงเพราะไม่ได้มีแค่พวกเธอสองคน ยังมีเฮอร์ไมโอนี่คั้นกลางพวกเธออยู่กระทั่งวินาทีนี้เฮอร์ไมโอนี่เริ่มรู้ตัวแล้วว่าเธอเป็น กขค

 

..............................................................................................................................................

 

            “หักฮัฟเฟิลพัฟ 10 คะแนน ข้อหาทำร้ายประธานนักเรียน!” เสียงยานคางดังกึกก้องทางลงบันไดเมื่อหนุ่มน้อยฮัฟเฟิลพัฟปี 3 ผู้โชคร้ายเผลอวิ่งชนเจ้าของเรือนผมสีบลอนด์เต็มๆจนข้าวของตัวเองกระจัดกระจายส่วนเขาล้มลงไปนอนพื้นและสิ่งผิดพลาดใหญ่หลวงเขาดันทำให้น้ำยาที่เขาเพิ่งปรุงเสร็จเลอะเสื้อประธานนักเรียนชายแต่ดีทีมันไม่เกิดปฏิกิริยาอันตรายอะไรกับหนุ่มสลิธิรีน เดรโกสะบัดไม้กายสิทธิ์ทีหนึ่งเสกเสื้อผ้าเขาจนสะอาดพลางส่งสายตาไล่ต้อนทำให้เจ้าหนุ่มน้อยถึงกับมือไม้พันเผลอทำนู่นนี้ตกอยู่หลายครั้งพร้อมก้มหน้าขอโทษซ้ำไปซ้ำมาจนในที่สุดเขาก็เก็บของเสร็จและวิ่งหน้าตาตื่นจากไป เดรโกยิ้มเยาะและมีแคลบกอยล์หัวเราะสนุกสนานกันใหญ่ เขาเก็บไม้เข้ากระเป๋าก่อนจะสะพายกระเป๋าตัวเองบนไหล่ “นั่นนายจะไปไหน ไม่กลับหอเหรอ?” แคลบเอ่ยปากกล้าถามเขา

 

            “ฉันอยากไปที่ไหนมันก็เรื่องของฉัน พวกแกจะไปไหนก็ไป!” เขาตะคอกกลับอย่างร้อนในหัวเพราะมีพวกแคลบกอยล์คอยตามหลังไม่หยุดทำให้เดรโกปลีกตัวไปหาเฮอร์ไมโอนี่ได้ยากขึ้น กว่าจะหาเหตุผลที่หนึ่งถ้าไม่ตวาดไล่พวกลูกน้องสมองทึ่มก็คงต้องขู่จะสาปให้พวกมันกลายเป็นตัวอะไรสักอย่าง บางครั้งเขาก็เริ่มอยากจะสาปส่งเจ้าพวกนี้สักทีแต่การมีพวกมันไว้ก็ใช่ว่าไร้ประโยชน์ไปซะทีเดียว “เอ่อ แล้วนายจะให้เราไปไหนกัน?” กอยล์พูดออกมาแบบไม่ได้ใช้หัวคิดเลยสักนิด เดรโกลูบหน้าตัวเองระงับอารมณ์พลุ่งพล่านในตัวก่อนจะหันไปกระดิกนิ้วเรียกทั้งสองเข้ามาใกล้

 

            “ก้มหัวลง” แคลบกอยล์ทำตามอย่างว่าง่าย เดรโกจับหัวทั้งสองโขกเต็มแรงจนสองยักษ์ล้มลงไปนั่งพื้นด้วยความมึน “มีสมองก็คิดเอาเองหรือพวกแกอยากจะไปกระโดดลงทะเลสาบให้ไอ้หมึกยักษ์มันลากไปกินก็แล้วแต่!” เดรโกไม่อยากเสวนามากนัก เขารีบทิ้งเจ้าสองยักษ์และก้าวเท้าไปยังสถานที่ที่เขาคิดว่าเธอน่าจะอยู่ เขาไม่อาจอดทนต่อความคิดถึงต่อเธอได้นัก เขาอยากสวมกอดร่างเล็กนั้นเต็มแก่หลังตั้งแต่ถูกแม่สาววีสลีย์ล่วงความลับ เขาก็แทบไม่ได้เจอเฮอร์ไมโอนี่เป็นการส่วนตัว เด็กหนุ่มอยากจะตะโกนด่าเมอร์ลินที่ชอบกลั่นแกล้งเขานักเพราะดูท่านจะสนุกกับการทรมานเขาเหลือเกินและเป็นอีกครั้งที่เมอร์ลินหัวเราะอัดเขาด้วยเส้นทางข้างหน้านั้นแพนซี่ พาร์กินสันกำลังพูดคุยอย่างสนุกปากกับเพื่อนๆของเธอห่างเขาไปไม่กี่เมตร เดรโกสบถในใจพลางเร่งฝีเท้าเพื่อจะผ่านพวกสาวๆกลุ่มนี้ไปโดยอย่าให้พวกเสียงปรอทแตกหันมาเจอเขาเลย

 

            “เดรโก!” เด็กหนุ่มชะงักพลางกลอกตาไปมาอย่างจนใจเขาหันไปเผชิญเด็กสาวผมดำที่กำลังย่างขุมเข้ามาหาเขาอย่างใจเย็น “ต้องให้บอกกี่ทีแพนซี่ ฉันไม่เคยอนุญาตให้เธอเรียกชื่อจริงฉัน” เขาเปล่งน้ำเสียงเย็นยะเยือกขนาดทำให้อีกฝ่ายฟังถึงกับกระตุกตื่นกลัวแต่เธอก็ปั้นหน้าใจดีสู้เสือไว้ คนอย่างเดรโก มัลฟอยถ้าไม่ใจกล้าก็ไม่มีทางได้มา เขาเป็นเหมือนกองเพลิงที่สะกิดนิดสะกิดหน่อยก็พร้อมจะลุกไหม้ตัวเธอได้ทุกเมื่อ

 

            “ใจร้ายจังเดรโก เราก็ออกจะสนิทกันทำไมฉันจะเรียกชื่อเธอไม่ได้” แพนซี่ยิ้มหวานขณะที่เดรโกยกยิ้มมุมพยายามแสดงออกว่าเขานั้นเอือมระอาเธอแค่ไหน เดรโกยอมรับว่าแพนซี่ก็ถือว่าเป็นผู้หญิงที่ไร้ที่ติทั้งชาติตระกูล รูปร่างหน้าตา แต่ยังไงซะสำหรับเขาเธอมันก็แค่ผู้หญิงขี้ประจบคนหนึ่ง “มีธุระอะไร” เขารีบถามจุดประสงค์เธอ

 

            “เธอมีคู่ควงไปรึยัง?”

 

            “ยัง”

 

            “นั้นเธอจะว่าอะไรไหมถ้าเรา.....จะไปด้วยกัน” แพนซี่พูดอย่างเขินอายพลางม้วนผมเล่นกับนิ้วเรียวยาวแก้เขิน ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นคงบอก เธอนั้นช่างน่ารักสุดยอด แต่สำหรับเดรโก เขาออกจะหน่ายๆเสียมากกว่า “ถ้านั้นเป็นตัวเลือกสุดท้าย ฉันจะบอกเธอเอง มีแค่นี้ใช่ไหม นั้นขอตัว” เดรโกอยากไปให้พ้นๆเสียที เขาไม่จำเป็นต้องรอคำอนุญาตจากเธอก็ในเมื่อเธอไม่ใช่เจ้านายเขา เรื่องอะไรเขาต้องรอด้วยไหนจะเรื่องคู่เต้นรำ เหอะ ให้ตายเถอะ ตั้งแต่ปี 4 เค้าก็ไม่อยากย่างกรายเข้างานประเภทนี้โดยเฉพาะการต้องควงเด็กสาวผมดำไปด้วยความจำเป็น

 

            “ถ้าเป็นนังนั้นเธอคงแทบถลาตัวยินดีเลยล่ะสิ” เดรโกชะงักกลางคันแต่ไม่ได้หันไปมองคนข้างหลังแต่อย่างใด เด็กหนุ่มกำลังฉงนใจที่อยู่ๆเด็กสาวก็โพล่งเรื่องอะไรสักอย่างซึ่งน่าจะเกี่ยวกับตัวเขา “พูดบ้าอะไรของเธอแพนซี่ นอนตกเตียงจนหัวสมองเพี้ยนรึไง” เดรโกพยายามคุมน้ำเสียงเย็นไว้

 

            “บ้างั้นเหรอ หึ เธอปิดมันไปไม่ได้ตลอดหรอก”

 

            “อยากพูดเรื่องอะไรกันแน่”

 

            “เรื่องของเธอไง เดรโก! คิดว่าเวลานั้นจะมีแค่เธอสองคนเหรอที่อยู่ที่โถงทางเดินนั้น” แพนซี่กัดฟันกรอดเมื่อนึกย้อนไปเมื่อเช้าที่เธอออกตามหาเด็กหนุ่มอันเป็นที่รักเพราะเขาไม่ได้กลับมานอนหอจนในที่สุดเธอก็ได้เห็นภาพบาดตา ภาพของเดรโกกำลังจูบอยู่กับเด็กสาวที่ไม่ใช่เธอ นังผู้หญิงเลือดสีโคลน! เดรโกตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน แพนซี่รู้ความลับของเขาซะแล้ว! “เธอกำลังทำอะไรเดรโก เรื่องแบบนี้มันเป็นไปไม่ได้เธอก็รู้! ถ้าเกิดคนที่เห็นไม่ใช่ฉัน...แต่เป็นคนอื่น พวกมันจะหัวเราะเยาะเธอแล้วต่อจากนั้นมันจะเป็นยังไงฉันคงไม่ต้องบอกใช่ไหม” เกิดความเงียบชั่วขณะระหว่างเดรโกกับแพนซี่เว้นซะพวกเพื่อนสาวแพนซี่ที่ยืนพวกเขาอยู่ไกลๆพลางซุบซิบด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรระหว่างสองคนนั้นถึงแม้การที่เดรโกอาละวาดใส่แพนซี่จะเป็นเรื่องที่เห็นอยู่เป็นประจำ

 

            “ต้องการอะไร” หลังความเงียบเข้าครอบคลุมอยู่พักใหญ่ เดรโกตัดสินใจเปิดประเด็นเป็นคนแรกถึงเสียงจะแข็งกระด่างไปหน่อย แพนซี่เชิดหน้าพ่นลมหายใจอย่างพอใจก่อนจะนำตัวเองมาชิดข้างหลังตัวเด็กหนุ่มแล้วยกมือลูบแผ่นหลังหนาและแกร่งของเขาอย่างพิสมัย “ไปงานเต้นรำกับฉันและเลิกยุ่งเกี่ยวกับนังเลือดสีโคลนนั้นซะเพราะต่อให้เธอไม่เลิกยุ่ง พ่อแม่เธอก็ต้องบังคับเธอจนได้เดรโก คนอย่างเธอขัดขืนสายเลือดตัวเองไม่ได้หรอก ทางที่ดียอมทำตามที่ฉันแนะนำจะดีกว่าแล้วเธอจะไม่เดือดร้อน” แพนซี่กล่าวเสียงเย็นพลางไล่นิ้วไปตามกล้ามเนื้อแน่นผ่านเนื้อผ้าชั้นดี เดรโกหน้าชาไปหมด เขากำหมัดแน่นด้วยความโกรธที่ตัวเขาไร้ข้อโต้แย้งใดๆ มันก็จริงอย่างที่แพนซี่พูด เขาเกิดมาพร้อมกับสายเลือดบริสุทธิ์ซึ่งมันคือความภาคภูมิของตัวเขาแต่มันกลับทำร้ายเขาทันทีที่เขาเบนเบี่ยงเส้นทางของตัวเอง ต่อให้พ่อเขาจะอยู่ในคุกก็ใช่จะทำอะไรเด็กหนุ่มไม่ได้ ผู้ชายคนนั้นทำได้ทุกอย่างแล้วถ้าวันหนึ่งเรื่องเด็กหนุ่มถึงหูบิดาเขา เดรโกไม่อาจวาดภาพต่อไปได้อีก

 

            “เชื่อฉันเดรโก เชื่อในสิ่งที่ฉันพูด เธอคิดจริงๆเหรอว่าเกรนเจอร์จริงจังกับเธอ ไม่มีผู้หญิงคนไหนทนได้หรอกนะที่ต้องมีความสัมพันธ์ลับๆ บางที...เกรนเจอร์ก็อาจมีใครสักคนที่เขาพร้อมจะมอบความรักในแบบที่เธอต้องการ คนที่สามรถคบกับเธอได้แบบเปิดเผย”

 

            “อย่ามากล่าวหาเธอ เธอไม่ใช่คนแบบนั้น ไม่ใช่..” เดรโกรู้สึกหนักอึ้งในหัวใจอย่างประหลาด เขาเกิดกังวลสิ่งที่แพนซี่ใส่ร้ายเฮอร์ไมโอนี่อย่างงั้นเหรอ ไม่! เขาเชื่อใจเด็กสาว เขาเชื่อว่าเธอไม่มีทางทำอย่างนั้นแน่....แต่มันก็อดคิดไม่ได้เหมือนกัน พักหลังๆเฮอร์ไมโอนี่มักมีสีหน้าทุกข์ใจ ไม่ใช่ว่าตัวเขาไม่สนใจเธอเวลานอกห้องนอน เขามองเธอตลอดเวลาและพอถามไป เธอก็ตอบเหมือนเดิมว่าไม่มีอะไรและไหนจะล่าสุดที่จู่ๆก็เกิดถามความสัมพันธ์ของเขากับเธอ พูดว่าเราอาจเลิกกัน ให้ตาย! เธอทำเขาใจหล่นวูบ

 

            “เฮอร์ไมโอนี่.....”

 

            เดรโกสาวเท้ายาวของเขามาอย่างร่องลอยดั่งร่างไร้วิญญาณ เขาไม่สนใจผู้คนที่เดินชนตัวเขาสักนิดเขารู้เพียงอย่างเดียว เขาต้องเดินต่อไป จนนักเรียนที่หวาดกลัวเด็กหนุ่มคนนี้พากันแปลกใจที่ตัวประธานหนุ่มไม่หักคะแนนพวกเขาเพราะถ้าเป็นปกติ เดรโกคงหาเรื่องโทษฐานทำให้เด็กหนุ่มไม่พอใจจนตัดคะแนนพวกเขาเป็นว่าเล่นไปแล้ว กระทั่งโจทย์เก่าอย่างเจ้าหนูฮัฟเฟิลพัฟปี 3 ยังผวาเมื่อตัวเองเกือบเดินชนประธานจอมโฉดคนเดิม เขาก้มขอโทษเดรโกเพราะนึกว่าเดรโกจะมาเอาเรื่องแต่ไม่ เด็กหนุ่มผมบลอนด์เดินผ่านไปหน้าตาเฉยหรือง่ายๆไม่รับรู้ถึงการมีตัวตนของคนรอบข้างจนในที่สุดหนุ่มสลิธีรีนก็หยุดเท้าลงหน้าประตูทางเข้าสถานที่ซึ่งเขาจะพบเธอได้บ่อยที่สุด ห้องสมุดฮอกวอสต์

 

            เดรโกยังไม่ทันได้ก้าวเข้าห้องสมุดเขาก็ต้องหยุดนิ่งเมื่อมองผ่านประตูเข้าไปข้างในสถานที่ ใบหน้านิ่งเฉยเมื่อครู่แปรผันเป็นโทสะที่พร้อมลุกโชนในอีกไม่กี่อึดใจ ภาพตรงหน้ามันช่างขัดใจหนุ่มเจ้าอารมณ์ซะเหลือเกิน! ภาพของเด็กสาวที่เขาควานหาทั้งฮอกวอสต์กับพรีเฟ็คฮัพเฟิลพัฟที่พึ่งเข้ามาแทนคนเก่าไปไม่นานนี้เนื่องจากคนเก่ามีปัญหาเรื่องสุขภาพอะไรสักอย่าง เท่าที่เขาจำความได้ รู้สึกจะชื่อ...ออสติน ไบรอันต์ ชั้นปีเดียวกับพวกเขา แต่มันไม่สำคัญนักเมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาเห็น เฮอร์ไมโอนี่กำลังพูดคุยแบบถูกคอกับมัน! สังเกตจากรอยยิ้มบนใบหน้าที่ทำเอาเขาอยากจะเข้าไปกระชากเธอมาแนบอกแล้วลั่นวาจาอัดไอ้หน้าสักกะบ๊วย อย่ามายุ่งกับแฟนฉัน!

 

            “ขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือนะ ออสติน” ใบหน้าสวยคลี่ยิ้มหวานจนฝ่ายชายถึงกับเคลิ้มฝัน “ไม่เป็นไรครับ ผมยินดีช่วย” เขาวางกองเอกสารลงบนโต๊ะพลางยิ้มตอบ ออสติน ไบรอันต์ เด็กหนุ่มหล่อเข้มชั้นปี 7 ซึ่งมีใบหน้าคล้ายคลึงเซดริก ดิกกอรี่แต่ดวงตาเขาคมลึกและตัวสูงกว่าหน่อยๆ ร่างสูงก้มลงกระซิบบางอย่างกับเธอก่อนจะกุมมือเฮอร์ไมโอนี่ขึ้นประทับจูบโดยที่ตัวเด็กสาวไม่มีท่าทีปฏิเสธหรือตกใจสักนิด เดรโกที่ยืนข้างนอกเห็นทุกการกระทำก็ชกกำปั้นใส่กำแพงอิฐเต็มแรงจนมือข้างขวาถลอกปอกเปิก ทำไม ทำไม! ทำไมเธอถึงยอมให้มันทำทั้งที่เธอมีเขาอยู่แล้ว!

 

            “แล้วเจอกัน เฮอร์ไมโอนี่” ออสตินโบกมือลาก่อนที่เขาจะออกไปจากห้องสมุด เดรโกรีบหลบเข้ามุมแล้วมองตามหลังอย่างไม่พอใจ สักพักเฮอร์ไมโอนี่ก็ออกมาอีกคน เธอหันซ้ายขวาแล้วเดินหอบข้าวของพะรุงพะรังซึ่งเป็นเอกสารที่ศาสตราจารย์มักกอนากอลมอบให้เธอ “เฮอร์ไมโอนี่..” เดรโกอยากจะตะโกนเรียกเธอแต่ก็ทำได้แค่ร้องเสียงแผ่วเมื่อคิดถึงคำที่แพนซี่กล่าว

 

            บางที...เกรนเจอร์ก็อาจมีใครสักคนที่เขาพร้อมจะมอบความรักในแบบที่เธอต้องการ คนที่สามารถคบกับเธอได้แบบเปิดเผย

            “ไม่! เธอไม่ได้หักหลังฉัน เธอรักฉันต่างหาก”

 

..............................................................................................................................................

 

            เหลืออีกไม่กี่วันก็จะถึงงานฉลองที่นักเรียนเกือบจะทุกคนรอคอยขนาดนับวันรอเลยทีเดียวและเป็นอีกหลายวันที่พวกพรีเฟ็คและประธานนักเรียนต่างวุ่นวายกันยกใหญ่สำหรับการเตรียมงานเต้นรำที่จะถึง ทำให้ทั้งเดรโกและเฮอร์ไมโอนี่มีเวลาให้กันน้อยลงกว่าครั้งเก่า ไหนจะช่วงหลังเฮอร์ไมโอนี่ย้ายข้าวของกลับมานอนที่หอกริฟฟินดอร์แทนโดยให้เหตุผลกับเด็กหนุ่มว่าเธอต้องการนอนก่อนกลับบ้านในวันหยุดยาวและจัดการการบ้านให้เสร็จทั้งที่กำหนดการส่งถึงปลายเทอมนู่น แต่ที่เด็กหนุ่มร้อนใจหาใช่เรื่องนั้นแต่เป็นเรื่องที่ทุกครั้งที่เจอเด็กสาว เธอมักจะอยู่กับไอ้หนุ่มออสตินนั้นเป็นทุกครั้งจนต่อมความโกรธเขาทำงานไม่หยุด รวมทั้งหลังเหตุเข้าตาจน แพนซี่เริ่มตามติดเขาชนิดที่กัดไม่ปล่อย

 

            “เฮ้อ...” เดรโกทิ้งตัวนอนราบบนกิ่งไม้ขนาดใหญ่ต้นบีชที่เขามักแอบงีบหลับเป็นประจำ จิตใจเขาว้าวุ่นไปหมดทั้งอ่อนแรง เหนื่อยล้ากายและใจ ตาสีฟ้าจับจ้องไปในห้วงเวหาอย่างไร้จุดหมายก่อนเปลือกตาจะปิดลงพร้อมกับถอนลมหายใจเฮือกใหญ่อีกหน

 

            กึก

 

            เสียงอะไร?

 

            เดรโกค่อยๆเปิดเปลือกตาหนักอึ้ง ไม่รู้นานเท่าไหร่ที่ตัวเขาเผลอผลอยหลับไป แต่เท่าที่เขารู้ เบื้องล่างตัวเด็กหนุ่มนั้นมีสองสาวกริฟฟินดอร์ซึ่งคนหนึ่งคือผู้เก็บความลับและอีกคนหนึ่งคือผู้ที่ทำให้เขาใจเต้นรัวเมื่อพบเจอ ทั้งสองกำลังพูดคุยอะไรสักอย่างที่หูเขาไม่อาจเอื้อมถึงด้วยระยะทางที่ไกลพอตัว ไม่นานนักสาวผมแดงก็โบกมือลาเด็กสาวอีกคนก่อนจะมุ่งเข้าปราสาททิ้งให้อีกคนยืนมองตามอยู่พักหนึ่งก่อนเธอจะเคลื่อนกายมาจบใต้ต้นบีชต้นเดียวกับที่เด็กหนุ่มอยู่ เธอนั่งบิดตัวเกร็งไปมาพลางทุบไหล่คลายอาการเมื่อย ข้างนอกมีหิมะเยอะอยู่ก็จริงแต่มันก็ไม่ได้ผลักไสร่างบอบบางให้ครุ่นคิดเลยว่าควรพาตัวเองเข้าข้างในซะยังจะดีกว่าสภาพอากาศเย็นจัด

 

            “อ้ะ!?” เฮอร์ไมโอนี่สะดุ้งเมื่ออยู่ๆไหล่ของเธอถูกบีบด้วยมือใหญ่ของใครบางคน เธอหันไปเผชิญก็ถึงกับตกใจเล็กน้อยเพราะคนๆนั้นคือ เดรโก เขามาอยู่ที่นี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน เดรโกไล่มือลงมาเปลี่ยนเป็นประสานมือไว้รอบเอวของร่างเล็ก เด็กหนุ่มยื่นหน้าเข้าไปจูบริมฝีปากที่เขาโหยหามานานแล้วดันลิ้นร้อนเข้ารุกล้ำลิ้นเรียวเล็กกระตุ้นให้ตอบสนอง “อือ...” เสียงครางพอใจของเธอเรียกเลือดสูบฉีดในตัวเด็กหนุ่ม เดรโกประคองใบหน้าสวยและกดจูบมากขึ้น

 

          จูบของเธอช่างหอมหวาน

 

          ไม่อยากให้ใครได้สัมผัสมันเลยจริงๆ

 

          จูบนี้เป็นของฉันคนเดียว

 

            “ดะ เดรโก อื้ออ” เฮอร์ไมโอนี่พยายามดันร่างเขาออกเพราะเขาชักจะเอามากไป แต่เขาปล่อยให้เธอหายใจเพียงนิดแล้วบรรจงมันต่อจนตัวเขาพอใจถึงปล่อยให้อิสระแก่อีกฝ่าย เฮอร์ไมโอนี่รีบโกยอากาศเข้าปอดอย่างรวดเร็วพลางสบตาที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาไม่มีที่สิ้นสุดของเขา “ฉันคิดถึงเธอ” คำแรกที่ออกมาจากปากของเด็กหนุ่มทำเอาหัวใจเธอเต้นผิดจังหวะ

 

            “ฉันเหมือนกัน”

 

            “ทำไมเธอต้องกลับไปนอนหอด้วย ทำไมเธอถึงไม่มาหาฉัน ทำไมเธอถึงได้อยู่กับไอ้บ้านั้นทุกครั้ง”

 

            “ออสตินนะเหรอ?”

 

            “นี้สนิทขนาดเรียกชื่อจริงมันเลยเรอะ ทีกับฉันล่อซะเป็นเดือน!” เดรโกสะบัดหน้าหนีอย่างเร็ว เขาเกิดอาการเง้างอนเธอ เขาจำความได้เลยกว่าเขาจะบังคับให้เธอเรียกชื่อเขาได้เนี่ย เลือดตาแทบกระเด็นถ้าไม่ใช่วิธีขู่ว่าจะจูบเธอต่อหน้าไอ้สองเพื่อนรักเธอ ป่านนี้เธอก็ยังเรียกเขาว่ามัลฟอย เฮอร์ไมโอนี่แอบอมยิ้มเมื่อเห็นปฏิกิริยาหึงหวงของเขา เธอเอียงคอไปตามทิศทางที่เด็กหนุ่มหลบหน้าทำให้เดรโกเมินหน้าหนีไปอีกทาง ”ไม่เอาน่าเดรโก ฉันกับเขาจำเป็นต้องทำงานร่วมกันนะแล้วออสตินก็เป็นพรีเฟ็คใหม่ เขายังไม่ค่อยรู้เรื่อง ศาสตราจารย์มักกอนากอลเลยกำชับให้ฉันดูแลเขา แค่นั้นจริงๆ” เฮอร์ไมโอนี่ร้องด้วยเหตุผลพลางหันตามเด็กหนุ่มแต่เขาแค่เหล่เธอนิดๆแล้วจิปากเคืองต่อ เขาไม่สนใจเรื่องที่ศาสตราจารย์มักกอนากอลจะขอร้องเฮอร์ไมโอนี่ไว้ว่ายังไง เขาเกลียดหมอนั้น เกลียดตั้งแต่มันทำตัวสนิทสนมกับเธอจนออกนอกหน้า ใช่ สารพัดอย่างต่อหน้าสาธารณชน ทำอย่างกับเป็นแฟนเธอทั้งที่เขาต่างหากที่เป็น เหอะ ความรู้สึกเขาวินาทีนี้ ถ้าทำได้เขาเนี่ยแหละจะใช่ศาสตร์มืดที่พ่อเขาพร่ำสอนอย่าง ครูซิโอ สาปส่งอย่างไม่ลังเล    

 

            น่าโมโหเป็นบ้า!

 

            เฮอร์ไมโอนี่ที่นั่งอยู่ในอ้อมแขนเด็กหนุ่มผมบลอนด์ยื่นริมฝีปากอวบอิ่มประทับบนแก้มขาวซีดเป็นการไถ่โทษพร้อมทั้งสอดมือไปตามไรผมสีสวยก่อนถอนหน้าออกห่าง เดรโกหน้าแดงก่ำเพราะสัมผัสนุ่มนวลและกลิ่นหอมจากตัวเด็กสาว เขายอมหันกลับมาด้วยสีหน้าบึ้งตึงเล็กน้อย “ฉันทำอะไรไม่ได้อยู่แล้วนิ” เด็กหนุ่มพูดอู้อี้

 

            “นั้น เธอคงไม่ว่าอะไรถ้าฉันจะไปงานเต้นรำกับ.....เขา

 

            “ห่ะ! ไปกับไอ้หมอนั้น ทำไมต้องเป็นมันด้วย!?” เดรโกโพล่งเสียงดัง “โธ่ เดรโก เธอพูดยังกับถ้าฉันไปกับคนอื่น เธอจะให้ไปงั้นแหละ” เฮอร์ไมโอนี่บอกพลางลดมือลงไปเกาะบ่าเด็กหนุ่มแทน

 

            “ไม่มีทาง!” เดรโกปฏิเสธทันควัน แน่นอนเขาไม่อยากให้เธอไปกับใครแม้จะเป็นพวกเพื่อนรักเธอ เขายังแอบเคืองไอ้ถึกวิกเตอร์ ครัมที่ได้ควงเด็กสาวตรงหน้าเขายามเธอสง่างามราวเทพธิดาเมื่อปี 4 ผู้หญิงมักเกิ้ลธรรมดาคนหนึ่งที่เคยเป็นยัยฟันเหยินที่เขาชอบล้อนักสมัยปี 1 ยิ่งเธอโตขึ้นมากเท่าไหร่เธอก็ยิ่งสวยเข้าไปทุกวัน ผู้ชายมากมายต่างรายล้อมสิ่งสวยงามดั่งของมีค่าหายากโดยไม่รู้ว่าเพชรเม็ดงามเม็ดนั้นมีเจ้าของ “ฉันไม่ยอมให้เธอไปกับใครทั้งนั้น”

 

            “แต่ออสตินชวนฉันแล้ว ฉันไม่อยากเสียน้ำใจเขา”

 

            “ปฏิเสธมันไปสิ”

 

            “แล้วเธอจะให้ฉันไปกับใคร!?”

 

            “ก็!..เอ่อ” เดรโกเป็นใบ้ทันทีเมื่อประโยคสุดหวาดเสียวเกือบหลุดปากเขา ไปกับฉันไง เขาไม่มีทางได้ควงเธอไปงานเพราะถ้าทำแบบนั้น ภาพพจน์ที่เคยมีจะพังทลาย ทุกสายตาจะมองเขาราวกับตัวประหลาดซึ่งเขาเกลียดมัน “อะไร?” เฮอร์ไมโอนี่เห็นเดรโกเอาแต่อ้ำอึ้งราวกับกักเก็บบางอย่างไว้ในใจ เธอเอ่ยย้ำเขาเรียกสติเด็กหนุ่ม

 

            “กะ ก็เป็นใครก็ได้...แต่ต้องไม่ใช่มัน”

 

            “เฮ้อ เดรโก ยังไงฉันก็จะไปกับเขาเพราะมันเหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็จะถึงงาน ฉันไม่อยากเสียเวลาไปหาคนอื่นนักหรอก อีกอย่างออสตินเขาเต้นรำได้ค่อนข้างเก่งทีเดียว”

 

            “นี้เธอเคยเต้นรำกับมันด้วยเรอะ!?” เดรโกลั่นเสียงดัง ช่วงที่เขาไม่อยู่ ไอ้บัดซบนั้นมันทำอะไรกับเธอไปบ้างเนี่ย! ถึงขนาดได้เต้นรำกับเธออีก “ใช่ เขาใช้ได้เลยถ้าเทียบกับเธอ มันทำให้ฉันไม่ต้องเสียเวลาไปซ้อมนัก” เฮอร์ไมโอนี่ตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉย เธอไม่รู้สึกทุกข์ร้อนกับประโยคที่เอ่ยออกมาต่างกับเด็กหนุ่ม เขาชักรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาอีกครั้ง

 

            “เหมือนเธอจะชื่นชมมันเหลือเกินนะ เฮอร์ไมโอนี่”

 

            “ไม่ขนาดนั้นหรอก ออสตินแค่เป็นผู้ชายที่ดีมากทีเดียว เขาช่วยฉันตั้งหลายอย่างระหว่างที่เธอไม่อยู่ อย่างวันก่อนเขาช่วยฉันแบกกองเอกสารของศาตราจารย์เวคเตอร์ มันเยอะมากรู้มั้ยถ้าไม่ได้เขาฉันแย่แน่ จริงสิ ศาสตราจารย์มักกอนากอลฝากกำชับให้พวกเราและพวกพรีเฟ็คช่วยดูแลความเรียบร้อยจนงานเลี้ยงเลิกดังนั้นเธอไม่มีสิทธิ์หนีเที่ยวไปไหนทั้งนั้นและเธอควรหาคู่ได้แล้ว” ระหว่างที่เฮอร์ไมโอนี่พูด เดรโกไม่ได้ฟังเลยสักนิด เขาเล็งเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นคือเฮอร์ไมโอนี่พูดถึงออสตินเหมือนเป็นเรื่องพูดคุยทั่วไปทั้งที่เธอน่าจะรู้ว่าไม่ควรพูดถึงผู้ชายคนอื่นต่อหน้าเด็กหนุ่ม เธอรู้ดี!

 

            เธอชอบมัน

 

            เธอดูมีความสุขเวลาพูดถึงไอ้พรีเฟ็คไก่อ่อน

 

          จะว่าไปเธอไม่สนใจเขาซะด้วยซ้ำ

 

            “เดรโก!?” เด็กหนุ่มลุกพรวดขึ้นทำให้เด็กสาวเกือบหงาย เธอเงยหน้ามองแววตาที่อ่อนโยนของเขาบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราดกับลุกเป็นไฟ “เธอพูดถึงมันไม่หยุดทั้งที่อยู่กับฉัน เธอรู้ว่าฉันรู้สึกยังไงเวลาที่ฉันต้องทนเห็นเธอหัวเราะกับมัน! เธอไม่แคร์ฉัน! ได้! ต่อไปเธออยากทำอะไรก็ทำไปเลย เฮอร์ไมโอนี่ ไม่มีใครว่าเธอหรอกรวมทั้งฉันด้วย เพราะตามจริง เราก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอยู่แล้ว!” เดรโกประชดประชันเสียงดังก่อนเขาจะหายเข้าไปในปราสาทอย่างรวดเร็วโดยไม่คิดฟังคำอธิบายอีกฝ่ายเพราะเขาไม่อยากฟังคำแก้ตัวหรือหลอกหลวงอะไรอีก แรกๆเขาไม่ปรักใจเชื่อนักหรอกว่าเธอจะมีคนอื่นแต่วินาทีนี้เธอทำเหมือนเขาไม่มีตัวตน ในหัวเธอมีแต่เรื่องของ ออสติน ไบรอันต์ เจ้าพรีเฟ็คห่วยแตก

 

            “เมื่อไหร่ เธอจะเข้าใจสิ่งที่ฉันต้องการจริงๆสักที เดรโก”

 

..............................................................................................................................................

 

            “พี่เฮอร์ไมโอนี่ ป่านนี้ทำไมยังไม่เริ่มแต่งตัวอีกล่ะค่ะ?” จินนี่เข้ามาในห้องก็เห็นพี่สาวของเธอยังนั่งมองชุดราตรีที่เธอจะใส่ในคืนนี้ด้วยสีหน้าอิดโรย “คิดว่าวิธีนี้จะได้ผลจริงๆเหรอ จินนี่” เธอเงยหน้าขอคำตอบจากสาวผมแดงตรงหน้า เธอรู้สึกเหนื่อยที่จะต้องโกหกเดรโก ทำเป็นว่าเธอนั้นมีใจให้ชายอื่นและไปไหนมาไหนกับเขาจนออกนอกหน้าทำให้มีใครหลายคนลือกันให้แซ่ด ประธานสาวกับหนุ่มพรีเฟ็คฮัพเฟิลพัฟแอบกุ๊กกิ๊กระหว่างหน้าที่  ซึ่งทั้งหมดเป็นเพียงแผนการที่จินนี่วางเกมไว้เพื่อกระตุกต่อมหึงหวงเด็กหนุ่มผมบลอนด์ แต่หลังจากเหตุการณ์วันนั้น ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็แย่ลงเรื่อยๆ เฮอร์ไมโอนี่มักพบเดรโกคลุกอยู่กับแพนซี่สองคนไม่ว่าเวลาไหนและทุกครั้งที่เห็นมันทำให้เธอเจ็บปวดจนเธออยากจะล้มเลิกคำของี่เง่าตัวเองซะ

 

            “พี่อย่าพึ่งยอมแพ้สิ”

 

            “แต่นี้มันคืนฉลองแล้วนะ พี่ไม่รู้จะทนทำมันไปทำไม กะอีแค่ได้เต้นรำกับเขามันจำเป็นถึงขนาดเราต้องทะเลาะกันเลยเหรอ?”

 

            “ร้อยทั้งร้อยไม่มีผู้ชายหน้าไหนชอบให้คนรักของตัวเองไปกับชายอื่นหรอก เชื่อสิคืนนี้เขาต้องขอพี่เต้นรำแน่” จินนี่ยิ้มอย่างมีหวังทั้งกุมมือปลอบใจพี่สาว เฮอร์ไมโอนี่คลี่ยิ้มตามก่อนที่ทั้งสองจะพากันไปแต่งตัวสำหรับงานเต้นรำในคืนนี้

 

            ห้องโถงใหญ่ที่เคยเป็นห้องอาหารสำหรับเด็กนักเรียนทุกชั้นถูกเนรมิตเป็นสถานที่จัดงานเต้นรำ โคมไฟหรูหราประดับแขนกลางห้องโถงและรายล้อมไปด้วย ดวงไฟสีสว่างหลายดวง ข้างล่างเป็นฟลอร์เต้นรำที่เตรียมมาเพื่องานฉลองและรอบข้างมีจุดวางเครื่องดื่มและอาหารเลิศหรูเรียกน้ำย่อยและในงานบรรดาเด็กหนุ่มต่างอ้าปากค้างเพราะคืนนี้พวกสาวๆเรียกว่าจัดเต็มทุกคน

 

            “เป็นอะไรของเธอ ไปหัวเสียมาจากไหนอีก แพนซี่?” เดรโกเอ่ยถามเด็กสาวผมดำที่เดินมาด้วยสีหน้าบูดเบี้ยวเหมือนพึ่งผ่านสงครามโลกมายังไงยังงั้น เธอสวมชุดราตรีสีเขียวเข้มแบบเกาะอกรัดรูปเข้าส่วนเว้าผ้าเนื้อดียาวแหวกเรียวขาขาว ผมดำยาวที่ปกติเรียบถูกดันลอน เธอดูเป็นสาวสวยกว่าแต่ก่อนเสียอีก “ไม่มีอะไรหรอก แค่บังเอิญไปเจอหนูบ้าเข้า” แพนซี่ไม่ได้หันไปสบตาเดรโกเพียงนิดเพราะเธอกำลังลงแดงกับบางอย่างที่เธอกล่าวถึง มันทำให้เธออารมณ์เสียสุดๆ

 

            “ดูท่ามันจะรบกวนจิตใจเธอมากถึงได้หน้าแดงมาแต่ไกล” เดรโกแอบสังเกตว่าหน้าของเด็กสาวมีสีแดงจัด แพนซี่สะดุ้งเฮือกรีบกุมใบหน้าตัวเอง “อากาศมันร้อนนะ เอ่อ....ที่ที่ฉันผ่านมามันร้อนมากจนฉันหน้าแดงก็เท่านั้น” แพนซี่เลิกลั่กเล็กน้อยแต่เดรโกดูเหมือนจะไม่ได้สนใจคำตอบของเธอ เขามัวแต่มองหาใครบางคนอยู่จนลืมฟังคำแก้ตัวของคู่เต้น

 

            “เธอกำลังมองหาใคร เดรโก”

 

            “เปล่า”

 

            “เกรนเจอร์ใช่ไหม” แพนซี่รู้ดีถึงอากัปกิริยาที่ผ่านมา ถึงเขาจะไม่ยุ่มย่ามอะไรกับเฮอร์ไมโอนี่แต่ใจเขายังเป็นของเด็กสาว เดรโกเลือกที่จะเงียบมากกว่าโต้เถียงว่า เขาไม่ได้หาเธอ “เข้างานกันเถอะ ฉันอยากไปข้างใน” เขาดันตัวขึ้นจากกำแพงที่พิงและเดินนำหน้าแพนซี่ไป สาวผมดำมองตามหลังเขาอย่างเจ็บปวด จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่เคยเห็นเธออยู่ในสายตาเลยสักครั้ง

 

            “ว้าว! ดูพวกเธอสิ” แฮร์รี่อึ้งทันทีที่เขาหันไปเห็นสองสาวออกมาจากหอหญิง เฮอร์ไมโอนี่สวมชุดราตรีสีขาวแบบไหล่เดียวซึ่งตัวชุดยาวลงมาถึงเท้า ปลายกระโปรงปักลูกไม้และผ้าที่เบาบางพริ้วตัดกับสีผมน้ำตาลของเธอที่ถูกรวบจนหมดเกล้าไว้เหนือศีรษะ จินนี่เองก็ไม่แพ้กัน เธอสวมราตรีสีแดงเข้ากับสีผม ชุดเป็นแบบเปิดไหล่และรัดเอว ตัวกระโปรงยาวเลยหัวเข่า ผมยาวถูกปล่อยเป็นธรรมชาติ “แฮร์รี่ แฮร์รี่!” เจ้าของชื่อหลุดภวังค์แล้วมองตาแฟนสาวของเขาและเฮอร์ไมโอนี่อย่างมึนๆ เฮอร์ไมโอนี่ยิ้มขำในขณะที่จินนี่แอบอมยิ้มเพราะดูท่าวันนี้เธอจะได้ใจเขาไปเต็มๆ

 

            “แล้วรอนไปไหน?”

 

            “ตอนฉันแต่งตัวเสร็จก็ไม่เห็นเขาแล้ว” แฮร์รี่ส่ายหน้า พักหลังจากที่รอนตะโกนใส่เธอสองคนเขาก็ตีตัวห่างไม่พูดจาด้วยจนถึงวันนี้ เขายังเล่นหายไปไม่บอกอีก “บางทีพี่เขาอาจจะล่วงหน้าไปก่อนแล้วก็ได้ นั้นเรารีบไปกันดีกว่าเพราะนี้ก็ใกล้เวลาแล้วด้วย” จินนี่ชวนทั้งสองไปที่งานด้วยกัน กระทั่งเดินทางมาถึงก่อนทางเข้างาน พวกเขาก็พบกับออสตินที่รอเฮอร์ไมโอนี่ก่อนหน้านี้ จินนี่กระซิบบอกให้เฮอร์ไมโอนี่อดทนไว้ก่อนเธอจะควงแฮร์รี่นำไป ออสตินรีบยื่นแขนของเขาให้เธอ เฮอร์ไมโอนี่จึงยิ้มแล้วควงแขนปล่อยให้เด็กหนุ่มพาเข้างาน

 

            ทุกสายตาจดจ้องไปที่เฮอร์ไมโอนี่ราวกับถูกคาถาสะกดนิ่งทันทีที่เธอก้าวลงมาพร้อมกับออสตินเหมือนตอนที่เธอมาพร้อมกับวิกเตอร์ ครัมไม่มีผิด พวกผู้ชายในงานต่างอิจฉาเด็กหนุ่มข้างกายประธานสาวที่ปกติดูเป็นหนอนหนังสือแต่ตอนนี้เธอนั้นราวกับนางฟ้าที่ประทานความสุขแก่สายตาหมู่ชายรวมทั้งเดรโกที่อ้าปากค้างไม่ใช่น้อย หัวใจของเขาเต้นโครมครามอยู่ในอก

 

            “เขากำลังมองคุณ”

 

            “ใช่ พวกเขามองฉันเต็มไปหมด”

 

            “ไม่ใช่ ผมหมายถึงเดรโก มัลฟอยกำลังมองคุณอยู่” ออสตินเบนสายตาชี้ทางให้เด็กสาวมองตามเขา เดรโกกำลังมองเธอจริงๆและดูจะไม่พอใจเอามากๆ เฮอร์ไมโอนี่ยิ้มออกทันทีเพราะอย่างน้อยเขาก็ยังหึงเธอ แต่ถ้าเทียบกับช่วงเวลาที่ผ่านมาที่เขาทำเป็นเมินเธอ พาลใส่พวกแฮร์รี่แล้วไหนจะไปจู๋จี๋กับแพนซี่ถึงแม้ฝ่ายนั้นจะเป็นคนเริ่ม มันก็ทำให้รอยยิ้มเธอหุบลงอย่างรวดเร็ว

 

            “เป็นอะไรไปเมื่อกี้ยังยิ้มอยู่เลย?”

 

            “เขาก็แค่มองว่าใครมา เขาไม่ได้สนใจฉันหรอกในเมื่อเขามีคู่อยู่แล้ว” เฮอร์ไมโอนี่พูดอย่างหงุดหงิด เธอสังเกตเห็นแพนซี่ยืนอยู่ข้างๆเขาด้วย “หึงเขาก็บอก” ออสตินจี้ใจดำเด็กสาวจนเธอหันขวับมองเขาตาเขียว เด็กหนุ่มรีบส่งยิ้มเจื่อนแล้วพาเธอลงฟลอร์เต้นรำเพราะบทเพลงกำลังจะเริ่ม

 

            “ชิ” เดรโกเดินแบะปากเซ็งสุดชีวิตหลังแอบย่องหนีเด็กสาวผมดำมาได้ เขาแทบไม่อยากเชื่อว่าเฮอร์ไมโอนี่จะมากับออสตินจริงๆ ให้ตาย! เธอกำลังหยามหน้าเขาชัดๆ เธอไม่เห็นหัวเขาเลยรึไง “นายนี้มันน่าผิดหวังซะจริงนะ มัลฟอย” ระหว่างที่เด็กหนุ่มหัวเสียก็มีเสียงโพล่งดังมาจากข้างหลังตัวเขาทำให้เขาหันไปมองผู้ก่อกวนอย่างเสียไม่ได้

 

            “ไปซะ ฉันไม่มีอารมณ์มาทะเลาะกับเด็ก”

 

            “โธ่ คุณชายมัลฟอยผู้เก่งกาจกำลังทุกข์ใจงั้นหรือ?”

 

            “ไม่ใช่เรื่องของเธอ วีสลีย์!”

 

            “ใช่ ไม่ใช่เรื่องของฉันแต่สิ่งที่รบกวนจิตใจนาย เห็นๆอยู่ว่ามันเกี่ยวพี่เฮอร์ไมโอนี่” เด็กสาวผมแดงจ้องร่างสูงกว่าเธอพลางเดินเข้ามาหยุดหน้าเขาพอดีกับประโยคช่วงท้ายสิ้นสุด เดรโกจ้องเขม็งกลับอย่างไม่ยอมและรู้สึกโกรธที่จินนี่เอ่ยชื่อคนที่ทำให้เขาหัวยุ่งมาทั้งอาทิตย์ “ถึงเกี่ยวมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอจะสาระแนด้วย ออกไปซะก่อนที่ฉันจะขย้ำเธอตรงนี้” เดรโกตอกกลับทั้งผายมือเปิดทางแต่จินนี่นิ่งไม่ไหวติงเพียงนิด

 

            “ทีเรื่องนี้ทำเก่ง แล้วทำไมทีเรื่องแฟนตัวเองถึงทำไม่ได้ ปล่อยให้ผู้ชายที่ไหนไม่รู้เอาไปต่อหน้าต่อตา ไม่สิพี่ออสตินไม่ใช่ใครที่ไหนสักหน่อย ออกจะแสนดีแถมรูปหล่อจนสาวๆพากันคลั่งและเก่งขนาดทำให้คุณชายมัลฟอยแพ้ราบคาบ”

 

            “ฉันไม่ได้แพ้!”

 

            “แต่การที่นายไม่ได้ทำอะไรเลยมันก็ไม่ต่างกับพ่ายแพ้และรู้มั้ยทำไมออสตินถึงชนะนายนั้นก็เพราะพี่ออสตินทำในสิ่งที่นายมองข้ามไป ข้ามไปเพียงแค่คิดว่ามันจะทำให้นายเสียหน้า” จินนี่พูดด้วยอารมณ์ร้อน เธอเกลียดพวกผู้ชายสมองช้าอย่างเขาซะจริง เรื่องอื่นล่ะเก่งนักแต่แค่เรื่องเล็กๆถึงได้ไร้สมองซะจริงเดรโกผงะกับคำพูดของจินนี่ เฮอร์ไมโอนี่เลือกออสตินมากกว่าเขาเพราะเขากลัวที่จะทำบางสิ่ง เป็นบางสิ่งที่สำคัญกับตัวเธอและเธอต้องการมันจากเขาแต่ตัวเขากลับมอบมันให้เธอไม่ได้เพียงเพราะเขากลัวผลที่จะตามมา

 

            เขาแพ้มันก็เพราะความขี้ขลาดของตัวเอง

 

          “ฉัน..”

 

            “นี้จะเป็นการเตือนครั้งสุดท้าย มัลฟอย หากนายยังถือภาพพจน์แน่นกว่ามือของพี่เฮอร์ไมโอนี่ ก็เตรียมใจนับถอยหลังไว้ได้ วันที่นายกับพี่เฮอร์ไมโอนี่จะสละรักที่ไม่มีวันจริงเพราะฉันเนี่ยแหละจะเป็นคนสะบั้นมันทิ้ง” จินนี่พูดรั้งท้ายก่อนจะเดินไปตามหาพี่ชายของเธอต่อ ปล่อยให้เดรโกยืนใคร่ครวญความผิดพลาดครั้งใหญ่จนไม่น่าให้อภัย เดรโกรู้สึกเหมือนรอบตัวค่อยๆมืดบอดเหลือเหลือวงตรงกลางที่ปรากกฎภาพของหญิงที่เขารักเดินเคียงคู่ไปชายหนุ่มที่เขาเกลียดกำลังเบิกบานบนพรมแดงที่มีหมู่คนขนานข้างร่วมกันตบมือต้อนรับ

 

            ครั้นหนึ่งเขาเผลอแปลงคนข้างๆเธอเป็นตัวเขา

 

          กำลังยิ้มเบิกบานร่วมกับหญิงสาวผมสีน้ำตาล

 

          พวกเขาเดินมาหยุดทีกลางฟลอร์ก่อนตัวเขาจะโค้งคำนับและยื่นมือให้เธอ

 

          พร้อมกับพูดประโยคสั้นๆว่า “ช่วยกรุณาเต้นรำฉันสักเพลงได้มั้ย เฮอร์ไมโอนี่”

 

          ขนาดพอตเตอร์ยังพูดได้ง่ายๆแล้วทำไมเขาถึงไม่กล้าที่จะพูดออกไป?

 

             “หายไปไหนมาจินนี่ ปล่อยให้พี่มองหาตั้งนาน” แฮร์รี่ทักถามแฟนสาวที่เดินมาด้วยสีหน้าระรื่นใจ “ไปหามะ เอ้ย มองหาพี่รอนนะสิไม่รู้ไปแอบอยู่ไหน ช่างเหอะ พี่แฮร์รี่ เพลงเริ่มแล้วเราไปเต้นรำกันดีกว่านะ” จินนี่พูดปดอย่างเร็วทั้งเดินเข้าไปกระชากตัวเด็กหนุ่มแว่นกลมลงฟลอร์เต้นรำพร้อมกับพวกนักเรียนที่ทยอยกันลงเป็นคู่

 

            ตั้งแต่เมื่อไรกันที่ตัวเดรโกนั้นโยกย้ายจังหวะไปตามเพลงกลางฟลอร์เหมือนดั่งคนอื่นๆ รู้สึกตัวอีกที เขาก็กำลังเต้นรำอยู่กับแพนซี่แล้ว เด็กสาวผมดำมองคู่เต้นตัวเองที่พึ่งแสดงอารมณ์หลังจากเธอตามหาเขาจนเจอและลากร่างไร้วิญญาณเข้าฟลอร์ เพลงยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่องรวมทั้งคู่เต้นคู่อื่นๆ แต่ที่จะสะดุดตาคือคู่ของเฮอร์ไมโอนี่และออสติน และไม่ห่างจากคู่พวกเขาคือคู่ของจินนี่และแฮร์รี่

 

            “ดูคุณไม่มีความสุขที่เต้นรำกับผม”

 

            “ปะ เปล่านะ ฉันแค่...”

 

            “แอบอิจฉาผู้หญิงผมดำที่ได้เต้นกับคุณมัลฟอยใช่ไหม?” ออสตินพูดขณะหมุนตัวเธอแล้วดึงมาแนบชิด เฮอร์ไมโอนี่ไม่ตอบอะไร ทำเพียงก้มหน้างุด “รู้ไหมการยอมรับความจริงไม่ใช่สิ่งเลวร้าย แต่มันขึ้นอยู่กับว่าเราพร้อมที่จะเผชิญและยอมรับได้มากแค่ไหน คุณพร้อมรึยัง เฮอร์ไมโอนี่” ออสตินยึดเอวเธอชิดตัวเขาในขณะที่มือขวาประสานเข้ากับมือซ้ายของเด็กสาว

 

            “อะ อะไรนะ!?” เฮอร์ไมโอนี่ติดอ่างที่ออสตินค่อยๆคืบคลานหน้าของเขาเข้าหาเธอเรื่อยๆ กระทั่ง

 

            พลั่ก!

 

            [ก่อนหน้านั้น]

 

            “เดรโก เธอไม่สบายหรือเปล่า?”

 

            “ฉันสบายดี”

 

            “แต่หน้าเธอดูซีดๆ แถมเธอดูไม่มีสมาธิเอาซะเลย ทำไมหรือเป็นเพราะแม่เกรนเจอร์อีก”แพนซี่พูดเสียงขุ่น “เกรนเจอร์?” เดรโกเพิ่งรื้อฟื้นได้ถึงความต้องการตัวเอง  เขาหันไปมามองหาเป้าหมายของตนจนในสุดเขาก็หาเจอ...

 

            “ไม่” เสียงแหบพร่ากลืนเข้าไปในคอเพราะเบื้องหน้าสายตาเขานั้นเห็นออสตินกำลังจะจูบคนรักของเขา!!! เดรโกผละจากแพนซี่ทั้งสั่งการตัวเองให้วิ่งแต่ไม่ถึงก้าวที่สองร่างของเขาก็ถูกฉุดรั้งโดยคู่เต้นตัวเอง เดรโกหันไปสบสายตาอ้อนวอนของแพนซี่ เธอกระตุกแขนเขาเชิงติเตียนความระห่ำของเด็กหนุ่มผมบลอนด์หวังว่ามันจะหยุดเขาไว้ได้แต่ไม่เลย เด็กหนุ่มสะบัดมือเธอทิ้งไม่ใยดีและเหวี่ยงตัวเองผลักดันทุกย่างก้าวไปทำเรื่องที่สาบานได้ว่าทั้งชีวิตเขา เข้าขั้นบ้าที่สุด!

 

            พลั่ก!

 

..............................................................................................................................................

 

            เสียงเพลงบรรเลงหยุดชะงักลง ทุกสายตาจดจ่อไปที่ร่างของเด็กหนุ่มออสตินที่ตัวติดพื้น เขานั่งกุมปากบิดไปมาด้วยความแสบแถวมุมปากด้านซ้าย ใกล้ตัวออสตินมีเด็กสาวที่ยืนปิดปากอย่างตื่นตกใจกับเหตุการณ์ชั่วพริบตาและเจ้าของรสหมัดที่ต่อยเขาทรุดแนบพื้น เดรโกก้มหน้าสูดลมหายใจรัวอย่างเหนื่อยหอบพักหนึ่งแล้วถึงเงยหน้ามองตาเด็กสาวผมลอน

 

            “เดรโก” เฮอร์ไมโอนี่เรียกชื่อเขาแบบไม่ได้ออกเสียงใดๆ แววตาของเดรโกแสดงให้เห็นถึงความแน่วแน่ในสิ่งที่เขาได้กระทำลงไป ศาสตราจารย์มักกอนากอลเห็นต้นเหตุของงานก็เตรียมระงับสถานการณ์แต่ถูกศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ขวางทางไว้ เขาต้องการให้พวกเด็กๆเป็นคนแก้ไขเอาเองและปล่อยให้พวกผู้ใหญ่อย่างเรารออยู่อย่างเงียบเชียบ

 

            “เฮอร์ไมโอนี่...” เดรโกพูดชื่อเธอขึ้นมาท่ามกลางวงล้อมผู้คน คำที่ใครๆก็ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะพูดออกมาเอง เดรโกเม้นปากเพียงนิดก่อนจะเปล่งประโยคต่ออย่างใจคิด “เป็นของฉัน...และคนที่มีสิทธิ์จูบเธอได้ก็มีแค่ฉันเท่านั้น!” เสียงคำรามดังกึกก้องสนั่นห้องโถง ผู้ร่วมงานฉลองต่างส่งเสียงฮือฮาอย่างไม่เชื่อหูแม้แต่เฮอร์ไมโอนี่เองก็ด้วย เธอไม่คิดว่าเขาจะกล้าประกาศต่อหน้าทุกคน แต่เขาก็ทำไปแล้ว เขาบอกว่าเธอเป็นของเขา

 

            “เดรโก”

 

            “ฉันขอโทษ”

 

            “ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษ ฉันบังคับเธอ”

 

            “ไม่ เฮอร์ไมโอนี่ ไม่เลย เธอไม่ได้บังคับฉัน ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันเข้าใจดีว่ามันอึดอัดแค่ไหน ฉันมันบ้าเองที่แคร์ความรู้สึกคนอื่นมากกว่าคนที่ฉันรัก กลัวไม่เข้าเรื่อง แถมยังพาลงี่เง่าใส่เธออีก ฉันรักเธอ เฮอร์ไมโอนี่ ฉันไม่สนว่าใครจะคิดยังไงและจะไม่มีวันยอมให้ไอ้บ้าที่ไหนเอาคนรักของฉันไปอีก ฉันขอประกาศไว้ ณ ที่นี้เลยว่า เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ คือผู้หญิงของเดรโก มัลฟอยคนนี้ ถ้าพวกแกกล้าแหยมกับเธอล่ะก็ วันนั้นพวกแกจะได้เจอจุดจบที่น่าสังเวช!” หลังสิ้นพรรณนา เดรโกกรีดยิ้มอย่างปีศาจขู่พวกผู้ชายทั้งหมดชนิดที่ทำเอาพวกเขาหายใจไม่ทั่วท้องแล้วหันมายิ้มกวนให้เฮอร์ไมโอนี่ที่ยืนหน้าขึ้นสีอยู่ใกล้ๆเขา

 

            “แล้วเธอล่ะเฮอร์ไมโอนี่ มีอะไรอยากบอกฉันไหม” เดรโกส่งสายตาแกมบังคับเธอกลับ เฮอร์ไมโอนี่อ้ำอึ้งคาดไม่ถึง เขากำลังบังคับให้เธอบอกรักเขากลางวงล้อมคนเกือบทั้งฮอกวอตส์ เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ แต่ดูสถานการณ์จะเป็นใจเพราะทุกคนต่างรอคำตอบจากเด็กสาวอย่างลุ้นระทึก เธอจึงรีบทำตาเขียวใส่เดรโก นี้มันบ้าชัดๆ

 

            “ตาบ้า!” เฮอร์ไมโอนี่พูดลอดไรฟันด่าชายหนุ่มอย่างเดือดดาล ดั่งเวรกรรมเล่นตลบหลังเธอ เดรโกหัวเราะเบาๆพลางเดินไปหยุดข้างหน้าเธอ “ฉันรักเธอ  เจ้าหญิงกริฟฟินดอร์ของฉัน” เขาบอกรักเธอแบบไม่อายปากอีกครั้งและมันยิ่งเพิ่มความเข้มบนใบหน้าเด็กสาวมากขึ้น เฮอร์ไมโอนี่เม้นปากแน่นซ้ำถึงคลายออกแล้วคลี่ยิ้มตอบกลับ

 

            “ฉันรักเธอ คุณชายสลิธีรีนจอมหยิ่ง” ในที่สุดเด็กสาวก็ยอมปริปากแม้จะแอบจิกกัดเขานิดหน่อยมันก็ทำให้เดรโกยิ้มยิงฟันอย่างหุบไม่ได้ เขายกตัวเธอขึ้นหมุนรอบตัวด้วยความดีใจก่อนจะปล่อยเธอลงมาสวมกอดท่ามกลางเสียงตบมือแสดงความยินดีที่พร้อมใจกันดังอย่างไม่ได้นัดหมายแม้แต่คณะครูบาอาจารย์ยังร่วมตบมือให้พวกเขาถึงจะมีศาสตราจารย์เสนปคนหนึ่งที่ยืนอ้าปากค้าง

 

            “เดรโก!” ชื่อเด็กหนุ่มดังมาจากปากของแพนซี่ที่แทรกวงเข้ามา เธอเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดและเธอเป็นคนเดียวที่จะบอกเล่าทุกอย่างให้ลูเซียสรู้ในอีกไม่ช้า เดรโกกุมมือเฮอร์ไมโอนี่แน่นพลางหันหน้าไปเผชิญแพนซี่อย่างไม่หวั่นเกรง เขาเลิกหวั่นตั้งแต่ได้ต่อยหน้าออสติน ตั้งแต่ที่เขาเกือบจะเสียเธอไปเพราะตัวเอง เขาพึ่งเข้าใจว่าไม่มีอะไรน่ากลัวยิ่งกว่าการต้องเสียเด็กสาวข้างกายเขา ถ้าจะต้องตีกับพ่อตัวเอง เขาก็ยินดี “เธออยากบอกเขาก็ได้ แพนซี่ ฉันไม่ห้ามเธอ เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะปกป้องเฮอร์ไมโอนี่จากทุกคนที่คิดร้ายต่อเธอแม้เป็นสลิธีรีนด้วยกัน” เดรโกยืนกรานพลางส่งแววตาเด็ดเดี่ยวโต้ตอบ แพนซี่นิ่งอึ้งพร้อมมองมือที่ประสานกันแน่นของทั้งสองก่อนเธอจะถอนหายใจทิ้งภายหลัง

 

            “เฮ้อ ฉันไม่ทำหรอกถ้านั้นเป็นสิ่งที่เธอเลือก” แพนซี่กอดอกและออกอาการซึมเบาๆ อย่างจำนนใจ “ขอบคุณแพนซี่และก็ขอโทษด้วยที่ทำให้เธอไม่มีคู่ในคืนนี้” เดรโกยิ้มขอบคุณเด็กสาวผมดำก่อนจะกล่าวขอโทษ

 

            “เสียใจที่มันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอพูดนี้สิ”

 

            “ฉันถึงได้บอกไงว่าให้เชื่อฉันซะตั้งแต่แรกจะได้ไม่เสียใจภายหลัง สัญญาเป็นสัญญานะ” รอนที่หายไปนานเดินออกมาประกบหลังแพนซี่แล้วสอดมือเข้าโอบเอวเธอ เฮอร์ไมโอนี่และเดรโกมองตาเขาปริบๆอย่างงุนงงว่ามันเกิดอะไรขึ้นอีก “ไม่ต้องสงสัยไปหรอกเฮอร์ไมโอนี่ มัลฟอย ฉันกับแพนซี่เราตกลงกันไว้ว่าถ้าคุณชายมัลฟอยยอมเปิดโปงตัวเอง เธอจะยอมเป็นคู่เต้นรำของฉันและฟอ-แอ-นอ แฟน” รอนยิ้มอย่างภูมิใจ ในขณะที่เดรโกเฮอร์ไมโอนี่พากันตาโต เด็กหนุ่มผมแดงรู้เรื่องของพวกเขาเช่นเดียวกัน ที่ครั้งก่อนบนหน้าเขามีรอยแดงก็เพราะเขาทะเลาะกับแพนซี่และได้รู้เรื่องจากเด็กสาวผมดำ เขาจึงตวาดใส่เฮอร์ไมโอนี่ในวันนั้น

 

            “ให้ตายเถอะ วันนี้มันวันอะไรกันเนี่ย!” แฮร์รี่เกือบสติแตกเพราะเขาดันเป็นคนเดียวที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย “เรื่องพี่เฮอร์ไมโอนี่ก็เกินคาดพอแล้วแต่พี่รอนนี้สิ นี้พี่สองคนแอบไปกิ๊กกันตอนไหน!?” จินนี่ไม่คิดว่าแผนเธอมันจะได้ผลดีเกินคาดแต่สิ่งที่ทำเธออึ้งไม่หายคือ รอนกับแพนซี่!

 

            “เรื่องมันยาว เอาไว้คราวหลังจะเล่าให้ฟัง” รอนยิ้มก่อนที่ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์จะตบมือเพื่อหยุดความวุ่นวายลงก่อนแล้วถึงกล่าวเปิดงานใหม่โดยให้ดาวเด่นอย่างคู่ของเดรโกและเฮอร์ไมโอนี่เปิดฟลอร์เต้นรำประเดิมแล้วตามด้วยคู่ของคนอื่นๆ ในคืนนี้เฮอร์ไมโอนี่รู้สึกมีความสุขที่สุดในชีวิตเพราะเธอไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนอีกต่อไปและถึงผลที่ตามมามันจะทำให้ทั้งสองลำบากแต่หากปลายทางคือสิ่งที่พวกเขาคาดหวัง เธอก็จะทำ

 

………………………………………..………………………………………………………………

 

            ปรู๊น ปรู๊นนนนนนนนนน

 

            เขม่าควันจากปล่องรถไฟเที่ยวเดียวที่จุดหมายปลายทางคือโลกมักเกิ้ล พวกเด็กนักเรียนต่างทยอยขึ้นตู้ของตัวเองอย่างเร่งรีบและมีนักเรียนบางส่วนที่เลือกจะอยู่โรงเรียนยืนรอส่งเพื่อนๆของพวกเขา เด็กหนุ่มผมบลอนด์เองก็เช่นเดียวกัน เขาไม่กลับบ้านในปีนี้เพราะมีปัญหามากมายไหนจะเรื่องกระทรวงกำลังสอบสวนตระกูลมัลฟอยทำให้แม่ของเขาไม่อยู่บ้าน เดรโกวิ่งวุ่นลงมาจากรถไฟหลังตามหาเด็กสาวที่หมายโบกมือลาตั้งแต่ก่อนเวลาออกรถไฟ 1 ชั่วโมง แต่เขาก็ยังหาไม่เจอ ลองถามหาจากพวกเพื่อนๆเธอก็ไม่เห็นแม้แต่เงา

 

            “หายไปไหนของเขากัน?” เดรโกเกาหัวแกร่กๆอย่างจนตรอก นอกจากเมื่อคืนเธอจะไม่ยอมให้เขากอดแล้วยังเล่นหายไปแบบไร้ร่องรอยอีก นี้เธอกะฆ่าเขาทางอ้อมใช่ไหมเนี่ย!? “คุณมัลฟอยครับ” เสียงทุ้มหนักเรียกเขา เดรโกมองเจ้าของเสียงก็รู้สึกเลือดขึ้นหน้ากะทันหัน

 

            “ต้องการอะไรอีก หรือยังไม่หนำใจอยากกินหมัดฉันอีกสักหมัด!”

 

            “มะ ไม่ใช่ครับ! ที่ผมมาก็เพราะต้องการบอกว่าผมไม่ได้ตั้งใจจูบแฟนคุณเลยสักนิด ถึงแม้จะแอบเสียดายก็เหอะ ดะ เดียวๆๆ! มันเป็นแผนพิสูจน์คุณ ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ” ออสตินยกมือป้องกันตัวเพราะเดรโกเกือบซัดหมัดใส่เขาแต่ชะงักซะก่อนตรงที่ประโยคสุดท้าย “แผน? แผนพิสูจน์ฉัน หมายความว่ายังไง!?” เดรโกเค้นคำตอบจากออสตินเพราะเขาผีบ้าหลงกลก็จริงแต่เขาไม่ได้รู้ว่าเลยว่าถูกคนรักวางเกมไว้ ออสตินผ่อนลมหายใจออกแล้วอธิบายเรื่องที่เขามีส่วนช่วยเฮอร์ไมโอนี่ คอยประกบเธอตลอดเวลาทั้งยั่วโมโหทุกครั้งที่เห็นเดรโกผ่านมาและครั้งสุดท้ายที่เกือบได้จูบแต่ถูกเขาต่อยหน้าซะก่อน

 

            “เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ หวังว่าเราคงไม่ติดค้างกันนะแล้วผมก็เข็ดเกินกว่าจะโดนคุณชกอีกรอบ” ออสตินพูด เดรโกโล่งอกที่อย่างน้อยเฮอร์ไมโอนี่ก็ไม่ได้มีใจให้ออสตินแต่ก็แอบโกรธที่เธอไม่ยอมบอกเขาเรื่องนี้ ถึงว่าทำไมหาตัวตั้งนานถึงไม่เจอ “เอ่อๆ ฉันกับแกจบ แต่ถ้าคราวหน้าแกยังเกาะแกะแฟนฉัน ฉันจะสาปคะถาสะกดนิ่งแล้วหิ้วแกไปทิ้งไว้ในป่าต้องห้ามจนไม่ใครหาเจอศพแกเจอ” เดรโกกระชากคอออสตินเข้ามาแล้วทิ้งคำขู่สุดท้ายใส่เขา เด็กหนุ่มพยักหน้ารับคำก่อนเขาจะขอตัวขึ้นรถไปเพราะตอนนี้รถไฟเที่ยวสุดท้ายได้ออกตัวไปเรียบร้อยและสุดท้ายเดรโกก็ยังไม่ได้บอกลาเธอ

 

            “ให้ตายเหอะ” เดรโกเตะหิมะเล่นระหว่างมองรถไฟที่เดินทางห่างเขาไปทุกทีจนตู้สุดท้ายลับเข้าป่าไป เขาหายใจทิ้งแล้วตัดใจพาตัวเองกลับปราสาทแต่เขาก็ต้องนิ่งเมื่อคนเดียวที่เขาต้องการยืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว “เฮอร์ไมโอนี่!? ทะ ทำไมล่ะ ก็เมื่อกี้รถไฟไปแล้วนิหรือว่าเธอ..อุ๊บ” เด็กหนุ่มปล่อยคำถามยังไม่จบก็ถูกเด็กสาวกระโจนปิดปากจนเขาหงายลงไปนั่งตามมาด้วยร่างของเธอทับบนตัว เดรโกตกใจก่อนจะคล้อยตามรสจูบที่เขาใฝ่หา

 

            “พ่อแม่ฉันเขาเดินทางไปต่างประเทศกะทันหัน ฉันก็เลยถือวิสาสะไม่กลับบ้านเพราะฉันอยากอยู่กับเธอ” เฮอร์ไมโอนี่กอดร่างโตพลางซุกหน้าบนบ่าเด็กหนุ่ม เธอมั่นใจว่าเขากำลังยิ้มและเขินด้วยความดีใจแบบที่เธอไม่ต้องมองหน้าก็รู้ “เมอร์รี่คริสต์มาส เดรโก”

 

            “เมอร์รี่คริสมาส เฮอร์ไมโอนี่ ขอบคุณสำหรับของขวัญ”

 

            “ฉันได้ให้ของขวัญเธอไปแล้วเหรอ?”

 

            “แค่เธออยู่กับฉัน นั้นก็เป็นของขวัญที่แสนวิเศษที่สุดในคืนคริสต์มาสแล้ว” เดรโกเกลี่ยผมเธอออกแล้วก้มจูบปากเธอเบาๆทีหนึ่งก่อนเปลี่ยนเป็นไล่ระดมหอมแก้มเธอไม่ยั้งด้วยความคิดถึง “อื้ม เดรโกมันจั๊กจี้น่า ฮะๆ” เฮอร์ไมโอนี่หัวเราะพลางหยุกหยิกตัวหลบเขาทำให้เดรโกต้องยอมหยุดถึงจะเสียดาย

 

            “ฉันรักเธอ เฮอร์ไมโอนี่”

 

            “ฉันก็รักเธอ เดรโก”

 

            “นั้นเราสองคนไปต่อบทโทษที่ค้างคากันไว้ดีกว่า” เดรโกผลักตัวขึ้นยืนพร้อมอุ้มร่างเฮอร์ไมโอนี่มาด้วย เด็กสาวกอดคอเขาอัตโนมัติก่อนจะชักสีหน้างุนงง “ฉันทำผิดตอนไหนอีกเนี่ย!?” เฮอร์ไมโอนี่ทักท้วงเขาทันที

 

            “ก็ตั้งแต่เธอแอบวางแผนปั่นหัวฉัน” เด็กสาวพึ่งนึกได้ว่าเธอลืมบอกเขาเรื่องนี้และไม่คิดว่าเขาจะรู้เสียแล้วด้วย เธอยิ้มแหย่ออกไปอย่างหมดทางหนีเพราะตอนนี้เธอก็ไม่ต่างจากลูกไก่ในกำมือ “สาบานได้ ฉันไม่ใช่ต้นคิดจริงๆ” เฮอร์ไมโอนี่รีบแก้ตัวเผื่อเด็กหนุ่มอาจจะเปลี่ยนใจไม่ลงโทษเธอแต่จากรอยยิ้มบนหน้าเขาก็ตอบเธอหมดจด หมดทางรอด

 

            “ยังไงซะเธอก็มีส่วนร่วมเพราะฉะนั้นเตรียมตัวไว้เถอะ เฮอร์ไมโอนี่”

 

            “รู้งี้ฉันน่าจะกลับบ้าน”

 

            “ถึงงั้นเธอก็ต้องกลับมาสำเร็จโทษฉันอยู่ดี เฮ้อ คร่ำครวญไปก็เสียเวลา ตอนนี้ฉันอยากลงโทษเธอเต็มแก่แล้ว”

 

            “กรี้ดดดดดดดดดดด เดรโก ฉันขอโทษ อย่าทำแบบนี้เลยนะ ขอร้อง!”

 

 

………………………………………..………………………………………………………………

 

 

 

Talk with writer:

 

            ขอบคุณสำหรับผู้ที่อ่านมันจนจบ ทั้งนักอ่านเงาและนักอ่านที่คอเม้นให้เราน้า ถึงจะบอกว่าเป็นเรื่องสั้นแต่เอาจริงๆ ก็เขียนปาไปเกือบตั้ง 44 หน้า o_O! บร้ะเจ้า! อ่านในเด็กดีจะมีภาพประกอบที่เราวาดนะจ้ะอันนี้ลงไม่ทันจริงๆเดียวจะมาแก้ให้ลงทีหลัง ถ้าชอบก็คอมเม้นกดติดตามกันเยอะๆนะ เรื่องต่อไปจะมาเพราะคอมเม้นและโหวตของพวกคุณนะคร้าบบบ

            ติดตามผลงานวาดได้ที่ http://quillpenofalexisawe.tumblr.com/ และ http://weheartit.com/QuillofAlexis_Awe อย่าลืมเข้าไปกด Heart กันด้วยล่ะ พึ่งเปิดไม่นานนี้เอง

 

 

 

 

 

 

 

 

บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

หมวดนิยายฟิคหรือฟิคชั่นนี้ สร้างขึ้นมาเพื่อให้เหล่าแฟนคลับหรือผู้ที่ชื่นชอบศิลปิน ดาราของตัวเองได้ทำการโปรโมทศิลปินหรือดารานั้นๆ โดยเขียนเรื่องราวฉบับนิยาย และถ้าทางสังกัดหรือผู้เสียหาย ไม่พึ่งพอใจ สามารถแจ้งทางเว็บเพื่อทำการระงับเรื่องนั้นๆ ได้ทันที

สำหรับนักเขียนฟิคชั่นทุกคน พึ่งพิจารณาและไตร่ตรองก่อนเขียนทุกครั้ง ว่าเรื่องของตัวเองที่เขียนนั้นส่งผลกระทบกับศิลปินหรือดาราที่ตัวเองชื่นชอบมากน้อยแค่ไหน

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

10
โหวต 10 /10 คะแนน
จากสมาชิก 2 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

10 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

10 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

10 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...