นิยายฟิค/ฟิคชั่น : Painful Memory -ChanBaek-

อ่าน 769
วิจารณ์ 0
แนว:
จำนวน:
1 chapter
แต่งเมื่อ:
วันที่ 12 ส.ค. 2558 10:26 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง piggynim
เด็กใหม่ (0)
เด็กใหม่ (0)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

chapter 1. 1 - beginning of my pain

เขียนเมื่อ วันที่ 12 ส.ค. 2558 10:51 น.

1

Beginning of my pain

 

     5 พฤษภาคม

 

     เพล้ง! เคล้ง!

 

     "แบคฮยอน! ฟังแม่นะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นห้ามออกจากห้องนี้เด็ดขาด!"

     เสียงของคุณแม่พูดกำชับผมอย่างดิบอย่างดีก่อนที่เธอจะวิ่งออกจากห้องเก็บของแคบๆ ที่อยู่บนชั้นสองของบ้าน เธอเป็นคนพาผมเข้ามาอยู่ในนี้ ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมแต่ตอนนี้กำลังเกิดเรื่องที่น่ากลัวกับบ้านของผม  ผมตกใจและหวาดกลัวมาก คุณแม่ของผมเธอวิ่งเข้ามาสวมกอดผมแรงๆ อีกหนึ่งครั้งก่อนที่เธอจะวิ่งออกไปจากห้องนี้ เธอไม่ลืมที่จะกดล็อกประตูให้แน่นหนา

     ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น? ผมทั้งสับสนและกลัว หลากหลายความรู้สึกที่มันปะปนกันเต็มไปหมดในตอนนี้...ผมกลัว

     ผมนั่งกอดเข่าของตัวเองแน่นๆ นั่งซุกตัวอยู่ในมุมมืดของห้องเก็บของ รอบตัวของผมมันปกคลุมไปด้วยความมืดมิด ผมมองอะไรไม่เห็นแม้กระทั่งฝ่ามือของตัวเอง..มันน่ากลัวเหลือเกินเหมือนว่าตัวเองนั้นอยู่คนเดียวรอบข้างมันช่างเคว้งคว้างไร้ผู้คน

     น้ำตาอุ่นๆ เริ่มไหลออกมาจากดวงตาของผม มันไหลอาบทั้งสองแก้มเนียนของผมอย่างช้าๆ ผมห้ามน้ำตาไม่ให้มันไหลไม่ได้เพราะผมกลัว กลัวจนกั้นน้ำตาและเสียงสะอื้นไม่อยู่ ผมอยากจะยกมือขึ้นมาปาดเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาแต่ก็ยากแสนยากเหลือเกิน

     ผมกลัว.. มันเป็นความรู้สึกอย่างเดียวที่ผมเป็นอยู่ในตอนนี้

     มันมีแต่คำว่ากลัวเท่านั้นที่วนเวียนอยู่ในหัวของผม

 

     ย้อนกลับไปเมื่อ 1 ชั่วโมงที่แล้ว

     วันนี้เป็นวันที่ห้าพฤษภาคมครับ วันนี้เป็นวันเกิดของผม ผมที่กำลังนั่งฉลองวันเกิดกับพ่อและแม่อยู่ภายในบ้านหลังเล็กๆ ของครอบครัวที่มีทั้งรอยยิ้ม ทั้งเสียงหัวเราะ วันนี้เป็นวันที่ผมมีความสุขที่สุดในรอบปี ผมได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวที่ผมรัก ผมมีความสุขมากที่สุด

     "ขอให้ลูกของแม่มีความสุขมากๆ นะครับ"

     "พ่อขอให้ลูกของพ่อโตขึ้นมาหล่อๆ เหมือนพ่อเลยนะครับ เรียนหนังสือเก่งๆ และเป็นเข้มแข็งไม่เป็นเด็กอ่อนแอเหมือนตอนนี้นะครับ"

     เสียงคำอวยพรวันเกิดจากพ่อและแม่ของผมหลังจากที่ผมเป่าเค้กสุดแสนน่ากินเสร็จเรียบร้อย คุณแม่ก้มลงมาจุ๊บริมฝีปากของผมเบาๆ ก่อนที่คุณพ่อก้มลงมาหอมแก้มผมหลังจากคุณแม่ผละออกไปแล้ว..

     ผมมีความสุข.. ผมพูดประโยคนี้ได้เต็มปากตอนนี้ผมมีความสุขมากจริงๆ ผมเข้ากอดคุณแม่แน่นๆ หนึ่งครั้งก่อนจะผละออกมาแล้วไปกอดคุณพ่ออีกหนึ่งครั้งเพราะกลัวคุณพ่อจะน้อยใจที่ผมกอดแม่เพียงคนเดียว

     "ลูกชายของพ่ออายุได้ห้าขวบแล้วนะ ห้ามทำตัวเป็นเด็กๆ ร้องไห้งอแงอีกเข้าใจไหม" พ่อผมพูดแล้วโอบกอดตัวของผมเอาไว้แนบแน่น สัมผัสอุ่นๆ ที่กำลังลูบไล้อยู่บนหัวของผมมันช่างผมอุ่นเสียจริง

     "ฮะ.. เข้าใจแล้วฮะ น้องแบคเป็นคนเก่งโตแล้วจะไม่ร้องไห้จะเป็นเด็กเข้มแข็งด้วยฮะ" ผมตอบออกไปด้วยท่าทางที่จริงจังแต่มันดันทำให้คุณพ่อและคุณแม่หัวเราะชอบใจกับท่าทางที่จริงจังของผมจนผมต้องหัวเราะตามออกมาก่อนที่จะเอื้อมมือไปรับจานเค้กที่คุณแม่ตักให้..

     เค้กน่ากินนะว่าไหม... ผมได้กินเค้กก้อนแรกในวันเกินปีที่ห้าเพราะสี่ปีที่ผ่านมาผมยังเด็กเกินที่พ่อแม่จะซื้อเค้กก้อนใหญ่ๆ มาให้ ผมได้เพียงคัพเค้กชิ้นเล็กและของขวัญวันเกิด

     ในงานวันเกิดของผมพ่อกับแม่ไม่ได้ชวนใครมาเพราะพวกเราไม่รู้จักใครมากนักเลยเลี้ยงฉลองกันเฉพาะคนในครอบครัว ผมตักเค้กที่แม่ตักมาให้เข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย ตักกินคำแล้วคำเล่ารู้สึกอร่อยกับรสชาติของเค้กที่ผมกำลังกินอยู่ จนต้องยื่นไปจานขอเค้กกับคุณแม่เพิ่มอีกหนึ่งชิ้น..

     "อร่อยมากเลยละสิ" แม่ของผมพูดพลางตักเค้กใส่จานให้ผมอีกหนึ่งชิ้น

     "ฮะ! น้องแบคชอบกินเค้กที่สุด มันอร่อยมากๆ" ผมจ้วงเค้กเข้าไปในปากอีกคำและอีกคำ คำแล้วคำเล่าจนมันหมด เค้กสองชิ้นที่ผมกินไปมันทำให้ผมรู้สึกอิ่ม พ่อกับแม่ท่านไม่ยอมทานเค้กครับท่านเอาแต่นั่งมองผมกินเค้กพร้อมกับส่งยิ้มมาให้

     ผมชอบมองรอยยิ้มของพ่อกับแม่ที่สุด  มันอบอุ่นมันทำให้ผมมีความสุขทุกครั้งที่ผมมองมัน.. รอยยิ้มของแม่ของผมมันสวยมากๆ เลยครับปากของคุณแม่สีเหมือนลูกเชอรี่ที่ปักอยู่บนหน้าเค้กของผมเลย

     "แบคฮยอน"

     "ฮะ"

     "หลับตาสิลูก"

     เสียงของคุณแม่บอก ผมหันไปมองคุณแม่ที่เดินเข้ามาใกล้ๆ ผมก่อนที่ท่านจะเอามือปิดตาของผมเพราะผมนั้นมัวแต่ชักช้าลีลาไม่ยอมหลับตาสักที

     "งื้อออ คุณแม่ปิดตาน้องแบคทำไมฮะ" ผมดิ้นขลุกขลักและพยายามจะแกะมือของคุณแม่ออก

     คุณแม่ไม่ตอบอะไรผมท่านเอามือปิดตาของผมแน่น ก่อนที่ผมจะสัมผัสถึงความรู้สึกเย็นๆ ที่คอผมยกมือขึ้นลูบๆ ตามสัญชาตญาณก็เจอเข้ากับเม็ดกลมๆ ห้อยโตงเตงอยู่ตรงคอ..

     ..มันคืออะไรนะ

     "สุขสันต์วันเกิดนะลูกรัก" คุณแม่เปิดตาผมออกแล้วก้มลงจุ๊บแก้มของผมเบาๆ ผมหันหลังไปมองพ่อกับแม่ที่ยืนอยู่ข้างหลังของผม ก่อนจะก้มลงดูของที่ห้อยอยู่ตรงคอ

     มันเป็นสร้อยคอครับ.. จี้ของมันคล้ายๆ กับลูกแก้วสีใสๆ ข้างในมีดอกไม้สวยๆ อยู่ข้างใน.. ผมชอบมัน ยิ่งผมมองผมก็ยิ่งชอบมัน

     "ชอบไหมครับ" เสียงคุณพ่อถาม ผมเงยหน้าขึ้นมองท่านพร้อมกับส่งรอยยิ้มไปให้

     "ชอบฮะ"

     "ชอบแล้วเก็บมันไว้ให้ดีๆ นะครับ" คุณแม่บอกพร้อมย่อตัวลงมาอยู่ในระดับเดียวกับผมก่อนจะพูดพร้อมรอยยิ้ม "ความหมายของดอกไม้ที่อยู่ข้างใน มันหมายความว่าอย่าลืมฉันนะ"

     "อย่าลืมฉันหรอฮะ"

     "ใช่ครับ อย่าลืมฉัน"

     ผมพยักหน้าแล้วก้มดูสร้อยอีกครั้ง มันสวย ยิ่งผมมองผมก็ยิ่งชอบมัน ดอกไม้ที่อยู่ข้างในก็สวยเหลือเกิน.. มันเป็นของขวัญชิ้นที่ดีที่สุดสำหรับผมเลยละ

     บรืน! เอี๊ยดดดดดดดดดดดดดด

     และแล้วความวุ่นวายก็บังเกิดขึ้นทันทีที่เสียงล้อยางรถเบียดกับถนน คุณแม่กับคุณพ่อรีบวิ่งไปชะโงกหน้าออกไปมองด้านนอกทางหน้าต่างพวกท่านสองคนดูตกใจจนผมงง ก่อนที่คุณแม่จะวิ่งเข้ามาฉุดผมให้เดินขึ้นมาบนชั้นสองผมมองเห็นคุณพ่อที่วิ่งออกไปหน้าบ้านก่อนจะหันมามองคุณแม่ที่เริ่มตื่นตระหนก สีหน้าเธอดูร้อนลน เธออุ้มผมขึ้นมาด้านบนด้วยความเร็ว

     "คุณแม่ฮะ เกิดอะไรขึ้น" ผมถามออกไปด้วยความไม่รู้ แต่เธอไม่ตอบคำถามที่ผมถามเธอไปเมื่อกี้

     "แบคฮยอนลูกฟังแม่นะ" เธอดันผมเข้าไปในห้องเก็บของมืดๆ ก่อนที่เธอจะย่อตัวลงมาอยู่ในระดับเดี๋ยวกับผมแล้วจุ๊บปากผมเบาๆ หนึ่งที

     "แม่ฮะ..น้องแบคกลัว"

     "ไม่ต้องกลัวนะลูก"

     "เกิดอะไรขึ้นฮะ"

     "แม่รักลูกนะครับ" คุณแม่ก้มลงจุ๊บริมฝีปากของผมอีกครั้งก่อนที่จะดันผมเข้าไปในห้องมืดๆ ห้องนี้อีกครั้ง มันเป็นห้องเก็บของห้องแคบๆ ที่น่ากลัว

 

     ปัง!!

 

     "คะ คุณแม่! น้องแบคกลัว"

     เสียงดังปังที่ดังมาจากข้างล่างทำเอาผมสะดุ้งตกใจจนตัวโยนกระโดดเข้ากอดคอคุณแม่แต่เธอก็รีบแกะมือผมออกทันทีและดันผมให้เข้าไปในห้อง..

     ผมเห็นน้ำตาของแม่..

     ..แม่ของผมเธอกำลังร้องไห้

 

     เพล้ง! เคล้ง!

 

     "แบคฮยอน! ฟังแม่นะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นห้ามออกจากห้องนี้เด็ดขาด!"

เธอกำชับผมอย่างดุดันก่อนที่ประตูห้องจะปิดลง ผมกลัว ผมกลัวจนตัวสั่น ผมทำอะไรไม่ถูกได้แต่ร้องไห้ฟูมฟายฟังเสียงโครมครามและเสียงปังๆ ที่ดังอยู่ข้างนอกห้อง..

     กลัว.. ผมกลัวไปหมด

     "ฮึก! คุณพ่อคุณแม่ น้องแบคกลัว น้องแบคกลัว"

     ผมซุกหน้าลงกับเข่าแล้วร้องไห้สะอื้นพลางกำสร้อยคอของพ่อและแม่ที่ซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดของผม..

     วันนี้เป็นเกิดของผมทำไมต้องเกิดอะไรที่น่ากลัวขึ้นในวันนี้ด้วย.. ผมกำลังมีความสุข ผมกำลังสนุกสนามกับครอบครัวที่ผมรัก..

 

     ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!

 

     "ไม่นะ!!!!!!!!!!!!"

     เสียงดังปังสี่ครั้งติดกัน พร้อมกับเสียงหวานของคุณแม่ที่ตะโกนอย่างดังผมสะดุ้งสุดตัวตามจำนวนของเสียงปังๆ ที่ดังขึ้นข้างนอกห้องพร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลรินลงอาบสองแก้มเนียน

     รอบกายของผมมันทั้งเงียบและมืด ผมได้ยินเสียงของคนหลายคนกำลังคุยกันเสียงดังอยู่ข้างล้างนั้น มันเกิดอะไรขึ้น!! มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

     "ค้นให้ทั่วบ้าน!! หาตัวมันให้เจอ" เสียงนั่นทำให้ผมสะดุ้งโหยงอีกครั้ง ตัวผมสั่นเหมือนคนถูกจับแก้ผ้าให้ยืนท่ามกลางหึมะที่กำลังโปรยปราย

     ผมเป็นเด็ก... อายุแค่ห้าขวบ ในวันเกิดปีที่ห้ามันเกิดเรื่องราวที่หน้ากลัวขึ้นในวันนี้.. ผมกลัว ผมพูดคำนี้เป็นร้อยๆ ครั้ง

     "หยุดนะ!! ไปโปรดหยุด ฮือออออออ" เสียงขอคุณแม่.. ทำไหมมันดูเจ็บปวดจัง น้องแบคกลัวแล้วนะคุณแม่ คุณแม่มาหาน้องแบคได้ไหม น้องแบคกลัว.. คุณแม่ฮะ

     "ไปหาชั้นบน!! ลากตัวมันมาให้ฉัน"

     "รับทราบครับนายใหญ่"

 

     ตึง! ตึง! ตึง!

 

     เสียงฝีเท้าหลายสิบคู่วิ่งดังตึงๆ ขึ้นมาชั้นบนผมกระชับอ้อมแขนกอดตัวเองให้แน่นขึ้น ร้องไห้หนักกว่าเดิมตอนที่ฝีเท้าพวกนั้นก้าวเข้ามาใกล้ และใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

"ฮืออออออ น้องแบคกลัว"

 

     กริกๆ!!

 

     "ห้องนี้ล็อกวะ"

     "ล็อกก็พังเข้าไปดิวะ"

     เสียงพูดคุยที่ดังอยู่ในห้องเล็ดรอดเข้ามาภายในห้องผมตัวสั่นไหวซุกหน้าปล่อยโฮร้องไห้ออกมาอย่างหวาดกลัว เสียงดังตึงๆ ของคนหลายคนที่กำลังวิ่งมาทางห้องนี้และช่วยกันพังห้องมันยิ่งทำให้ผมกลัวเข้าไปอีกหลายเท่า

     ผมกลัว.. ผมกลัวว่า..

 

     ตึง!!!!!!!

 

     ประตูมันจะถูกพัง

     "นั่นไง จับมันมา แล้วพาตัวไปให้นายใหญ่"

     ทุกอย่างมันสายเกินไปแล้ว

     ผมขดตัวแนบชิดกำแพงในห้องมืดๆ มองผู้ชายตัวใหญ่สิบกว่าคนที่กำลังเดินเข้ามากระชากจนตัวของผมลอยขึ้นด้วยความแรง...

     "ฮึกกก ฮืออออ คุณแม่ฮะ ช่วยน้องแบคด้วย" ผมแผดเสียงลั่นตอนที่ถูกผู้ชายตัวใหญ่ดึงแขนให้ผมเดินตามพวกเขาลงไปข้างล่าง ผมร้องไห้อย่างเจ็บปวด คนพวกนี้ทั้งรุนแรงทารุณจนผมเจ็บราวกับแขนที่ถูกบีบนั้นมันกำลังจะหลุด..

     "แบคฮยอน!!!"

     "คุณแม่!!!! ฮือออออ"

     ผมกับคุณแม่แทบจะพุ่งเข้าใส่กันแต่ตัวผมกับโดนลากไปอีกทางส่วนแม่ผมถูกชายอีกสองคนดึงตัวไว้พร้อมกับฝาดฝ่ามือลงไปที่แก้มของแม่ผมอย่างแรงจนหน้าของเธอหันไปอีกทาง เลือดสีสดๆ ไหลออกจากผมปากสีเชอรี่ของแม่...

     คุณแม่ของผมกำลังเจ็บ

     "ฮือออออออ คุณแม่ โอ๊ยยยยยยย"

     ผมร้องลั่นหลังจากที่ถูกคนที่ลากผมมาทุ้มลงกับพื้นด้วยแรงมหาศาล ผมพยายามที่จะลุกเดินไปหาแม่ของผมที่อยู่อีกฝากกับผมแต่ก็ถูกมือของผู้ชายที่ยืนข้างหลังกระชากผมเอาไว้เสียก่อน...

     ผมเจ็บ ผมหวาดกลัว..

     "จะไปไหน..." ผู้ชายคนนั้นลากผมเข้าไปใกล้ๆ ก่อนที่เขาจะย่อตัวลงมาอยู่ในระดับเดียวกับผม "มึงจะไปไหน!! กูถาม"

     "ฮึก!! น้องแบคจะไปหาคุณแม่ คุณแม่กำลังเจ็บ"

     "มึงห่วงแต่แม่หรอ นู้น... " เขาจับหน้าของผมให้หันไปทางผู้ชายคนหนึ่งที่นอนก้มหน้าจมกองเลือดอยู่ไม่ไกลจากแม่ "พ่อมึงนอนอยู่นู้น"

     พ พ่อ... พ่อของผม

     "ฮึก ฮือออออ คุณแม่ คุณพ่อเป็น ฮึก อะไร"

     "ตายไง นอนจมกองเลือดคิดว่ามันมานอนอาบน้ำแดงรึไง" ชายคนนั้นเปลี่ยนมากระชากผมของผมอีกครั้งจนผมเซเข้าไปอยู่ใกล้ๆ เขา

     ดวงตาของผมพล่ามั่วไปด้วยหยดน้ำตา ผมมองไปเห็นคุณแม่น้ำเสียงหวานๆ ของเธอนั้นสั่นคลอนพยายามที่จะอ้อนวอนให้ผู้ชายคนนี้ปล่อยตัวของผมไป..

     "โอ๊ย!! น้องแบค ฮึก เจ็บนะ" คนใจร้ายเขากระชากหัวของผม

     "หึ เจ็บสิดีจะได้ทรมานก่อนตาย มึงรู้ไหมว่ากูเจ็บกว่าที่มึงเป็นอยู่อีก" เขากระชากหัวของผมอีกครั้ง "ตลอดห้าปีที่กูตามหาตัวพวกมึง... พวกมึงที่ฆ่าพ่อกับแม่ของกู"

     "ฮือออออออ พูดอะไร น้องแบคไม่เห็นรู้ คุณพ่อคุณแม่น้องแบคเป็นคนใจดี"

     "หุบปาก!!"

 

     ผัวะ!!

 

     ด้ามปืนสีดำในฝ่ามือของคนใจร้ายฝาดลงมาที่ปากของผมอย่างแรงจนผมเจ็บปวดและชาไปทั่วทั้งปาก...

    "แบคฮยอน!!! ฮึกกก ได้โปรดๆ ได้โปรดอย่าทำอะไรลูกชายของฉัน" เสียงแม่ของผมอ้อนวอน

     ผมรู้สึกเวียนหัวไปหมด รู้สึกเจ็บที่ข้างแก้ม กลิ่นคาวๆของเลือดเต็มจมูกทั้งสองข้างกับรสชาติที่ขมฝืดคอของเลือดที่เต็มปาก

     ผมเจ็บ... เจ็บอีกแล้ว

     ผู้ชายคนนี้ทั้งใจร้าย และน่ากลัว

     "กูจะทำมึงแทนนี่ไง.."

     "ฮึกกก ปล่อยลูกของฉันไปเถอะนะ ได้โปรดเขายังเด็ก"

     "ปล่อยหรอ หึ!! ฝันไปเถอะ!! กูจะฆ่า ฆ่าพวกมึงทั้งครอบครัวเลย" ชานคนนั้นเริ่มเหนี่ยวไกปืนและเล็งตรงไปที่แม่ของผม แต่เขาก็ลดระดับปืนลงเสียก่อนที่จะหันไปสั่งชายสองคนที่ยืนอยู่กับแม่

     "ล็อกตัวมันไว้.. กูขึ้นว่ามึงไปควรพลาดฉากสำคัญ" ประโยคหลังเขาหันมาทางผมที่นอนอยู่บนพื้นที่ก่อนที่เขาจะกระชากผมของผมให้ลุกขึ้น "ค่อยดูนะเดี๋ยวกูจะยิงตรงนั้น" เขาพูดและจับหน้าของผมให้มองไปที่ใบหน้าของคุณแม่

     นิ้วของชายหนุ่มเหนียวไกปืน เขาจับล็อกหน้าของผมไม่ให้หันไปไหน ตอนนี้ผมมองใบหน้าของคุณแม่ได้ชัดเจน เธอร้องไห้พยายามดิ้นให้หลุดออกจากชายทั้งสองคนที่จับเธออยู่

     ปัง!

     เสียงปืนดังเพียงนัดเดียวเท่านั้น ผมหลังตาปี๋ไม่มีเสียงร้องนอกจากเสียงสะอื้นผมเจ็บชาไปไปหมดแค่ขยับปากเบาๆผมก็ทรมานสายตัวแทบขาด

     "หึ..."

     "ฮึก........"

     "ลืมตาสิ.." ชายคนนั้นสั่งผม

     ผมส่ายหน้าไปมา ตนนี้ผมไร้เรียวแรงที่จะขยับเขยื้อนแล้วจริงๆ ผมเจ็บไปหมดทั้งตัว ความกลัวอยู่รอบตัวผมจนตัวผมสั่นไปหมด

     "กูบอกว่าให้มึงลืมตา!!!"

     เขาตวาดเสียงลั่นจนผมต้องลืมตาขึ้นมองช้าๆ ภาพพล่ามั่วไปด้วยหยดน้ำตาผมกนะพริบตาอีกหนึ่งครั้งหยดน้ำตาก็ไหลรินลงข้างๆแก้มใส

     ภาพที่ผมเห็นมันช่างเจ็บปวดและทรมานปานจะขายใจ....

     ภาพของคนแม่ที่ผมรัก รูที่อยู่กลางหน้าผากของแม่ของผมมีเลือดไหลออกมาจนหน้าของแม่แดงฉานไปด้วยเลือด ดวงตาเปิดค้างน้ำตาไหลออกจากดวงตาทั้งสองข้างนั่งคุกเข่าแน่นิ่งก่อนที่ท่าจะฟุบหน้าลงไปกับพื้น...

     "คะ  คุณ ฮึกกกกก แม่"

     "ต่อไปตามึงแล้วนะ" เขากระซบข้างหูก่อนจะจับผมเหวี่ยงลงไปที่พื้นอย่างแรง "เสียดายนะเกินมาบนโลกได้ไม่นานก็ต้องตายไปเฝ้ายมบาล"

     กริก!

     "นายใหญ่จะฆ่าเด็กจริงหรอครับ... เด็กน่าสงสารออกครับ" เสียงทุ้มๆนั้นดังขึ้นผมเงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อยเป็นผู้ชายผิวแทนๆที่ยืนอยู่ข้างๆผู้ชายใจร้อยคนนั้นที่กำลังเล็งปืนมาทางผม

     "ฉันเป็นใคร... แค่นี้ฉันไม่สงสารหรอก"

     "แต่.. เขายังเด็กนะครับ" ผู้ชายผิวสีแทนคนนั้นพยายามที่จะห้ามปรายการปิดชีพชีวิตของผม แต่ดูว่าคนใจร้ายคนนั้นเขาจะโหดเหี้นมเกิดหว่าจะปล่อยให้เด็กตาดำๆอย่างผมรอดไป

     "จะให้กูปล่อยมันแล้วพอมันโตก็มาฆ่ากูอย่างนั้นหรอ... กูคือใครเด็กตาดำๆน่าสงสารกว่านี้ก็ยังฆ่ามาเลย"

     "แต่.."

     "จงอิน!! เป็นอะไรนายสงสารมันหรอ"

     "ปะ เปล่าครับ"

     "ถอยไป!!!!!" ผู้ชายคนนั้นตวาดลั่นใช่ผู้ชายผิวแทนอีกคน ผู้ชายคนนั้นยอมหลับไปแต่โดยดี ผมมองหน้าของผู้ชายใจร้ายคนนั้น เข้ายิ้มให้ผม... มันเป็นยิ้มที่ผมมองแล้วไม่อบอุ่นเหมือนยิ้มของคุณแม่และคุณพ่อของผม แต่มันเป็นยิ้มของปีศาจใจร้ายที่ผมเคยเห็นในการ์ตูน พวกมันใจร้าย...

     นิ้วยาวเริ่มเหนี่ยวไกปืนอีกครั้ง เขาเล็กมันไปที่เด็กน้อยตาดำๆนั่งนิ่งๆอยู่บนพื้นไม่ได้รับรู้เลยว่าตัวเองกำลังจะตายในอีกไม่กี่วิข้างหน้า

     ผมอยากขยับตัวเข้าไปกอดแม่.. แต่ผมเจ็บที่ขาเหลือเกิน ผมอยากจะร้องไห้ระบายความเจ็บแต่แค่ขยับอ้าปากมันก็แสบไปหมด

     ปัง!

     ผมไม่รับรู้อะไรอีกแล้วหลังจากเสียงปืนนั้นดังขึ้นผมมองไปเห็นจานเค้กที่ผมยังกินไม่หมด เค้กมันเหลือตั้งเยอะแหนะเสียดายจังเลยจะไม่ได้กินมันแล้วน้ำตาของผมไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง หลังจากนั้นผมก็ไม่รับรู้อะไรแล้วจริงๆนอกจากความเจ็บปวดที่แล่นอยู่ในตัวของผม

     มันทั้งเจ็บ... ทั้งทรมาน

 

 

     ผมเหนียวไกปืนนัดสุดท้ายพุงตรงไปที่นั่งอู่ข้างหน้าผมนัดเดียวเด็กคนนั้นก็ล้มหงายหลังลงไปในทันทีเลือดสีแดงฉานไหลออกมานองพื้น

     ผมไม่ได้โหดร้าย ผมไม่ได้รุนแรง แต่ผมจำเป็นต้องทำเพราะคนในครอบครัวนี้เขาฆ่าครอบครัวของผม!!!!!

     ผมยืนมองพ่อแม่ลูกที่นอนจมกองเลือดอยู่ตรงหน้าก่องที่จะยื่นปืนให้กับลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างๆ

     "จงอิน.. ลู่หานจัดการศพด้วย"ผมสั่งทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกมาจากที่ตรงนั้น

     รถ GT-R สีดำด้านจอดอยู่ที่หน้าบ้านหลังเล็กเท่ารูหนูก่อนที่จะขึ้นรถและรีบขับออกไปในทันที

     ถนนโล่งในเวลาเย็นๆ เพราะแถวนี้มันอยู่ในชนบทที่ห่างไกลออกมาจากในเมืองมากนัก ผมต้องเสียเวลาขับรถมาฆ่าครอบครัวที่เคยทำลายชีวิตครอบครัวของผมตั้งไกล...

     หึ... แต่มันก็คุ้มค่าเวลาที่เสียมาจริงๆ

     อ๋อ... หลายคนคงสงสัยสินะครับว่าผมเป็นใครถึงได้ฆ่าคนตายแล้วยังทำตัวไปรู้ร้อยรู้หนาวแบบนี้

     หึ... ผมจำเป็นต้องบอกพวกคุณด้วยหรอว่าผมเป็นใคร มันจำเป็นหรอครับที่ผมต้องเอ่ยชื่อของผมให้พวกคุณได้รู้ ผมว่ามันไม่จำเป็นเลยนะครับ รู้แค่ว่าผมเป็นหัวหน้าแกงค์มาฟียขนาดใหญ่ที่สุดในเกาหลีแค่นั้นก็คงพอแล้ว...

     สักวันเราจะได้รู้จักกันมากกว่านี้...

     ถ้าอยากรู้... ก็ต้องติดตามกันเองนะครับ ว่าผมเป็น สักวันคุณจะได้รู้และกลัวการได้ยินชื่อนี้ไปตลอดชีวิต... หึ

 

     รถ GT-R ขับเข้ามาจอดภายในบ้านหลังใหญ่... ไม่สิแค่บ้านพวกคุณอาจจะมองว่ามันเล็กเกินไป ใช้คำว่าคฤหาสน์ถึงจะเหมาสมกับที่อยู่ของผมมากกว่า ผมจอดรถลงหน้าบ้านก่อนที่จะโยนกุญแจรถสั่งให้มันเอารถไปเก็บแล้วเดินเข้ามาในบ้าน

     ทั้งเมดบอดี้การ์ดมากมายต่างโค้งในผมไปทางยาวเดินเข้าไปข้างใน ผมชินแล้วละชีวิตของผมที่อยู่กับเมดและบอดี้การ์ดพวกนี้

     "นายใหญ่จะทานข้าวเลยไหมค่ะ" เมนสาวคนหนึ่งเดินมาถามผม

     "อืม.." ผมตอบเธอไปสั้นๆอย่างวางมาดก่อนจะเดินตามเธอไปที่ห้องทานข้าว ใช้เวลานานกว่าสามนาทีที่ผมเดินมาที่ห้องสำหรับทานอาหาร...

     ทุกคนอย่างหวังที่จะรู้สึกผมเลยนะครับ ทีนี่ไม่มีใครเรียกชื่อของผมหรอกครับทุกคนที่นี้เขาจะเรียกผมว่านายใหญ่กันทั้งนั้นเพราะฉะนั้นอย่าหวังว่าจะรู้ชื่อของผม

     ประตูหินขัดบานใหญ่ถูเมดสาวสองคนเปิดออก ตะยาวเหยียดนั่งได้เกือบยี่สิบคนตั้งอยู่ในห้องกว้าง... แต่ใครจะไปรู้ว่าอีกสิบเก้าที่นั่งนั้นจะว่างเปล่า

     ผมเดินไปนั่งที่ประจำตรงหัวโต๊ะแล้วเริ่มทานอาหารเป็นสิ่งที่ผมชินอีกเช่นกันกับการที่ต้องนั่งทานข้าวคนเดียวทุกวันแบบนี้.. ห้าปีแล้วกับการโดดเดี่ยวที่ผมต้องอยู่คนเดียว ผู้ชายอายุสิบเก้าปีอย่างผมโตพอที่จะอยู่คนเดียวแล้วอย่างนั้นหรอ...

     .... หึ แต่มันก็โตพอที่ฆ่าคนมาเป็นร้อยก็แล้วกัน

     มือผมเปื้อนเลือดตั้งแต่อายุสิบสี่ หลายคนคงกำลังนั่งเล่นขายของ สนุกกับการเล่นตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ละสิ... พวกนั้นมันไม่ใช่ผมเลยแม้แต่น้อยพ่อของผมหัดให้ผมใช้ปืนตั้งแต่อายุเจ็ดขวบเขาฝึกให้ผมยิ่งปืนยิ่งธนูที่อย่างที่เป็นอาวุธผมใช้เป็น ส่งผมไปเรียนวิชาป้องกันตัวจากทุกที ไม่ว่าจะเป็นทักษะป้องกันตัวแบบญี่ปุ่น จีน ไทย เกาหลี ฝรั่ง ทุกอย่างผมได้รับการฝึกสอนมาอย่างดิบดี...ปละพออายุได้สิบสี่ปีเขาก็สอนให้ผมฆ่าคนเริ่มจากฆ่าลูกน้องที่มันหักหลังพวกเรา

     ลืมไปแล้วหรอว่าผมเป็นใคร ผมเป็นมาเฟีย.. เป็นหัวหน้าแกงค์มาเฟียนะครับไม่ใช่ลูกคุณหนูที่ต้องมานั่งเล่นเป็นเด็กสองขวบแบบนั้น

     ผมทานอาหารเสร็จก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกมาจากห้อง พวกเมดเข้ามาเก็บถ้วยชามออกจากโต๊ะกันคนละสามสี่ใบ

     ชีวิตในหนึ่งวันกำลังจะจบลงแล้วละครับ เพราะผมเริ่มที่จะง่วงแล้ว...

     ผมเดินไปตามทางยาวเดินผ่านห้องต่างๆที่อยู่ในบ้านของผม ก่อนจะเดินขึ้นบันไดเพื่อขึ้นไปบนห้องของผม

     ผมลองมาคิดดูอีกทีแล้ว... ผมว่าจะบอกชื่อของผมให้พวกคุรรู้ก็แล้วกันมันคงไม่รำบากผมมากเท่าไหร่ เอาละ... พวกคุณน่าจะดีใจนะที่คนอย่างผมบอกชื่อให้กับพวกคุณได้รู้...

     ผมชื่อ...

     ชานยอล.. ปาร์ค ชานยอล

     ยินดีที่ได้รู้จกนะครับ หวังว่าพวกเราจะทำความรู้จักกันมากกว่านี้ หึ...

 

 

 

--------------------------------------------------

( 100 per. )

 

ฝากติดตามคอมเม้นเป็นกำลังให้ที่เว็ปเด็กดีด้วยนะค่ะ - http://my.dek-d.com/littlegirl1443/writer/view.php?id=1352166 

แท็กฟิค #ficpainfulmemory

 

บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

หมวดนิยายฟิคหรือฟิคชั่นนี้ สร้างขึ้นมาเพื่อให้เหล่าแฟนคลับหรือผู้ที่ชื่นชอบศิลปิน ดาราของตัวเองได้ทำการโปรโมทศิลปินหรือดารานั้นๆ โดยเขียนเรื่องราวฉบับนิยาย และถ้าทางสังกัดหรือผู้เสียหาย ไม่พึ่งพอใจ สามารถแจ้งทางเว็บเพื่อทำการระงับเรื่องนั้นๆ ได้ทันที

สำหรับนักเขียนฟิคชั่นทุกคน พึ่งพิจารณาและไตร่ตรองก่อนเขียนทุกครั้ง ว่าเรื่องของตัวเองที่เขียนนั้นส่งผลกระทบกับศิลปินหรือดาราที่ตัวเองชื่นชอบมากน้อยแค่ไหน

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

0
โหวต 0 /10 คะแนน
จากสมาชิก 0 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

0 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

0 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...