น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

นิยายฟิค/ฟิคชั่น : Kingsman[merlin&harry] I can't smile without you

อ่าน 999
วิจารณ์ 1
แนว:
จำนวน:
1 chapter (จบบริบูรณ์)
แต่งเมื่อ:
วันที่ 13 มิ.ย. 2558 14:02 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง Huntessell
ขีดเขียนชั้นมอต้น (106)
เด็กใหม่ (17)
เด็กหัดอ่าน (26)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

chapter 1. Can't smile without you

เขียนเมื่อ วันที่ 13 มิ.ย. 2558 15:19 น.

( แก้ไขเมื่อ วันที่ 17 มิ.ย. 2559 04:33 น. โดย เจ้าของบทความ )

**สวัสดีค่ะนักอ่านทุกคนขอเตือนก่อนนะคะว่าแฟนฟิคเรื่องนี้เป็น BoyLove หรือ Yaoi 

มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชายนะคะถ้าหากไม่ชอบขอแนะนำให้ปิดค่ะ**
________________________________________________________

 

"แต่นี่ไม่ใช่หนังประเภทนั้น"

ปัง!

สิ้นเสียงกระสุนปืนภาพที่ส่งมาจากแว่นตาของกาลาฮัดหรือแฮร์รี่คือภาพของท้องฟ้าโปร่งไร้เมฆ มันเหมือนว่าเขากำลังนอนเอนหลังเงยหน้าสู้แสงอาทิตย์ แต่ไม่ใช่เลย..
มันยิงเขา มันยิงที่หัวของเขา
เมอร์ลินยกมือขึ้นถอดแว่นตาที่สวมอยู่ออกความรู้สึกมากมายประดังเข้ามาราวพายุ ในอกของเขาร้อนวาบและเย็นเยียบในคราวเดียวกันความรู้สึกบางอย่างบดเบียดอยู่ในตัวก่อนจะเสียดแทงเข้าที่หน้าอกด้านซ้ายของเขา
เขามองผ่านแว่นตาของสายลับเหล่านั้นเห็นความตายของสายลับคิงส์แมนมามากมาย มากมายเหลือเกิน.. แต่เขาไม่เคยคิดและไม่เคยเตรียมใจเอาไว้ในเรื่องนี้

ภาพตรงหน้าของเขาไม่เคยพร่ามัวอย่างนี้เลย

แฮร์รี่..ตายแล้ว

 

 

<><><><><><><><><><><><><><><><><><>

 

 

"แด่กาลาฮัด" เมอร์ลินมองภาพตรงหน้า อาร์เธอหัวหน้าหน่วยข่าวกรองลับคิงส์แมนยกแก้วใส่วิสกี้ขึ้นดื่มเหมือนกับภาพโฮโลแกรมของสมาชิกคนอื่นๆในห้อง แม้แต่การมองก็ยังทำได้ยากเมื่อดวงตาของเขาเจ็บแบบนี้
ริมฝีบางเรียวของเขาเอ่ย "แด่กาลาฮัด"

เมอร์ลินจัดการยกกองสำเนาเอกสารการปฏิบัติงานตั้งหนึ่งขึ้นก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าตู้เก็บเอกสารที่สูงกว่าตัวเขาซะอีกเขาใช้สองแขนพยายามจะวางเอกสารตั้งนั้นเอาไว้ที่ชั้นบนสุดของตู้แต่ก็ติดบางอย่าง "ติดอะไรนะ" เขาวางเอกสารกองนั้นลงก่อนเหยียดมือสุดแขนขึ้นไปควานหาต้นเหตุ สัมผัสที่ปลายนิ้วมือราบเรียบและส่งเสียงครืดเมื่อลองเอานิ้วมือถูดู เขาคิดว่ามันน่าจะเป็นกระดาษห่ออะไรสักอย่างเมอร์ลินพยายามเอื้อมมืออีกครั้งคราวนี้เข้าเขย่งปลายเท้าขึ้นและคว้าเข้าที่วัตถุส่งสี่เหลี่ยมนั่น "เสร็จฉันล่ะ"
ทันทีที่เห็นมันความรู้สึกของเขาก็แกว่งไปวูบนึง เขาจำมันได้ดี รวมถึงคนที่ให้มันมาด้วย

กล่องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือเล็กน้อยห่อด้วยกระดาษสีน้ำเงินราบเรียบธรรมดาไร้ลวดลาย เขาเองก็นึกแปลกใจที่มาพบมันอยู่ตรงนี้ถึงแม้จะจำได้ดีว่าเป็นคนเก็บเอาไว้เอง กล่องสี่เหลี่ยมแสนธรรมดาที่เขาไม่เคยคิดจะเปิดกล่องแสนธรรมดาที่มีความหมายกับเขาเหลือเกิน

เมอร์ลินรู้สึกได้ถึงความร้อนวูบที่ดวงตาทั้งสองข้างก่อนจะสูดหายใจเข้าแต่ก็พบว่ามันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นเลย
เขาตัดสินใจค่อยๆใช้มือหนาแกะกระดาษห่อออกอย่างถนุถนอมและเปิดฝาของกล่องออก ภายในคือแก้วกาแฟทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าชนิดมีหูจับสีน้ำเงินเข้มที่มีตัวอักษรสีขาวเขียนว่า 'drink me' 

เมอร์ลินยิ้มออกมาเป็นยิ้มบางแทบจะเหยียดตรงเขารู้สึกตัวโยนอย่างประหลาดก่อนที่ขาทั้งสองจะหมดแรงลงอย่างดื้อๆ
เขาล้มลงนั่งอยู่ในความเงียบยาวนานดุจนิรันดร์นัยต์ตาภายใต้เลนส์แว่นจับจ้องแก้วกระเบื้องที่อยู่ในมือ เหมือนกับว่าตัวเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ความรู้สึกเบาโหวงในช่องท้องคล้ายกำลังลอยตัวอยู่ในอากาศทว่าที่หัวใจกลับหนักอึ้ง หนักแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หนักจนหายใจไม่ออก

 

ถึงจะไม่รู้ตัวแต่ว่าตอนนี้เขากำลังร้องไห้

 

 

<><><><><><><><><><><><><><><><><><>

 

 

ปี 19xx ลอนดอน


"เมอร์ลิน มาสายอีกตามเคยนะ" อาร์เธอหันไปตำหนิเด็กหนุ่มตัวสูงที่ยืนอยู่อยู่ข้างเขา คนถูกว่าได้แต่ก้มหัวหงึกๆขอโทษขอโพยในพฤติกรรมของตัวเองจากนั้นจึงเริ่มเดินแจกเอกสารตั้งหนึ่งให้กับทุกคนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะ
"ระวังอาร์เธอจะส่งนายไปทำภารกิจที่อิรักนะถ้ามาสายแบบนี้" เด็กหนุ่มชะงักดวงตาใต้กรอบแว่นเบิกกว้างจ้องชายหนุ่มที่นั่งถัดมาทางขวามือของอาร์เธอ
"เลิกขู่เขาสักทีกาลาฮัด มาเริ่มกันได้แล้ว"
"คะ..ครับ!" เมอร์ลินลนลานจนเกือบสะดุดเท้าตัวเองก่อนจะก้าวเท้าเร็วๆไปยืนข้างอาร์เธอร์เพื่อกดสไลด์โชว์ แต่ก็ไม่วายเหลือบตาไปมองคนที่เพิ่งแกล้งตนเมื่อครู่

 

 

"เอกสารนี่ไว้ตรงนี้ ส่วนนี่ไว้ตรงนี้.."
"พึมพำอะไรอยู่คนเดียวน่ะเมอร์ลิน" เจ้าของชื่อสะดุ้งสุดตัวเพราะมีมือของใครบางคนแตะเข้าที่ไหล่ขวาอย่างไม่ทันตั้งตัว เขาหันขวับกลับไปก็เจอกาลาฮัดยืนอยู่ด้านหลัง
"ขอโทษทีมือฉันคงจะเย็นเกินไป" กาลาฮัดว่าพลางสอดมือขวาเข้าไปในกระเป๋ากางเกง
"เอ่อ ไม่เป็นไรครับ มีธุระอะไรกับผมรึเปล่า"
"อ้อพอดีว่าร่มของฉันมันคงจะเกิดปัญหา กระสุนชนิดสลบมันยิงไม่ออกน่ะนายช่วยดูให้ทีได้มั๊ย"กาลาฮัดว่าแล้วยื่นด้ามร่มให้เมอร์ลิน

"ได้ครับ ผมจะดูให้ทันทีเลย" เขารับร่มมาจากมือกาลาฮัดพลางเดินไปที่โต๊ะทำงานประจำตำแหน่งที่เพิ่งจะได้รับมาไม่กี่เดือนก่อนความรู้สึกแปลกๆก่อตัวขึ้นในช่องอกรู้สึกถึงเหงื่อเย็นๆที่ไหลออกมาจากมือเขาคิดว่าความรู้สึกนี้น่าจะเป็นความกลัว
"นายดูเกร็งๆนะ"
"เอ๊ะ ผมหรอ?" เมอร์ลินเริ่มทำท่าทางเลิ่กลั่กอีกครั้ง
"อย่าตื่นตูมนักสิสุภาพบุรุษต้องสุขุมและรอบคอบเวลาเดินก็ยืดหลังตรงเข้าไว้เลิกทำท่าทางเสียบุคลิกแบบนั้นสักที" กาลาฮัดพูดพร้อมกับตบเข้าที่หลังของเมอร์ลินแรงพอที่เจ้าตัวต้องทำตาม
"คะ ครับ!"
"ที่ฉันจะบอกคือตอนนี้นายเป็นหนึ่งในสมาชิกคิงส์แมนแล้วนายได้ตำแหน่งนี้มาเพราะความสามารถไม่ใช่โชคช่วย ฉะนั้นจงภูมิใจและเลิกประหม่าได้แล้ว"
"ครับ!"ท่าทางของเขาตอนนี้ค่อนข้างตลกเขายืนตัวตรงมือสองข้างชิดลำตัวหน้าเชิดขึ้นและริมฝีปากเกร็งจนมุมปากเบะงุ้มลงมาเหมือนเด็กที่กำลังจะร้องไห้ กาลาฮัดส่ายหัวให้ภาพนั้น
"เอาล่ะเลิกทำหน้าตาแบบนั้นซะแล้วจัดการธุระของฉันต่อที"
"ครับ! เซอร์กาลา.."
"แฮร์รี่ เรียกฉันว่าแฮร์รี่" เขาขัดขึ้นก่อนจะส่งมือขวามาให้เมอร์ลินเขาจ้องมันสักครู่ก่อนจะยื่นมือขวาของตัวเองไปจับตอบ
"แฮร์รี่.."

 

 


<><><><><><><><><><><><><><><><><><>

 

 


ฤดูหนาวต่อมา

 

"นายนี่มีรสนิยมเรื่องเพลงเหมือนกันนะเมอร์ลิน" แฮร์รี่ว่าพลางเดินไปพลางขณะนิ้วมือเรียวกรีดผ่านซองเก็บแผ่นเสียงที่วางอยู่บนชั้นวาง
"คงงั้นล่ะครับ พ่อผมท่านชอบฟังเพลงพวกนี้ผมก็เลยพลอยชอบไปด้วย" เขาว่าขณะกำลังใช้ชายเสื้อสเวตเตอร์เช็ดเลนส์แว่น
"ดูเพลงคลาสสิคพวกนี้สิ คุณค่าระดับตำนานทั้งนั้น"
"ถ้าคุณเห็นคอลเล็กชั่นของพ่อผมคุณคงยอมสละสูทตัวนั้นให้เขาไปแน่นอน"
หลังจากทำงานร่วมกับแฮร์รี่มาพักใหญ่เมอร์ลินก็รู้ว่าแท้จริงแฮร์รี่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเพียงแค่เขาเข้มงวดและระเบียบจัดเท่านั้นเอง ถึงแม้ในช่วงแรกเขาจะยอมรับว่าตัวเองอ่วมไปเลยที่มักทำอะไรผิดพลาดจนโดนแฮร์รี่อบรมอยู่บ่อยๆ
"ถ้านายมีแผ่นเสียงของ Barry Manilow ก็ดีสิ"
"เอ๋ ผมว่าผมมีนะ" เมอร์ลินว่าก่อนจะลุกขึ้นเดินตรงไปยังชั้นวาง "มันน่าจะอยู่บนนี้" ว่าแล้วเขาก็เอื้อมมือขึ้นไปบนสุดหลังของชั้นวางแล้วค่อยๆดึงซองเก็บแผ่นเสียงแผ่นหนึ่งออกมา
"นี่ไงล่ะ" เขาว่าแล้วจัดการดึงมันออกมาและนำไปวางลงบนเครื่องเล่น ทำนองเพลงเริ่มบรรเลงขึ้นเมอร์ลินหันไปมองหน้าแฮร์รี่ก็เห็นเขากำลังโยกตัวเล็กน้อยแม้จะเอามือทั้งสองข้างซุกไว้ในกระเป๋ากางเกง
"I can't smile without you เข้าใจเลือกนี่เมอร์ลิน" เขาไม่ได้ตอบเพียงแต่ยิ้มเท่านั้นก่อนจะเริ่มขยับตัวตามจังหวะเพลงบ้าง บรรยากาศดำเนินไปชั่วครู่ก่อนที่แฮร์รี่จะเผลอถอยหลังไปจนเท้าชนเข้ากับกองหนังสือที่ตั้งอยู่ที่พื้นจนเซพิงชั้นวางด้านหลัง ได้ยินเสียงกริ๊กดังมาจากข้างบนเขามองขึ้นไปเห็นตั้งแผ่นเสียงกองหนึ่งกำลังโย้ตัวเอนลงมาในระยะและเสี้ยววินาทีแบบนี้เขาคงหลบไม่ทัน
มันล่วงลงมาจนได้ เขาไม่รู้สึกเจ็บ แต่รู้สึกอึดอัดแทนแฮร์รี่เงยหน้าขึ้นอีกครั้งก็พบว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของคนตัวสูงกว่าที่วิ่งมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เมอร์ลินใช้วงแขนล่ำกดแฮร์รี่ไว้ใต้ตัวเท่าที่จะทำได้และให้หลังของตัวเองเป็นโล่ป้องกันทั้งคู่อยู่ในท่านั้นครู่หนึ่ง
"ฉันคิดว่าแผ่นเสียงพวกนันทำอะไรฉันไม่ได้แล้วล่ะ" แฮร์รี่พูดขึ้นทำลายความเงียบช้อนนัยต์ตาสีน้ำตาลขึ้นประสานกับคนตรงหน้า ถ้าไม่ได้หูฝาดแฮร์รี่คิดว่าได้ยินเสียงเมอร์ลินสะอึก
"ขอโทษที พอดีว่ามัน..เป็นปฏิกิริยาตอบสนองน่ะ" เขาพูดพลางผละตัวออกมาไม่เข้าใจตัวเองว่าทำอะไรลงไปจึงเดินหนีออกจากตรงนั้นแก้เก้อ
"นายนี่ตัวสูงดีจริงๆเลยนะ" เขาทั้งคู่ยิ้มออกมา และวันนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก

 

 


<><><><><><><><><><><><><><><><><><>

 

 

 

2015 ลอนดอน

 


"ไง" เมอร์ลินเดินเข้าไปทักแฮร์รี่ที่นั่งดื่มวิสกี้อยู่บนเบาะโซฟาในบ้านของเขา
"นั่งก่อนสิ"
"นาย.. ไม่เป็นอะไรมากใช่มั๊ยภารกิจที่กรีชหนักเอาเรื่องอยู่นะ"
"ฉันก็หวังว่าอย่างนั้น.." แฮร์รี่ว่าพลางเอี้ยวตัวไปหยิบขวดวิสกี้มารินใส่แก้วแต่ก็พบว่ายากเหลือเกินเมื่อสีข้างของเขายังมีแผลที่เกิดจากการถูกกระสุนถากไป
"ถ้าอย่างนั้นคืนนี้เราจะดื่มให้ความหวังของนาย"เขายกแก้ววิสกี้ขึ้นหันมันไปทางแฮรี่ คนตรงหน้ามองเขาครู่หนึ่งแล้วยกแก้วในมือขึ้น
"แด่ความหวัง"

 

"บอกแล้วไงว่านายไม่ไหวหรอก" เสียงที่ตอบกลับมามีเพียงเสียงอู้อี้จากแฮร์รี่ที่ดื่มมากจนล้มพับไป
"ใครจะเชื่อว่านายจะอยู่ในสภาพแบบนี้" เขาว่าต่อในเชิงบ่นน้อยๆพลางปลดเนคไทของแฮร์รี่ให้คลายลงและจัดการถอดรองเท้าให้หลังจากที่อุ้มเขาขึ้นมานอนบนเตียงได้
ร่างตรงหน้าบิดตัวประท้วงเล็กน้อยก่อนจะพยายามใช้มือปลดกระดุมเชิ้ตของตัวเองทั้งที่ยังอยู่ใต้ฤทธิ์แอลกอฮอลล์
"โอเคๆฉันรู้แล้วว่านายร้อนหยุดทำแบบนั้นก่อนกระดุมเสื้อนายจะขาด" เมอร์ลินจัดการจัดแจงท่านอนของคนขี้ร้อนซะใหม่ก่อนจะลุกไปหยิบผ้าชุบน้ำอุ่นมาและนั่งลงข้างเตียง
เขาจัดการปลดกระดุมเชิ้ตออกอย่างเบามือเพราะเกรงว่าจะรบกวนคนตรงหน้าที่นอนหลับตาพริ้มราวกับกำลังฝันหวานใบหน้าที่ผ่านกาลเวลามานานกว่าเขาดูขึงขังเมื่ออยู่ในหน้าที่
แต่ในตอนนี้เขาดูสงบและมีความสุขที่ได้พักผ่อนเมอร์ลินเผลอพินิจใบหน้านั้นอยู่ครู่หนึ่งอย่างลืมตัว ริมฝีปากบางและข้างแก้มขึ้นสีแดงเรื่อจากแอลกอฮอลล์แพขนตางอนยาวล้อมกรอบดวงตาสีเฮเซลนัทเอาไว้เมื่อยามเขาตื่น ผิวขาวเนียนแบบชาวอังกฤษเมอร์ลินไล่ดูไปตั้งแต่สันจมูกโด่งเรื่อยลงไปยังลำคอระหงส์และมาถึงแผงอกเนียนที่มือของเขากำลังใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นทำความสะอาดอยู่..
พลันความรู้สึกประหลาดก็พวยพุ่งขึ้นมาจากช่องอกจะว่าประหลาดคงไม่ถูกนักมันเป็นความรู้สึกที่เป็นปกติธรรมดาของมนุษย์เพศชาย แต่ที่ประหลาดเพราะมันเกิดขึ้นจากคนตรงหน้านี้เขาปล่อยมือและลุกขึ้นยืนและถอยห่างออกจากเตียง

นี่เขาเป็นอะไรไปคนตรงหน้าคือเพื่อนร่วมงานเพื่อนดื่มวิสกี้และที่สำคัญกว่านั้นคือเขาเป็นผู้ชาย

เขาไม่ได้ต่อต้านรักร่วมเพศแต่แฮร์รี่คงไม่มีวันมองเขาในสถานะนั้น..
แต่ไม่รู้ทำไมพอนึกถึงตรงนี้เขาก็รู้สึกปวดหนึบที่หน้าอกข้างซ้าย..
"บ้าจริงๆ"เขารู้สึกหมดแรงทรุดตัวนั่งลงข้างเตียงถอดแว่นตาออกแล้วใช้มือขวาลูบศรีษะตัวเองเป็นจังหวะเดียวกับที่แฮร์รี่พึมพำบางอย่างเขาหันไปมอง
มือเรียวเริ่มไขว่ขว้าหาบางอย่างในอากาศก่อนจะจับได้ที่คอเสื้อของเมอร์ลิน เขาทำแค่นั้นแค่ดึงคอเสื้อสเวตเตอร์ของเมอร์ลินเข้าไปทำให้ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันเพียงช่วงลมหายใจ ในหัวของเมอร์ลินตื้อไปหมดรู้สึกได้ว่าขนในร่างกายลุกตั้งเกรียวเหงื่อเย็นเริ่มซึมออกจากหน้าผากอาจเป็นเพราะเขากำลังพยายามเกร็งตัวเองเอาไว้ไม่ให้ล้มทับคนตรงหน้าซะก่อน
หรืออาจเพราะริมฝีปากของแฮร์รี่อยู่ห่างจากริมฝีปากของเขาไม่ถึงหนึ่งนิ้ว ความรู้สึกมากมายประดังประดาเข้ามาความรู้สึกผิดชอบความถูกต้องความเหมาะสมแทบทุกอย่างโถมกระหน่ำเถใส่เขาในเวลานั้น
กว่าจะรู้ตัวเขาก็เคลื่อนตัวเข้าไปจุมพิตลงบนกลีบปากสีกุหลาบตรงหน้าแล้ว

ไม่ใช่จูบที่ดูดดื่มหวานซึ้งเป็นเพียงจุมพิตเบาๆเหมือนผีเสื้อบินไปแตะกลีบดอกไม้หากทว่าหวานหอมไม่ต่างจากน้ำผึ้ง
เขาหยุดตัวเองไม่ได้ความต้องการมากมายเอ่อล้นออกมา มันเป็นสัมผัสที่ปลุกกิเลสในตัวของเขาเขาอยากครอบรองทุกสิ่งของคนตรงหน้าอยากเป็นเจ้าของทุกอย่างของแฮร์รี่ ฮาร์ท
เขาทำได้ใช่มั๊ย? ตอนนี้ เวลานี้ ก่อนที่เขาจะตื่นจากห้วงนิทรา หากนี่คือสิ่งที่เขามีในเวลานี้เขาก็อยากจะได้มากกว่านี้ มากกว่านี้อีก
"ร้อน.." เสียงงัวเงียของแฮร์รี่เหมือนเสียงระฆังบอกหมดเวลาแฮร์รี่บิดตัวแล้วหันหลังให้กับเขา เมอร์ลินผละออกมารู้สึกร่างกายอ่อนล้าทั้งๆที่ไม่ได้ออกแรงทำอะไรเลย

เขารู้สึกสมเพชและขยะแขยงตัวเองที่เกือบจะทำให้แฮร์รี่ต้องแปดเปื้อนเพียงเพราะความคิดชั่ววูบของเขา เขาลุกขึ้นสวมแว่นโดยไม่ลืมหันไปคลุมผ้าห่มให้คนที่หลับไม่รู้เรื่องเมอร์ลินจ้องหน้าแฮร์รี่รู้สึกอยากจดจำเขาในช่วงเวลานี้ไว้ตลอดไป มือหนายกขึ้นลูบเส้นผมสีน้ำตาลเข้มนุ่มลื่นก่อนจะชะโงกตัวเข้าไปจูบลงที่หน้าผากของคนตัวเล็กกว่าตรงหน้า
เขารู้แล้วว่าที่ผ่านมานั้นความรู้สึกเวลาที่อยู่ใกล้แฮร์รี่มันไม่ใช่ความกลัว ทว่าความเคารพนับถือนั้นเป็นของจริง

แต่ในหลายๆสิ่งที่ผสมปนเปกันนั้นมีความรู้สึกนึงที่ชัดเจน..
ความปารถนาและหลงใหลในตัวแฮร์รี่มาโดยตลอด ความรู้สึกที่ตัวเขาปฏิเสธมาตลอด ความรู้สึกที่เขากลัวและไม่กล้าที่จะเปิดใจยอมรับ ถึงตอนนี้เขาไม่กลัวแล้ว
ถึงแฮร์รี่จะไม่ได้คิดแบบเดียวกันกับเขาและคงไม่มีวันคิดก็ไม่เป็นไร ขอแค่แฮร์รี่ยังอยู่ตรงนี้ก็พอ..

 

ขอแค่ให้เขายังได้อยู่ที่ตรงนี้

 

"ราตรีสวัสดิ์แฮร์รี่"

 

 


<><><><><><><><><><><><><><><><><><>

 

 

 

"กาลาฮัด เพอร์ซิวัล ยินดีด้วยนะ ผู้เข้าชิงของคุณได้มาถึงรอบสุดท้ายของขั้นตอนการทดสอบแล้ว ตามธรรมเนียมปฏิบัติพวกคุณมีเวลาอยู่กับพวกเขายี่สิบสี่ชั่วโมง ขอให้โชคดี" หลังพูดจบเมอร์ลินก็หมุนเก้าอี้กลับมาหาหน้าจอทันทีไม่ใช่เพราะเขามีงานต้องทำ ไม่ใช่เพราะชาลีกำลังนอนดิ้นปัดๆอยู่บนรางรถไฟ
แต่เพราะเขาไม่อยากเห็นแฮร์รี่อยู่กับเอ็กซี่เขาไม่ชอบตัวเองเวลาเห็นสองคนนั้นอยู่ด้วยกันเขาไม่ชอบความรู้สึกของตัวเองที่มีเวลาเห็นทั้งคู่พูดคุยกัน..
เขาก่นด่าตัวเองหลายครั้งเพราะความรู้สึกแย่ๆเขาชอบเอ็กซี่เด็กคนนั้นฉลาด ซื่อสัตย์ มีความสามารถในการเป็นคิงส์แมนครบถ้วน และความรู้สึกที่เขามีให้แฮร์รี่ก็ไม่เคยลดน้อยลงเลยแม้แต่วินาทีเดียวมันมีแต่จะมากขึ้นและมากขึ้นแต่ที่เขาไม่ชอบ..คือการได้เห็นว่าเอ็กซี่ทำอะไรให้แฮร์รี่ได้ เขายิ้ม เขาหัวเราะ เขามีความสุขเมื่ออยู่กับเอ็กซี่
ทุกวินาทีที่ทั้งสองคนอยู่ใกล้กันเขารู้สึกว่า ที่ตรงนี้ ของเขามันก็ยิ่งเล็กลงค่อยๆคับแคบลงเรื่อยๆเขารู้สึกขมขื่นกับความคิดที่ว่าสักวันแฮร์รี่คงไม่มีที่ว่างสำหรับเขาอีกต่อไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเผลอเหลือบไปมองที่หน้าประตูทั้งสองคนอยู่ตรงนั้นแฮร์รี่กำลังยิ้มมองเอ็กซี่ด้วยสายตาที่เขาไม่มีวันจะได้แล้วแฮร์รี่ก็ลูบผมของเขาที่แซมออกมานอกแนวหมวก


เขาไม่รู้ว่าความรู้สึกของเขาที่มีต่อแฮร์รี่เพิ่มขึ้นมากมายขนาดนี้ได้อย่างไรหรือบางทีมันอาจเป็นความรู้สึกทั้งหมดที่เขาปฏิเสธมาตั้งแต่แรกก็ได้ แต่ทั้งหมดที่เขาทำมาตลอดๆคือเลือกที่จะเงียบและเก็บมันเอาไว้คนเดียวไม่ยอมบอกใครแม้กระทั่งคนที่ทำให้เขารู้สึกแบบนี้..
เมอร์ลินหันกลับมาจดจ้องอยู่ที่หน้าจออีกครั้งเขารู้สึกได้ว่าภายในตัวของเขากำลังบิดงอเหมือนซี่โครงทุกซี่พยายามจะดันตัวเองให้ทะลุออกมาจากผิวของเขา มันเจ็บไปหมดข้างในทั้งร้อนผ่าวและเย็นเยียบสลับกันไปมาจนน่าเวียนหัว เขาเก็บเงียบทุกความรู้สึกเอาไว้ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะระเบิดมันออกมาที่นี่เขายื่นตัวออกไปพูดใส่ไมค์"ได้เวลากลับบ้านแล้วชาลี"

แล้วเขาก็ไม่ได้ทำอะไรต่อแค่นั่งอยู่ตรงนั้นพยายามทำให้ข้างในเย็นลงเพราะเขาไม่รู้ว่าถ้าเดินออกไปตอนนี้แล้วเจอทั้งสองคนอีก เขาไม่รู้จะทำหน้ายังไง ไม่รู้จะพูดอะไรหรือควรหันหลังแล้วเดินหนีรึเปล่า ตอนนี้เขาไม่รู้อะไรเลย
"เฮ้เมอร์ลิน" เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลังเขาพร้อมกับสัมผัสจากมือขวาที่ยื่นมาแตะไหล่ เขาจำเสียงนั้นได้ดียิ่งกว่าเสียงลมหายใจของตัวเองด้วยซำ้
"ว่าไงกาลาฮัด"
"ได้ข่าวว่านายเจออุบัติเหตุเล็กน้อยตอนฝึกโดดร่ม ฉันเลยคิดว่านายอาจจะอยากได้นี้" แฮร์รี่พูดพร้อมกับยื่นกล่องสี่เหลี่ยมที่ห่อเอาไว้ด้วยกระดาษสีน้ำเงินเข้มให้เขา อุบัติเหตุเล็กน้อยของเขาไม่มีอะไรนอกจากเขาเผลอปัดแก้วกาแฟร่วงจากโต๊ะ
"นี่มัน เฮ้ไม่เป็นไรหรอกนายเก็บไว้เถอะ"
"รับไปเถอะเพื่อนถือว่าเป็นคำขอบคุณที่นายเขี้ยวเข็ญเด็กๆทุกคนรวมถึงเอ็กซี่ให้มาถึงจุดนี้ได้"

แฮร์รี่พูดแล้วดึงมือขวาของเขาไปแล้ววางกล่องใบนั้นลงมา

"..."
"ขอบใจมากแฮร์รี่" แฮร์รี่ยิ้มให้เขาแล้วเดินออกจากห้องไปเขายิ้มตอบและหมุนเก้าอี้เข้าหาจออีกครั้ง
ในมือข้างขวาของเขายังถือกล่องใบนั้นอยู่
ใช้เวลาหลายนาทีกว่าเมอร์ลินจะรู้ตัวว่ากำลังทำให้กระดาษห่อของมันเปียก

 

 


<><><><><><><><><><><><><><><><><><>

 

 


"แฮร์รี่!" เมอร์ลินสะดุ้งตื่นขึ้นมาเขาอยู่ในท่านั่งเหยียดขายาวหลังพิงชั้นวางเอกสารไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนตอนนี้เขาไม่มีแรงแม้แต่จะดูนาฬิกาที่ข้อมือ แก้วกาแฟสีน้ำเงินยังอยู่ในมือของเขาเขามองมันและยิ้มอีกครั้งเกือบจะเป็นรอยยิ้มที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต เขาหยัดตัวลุกขึ้นยืนทุกการเคลื่อนไหวคล้ายว่าหูได้ยินเสียงกระเบื้องเซรามิคเสียดสีกันดังเอี๊ยด เขายืนได้แล้วและวางแก้วกาแฟไว้บนโต๊ะตั้งโคมไฟ
เมอร์ลินยืนนิ่งครู่นึงเพื่อปรับสายตาให้ชินไม่ใช่จากความมืดแต่เพราะดวงตาของเขาตอนนี้พร่ามัวไปหมด เขาออกตัวเดินตรงไปควานหาบางสิ่งจากลังกระดาษที่กองสุมอยู่ด้านหลังห้องทำงานของเขา
เจอแล้ว เขาคิดในใจ แผ่นเสียงของ Barry Manilow เขาบรรจงวางมันลงกับเครื่องเล่นเสียงแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวหนาที่อยู่ใกล้ๆ

 

แล้วเสียงดนตรีก็เริ่มบรรเลง

 

You know I can't smile without you
เธอก็รู้ ฉันยิ้มไม่ออกเลยเมื่อไม่มีเธอ

 

I can't laugh and I can't sing
ฉันหัวเราะไม่ได้ ร้องเพลงไม่ได้

 

I'm findin't it hard to do anything
ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง

 

You came along just like a song
เธอผ่านเข้ามาเหมือนเสียงเพลง

 

Who d've believe that you were part of a dream
ใครจะเชื่อล่ะว่าเธอคือส่วนหนึ่งของความฝัน

 

Now it all seems light years away
ตอนนี้เหมือนเราจะห่างไกลกัน

 

And now you know I can't smile without you
แล้วเธอรู้มั๊ย ฉันยิ้มไม่ออกเลยเมื่อไม่มีเธอ

 

"ทำไมฉันไมบอกนายตั้งแต่ตอนที่มีโอกาสกันนะ.." เสียงของเมอร์ลินเริ่มเปลี่ยนเป็นเสียงสะอื้น

ถ้ามีโอกาสอีกสักครั้ง เขาคิด ขออีกแค่ครั้งเดียวเขาจะยอมแลกทุกอย่างที่มีเพื่อให้ได้พบกับแฮร์รี่อีกสักครั้ง.. ขอแค่เพียงโอกาสแค่ครั้งเดียว

เมอร์ลินก้มตัวลงอยู่ในท่าคดคู้มือซ้ายยื่นไปสัมผัสไหล่ขวาของตนเองบีบมันแน่นเสียจนรู้สึกเจ็บ

คิดถึงฝ่ามืออุ่นของคนที่เขารักยิ่งกว่าอะไรในชีวิต อยากจะสัมผัสเขาอีกครั้งเหลือเกินอยากจะบอกถ้อยคำและทุกความรู้สึกที่เขาเก็บงำไว้มาหลายปี

แต่เขาก็ทำได้แค่กอดตัวเองอยู่แบบนั้น เพราะในใจรู้ดี

ว่าเขาไม่มีทางได้แตะต้องแฮร์รี่อีกแล้ว

 

Harry..




_________________________________________________

 

สวัสดีค่ะทุกคนน ฮืออเวิ้นเว่อมาเปิดไหดองอีกแล้ว

ฟิคตอนนี้เป็น fanfic ของหนังเรื่อง Kings man ค่ะว่าด้วยเรื่องสุภาพบุรุษสายลับที่ใส่สูทโชว์ช่วงเอวกัน----(ป่วยสูท)//ข้ามไปนะ ;3;
คราวนี้ชิปคู่ที่ชาวบ้านเค้าแทบจะไม่ชิปกันเลยโฮฮฮฮ
ไม่รู้ทำไมเห็นสายตาเมอร์ลินที่มองแฮร์รี่แล้วกร้าวใจเหลือเกินมโนไปได้ มโนจนออกมาเป็นอะไรก็ไม่รู้เลยค่ะฟฟฟ

ส่วนคนที่ทวงถามนิยาย(ไหดอง)เรื่องหลักของเราอยู่ก็..ไวๆนี้แหละค่ะ -//- แงงงงอย่าเพิ่งโกรธเค้านะ

 

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ ~^^

 

บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

หมวดนิยายฟิคหรือฟิคชั่นนี้ สร้างขึ้นมาเพื่อให้เหล่าแฟนคลับหรือผู้ที่ชื่นชอบศิลปิน ดาราของตัวเองได้ทำการโปรโมทศิลปินหรือดารานั้นๆ โดยเขียนเรื่องราวฉบับนิยาย และถ้าทางสังกัดหรือผู้เสียหาย ไม่พึ่งพอใจ สามารถแจ้งทางเว็บเพื่อทำการระงับเรื่องนั้นๆ ได้ทันที

สำหรับนักเขียนฟิคชั่นทุกคน พึ่งพิจารณาและไตร่ตรองก่อนเขียนทุกครั้ง ว่าเรื่องของตัวเองที่เขียนนั้นส่งผลกระทบกับศิลปินหรือดาราที่ตัวเองชื่นชอบมากน้อยแค่ไหน

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

0
โหวต 0 /10 คะแนน
จากสมาชิก 0 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

0 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

0 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

0 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...