น้อมรำลึกถึงพ่อหลวง ร.๙

นิยายฟิค/ฟิคชั่น : Fic Naruto พันธสัญญาสีดำ ความเศร้า ความรัก ภาค1

อ่าน 17,605
วิจารณ์ 42
แนว:
จำนวน:
61 ตอน
แต่งเมื่อ:
วันที่ 17 ก.ค. 2557 07:27 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง นิกซ์
ขีดเขียนในตำนาน (604)
เด็กหัดเขียน (61)
เด็กหัดอ่าน (74)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

ตอน 2. บทที่1 จดหมายจากพ่อ

เขียนเมื่อ วันที่ 19 ก.ค. 2557 18:35 น.

( แก้ไขเมื่อ วันที่ 31 ก.ค. 2557 00:05 น. โดย เจ้าของบทความ )

«•
•»

หลังจากเก็บสมุนไพรที่ภูเขาทางเหนือของโคโนฮะได้สองชั่วโมงซากุระก็รีบลงจากภูเขาทันทีเมื่อกลับถึงบ้านเด็กสาวก็ตรงดิ่งไปยังห้องครัวก็พบว่ามีข้อความแปะติดตู้เย็นไว้ว่า

’ฉันจะออกไปซื้อของ แกหาอะไรกินเองและกันจะกลับเที่ยงๆ จากป้าฮารุย’

พอเด็กสาวอ่านจบก็อมยิ้มแต่เด็กสาวยังไม่ทันทำอะไรก็มีเสียงเรียก

…ก๊อกๆ ....

“มีใครอยู่บ้านไหมครับมีจดหมายมาส่ง”

เด็กสาวไม่รอช้ารีบวิ่งไปเปิดประตูและรับจดหมายมาแล้วอ่านนามผู้ส่ง ฮารุโนะ ฮารุชิ นามของผู้ส่งทำให้เด็กสาวผงะทันที

”จดหมายจากคุณพ่อ”

เด็กสาวไม่รอช้ารีบเปิดจดหมายอ่านทันที

’ถึงลูกรักของพ่อ พ่อไม่รู้หรอกว่าลูกเป็นชายหรือหญิงแต่ พ่อรู้ว่าลูกรักของพ่อต้องเป็นนินจาแพทย์แน่ๆ พ่อมีสิ่งหนึ่งที่ต้องบอกลูกมันถึงเวลาแล้วที่พ่อจะต้องบอกลูกเป็นมันความลับที่พ่อไม่เคยบอกใครเลยหรือแม้แต่แม่ของลูกหรือพี่สาวของพ่อ’

ยังไม่ทันที่จะอ่านจดหมายจบซากุระรีบวิ่งขึ้นห้องนอนส่วนตัวทันทีแล้วรีบล็อกประตูทันทีล็อกหน้าต่างหน้าต่างปิดผ้าม่านอีกชั้นแล้วเปิดโคมไฟขนาดเล็กที่มีแสงสว่างไม่มากแต่ก็พอที่จะมองเห็นแล้วจึงอ่านจดหมายต่อ

’ตอนพ่ออายุ 15 พ่อได้ลักลอบเรียนตำราต้องห้ามจริงและขโมยตำรานั้นมาซ่อนไว้ในที่ปลอดภัย มันอยู่ที่ภูเขาทางเหนือของโคโนฮะหากลูกพบจงอ่านให้จำขึ้นใจและพยายามฝึกมันให้ได้และจงใช้ในยามสงครามและปกป้องผู้บริสุทธ์เท่านั้นเหตุผลที่พ่อต้องทำนั้นมีเพียงอย่างเดียวคือ โอโรจิมารุต้องการวิชาพวกนี้และยังมีพวกอื่นที่ต้องตำราลูกห้ามบอกใครเป็นอันขาดเรื่องตำราและที่ซ่อนพ่อเองก็ไม่สามารถบอกที่ซ่อนตำราได้ตรงๆแต่พ่อจะทิ้งปริศนาไว้ให้ เมื่อไวท์ดื่มตัวมันเอง เมื่อกระดูกพูดได้ ขอให้ลูกมีความสุข รักเสมอจากพ่อ’

พออ่านจบเนื้อความในจดหมายก็หายไปทันทีทำให้เด็กสาวได้แต่พึมพำเบาๆ

”จดหมายอาคม”(สมมุติเอานะค่ะ:คนแต่ง)

และคิดในใจ…เอ..มันน่าจะเกี่ยวกับหนังสือนะ..มองนาฬิกา

”อ๊ะ!สายแล้ว”

เด็กสาวรีบจัดแจงจัดห้องนอนให้เป็นปกติและนำจดหมายทิ้งชักโครกแล้วกดชักโครกทันทีและออกจากบ้าน

ห้องทำงานโฮคาเงะ

ก๊อกๆ..

”ขออนุญาตค่ะ”

”เข้ามาสิ”

ซากุระรีบเข้าห้องทันทีที่อาจารย์อนุญาตเด็กสาวทำความเคารพผู้เป็นอาจารย์

”เอาละซากุระวันนี้มีอะไรเหรอ”

“เอ่อ..คือว่า”

”ว่ามาสิฉันฟังอยู่”

”หนูขอลางานไปสัก1เดือนจะได้ไหมค่ะอาจารย์”

ผู้เป็นอาจารย์ขมวดคิ้ว”เป็นเพราะอักขระนั้นรึเปล่า“

“เปล่าค่ะอาจารย์หนูแค่..อยาก..เอ่อ..พักผ่อนน่ะค่ะ”

“งั้นเหรอ”

ซึนาเดะนั่งหลับตาคิด

”ก็ได้เพราะเธอควรพักผ่อนซะบ้างอย่าหักโหมล่ะ”

เด็กสาวโค้งคำนับ

”ขอบคุณค่ะอาจารย์”

”อ้อ..เธอระวังตัวด้วย”

“หือ..มีอะไรเหรอค่ะ“

“เพราะพวกเหยี่ยวมันมาป้วนเปี้ยนอยู่รอบๆหมู่บ้าน”

”ค่ะหนูจะระวังตัวขอบคุณค่ะ ”

หลังจากซากุระออกจากห้องทำงานไป

ซึนาเดะคิดในใจ…มันไม่ใช่แค่นั้นน่ะสิ…

พลางนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานในตอนสายระหว่างที่ตัวเองนั่งจัดการเอกสารกองโตโดยมีชิสึเนะเป็นผู้ช่วยจู่ๆก็มีคนของหน่วยลับเข้ามา’ท่านรุ่น5ครับมีเรื่องด่วน’ ทำให้ซึนาเดะมองหน้าคนของหน่วยลับด้วยสายตาหงุดหงิดนิดๆ

’มีเรื่องอะไร’

’คือว่า..พวกเหยี่ยวมันชิงแฟ้มประวัตินินจาแพทย์ไปครับ’

’อะไรนะ! เกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไงกัน’

’ของใคร!’

’ฮารุโนะ ซากุระ ครับ’

เมื่อคนจากหน่วยลับพูดจบทำให้โฮคาเงะรุ่น5รีบวิ่งไปที่ห้องเก็บแฟ้มประวัติของนินจาทันที ภายในห้องเก็บแฟ้มนั้นถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย

’ท่านซึนาเดะค่ะ’ชิสึเนะนินจาคนสนิทของซึนาเดะวิ่งตามมาพลางถาม’จะให้สั่งพวกหน่วยลับไปคุ้มกันซากุระมั้ยค่ะ’

’ไม่ต้อง เดี๋ยวจะเป็นเรื่องใหญ่’

กลับมาปัจจุบัน

ซึนาเดะพึมพำเบาๆ

”ขออย่าให้เกิดเรื่องไม่ดีกับเด็กคนนั้นเถอะ”พลางเหมอมองท้องฟ้าในยามเย็น ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าสีส้มของท้องฟ้านั้นเหมือนกำลังร่ำไห้

ทางด้านทีมเหยี่ยว

ในเวลาเย็นป่าชายแดนโคโนฮะที่กลุ่มนินจาชาย4หญิง2กำลังนั่งประชุมอยู่

”ภารกิจของพวกเธอในครั้งนี้คือ จับนินจาแพทย์ที่ชื่อ ฮารุโนะ ซากุระ มา”

ชายสวมหน้ากากในชุดดำลายเมฆแดงนามโทบิพูดขึ้น

”ทำไม”

ชายหนุ่มผมดำหน้าตาหล่อเหลาถาม

”เธอนี่ไม่รู้เรื่องอะไรเอาซะเลย”

ชายสวมหน้ากากบ่น

”จะบอกอะไรให้เด็กคนนี้เป็นทายาทของฮารุโนะฮารุชิ..”

ยังไม่ทันจะพูดจบก็ถูกแทรก

”ที่ถูกกล่าวหาว่าลักลอบเรียนวิชาต้องห้ามของราชวงศ์เก่าไงล่ะค่ะท่านซาสึเกะ”

หญิงสาวหน้าตาน่ารักผมยาวรวบหางม้าสีเหลืองผูกโบสีดำผิวสีน้ำผึ้งตาสีฟ้าสดใสรูปร่างผอมเพียวพูดพลางยิ้มหวานให้ชายหนุ่มผมดำนาม’ซาสึเกะ’

โทบิจึงพูดต่อทันที

”ซาสึเกะหัดอบรมลูกน้องซะบ้าง”

ซาสึเกะไม่พูดอะไรเพียงแต่ส่งสายตาตำหนิให้หญิงสาวผิวน้ำผึ้งทำให้ผู้ถูกตำหนิต้องนั่งฟังอย่างเดียวซาสึเกะถามโทบิต่อ

”อะไรคือราชวงค์เก่า”

”ราชวงค์เก่าก็คืออดีตผู้ปกครองเหล่านินจาทั้งหมดและมีวิชาลับที่ไม่มีใครสามารถร่ำเรียนได้และมีสูตรยาลับมากมายเก็บไว้หนึ่งในนั้นก็คือ’ยาทิพย์’ที่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บที่ร้ายแรงให้หายเป็นปกติภายเวลาอันรวดเร็วซึ่งส่วนผสมและวิธีทำเป็นความลับไม่มีใครรู้แม้แต่โอโรจิมารุก็ยังไม่รู้มันเคยพยายามค้นหาแต่ก็หาไม่พบ”

”แล้วทำไม..วิชานั้นถึงถูกซ่อนล่ะ”

ชายหนุ่มผมสีฟ้าฟันฉลามเอ่ยถาม

”นั่นสิ”ชายหนุ่มร่างใหญ่ผมสีส้มถาม

โทบิจึงตอบทันที

”ความจริงวิชาพวกนั้นคนสามัญธรรมดาไม่สามารถใช้วิชาพวกนั้นได้หรอกนะ แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ต้องการนั้นน่ะก็คือสูตรยาทิพย์ต่างหากล่ะ”

”สูตรยาทิพย์ มันมีจริงๆเหรอ?”ซุยเงสึถาม

ซาสึเกะคิด..ที่ผ่านมาเขาไม่เคยได้ยินสูตรยาทิพย์เลยอะไรเลยถ้ามีมันคงโด่งดังมากแน่ๆ

”อ๋อ!เกี่ยวกับตำนานนั้นสินะ”หญิงสาววัย18ผมยาวซอยสีแดงตาสีแดงท่าทางร้ายกาจพูดขึ้น

”ตำนานอะไรล่ะคาริน”

ชายหนุ่มผมสีฟ้าฟันฉลามเอ่ยถามหญิงสาวผมแดงนาม คาริน หญิงสาวผู้ถูกถามจึงบ่นใส่ชายหนุ่มผมสีฟ้าฟันฉลาม

“นิ!นายไม่รู้จัก ตำนานราชาจริงเหรอซุยเงสึ”

ซายะจึงพูดแทรกในทันที

”ฉันก็รู้นะแต่มันเป็นเพียงตำนานเท่านั้นมันไม่ใช่เรื่องจริงนะคาริน”

หญิงสาวผิวน้ำผึ้งพูด

”เงียบไปเลย!ยัยซายะ!!แกอยากจะมีเรื่องเหรอหะ!!”

คารินตวาดใส่หญิงสาวผิวน้ำผึ้งนาม ซายะ แต่ผู้ถูกตวาดดูจะไม่ยอม

”เพียะ!”

ซายะได้ฝากรอยตบไว้ที่หน้าของคารินอย่างเต็มแรงจนแก้มของผู้ถูกตบหน้าหันเป็นรอยแดงเป็นรูปมือห้านิ้วทันที

“กรี๊ดดดดดดดดด!!”

เสียงกรี๊ดจนคนรอบข้างอุดหูแทบจะไม่ทันคารินรีบวิ่งมากอดแขนซาสึเกะทันที

”ซาสึเกะค่า ดูสินังซายะมันตบเขาอ่ะ ดูสิแก้มเขาเป็นรอยแดงเลย”

คารินพูดพลางส่งสายตาสำอ่อย ทำให้ซาสึเกะมองคารินด้วยสายตาเย็นชาและพูด

”ปล่อยฉัน คาริน ไม่งั้นฉันตบเธอแน่”

พอพูดจบคารินก็รีบปล่อยแขนซาสึเกะและนั่งลงข้างๆซาสึเกะทันทีด้วยสีหน้าหงุดหงิดสุดๆท่ามกลางสายตาขบขันของซุยเงสึและซายะ

”แต่มันก็เกี่ยวกับสูตรยาอมตะนะ”

โทบิพูดขึ้น

”ชิ”

ซายะสบถอย่างหัวเสียในทันทีคารินจึงเยียดยิ้มอย่างมีชัย

”เอ..แล้วเรื่องไอ้ตำนานราชานั้นน่ะเนื้อเรื่องมันเป็นยังไงล่ะ”

ซุยเงสึถามอีกทำให้คารินโวยลั่น

”ไอ้กับปะขึ้นอืด แกหัดรู้เรื่องอะไรบ้างสิยะ”

หลังจากคารินโวยลั่นทำให้ชายหนุ่มร่างใหญ่ผมสีส้มต้องบ่นอย่างเหลืออด

”คารินหยุดซะทีเถอะถ้าเธอไม่อยากให้พวกโคโนฮะมันรู้ว่าพวกเราอยู่ที่นี้น่ะ”

ประโยคนั้นคารินแทบจะกรี๊ดในทันทีแต่ก็คิดได้ว่าตอนนี้อยู่ในสถานการณ์อะไรจึงสงบลง ซายะจึงพูด

”จูโกะเอาล่ะ ฉันเล่าเองเรื่องก็มีอยู่ว่า ในยุคหนึ่งราชานินจาพระองค์หนึ่งทรงได้เชลยสาววัย18ชาวต่างชาติมา ท่านเห็นความงามของนางทำให้ท่านหลงรักอย่างหมดหัวใจจึงขอให้นางเป็นชายา นางเชลยก็หลงรักราชาเช่นกันจึงยินดีชายาเป็นทั้งสองครองรักกันอย่างมีความสุข…แต่ความสุขไม่ยืนยาวเมื่อชายาได้ให้กำเนิดโอรสองค์แรกเนื่องจากชายาองค์นี้มีร่างกายอ่อนแอหลังจากนั้นไม่นานก็จบชีวิตลงสร้างความเสียใจให้กับเหล่าไพร่ฟ้าและมากที่สุดก็คือราชาที่ต้องสูญเสียนางผู้เป็นที่รักไป..แต่ร่างของนางนั้นเหมือนคนนอนหลับมากกว่าคนตาย ราชาจึงไม่อาจตัดใจที่จะฝังร่างนางจึงทำได้เพียงแต่แช่แข็งนางไว้เท่านั้น จากนั้นราชาก็ดูแลเอาใจใส่บ้านเมืองอย่างดีเหมือนเดิมแต่ตัวราชาเองกลับเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก หมอซึ่งเป็นทั้งอนุชาและคนสนิทของราชารู้สึกเห็นใจและสงสารพี่ชายที่ต้องสูญเสียหญิงผู้เป็นที่รักจึงอาสาหาทางทำให้ชายานั้นฟื้นจากความตายให้จงได้ จากนั้นหมอหลวงคนสนิทของราชาจึงไปที่ภูเขาแห่งหนึ่งแล้วก็คิดค้นสูตรยาอยู่นานจากวันเป็นเดือนจากเดือนเกือบปีพอผ่านไปหนึ่งปีหมอหลวงคนสนิทก็เดินทางกลับมาที่วังพร้อมตัวยาจากนั้นพอร่างของชายาได้ดื่มยาเข้าไปทำให้ฟื้นขึ้นมาอีกครั้งแถมแข็งแรงและงดงามผุดผ่องโสภามากกว่าเก่าแล้วก็กลับมาครองรักกับราชาอีกครั้ง จบแล้วจ้า”

“อืม เป็นเรื่องที่ดีนะ”

จูโกะพูดขึ้นโทบิจึงอธิบายต่อ

“หลังจากนั้นน้องชายของราชาได้คิดค้นสูตรยามากมายและรวบรวมสูตรยากับเคล็ดวิชาต่างๆไว้โดยราชาได้ให้ขุนพลคนสนิทของตนนำไปซ่อนไว้แต่ขุนพลนั้นกลับโลภมากอยากฝึกวิชาแต่สุดท้ายเขาก็ตายเพราะฝึกวิชาลับ ลูกชายของขุนพลรู้ดีว่าราชานั้นได้สาปแช่งไว้จึงตัดสินใจนำทั้งสูตรยาและเคล็ดวิชาลับไปซ่อนเองสุดท้ายก็ไม่มีใครรู้ว่าตำราอยู่ไหน”

ซาสึเกะจึงถามโทบิต่อ”ราชาได้สาปแช่งไว้เหรอ”

”ใช่”โทบิตอบทันทีและอธิบายต่อ”ราชาได้สาปแช่งไว้จริงจากที่ตำนานฉบับเต็มได้แต่งไว้”

”เอ๋ คุณเคยอ่านฉบับเต็มด้วยเหรอ?”ซายะถามโทบิด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น

”ก็เคยนะ”

”แล้วซากุระเกี่ยวอะไรด้วย”

ซาสึเกะถามโทบิด้วยสีหน้าที่บึ้งตึง

”ก็เพราะเขาเป็นทายาทของฮารุโนะ ฮารุชิ ไงล่ะแต่ก็คงต้องเริ่มตั้งแต่เรื่องของฮารุชิ น่ะนะ ตำราลับน่ะใครๆก็คิดว่ามันเป็นตำนานปรัมปรานะแต่ตอนสงครามนินจาครั้งที่3 ฮารุชิก็เข้าร่วมด้วยในตอนนั้นน่ะจะอายุสัก 14 15ปีได้นะเขาเป็นแพทย์ฝีมือดีที่สุดของโคโนฮะเลยล่ะ..มีอยู่ครั้งหนึ่งในตอนนั้นมีนินจาที่บาดเจ็บสาหัสมากประมาท15คนมีเพียง10คนที่สามารถเยี่ยวยาได้แต่ทีเหลือนั้นนินจาแพทย์ไม่สามารถรักษาได้คนไข้เหล่านั้นต้องนอนรอความตายไปแต่ ฮารุชิเขาไม่ยอม เขาดึงดันที่จะรักษาคนเหล่านั้นเพราะว่าเขาไม่อาจทนเห็นคนตายไปทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรเลยแต่หลังจากที่ทุกคนห้าม จนเขาต้องยอมและข้ามคืนคนเหล่านั้นก็หายเป็นปกติและแข็งแรงกว่าเดิม ใครๆต่างก็คิดว่าฮารุชิเป็นคนรักษานะแต่หลักฐานไม่มีพอที่จะปรับปรำฮารุชิได้ สุดท้ายเขาก็ต้องออกจากโคโนฮะไป”

พอโทบิพูดจบคารินจึงถามทันที

”ดูเหมือนนายจะรู้ประวัติคนคนนี้ดีเหลือเกินนะ”

คารินจึงโดนโทบิสวนกลับมาทันที

”รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งไงล่ะ”

ทำเอาสาวผมแดงหน้าบึ้ง ชายสวมหน้ากากอธิบายต่อ

”เหตุที่เขาถูกปรักปรำเพราะก่อนหน้านั้นหอสมุดต้องห้าม ถูกทำลายโดยที่ผู้ที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุมากที่สุดก็คือฮารุชิ”

ซาสึเกะขมวดคิ้วทันทีก่อนจะถาม

”ทำไมเขาถึงอยู่ใกล้หอสมุดต้องห้ามล่ะ”

ซายะจึงแทรกทันที

”พวกนินจาแพทย์ส่วนใหญ่ต้องหาสมุนไพรตามฤดูกาลและสถานที่ซึ่งในห้าแคว้นที่หอสมุดต้องห้ามเป็นที่ๆมีสมุนไพรอุดมสมบูรณ์ที่สุดนอกจากสวนของตระกูลนาระอีกแล้ว”

ซุยเงสึถามต่อ

”แล้วทำไมเจ้าคนคนนั้นถึงไม่เก็บสมุนไพรที่สวนตระกูลนาระ ซะล่ะ”

ซุยเงสึถามทำให้สาวผิวน้ำผึ้งจึงต้องอธิบายต่อ

”ก็เพราะสวนสมุนไพรตระกูลนาระมีไว้สำหรับส่งให้โรงพยาบาลของโคโนฮะเท่านั้น”

ซุยเงสึก็เข้าใจทันที

”อืม..เข้าใจแล้วว่า..ทำไมพวกแพทย์ถึงได้ดั้นด้นไปหาสมุนไพรนอกแคว้นกัน”

โทบิจึงพูดต่อ

”ในตอนที่หอสมุดต้องห้ามระเบิดเขากำลังกลับจากการหาสมุนไพรพอดีบางคนก็คิดว่าเขาจดจำตำราต้องห้ามแล้วทำลายหอสมุดทิ้ง ในตอนที่หอสมุดถูกระเบิดทำลายลงแล้วไม่มีเศษกระดาษเลยสักชิ้น”

คำพูดของโทบิ ซาสึเกะคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูด

”บางทีมันอาจจะไม่มีตำราอะไรนั้นอยู่หอสมุดตั้งแต่แรกนะ”

คำพูดของซาสึเกะทำให้ทุกคนมองหน้าซาสึเกะทันที

”ทำไมเธอคิดอย่างนั้นล่ะ”โทบิถาม"เพราะอะไรล่ะ”

”ก็คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าไม่มีใครเคยเห็นตำราต้องห้ามเลยนิ”

โทบิพูดต่อ

“ตอนแรกฉันก็คิดแบบเธอล่ะนะ..แต่หลักฐานหลายอย่างมันฟ้อง”

จูโกะถามแทรกทันที “แล้วรู้ได้ยังไงว่าตำราต้องห้ามอยู่ที่หอสมุดแห่งนั้นล่ะ“

”โฮคาเงะรุ่น2อ้างว่าเป็นผู้พบเจอแล้วก็สร้างหอสมุดต้องห้ามมันอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อถือสักเท่าไหร่นะ”

โทบิตอบพลางถอนหายใจอย่างเซ็งๆ

”ตอนนี้ฮารุชิก็เสียชีวิตไปนานแล้วถ้าเด็กคนนั้นรู้วิธีทำยาทิพย์หรือที่ซ่อนตำราจะทำให้ฝ่ายเราได้เปรียบในสงครามนี้มากขึ้น” คารินจึงถามบ้าง”ถ้ามันไม่รู้เรื่องตำราหรือยาอะไรนิมันไม่เสียแรงเปล่าเหรอ”

”ก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไรเธอเป็นนินจาแพทย์มีประโยชน์อยู่แล้ว..ก็เพราะพวกเรายังไม่มีนินจาแพทย์ในทีมสักคน”

พอโทบิพูดจบคารินได้แต่สบถอยู่ในใจเท่านั้น

..ชิ..เกลียดนังนั้นจริงๆ..

แต่ต้องหยุดคิดเมื่อซุยเงสึถามโทบิต่อ

”แล้วเขาจะยอมเข้าพวกเหรอ”

”ก็ต้องหว่านล้อมหน่อยล่ะ..เด็กนั่นเป็นถึงคนสนิทของโฮคาเงะรุ่น5รู้นอกออกในหมู่บ้านโคโนฮะดีกว่าใครเลยล่ะ”

โทบิตอบด้วยน้ำเสียงหน่ายๆ”ถ้าไม่ยอมเข้าพวกหรือหมดประโยชน์ล่ะก็ฆ่าทิ้งทันทีแต่ก็เก็บเด็กนั้นไว้เป็นตัวประกันต่อรองกับโคโนฮะก็ได้”คำพูดของโทบิทำให้ซายะต้องพูดด้วยน้ำเสียงหน่ายๆ

”แต่ยัยนั้นจะยอมเป็นพวกเรารึ ถ้าจะกล่อมลำบากนะไม่เสียแรงเปล่าเหรอ ฉันว่ากล่อมองค์รักษ์นินจายังง่ายกว่าเยอะ”

โทบิหันมาถามซายะ”ทำไมล่ะ”

“คนตระกูลนี้ขึ้นชื่อเรื่องหัวแข็งไม่ยอมทรยศต่อโคโนฮะเด็ดขาด”

ซายะตอบทันที คารินจึงพูดเสริมซายะ

”นั่นสิ ดูจากแฟ้มประวัติแล้ว ยัยนี่ถ้าทางจะเป็นเพียง ตัวถ่วง ก็เท่านั้น”

คารินเหยียดยิ้มทันทีที่พูดจบโดยจงใจเน้นคำว่า‘ตัวถ่วง’พลางคิดในใจ

…ใช่ฉันรักซาสึเกะและเกลียดผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้เขาฉันจะกันผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้เขา ฮารุโนะ ซากุระ เด็กสาววัย15ผมสีชมพูดอกซากุระสวยสมชื่อ ดวงหน้ารูปไข่ผิวขาวอมชมพูดวงตาสีมรกตชวนหลงใหลฉันต้องยอมรับว่าผู้หญิงคนนี้งดงามราวกับตุ๊กตามีชีวิตและยังเคยเป็นเพื่อนร่วมทีมของซาสึเกะอีกผู้หญิงคนนี้ถือเป็นศัตรูหัวใจคนสำคัญของฉันถ้าเธอร่วมทีม ฉันไม่ยอมเด็ดขาด…

แต่แล้วความคิดก็ถูกขัดโดยโทบิ

”แต่ฉันอยากบอกอะไรสักอย่างหนึ่งนะว่าสมาชิกแสงอุสาคนหนึ่งถูกยัยเด็กที่เธอเรียกว่า’ตัวถ่วง’ฆ่าตั้งเมื่อ1ปีก่อนนะถือว่าเป็นเด็กที่มีฝีมือมากพอดู”

ซายะจึงเตือน

”ถ้าต้องลักพาตัวยัยนั่นก็ต้องระวัง ฮารุโนะ ฮารุยให้ดีล่ะ”

จูโกะหันหน้ามาถามซายะ”ทำไมล่ะ”

ซายะจึงตอบด้วยน้ำเสียงหน่ายๆ

”ก็คนคนนี้คืออดีตยอดมือสังหารของโคโนฮะและเป็นป้าของยัยนั่นอีกด้วยคงจะไม่ยอมให้หลานสาวสุดที่รักถูกลักพาไปหรอกนะ”

โทบิจึงกล่าวสรุป

”ภารกิจของพวกเราครั้งนี้คือจับ ฮารุโนะ ซากุระ ในสภาพไร้รอยขีดขวนเริ่มจากสืบดูพฤติกรรมเด็กนั่นเด็กนั่นแล้วหาจังหวะจับมันมาซะ”

ซาสึเกะจึงมอบหน้าที่

”งั้นหน้าที่นี่ คือ ซายะกับซุยเงสึ ถ้าดูแล้วว่า ยัยนั่นอยู่คนเดียวก็จับมา ”

ทั้งคู่รับคำ

”ได้เลย/ได้ค่า> - <”

จากนั้นซุยเงสึกับซายะก็แยกออกไปทำหน้าที่ทันที โทบิจึงหันไปสั่งคาริน

”เธอก็ไปหาฟื้นให้หน่อยนะคาริน”

ทำให้คนที่ถูกใช้โวยทันที

”อะไรกันฟื้นก็ยังมีเยอะอยู่เลย”

แต่เจอสายตาเย็นชาของซาสึเกะก็ยอมไปโดยดีด้วยสีหน้าเขินอาย

…อร๊ายย ซาสึเกะอ่ะเท่ที่สุด….

ลับตาสาวผมแดงโทบิจึงถามซาสึเกะ

”ทำไมไม่ทำซะเองล่ะ พวกเธอเคยอยู่ทีมเดียวกันนิก็น่าจะรู้บ้างสิว่าชอบไปที่ไหนเป็นประจำน่ะ”

แต่อีกฝ่ายกลับตอบอย่างเฉยชา

”หึ ฉันไม่เคยสนใจยัยรกโลกนั่นหรอก”

อีกฝ่ายพูดพลางหยิบบางสิ่งมาดูเป็นรูปของเด็กสาวผมสั้นประบ่าชมพูตาสีเขียวผิวขาวอมชมพู วัย12ในชุดกิโมโนสีเขียวอ่อนกำลังยิ้ม จึงพูดด้วยน้ำเสียงล้อเลียน

”จริงเหรอออ งั้นรูปนี้ล่ะเก็บไว้อย่างดีนี่คงจะเป็นยัยเด็กรกโลกที่เธอพูดถึงแน่เลย เธอนี่มันปากแข็งจริงๆ รู้หรอกว่าเธอแอบมองเขาอยู่”

คำพูดของโทบิทำให้อีกฝ่ายตอบตะกุกตะกักพลางหน้าขึ้นสีเล็กน้อย

”ละ..แล้วทำไมล่ะไม่เกี่ยวกับคุณซะหน่อย”

”เอาเถอะแต่ยังไงก็อย่าให้ คารินกับซายะหรือซุยเงสึเห็นล่ะกัน”

จูโกะที่เงียบไปนานพูดขึ้น

“เพราะอะไร”

โทบิถามบ้างจูโกะจึงตอบทันที

”เดี๋ยวคารินกับซายะจะกรี๊ดลั่นหมู่บ้านส่วนซุยเงสึก็จะแซวนายไม่หยุดแน่ๆ”

คำพูดแบบนี้จากคนพูดน้อยจากจูโกะทำให้หนุ่มผมดำต้องถอนหายใจโทบิจึงพูดต่อ

”ถ้าเธอชอบเขามันก็ง่ายหน่อย ถ้าเขาชอบตอบเนี่ยมันเป็นผลดีกับฝ่ายเรา”

”ถ้าเป็นอย่างงั้นก็ดี”

พอพูดจบหนุ่มผมดำก็ลุกขึ้นทำให้โทบิถาม

”นายจะไปไหน”

หนุ่มผมดำหันมามองผู้ถามเล็กน้อย

”ก็ไปสูดอากาศ”

จากนั้นร่างสูงก็หายไปราวกับอากาศธาตุในทันที โทบิบ่นพึมพำพลางเอนหลังพิงต้นไม้ใหญ่

”ทำไมนะเจ้าเด็กนั้นปากแข็งอยู่นะ”

จูโกะพูดอย่างขำๆ

”มันเป็นธรรมชาติของซาสึเกะนิ”จูโกะอมยิ้ม

”แต่มันอาจจะสายเกินไปก็ได้ ผู้หญิงก็เหมือนนกหากจับมันมาไม่ได้มันก็อาจจะบินหายไปโดยไม่หวนกลับมาอีกเลยก็ได้”โทบิพูดเปรยพลางมองฝูงนกที่บินลงใต้หลบหนาว “..แต่ถ้าจับนกน้อยนั้นได้แต่จับหลวมไปก็หนีไปก็ได้ถ้าจับแน่นไปนกน้อยก็อาจจะดิ้นหนีไปหรืออาจตายในอุ้มมือก็ได้”

จูโกะจึงนั่งหลับทันทีในขณะที่โทบินั่งคิด

…เอาล่ะ อีกไม่นานเท่านั้น …

«•
•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

หมวดนิยายฟิคหรือฟิคชั่นนี้ สร้างขึ้นมาเพื่อให้เหล่าแฟนคลับหรือผู้ที่ชื่นชอบศิลปิน ดาราของตัวเองได้ทำการโปรโมทศิลปินหรือดารานั้นๆ โดยเขียนเรื่องราวฉบับนิยาย และถ้าทางสังกัดหรือผู้เสียหาย ไม่พึ่งพอใจ สามารถแจ้งทางเว็บเพื่อทำการระงับเรื่องนั้นๆ ได้ทันที

สำหรับนักเขียนฟิคชั่นทุกคน พึ่งพิจารณาและไตร่ตรองก่อนเขียนทุกครั้ง ว่าเรื่องของตัวเองที่เขียนนั้นส่งผลกระทบกับศิลปินหรือดาราที่ตัวเองชื่นชอบมากน้อยแค่ไหน

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

9.3
โหวต 9.3 /10 คะแนน
จากสมาชิก 9 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

9.6 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

9.3 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

9 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...